งานดูตัวที่เด็กห้าขวบไม่ยอม #29
งานดูตัวที่เด็กห้าขวบไม่ยอม #29
ตอนที่ 14 งานดูตัวที่เด็กห้าขวบไม่ยอม
ยามสาย รถม้าจวนอัครเสนาบดีก็มาถึง คุณหนูซุนลี่ถิง เป็นสตรีที่ได้รับคำชมว่างดงาม อ่อนโยน และเชี่ยวชาญพิณ หมาก และบทกวี นางสวมชุดสีฟ้าอ่อน เดินตามแม่นมเข้ามาด้วยท่วงท่าสำรวม
กู้เฟิ่งรับแขกที่ศาลาริมสระ สั่งให้บ่าวยกชาแล้วนั่งเงียบ เขาไม่แม้แต่เงยหน้ามองนางเกินความจำเป็น
ซุนลี่ถิงเตรียมบทสนทนามามากมาย แต่ใช้ไม่ได้สักประโยค นางจึงถามถึงอาการประชวร “องค์ชายทรงเป็นอย่างไรบ้างเพคะ”
“หายแล้ว” เขาเลื่อนจานผลไม้ไปทางแขก แต่ยังไม่ได้แตะถ้วยชาของตน
ซุนลี่ถิงอึ้งไป แต่ยังไม่ยอมแพ้ “หม่อมฉันนำโสมร้อยปีมาถวาย หวังว่าจะช่วยบำรุงพระวรกาย”
กู้เฟิ่งรับคำอย่างสุภาพ “ขอบใจที่นำมาให้”
หลังพุ่มไม้ไม่ไกล มู่อิ่นเช่อกำลังนั่งยอง ๆ แอบมอง ชิงหลัวพยายามดึงนางกลับเรือนหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ
ชิงหลัวกระซิบห้าม “คุณหนู แอบฟังผู้อื่นสนทนาไม่ดีนะเจ้าคะ”
“เปิ่นกงไม่ได้แอบ พุ่มไม้นี้เป็นของจวน เขาต่างหากที่มานั่งใกล้เปิ่นกง”
สาวใช้อดท้วงไม่ได้ “แต่คุณหนูคลานมาตั้งไกลนะเจ้าคะ”
มู่อิ่นเช่อรีบยกมือห้าม “เงียบก่อน นางกำลังจะพูด”
ซุนลี่ถิงมองเรือนด้านหลัง “ได้ยินว่าองค์ชายทรงรับเลี้ยงเด็กหญิงผู้หนึ่ง หม่อมฉันเตรียมของขวัญมาให้นางด้วยเพคะ”
มู่อิ่นเช่อได้ยินเรื่องของขวัญก็แหวกกิ่งไม้ออกมา ชิงหลัวรีบเดินตาม ช่วยปัดใบไม้ที่ติดผมก่อนพาเด็กเข้าไปในศาลา
“ของอันใด” มู่อิ่นเช่อหยุดข้างเก้าอี้กู้เฟิ่ง ยืดหลังขึ้นให้เหมือนเพิ่งเดินมาจากเรือนตามปกติ
ซุนลี่ถิงเห็นใบหน้านางก็ชะงัก เด็กมีคิ้วและเครื่องหน้าเหมือนองค์ชายใหญ่จริง ข่าวลือน่าเชื่อขึ้นอีกหลายส่วน
แม่นมนำกล่องไม้เปิดออก ข้างในเป็นกำไลทองฝังคู่หยกเม็ดเล็ก
มู่อิ่นเช่อรับกำไลมาพลิกดู ลองทาบตรงข้อมือแล้วต้องรีบเลื่อนหนีเมื่อโลหะเย็นแตะรอยแผล
ซุนลี่ถิงเห็นเข้าก็เอื้อมมารับคืน นางไม่ได้ถามถึงรอยนั้น เพียงวางกำไลลงในกล่องแล้วให้แม่นมปิดฝา
“เก็บไว้ก่อนก็ได้ ยังไม่ต้องสวม”
เด็กมองหน้านางอย่างประหลาดใจ “เปิ่นกงเลือกเองได้หรือ”
“ได้ ของเป็นของเจ้าแล้ว”
มู่อิ่นเช่อวางกล่องไว้ข้างตัว ไม่เอื้อมไปจับอีก แต่ก็ไม่ได้ผลักคืน
มู่อิ่นเช่อมองนางอย่างพอใจขึ้นมานิดหนึ่ง “เจ้ามาหากู้เฟิ่งทำไม”
คำถามตรงเกินไป ซุนลี่ถิงหน้าแดง แม่นมรีบแก้ว่าเพียงมาเยี่ยมอาการ
เด็กน้อยบอกแขกตรง ๆ “เขาหายแล้ว เจ้ากลับได้”
