LNCrawler

นามที่จำไม่ได้ #7 (e-book ออกแล้ว)

ข้าก็แค่เป็นฮองเฮามาสี่ร้อยปี — novel.dek d.com · All chapters

นามที่จำไม่ได้ #7 (e-book ออกแล้ว)

ตอนที่ 3 นามที่จำไม่ได้

ข้างกายมีนางกำนัลนั่งเฝ้าอยู่ พอเห็นนางตื่นก็รีบก้มลงคำนับ “คุณหนูตื่นแล้วหรือเจ้าคะ องค์ชายรับสั่งให้บ่าวคอยดูแลคุณหนูเป็นอย่างดี”

มู่อิ่นเช่อได้ยินคำว่า องค์ชาย ก็เอียงคอเล็กน้อย ในความทรงจำอันพร่าเลือนของนาง ชายชุดดำผู้มีกลิ่นหอมเย็นและอ้อมแขนอบอุ่นค่อย ๆ ลอยขึ้นมา

“เขาอยู่ที่ใด” นางมองหาไปรอบกระโจมแต่ไม่พบเงาของชายผู้นั้น

ผ้าม่านถูกเปิดออก กู้เฟิ่งก้าวเข้ามาพร้อมความเย็นของอากาศยามเช้าที่ติดมากับชายเสื้อ เขาเพิ่งกลับจากตรวจงานก่อสร้างแต่เช้ามืด

มู่อิ่นเช่อพอเห็นเขาก็ตาโต ปีนลงจากเตียงด้วยขาสั้นป้อม ทว่าเพิ่งก้าวได้สองสามก้าวก็เซถลาเพราะร่างยังไม่มีแรงเต็มที่

กู้เฟิ่งสาวเท้าเข้ามารับไว้ได้ทัน แขนข้างหนึ่งรองหลัง อีกข้างพยุงใต้เข่า เมื่ออุ้มขึ้นจึงพบว่าเด็กกำลังสั่น

“เจ้าหายไปที่ใดมา” มู่อิ่นเช่อจับปกเสื้อของเขาไว้ด้วยมือทั้งสอง “เปิ่นกงตื่นมาก็ไม่เห็นเจ้า”

เขามองรอยแดงจากหมอนบนแก้มนาง เด็กเพิ่งตื่น คงยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนหลับอยู่ที่ใด

“ข้าไปตรวจงาน” กู้เฟิ่งนั่งลงให้นางเห็นนางกำนัลที่เฝ้าอยู่ด้วย “คราวหน้าจะบอกเจ้าก่อน”

มู่อิ่นเช่อได้ยินเช่นนั้นถึงค่อยหายงอน นางพยักหน้าหงึก ๆ อย่างพอใจ

หมอหลวงหลินซู่เข้ามาตรวจอาการอีกครา เมื่อพบว่าร่างกายของเด็กฟื้นตัวดีขึ้นมากก็ถวายรายงานว่าให้นางกินอาหารอ่อนเพิ่มได้ทีละน้อย

มู่อิ่นเช่อได้ยินว่าจะได้กินอีก ดวงตาเป็นประกาย ทว่าพอนางกำนัลยกอ่างน้ำอุ่นเข้ามาจะเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ นางกลับดิ้นไม่ยอม เบือนหน้าซุกเข้ากับอกกู้เฟิ่งไม่ยอมให้ผู้อื่นแตะต้อง

กู้เฟิ่งจึงจำต้องเป็นคนคอยกำกับ นางถึงได้ยินยอมให้เช็ดตัว แล้วเปลี่ยนชุดใหม่เป็นเสื้อแพรสีชมพูอ่อนพอดีตัว เรือนผมดำถูกหวีเรียบร้อยแล้วรวบขึ้นเป็นมวยผมคู่สองข้าง ผูกด้วยเชือกแพรสีแดงสด

เมื่อแต่งตัวเสร็จ มู่อิ่นเช่อก็กลายเป็นเด็กหญิงตัวจ้อยหน้าตาจิ้มลิ้มน่าเอ็นดู ผิดกับตอนที่ถูกขุดขึ้นมาจากน้ำแข็งราวฟ้ากับดิน

นางก้มมองชุดใหม่ของตนอย่างพอใจ ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นทำท่าสง่า “อืม ยังพอใช้ได้ เปิ่นกงยอมสวมให้ก็แล้วกัน”

กู้เฟิ่งมองท่าทางวางก้ามของเด็กในชุดชมพูที่ดูอย่างไรก็ไม่น่าเกรงขามแล้วอดขบขันไม่ได้ เขาเพิ่งค้นพบว่าการมีเจ้าก้อนแป้งอยู่ในกระโจมนั้น ทำให้อากาศรอบตัวที่เคยเย็นเยียบดูอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด

พอนางนั่งนิ่งอยู่บนตัก กู้เฟิ่งก็เก็บถ้วยชาร้อนให้พ้นมือเล็ก “เจ้าชื่ออันใด”

