LNCrawler

นามที่จำไม่ได้ #8

ข้าก็แค่เป็นฮองเฮามาสี่ร้อยปี — novel.dek d.com · All chapters

นามที่จำไม่ได้ #8

คำถามเหล่านี้ยังไร้คำตอบ แต่สิ่งที่เขาแน่ใจได้อย่างหนึ่งคือ ตราบใดที่ยังหาต้นสายปลายเหตุไม่พบ เจ้าอันอันก็จะต้องอยู่ในความดูแลของเขาต่อไป

ขบวนขององค์ชายใหญ่ออกจากตำหนักเหมันต์ในอีกสิบวันให้หลัง

เดิมทีกู้เฟิ่งต้องอยู่ควบคุมการก่อสร้างจนกว่าจะวางฐานตำหนักเสร็จ แต่แผ่นดินใต้ซากตำหนักเก่าทรุดตัวลงหลายแห่ง น้ำพุร้อนพุ่งขึ้นมาจนคนงานไม่อาจขุดต่อได้ เขาจึงสั่งปิดพื้นที่ชั่วคราว ส่งคนเฝ้าไว้รอบนอก แล้วนำแผนผังกับสิ่งของที่ขุดพบกลับไปให้สำนักช่างหลวงตรวจสอบในเมืองหลวง

สิ่งของที่ขุดพบมีเศษเครื่องกระเบื้อง แผ่นทองแดงขึ้นสนิม และหีบไม้ที่เปิดออกมาก็เหลือเพียงฝุ่นดำ ไม่มีสิ่งใดน่าประหลาดเท่าเด็กคนหนึ่งที่ถูกขุดขึ้นมาพร้อมก้อนน้ำแข็ง

เด็กคนนั้นยามนี้กำลังนั่งอยู่กลางรถม้าของเขา กอดถุงพุทราเชื่อมแน่นเสมือนกลัวคนทั้งใต้หล้าจะแย่งไป

กู้เฟิ่งนั่งพิงผนังรถม้า แบมือออกไปตรงหน้าเด็ก “อันอัน เอาถุงพุทราเชื่อมมาให้ข้า”

มู่อิ่นเช่อรีบซ่อนถุงขนมไว้ด้านหลัง “ถุงนี้เป็นของเปิ่นกง”

“เจ้ากินพุทราเชื่อมไปหกเม็ดแล้ว” เขาชี้รอยน้ำตาลที่เปื้อนถุง

มู่อิ่นเช่อดึงถุงกลับมาแนบอก “เปิ่นกงนับได้เพียงสามเม็ดเท่านั้น”

กู้เฟิ่งมองแก้มตุ่ยของนาง “แล้วเม็ดที่อยู่ในปาก เจ้ารวมนับไปด้วยหรือยัง”

เด็กน้อยชะงัก สองแก้มที่กำลังเคี้ยวหยุดขยับ ครั้นกลืนแล้วนางก็อ้าปากให้ดู “ในปากเปิ่นกงไม่มีพุทราเชื่อมเสียหน่อย”

กู้เฟิ่งมองเศษน้ำตาลที่ติดอยู่ตรงแก้มซ้ายของนาง จากนั้นเลื่อนสายตาไปยังเม็ดพุทราครึ่งเม็ดที่กำลังโผล่ออกจากแขนเสื้อเล็ก

มู่อิ่นเช่อก้มมองตาม รีบยัดแขนข้างนั้นไว้ด้านหลัง “นี่เป็นเสบียงระหว่างทาง หากเอาไปให้เจ้าแล้วเกิดมีโจรบุกปล้นขบวน เปิ่นกงจะเอาสิ่งใดเลี้ยงทหาร”

เฉิงอี้ ผู้ติดตามคนสนิทที่ควบม้าอยู่ข้างหน้ารถม้า ได้ยินทุกคำ เขาเงยหน้ามองทหารติดตามสามร้อยนายที่ต่างมีห่อเสบียงแขวนอยู่ข้างอาน ก่อนจะยิ้มบาง

กู้เฟิ่งเก็บรายงานบนตักลงหีบ เปิดผ้าที่แม่ครัวห่อแป้งนึ่งมาให้ ระหว่างรอขบวนหยุดพักยังมีอีกหลายชั่วยาม เด็กจะกินแต่ของหวานแทนข้าวไม่ได้

“หลินซู่บอกว่าเจ้ากินของหวานมาก ฟันจะผุ กินแป้งนึ่งก่อน ถึงที่พักแล้วค่อยกินข้าว”

มู่อิ่นเช่อยกมือปิดปาก ในความทรงจำเลือนราง มีขันทีคนหนึ่งปวดฟันจนแก้มบวม ได้แต่มองผู้อื่นกินเนื้ออบ นางก้มดูของในมืออย่างเสียดาย

