LNCrawler

ลูกกวาดหนึ่งเม็ด #6 (e-book ออกแล้ว)

ข้าก็แค่เป็นฮองเฮามาสี่ร้อยปี — novel.dek d.com · All chapters

ลูกกวาดหนึ่งเม็ด #6 (e-book ออกแล้ว)

กู้เฟิ่งมองน้ำตาที่ไหลไม่ขาดสายนั้นแล้วรู้สึกปวดขมับขึ้นมา เขาเคยเผชิญหน้ากับขุนศึกในสนามรบ เคยยืนต่อหน้าราชสำนักที่เต็มไปด้วยเล่ห์กล แต่กลับทำอันใดกับเด็กตรงหน้าไม่ถูก

จะปล่อยให้กินต่อก็ไม่ได้ จะปล่อยให้นางหิวก็ไม่ได้อีก

สายตาของกู้เฟิ่งเหลือบไปเห็นหมอหลวงที่กำลังบดตัวยาสำหรับบำรุงร่างกายเด็กอยู่ไม่ไกล เขาพลันนึกอะไรขึ้นได้

กู้เฟิ่งใช้ผ้าซับข้าวต้มที่ติดคางให้นาง “หยุดร้องก่อน กินข้าวต้มมากไปไม่ได้ แต่หากเจ้ายอมกินยาบำรุงสักถ้วย ข้าจะให้ของอร่อยแก่เจ้าอย่างหนึ่ง”

เขาล้วงถุงผ้าเล็กออกมาจากแขนเสื้อ เป็นลูกกวาดที่ขุนนางผู้หนึ่งฝากถวายมา ปมปากถุงถูกผูกแน่น กู้เฟิ่งกำลังจะเรียกหากรรไกร มู่อิ่นเช่อก็ฉวยชายเชือกไปจากมือเขา

นิ้วป้อมสอดลอดห่วงแล้วกระตุกปมออก นางทำได้ในคราเดียว ครั้นเห็นเชือกคลายจึงนิ่งมองมือตน คล้ายสงสัยไม่ต่างจากเขา

“เคยผูกเชือกเช่นนี้หรือ”

เด็กส่ายหน้า พยายามนึกถึงอะไรบางอย่าง แต่พอคิดก็ปวดศีรษะ นางผลักถุงคืนให้เขา กู้เฟิ่งไม่ได้ซักต่อ เพียงคลี่ปากถุง เผยลูกกวาดน้ำตาลเคลือบสีชมพูเม็ดกลมที่กลิ้งอยู่ข้างใน

มู่อิ่นเช่อหยุดร้องไห้ทันที ดวงตากลมโตจับจ้องลูกกวาดเม็ดนั้น แต่ครู่ต่อมานางกลับเชิดหน้าขึ้นแล้วเบือนหน้าหนี

“เฮอะ! เปิ่นกงเป็นถึงมารดาแห่งแผ่นดิน จะเป็นเด็กเล็กที่เอาลูกกวาดมาล่อง่าย ๆ ได้อย่างไร” นางกอดอกทำท่าเย่อหยิ่ง “อีกอย่าง ยาแค่นี้เปิ่นกงไม่กลัวเสียหน่อย เจ้าไม่ต้องเอาของพวกนี้มาหลอก”

กู้เฟิ่งเลิกคิ้วขึ้น ไม่เอ่ยอันใด เพียงยกถ้วยยาขึ้นมาจ่อที่ปากเล็ก

มู่อิ่นเช่อที่เพิ่งประกาศว่าไม่กลัวยากลับเบือนหน้าหนีในทันที “คือว่า ยานี้ยังร้อนอยู่ รอให้เย็นก่อนไม่ดีกว่าหรือ” นางเอ่ยพลางชายตามองไปทางอื่น

กู้เฟิ่งเป่าถ้วยยาให้คลายร้อนแล้วจ่อเข้าไปใหม่

“เปิ่นกงเพิ่งกินข้าวต้มอิ่ม กินยาตอนนี้เดี๋ยวจะอืดท้อง” นางถอยหลบ ดวงตากลอกไปมาหาข้ออ้าง

กู้เฟิ่งมองทะลุความในใจของนางจนหมดเปลือก เขาหยิบลูกกวาดขึ้นมาถือไว้ในมือให้นางเห็นเต็มตา

เขาวางลูกกวาดไว้ข้างถ้วยยาในระยะที่นางมองเห็น “หากเจ้ากินยาหมดถ้วย ลูกกวาดเม็ดนี้จะเป็นของเจ้า หากไม่กิน ข้าจะกินเสียเอง”