“อันอัน” กู้เฟิ่งเตือนอีกครั้ง
นางหันไปหาเขา “เปิ่นกงช่วยเจ้าไล่แขก เหตุใดต้องดุ”
กู้เฟิ่งยังนั่งอยู่ที่เดิม ไม่มีท่าทีจะลุกไปส่งแขก “ผู้ใดบอกว่าข้าอยากไล่แขก”
เด็กเงยหน้าขึ้น “เจ้าอยากให้นางอยู่หรือ”
กู้เฟิ่งยังไม่ทันตอบ ซุนลี่ถิงก็วางถ้วยชาลง นางมองเด็กที่ยืนจับขอบเก้าอี้ไว้แล้วขยับเก้าอี้ของตนให้ห่างออกเล็กน้อย
“ข้ามาเยี่ยม ไม่ได้มาพาเขาไปที่ใด”
มู่อิ่นเช่อมองช่องว่างระหว่างเก้าอี้ทั้งสอง “หากเจ้าแต่งเข้ามา เปิ่นกงต้องย้ายไปเรือนหลังหรือไม่”
ซุนลี่ถิงหันไปมองกู้เฟิ่ง คราวนี้คนหน้าแดงกลับเป็นแม่นมที่ยืนอยู่ด้านหลัง นางจะเข้ามาห้ามเด็ก แต่คุณหนูซุนยกมือไว้ก่อน
“ข้ายังไม่ได้ตกลงเรื่องแต่งงาน” นางประสานมือบนตัก “วันนี้ท่านปู่ให้มา ข้าเองก็มีเรื่องอยากถามองค์ชายเช่นกัน”
กู้เฟิ่งเงยหน้าขึ้นเป็นครั้งแรกนับจากรับแขก
ซุนลี่ถิงลูบตะเข็บแขนเสื้ออยู่พักหนึ่ง “หากเข้าจวนแล้ว หม่อมฉันยังออกไปดูแลมารดาที่ป่วยอยู่ได้หรือไม่เพคะ”
“ย่อมได้”
“ท่านปู่บอกว่าพระชายาต้องอยู่ในจวน ห้ามกลับบ้านเดิมบ่อย” นางเงยหน้ามองเขา “หม่อมฉันไม่อยากรับปากเรื่องที่ทำไม่ได้”
กู้เฟิ่งนิ่งไป ก่อนจะเลื่อนถ้วยชาที่ตนยังไม่ได้แตะออกจากกลางโต๊ะ “เรื่องนี้เจ้าควรได้ตกลงด้วยตนเอง”
มู่อิ่นเช่อฟังอยู่ข้างเก้าอี้ นางเพิ่งรู้ว่าสตรีตรงหน้าก็ถูกส่งมา ไม่ต่างจากตอนที่ฮองเฮาสั่งให้พานางเข้าวัง เด็กก้มมองกล่องกำไลแล้วค่อยปล่อยมือจากขอบเก้าอี้
มู่อิ่นเช่อเลื่อนกล่องกำไลกลับไปตรงหน้าซุนลี่ถิง
“เปิ่นกงรับไว้แล้ว เจ้าฝากเก็บก่อนก็ได้ ไปเยี่ยมมารดาเจ้าก่อนเถิด”
ซุนลี่ถิงมองกล่องอยู่นาน ก่อนยิ้มบางให้เด็ก “ขอบใจ แต่ข้าให้เจ้าแล้ว ไม่เอาคืน”
กู้เฟิ่งเรียกบ่าวให้ยกอาหารว่างเพิ่ม คราวนี้เขาคุยกับแขกเรื่องอาการป่วยของมารดานาง และให้หลินซู่เขียนชื่อหมอที่เชี่ยวชาญไว้ให้ ซุนลี่ถิงรับกระดาษด้วยสองมือ นั่งต่ออีกพักหนึ่งจึงขอลากลับ
พอพ้นประตูศาลา แม่นมก็รีบประคองนางขึ้นรถม้า กู้เฟิ่งยืนส่งอยู่เชิงบันได มู่อิ่นเช่อเกาะเสาข้างเขาจนขบวนลับไป
“หากเจ้าแต่งงาน เปิ่นกงต้องไปอยู่ที่ใด”
เขาหันกลับมามองเด็กที่เอ่ยคำถามเดิม นางไม่ได้ทำท่าข่มขู่แขกอีกแล้ว มือเพียงเกาะเสาไว้หลวม ๆ
กู้เฟิ่งย่อตัวลง “เจ้าพักห้องเดิม ไม่มีผู้ใดไล่เจ้าออกไป”
“หากคืนนี้เปิ่นกงฝันร้ายเล่า”
“ให้ชิงหลัวเรียกข้า”
เด็กยังไม่ปล่อยเสา กู้เฟิ่งจึงรออยู่ตรงนั้นจนบ่าวเก็บถ้วยชาออกจากศาลาหมด นางถึงยอมเดินกลับเรือนพร้อมเขา