กู้เฟิ่งวางแป้งนึ่งไว้ข้างตัว ไม่ยื่นมือมาแย่งถุงขนม นางลังเลอยู่พักหนึ่ง ก่อนหยิบแป้งนึ่งขึ้นมาแล้วส่งถุงพุทราให้เขา

“เปิ่นกงฝากไว้กับเจ้าชั่วคราว ห้ามแอบกิน”

กู้เฟิ่งรับถุงขนมมาเก็บไว้ข้างตัว “ได้ ข้าจะเก็บไว้ให้เจ้า”

มู่อิ่นเช่อยังกดมือทับปากถุง “ห้ามนำไปแจกผู้อื่นด้วย”

“ข้าไม่แจกผู้ใดหรอก”

นางจึงยอมปล่อย หันไปเปิดม่านมองด้านนอก แต่ยังเหลือบกลับมาดูเป็นระยะว่าถุงพุทราเชื่อมอยู่ที่เดิมหรือไม่

รถม้าเคลื่อนลงจากเขาไปตามถนนหลวง ต้นไม้ข้างทางมีใบเขียวชอุ่ม แสงแดดเดือนห้าส่องผ่านกิ่งไม้เป็นดวงเล็ก ๆ บนพื้นดิน มู่อิ่นเช่อมองภาพเหล่านั้นด้วยความตื่นตา นางจำไม่ได้ว่าเคยเห็นฤดูร้อนครั้งสุดท้ายเมื่อใด ความทรงจำของนางมีเพียงหิมะ เสียงสวด และความเย็นที่ฝังอยู่ในกระดูก

บางคราวเมื่อรถม้าผ่านสะพานหรือหมู่บ้าน ภาพที่ไม่รู้ว่าเป็นความฝันหรืออดีตจะผุดขึ้นมา นางเห็นธงพยัคฆ์ดำ เห็นชายรูปร่างสูงใหญ่ยกนางขึ้นนั่งบนหลังม้า ได้ยินเสียงหัวเราะของทหารรอบกองไฟ

ทว่าพอพยายามมองใบหน้าของคนเหล่านั้น ภาพทั้งหมดกลับแตกกระจาย

มู่อิ่นเช่อยกมือแตะขมับ แรงปวดหน่วงแล่นขึ้นมาจนคิ้วเล็กขมวดเข้าหากัน

กู้เฟิ่งสังเกตเห็น เขาวางม้วนฎีกาในมือลง “ปวดศีรษะอีกแล้วหรือ”

นางไม่ตอบ แต่คลานจากริมหน้าต่างไปหาเขาอย่างเคยชิน

ตลอดสิบวันที่อยู่ในค่าย มู่อิ่นเช่อค้นพบว่าทุกครั้งที่อาการปวดกำเริบ หากได้อยู่ใกล้กู้เฟิ่ง ความปวดจะค่อย ๆ ทุเลาลง นางจึงปีนขึ้นนั่งบนตักเขา ซุกหน้าลงกับอกเพราะเห็นว่าไม่มีสิ่งใดผิด

มู่อิ่นเช่อซุกหน้าอยู่กับอกเขา แต่ยังไม่ยอมรับว่าปวดศีรษะ “เปิ่นกงเพียงง่วงเท่านั้น”

กู้เฟิ่งก้มมองคนบนตัก “เมื่อครู่เจ้ายังบอกว่าจะเฝ้าถุงขนมอยู่เลย”

มือเล็กกระตุกสาบเสื้อเขา ทั้งที่ยังซุกหน้าอยู่ “บัดนี้เปิ่นกงมอบหน้าที่สำคัญให้เจ้าแล้ว เจ้าควรรู้สึกเป็นเกียรติ”

กู้เฟิ่งใช้สองนิ้วแตะข้างขมับของนาง นวดเป็นวงช้า ๆ จนร่างเล็กที่ยังปากแข็งค่อย ๆ ผ่อนแรง ไม่นานเสียงลมหายใจก็สม่ำเสมอ

เขาก้มมองใบหน้าหลับสนิทอยู่ครู่หนึ่ง

ผลการสืบในสิบวันที่ผ่านมาไม่มีความคืบหน้า ตามหมู่บ้านรอบตำหนักเหมันต์ไม่มีครอบครัวใดทำเด็กหาย บัญชีคนงานทุกคนถูกตรวจสอบซ้ำสองรอบ ไม่มีผู้ใดพาบุตรหลานเข้าเขตก่อสร้าง เสื้อสีแดงที่ติดอยู่บนร่างเด็กใช้วิธีทอแบบโบราณ เนื้อผ้าผุกร่อนเมื่อสัมผัสอากาศ แต่ผิวกายของนางกลับไม่มีรอยแผลแม้แต่น้อย

หลินซู่บอกว่าเป็นเรื่องอัศจรรย์

กู้เฟิ่งไม่เชื่อเรื่องอัศจรรย์ เขาเชื่อเพียงว่าทุกสิ่งต้องมีเหตุ เพียงตอนนี้ยังหาเหตุนั้นไม่พบเท่านั้น