LNCrawler

ท่านอา #27

ข้าก็แค่เป็นฮองเฮามาสี่ร้อยปี — novel.dek d.com · All chapters

ท่านอา #27

ตอนที่ 13 ท่านอา

กู้เฟิ่งเตือน “ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าคนเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับเจ้า”

“หากไม่ไปจะพิสูจน์ได้อย่างไร”

เหตุผลนี้ทำให้เขาเงียบ

มู่อิ่นเช่อจับข้อมือตนที่รอยเชือกเกือบหาย “เปิ่นกงจะอยู่ข้างเจ้า ไม่แยกไปที่ใด”

กู้เฟิ่งมองแผนที่ สั่งให้เฉิงอี้ไปสำรวจทางและส่งคนล่วงหน้า เมื่อตรวจร้านกับตรอกข้างเคียงแล้วถึงกำหนดออกเดินทางในเช้าวันถัดมา

เขาเปลี่ยนชุดผ้าแพรเป็นชุดสีน้ำเงินเรียบ ไม่สวมเครื่องประดับ เฉิงอี้ติดตามในฐานะบ่าวรับใช้ มีทหารแต่งตัวเป็นชาวบ้านแยกไปก่อน ส่วนมู่อิ่นเช่อสวมชุดสีหม่นที่ชิงหลัวเตรียมให้ เก็บปิ่นไว้ในถุงลับด้านใน

ก่อนออกจากจวน ชิงหลัวสอนนางเรียกกู้เฟิ่งว่าท่านพ่อ

มู่อิ่นเช่อปฏิเสธอย่างรุนแรง “เขาอายุน้อยกว่าเปิ่นกงตั้งหลายร้อยปี เปิ่นกงไม่เรียก”

ชิงหลัวอธิบาย “หากเรียกองค์ชายกลางถนน คนจะรู้ฐานะนะเจ้าคะ”

“เรียกชื่อไม่ได้หรือ”

“บุตรสาวที่ใดเรียกชื่อบิดาเจ้าคะ”

นางคิดอยู่พักใหญ่ “เช่นนั้นให้เขาเรียกเปิ่นกงว่าท่านแม่แทน”

เฉิงอี้หันหน้าเข้ากำแพง ไหล่สั่นเล็กน้อย

กู้เฟิ่งสวมหมวกให้เด็กแล้วตัดสิน “เรียกท่านอา”

มู่อิ่นเช่อพอใจขึ้นมานิดหนึ่ง “อาเฟิ่ง”

กู้เฟิ่งแก้คำเรียก “เรียกว่าท่านอา”

มู่อิ่นเช่อกลับลองชื่อใหม่ “เช่นนั้นเรียกเสี่ยวเฟิ่งดีหรือไม่”

เขาตัดบทอย่างอับจน “ไม่ต้องเรียกแล้ว”

ทั้งกลุ่มออกทางประตูด้านข้าง ใช้รถม้าธรรมดาไปลงใกล้ตลาดตะวันออก จากนั้นเดินต่อเข้าตรอกชิงเหอ

มู่อิ่นเช่อไม่เคยเห็นเมืองหลวงในสภาพนี้ ถนนกว้างกว่าความทรงจำ มีร้านค้าสองชั้นเรียงราย โคมผ้าหลากสีแขวนเหนือป้ายไม้ พ่อค้าต่างแดนสวมหมวกทรงประหลาดยืนขายเครื่องแก้ว เด็กหลายคนวิ่งถือขนมน้ำตาลผ่านหน้า

นางหันมองซ้ายขวาจนคอแทบพันกัน แต่ยังพยายามเดินช้า ๆ อย่างผู้สูงศักดิ์

พอผ่านร้านถังหูลู่ ความสง่างามก็หยุดอยู่ตรงนั้น

มู่อิ่นเช่อหยุดหน้าร้านแล้วเรียกเขา “อาเฟิ่ง”

กู้เฟิ่งท้วงคำเรียกอีกครั้ง “ตกลงกันว่าให้เรียกท่านอาไม่ใช่หรือ”

“ท่านอา ซื้อให้เปิ่น...ซื้อให้อันอันหนึ่งไม้”

กู้เฟิ่งเห็นนางยอมเปลี่ยนคำเรียกตนและเลิกใช้เปิ่นกงต่อหน้าคนภายนอก จึงซื้อให้หนึ่งไม้

เด็กน้อยถือถังหูลู่เดินต่ออย่างมีความสุข ผ่านไปไม่ถึงสิบก้าวก็เห็นขนมแป้งทอดรูปดอกไม้

นางมองขนมแป้งทอดแล้วเรียกเสียงออดอ้อน “ท่านอา ซื้อขนมนั่นด้วยได้หรือไม่”

กู้เฟิ่งชี้ไปที่ของในมือนาง “กินถังหูลู่ให้หมดก่อน”