มู่อิ่นเช่ออ้าปากจะตอบ แต่พอจะเอ่ยชื่อของตนออกมา หัวกลับว่างเปล่า มีเพียงภาพเลือนราง เสียงสวดแว่วมาแต่ไกล กลิ่นธูปควันโขมง และผู้คนคุกเข่าอยู่เบื้องล่าง แวบขึ้นมาเพียงชั่วอึดใจก่อนจะเลือนหายไป

ศีรษะน้อยปวดหน่วงขึ้นมาทันที นางยกมือจ้ำม่ำขึ้นกุมขมับ ใบหน้าจิ้มลิ้มย่นเข้าหากันด้วยความงุนงง

เปิ่นกงชื่ออันใดกันนะ เหตุใดถึงนึกไม่ออก

เห็นเด็กน้อยนั่งนิ่งกุมศีรษะไม่พูดจา กู้เฟิ่งก็ไม่ซักต่อ

กู้เฟิ่งแตะมือนางให้ลดลงจากขมับ รอจนเด็กหายเจ็บแล้วถึงเอ่ย “ในเมื่อจำชื่อเดิมไม่ได้ ต่อจากนี้ข้าจะเรียกเจ้าว่าอันอัน”

เจ้าตัวเล็กพบเจอเรื่องร้ายมามากพอแล้ว เขาเพียงหวังให้ชีวิตต่อจากนี้ของนางสงบสุขปลอดภัย จึงเลือกคำว่า อัน อันหมายถึงความปลอดภัยไร้กังวลมาตั้งเป็นชื่อ

“เจ้าจะเรียกเปิ่นกงว่าอันอันหรือ” มู่อิ่นเช่อทวนชื่อนั้นในลำคอ ก่อนเชิดหน้าขึ้นทันที “ไม่เอา! ชื่อนี้มันฟังดูเด็กเกินไป”

นางกอดอกทำท่าไม่พอใจเต็มที่ “เปิ่นกงเป็นถึงมารดาแห่งแผ่นดิน เป็นผู้สูงศักดิ์ที่ยืนอยู่เหนือคนนับหมื่น จะมาใช้ชื่อฟังดูอ่อนหัดเช่นนี้ได้อย่างไร อย่างน้อยก็ต้องเป็นชื่อที่ฟังแล้วน่าเกรงขาม สง่างาม สมกับฐานะของเปิ่นกงสิ”

ปากเล็กพร่ำต่อว่าไปเรื่อย ยกเหตุผลสารพัดมาค้าน ราวกับกำลังถกเรื่องราชการสำคัญ กู้เฟิ่งปล่อยให้นางพูดจนเริ่มหอบ แล้วรับจานพุทราเชื่อมจากนางกำนัลมาวางใกล้ตัว

“ห้องเครื่องเพิ่งส่งมา เจ้าอยากกินหรือไม่”

มู่อิ่นเช่อหันขวับ ปากที่กำลังจะต่อว่าหุบลงทันที “พุทราเชื่อมหรือ”

“อันอันอยากกินหรือไม่” เขาถามย้ำ แกล้งเน้นชื่อใหม่ของนางให้ชัด

“อยาก! อันอันอยากกิน” นางพยักหน้าหงึกหงัก ยกมือชี้จานขนม พูดจบถึงเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอขานรับชื่อไปแล้ว

กู้เฟิ่งหยิบพุทราที่เอาเม็ดออกให้หนึ่งชิ้น มู่อิ่นเช่อมองหน้าเขา จากนั้นมองของในมือ จะถอนคำพูดตอนนี้ก็เสียดายพุทรา

ชื่ออันอันก็พอทนได้ เอาไว้จำชื่อจริงได้เมื่อใดค่อยบอกให้เขาเปลี่ยนก็แล้วกัน

นางรับขนมมากัด กู้เฟิ่งขยับจานออกนิดหนึ่งตอนเห็นมือเล็กกำลังจะหยิบชิ้นที่สอง

“เมื่อครู่ยังบอกว่าชื่อนี้ฟังดูเด็กเกินไป”

“เปิ่นกงกำลังกินอยู่ เจ้าอย่าเพิ่งพูดเรื่องชื่อ”

เขายอมเลื่อนจานกลับมาให้ มู่อิ่นเช่อหยิบพุทราเพิ่มอีกชิ้นอย่างพอใจ รสหวานชุ่มปากทำให้ลืมอาการปวดศีรษะไปพักหนึ่ง

กู้เฟิ่งนั่งมองเด็กน้อยกินขนมอยู่ข้าง ๆ ปลายนิ้วเคาะโต๊ะเบา ๆ ครุ่นคิดถึงเรื่องที่ยังค้างอยู่ในใจ เด็กผู้นี้มาจากที่ใด ไฉนจำอะไรไม่ได้ และคำว่า เปิ่นกง ที่นางเอ่ยติดปากนั้น แท้จริงมีที่มาอย่างไร