ว่าแล้วเขาก็แสร้งทำท่าจะหยิบลูกกวาดเข้าปากตัวเอง

มู่อิ่นเช่อรีบจับมือเขาไว้ แล้วคว้าถ้วยยามาประคองด้วยสองมือ ยกขึ้นจิบ พอรสขมแตะลิ้น ใบหน้าเล็กก็ย่นจนคิ้วแทบชนกัน แต่ยังเหลือบมองลูกกวาดอยู่ นางพักหายใจแล้วฝืนดื่มต่อจนหมด

กู้เฟิ่งส่งลูกกวาดให้นางตามสัญญา

รสหวานของน้ำตาลแผ่ซ่านในปาก ดวงตาของมู่อิ่นเช่อเบิกกว้างขึ้น สองแก้มยุ้ยพองนูน นางอมลูกกวาดอย่างเอร็ดอร่อยจนลืมความขมของยาเมื่อครู่ไปสิ้น

อร่อยเช่นนี้ ของอร่อยแบบนี้เหตุใดเปิ่นกงถึงไม่เคยได้กินมาก่อนกัน

นางเงยหน้าขึ้นมองกู้เฟิ่งด้วยดวงตาเป็นประกาย ลืมคำพูดที่ว่าไม่ยอมถูกลูกกวาดล่อไปจนหมดสิ้นแล้ว “ยังมีอีกหรือไม่”

ลูกกวาดยังเหลืออีกหนึ่งเม็ด แต่แน่นอนว่ากู้เฟิ่งไม่คิดจะให้นางกิน เพราะดูจากสภาพแล้ว คาดว่าลูกกวาดในปากยังไม่ทันหมด เจ้าตัวเล็กคงหลับเป็นแน่ รู้อย่างนั้นแล้ว เขาจึงเพียงพยักหน้า

ภายในกระโจม มู่อิ่นเช่อดีใจจนขยับขึ้นไปนั่งบนตักเขาอย่างเป็นธรรมชาติ นางเอนพิงอกกู้เฟิ่ง ลิ้มรสลูกกวาดในปาก ดวงตากลมโตค่อย ๆ ปรือลง และหลังจากอมลูกกวาดจนละลายหมดได้ไม่นาน เจ้าตัวเล็กก็หลับคอพับคออ่อน

ทุกคนในกระโจมพากันพ่นลมหายใจออกมาเบา ๆ

กู้เฟิ่งค่อย ๆ ช้อนร่างเล็กขึ้นมาอุ้มไว้แนบอก ก่อนจะสั่งให้คนไปจัดเตรียมที่นอนสำหรับเด็กในกระโจมของตน แล้วอุ้มเจ้าตัวเล็กออกจากกระโจมแพทย์ไป

หลังจากวางเด็กน้อยลงบนฟูกหนาห่มผ้าให้เรียบร้อยแล้ว องค์ชายใหญ่ก็สั่งให้นางกำนัลคอยดูแล ส่วนตนเองออกไปสั่งให้เรียกประชุมคนงาน เพื่อถามหาตัวตนของเด็กคนนั้น

ทั้งคนงาน ทาสที่ทำหน้าที่แบกหาม และขุนนางในท้องที่ ไม่มีผู้ใดพาลูกหลานมาด้วยสักคน อีกทั้งยังไม่มีใครเคยพบเห็นเด็กคนนี้มาก่อน

เมื่อรู้อย่างนั้นแล้ว กู้เฟิ่งก็สั่งให้คนไปถามตามหมู่บ้านข้างเคียง ทั้งที่ในใจเขาไม่เคยคิดว่าเด็กคนนั้นจะเป็นลูกหลานชาวบ้านธรรมดา เพราะดูจากผิวพรรณและรูปร่างหน้าตา น่าจะเป็นคุณหนูมีชาติตระกูลมากกว่า เพียงแต่ยังไม่รู้ว่าเป็นลูกใคร

อีกด้านหนึ่ง มู่อิ่นเช่อฝันอีกแล้ว ในฝันนางได้ยินเสียงสวดและเห็นผู้คนประกอบพิธีกรรมโบราณ นางจำไม่ได้ว่าฝันเช่นนี้มาแล้วกี่ครั้ง ภาพเหล่านั้นวนเวียนอยู่ในหัวมาตลอด จนความทรงจำของนางพร่าเลือนและขาดหายไป

เมื่อลืมตาตื่นขึ้นอีกครา แสงยามเช้าสาดผ่านผ้าม่านกระโจมเข้ามาต้องใบหน้า มู่อิ่นเช่อกะพริบตาปริบ ๆ มองเพดานผ้าสีครามเหนือศีรษะอยู่ครู่หนึ่ง กว่าจะนึกขึ้นได้ว่าตนอยู่ที่ใด