“อันอันมีสองมือ”

เขามองมือซ้ายที่ว่างอยู่และไม่อาจโต้เถียง

เมื่อมาถึงร้านบะหมี่ มู่อิ่นเช่อถือของกินข้างละหนึ่งไม้ ยังมีห่อเกาลัดแขวนอยู่ที่ข้อมือ กู้เฟิ่งเริ่มสงสัยว่าตนพาเด็กมาตามหาญาติหรือพามาเลี้ยงให้อ้วนกันแน่

ร้านบะหมี่มู่จี้มีโต๊ะเพียงหกตัว ป้ายหน้าร้านวาดหัวพยัคฆ์ด้วยหมึกดำ ลายเส้นไม่เหมือนตราบนปิ่นเสียทีเดียว แต่ท่าทางพยัคฆ์อ้าปากเหมือนกัน

เจ้าของร้านเป็นชายวัยสามสิบรูปร่างแข็งแรง มีแผลเป็นพาดคิ้วซ้าย เขายืนลวกเส้นอยู่หลังเตา พอเห็นลูกค้าก็เช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนแล้วออกมาต้อนรับ

“เชิญนั่งขอรับ ร้านเรามีบะหมี่เนื้อกับบะหมี่ซี่โครง วันนี้น้ำแกงต้มตั้งแต่ยามอิ๋น รับรองหอมจนลืมกลับบ้าน”

มู่อิ่นเช่อสูดกลิ่นแล้วเลือกทันที “เนื้อสอง ซี่โครงหนึ่ง”

“เจ้ากินคนเดียวสามชามหรือ” กู้เฟิ่งมองชามตรงหน้านาง ก่อนนับซ้ำด้วยความไม่แน่ใจ

“เปิ่น...อันอันเลือกให้ทุกคน”

เฉิงอี้นั่งลงอีกโต๊ะที่มองเห็นทั้งประตูหน้าและทางหลังร้าน เขาสั่งของตนต่างหาก ส่วนกู้เฟิ่งเลื่อนชามที่สามไว้ให้ชิงหลัว

ชายเจ้าของร้านยกบะหมี่มาให้ ไอน้ำลอยกรุ่น เนื้อหั่นชิ้นหนาวางเต็มหน้า มู่อิ่นเช่อกินคำแรกก็เบิกตากว้าง ลืมเรื่องตามหาคนสกุลมู่ไปชั่วคราว

กู้เฟิ่งปล่อยให้นางกินไปครึ่งชามจึงเรียกเจ้าของร้านมาถาม “ตราพยัคฆ์บนป้ายมีที่มาอย่างไร”

ชายคนนั้นหันมองป้าย “สืบมาจากบรรพบุรุษขอรับ ข้าชื่อมู่เสี่ยวซาน คนในบ้านเล่าว่าเดิมบรรพบุรุษเป็นทหาร ต่อมาต้องโทษถูกส่งไปเหมืองเกลือ รุ่นหลังหนีออกมาได้จึงตั้งหลักที่เมืองหลวง ตรานี้เป็นสิ่งเดียวที่ยังจำได้”

ตะเกียบในมือมู่อิ่นเช่อหยุด

มู่อิ่นเช่อเงยหน้าจากชาม “บรรพบุรุษของเจ้าต้องโทษเพราะเหตุใด”

มู่เสี่ยวซานมองเด็กที่ถาม เขาหัวเราะ “เรื่องผ่านมาหลายร้อยปีแล้ว ใครจะรู้ชัด บรรพบุรุษบอกว่าตระกูลเคยรับใช้แม่ทัพผู้หนึ่ง แม่ทัพถูกกล่าวหากบฏ คนทั้งสกุลจึงพลอยลำบากไปด้วย”

เด็กน้อยเอ่ยชื่อที่ผุดขึ้นมา “แม่ทัพผู้นั้นคือมู่เจิ้นหย่วนหรือ”

รอยยิ้มของชายเจ้าของร้านหายไป “คุณหนูน้อยรู้ชื่อได้อย่างไร”

มู่อิ่นเช่อก้มหน้ามองน้ำแกง นางไม่รู้จะตอบเช่นไร

กู้เฟิ่งวางตะเกียบลง “ข้าเคยอ่านบันทึกเก่า หลานข้าจำจากที่ข้าเล่า”

มู่อิ่นเช่อก้มหน้าต่อ นางอยากรู้เรื่องป้ายพยัคฆ์มากกว่าจะท้วงฐานะที่เขาอ้าง

มู่เสี่ยวซานพยักหน้า “น้อยคนจะจำชื่อแม่ทัพมู่ได้แล้ว ทุกวันนี้คนพูดถึงแต่ฮองเฮาชั่วร้ายสกุลมู่”

มู่อิ่นเช่อเงยหน้าขึ้น “นางชั่วร้ายจริงหรือ”