เบื้องหลังของความสวยหรู
เบื้องหลังของความสวยหรู
“ พรุ่งนี้จะได้ศึกษาวิชาปราณของแท้แล้ว ไม่แน่ว่าเราอาจจะได้เป็นยอดยุทธ! ” เขาคิดอย่างตื่นเต้นกับเรื่องนี้เป็นที่สุด กำลังภายในคือสิ่งที่โลกยุคปัจจุบันมองเป็นเรื่องเพ้อฝันไปแล้ว ดังนั้นหากเขาได้รับมันขึ้นมา.. ไร้เทียมทานอาจเป็นคำเรียกของเรื่องนี้!!
“ ไทม์! ” เสียงเมย์ดังขึ้นจากด้านหลัง เป็นเธอที่ยืนโบกมืออยู่หน้าประตูลิฟต์เหมือนทุกวัน เพียงแต่วันนี้สีหน้าดูจะตื่นเต้นผิดปกติ
“ กว่าจะมาได้! กูนึกว่ามึงแอบหนีไปกินคนเดียวแล้วซะอีก! ” เธอบ่นใส่ที่หน้าลิฟต์ในชั้นล็อบบี้ของที่ทำงาน
“ เปล่าสักหน่อย ก็รอตามเดิมนี่แหละ ” ทั้งสองเดินออกมาหน้าล็อบบี้พร้อมกัน แต่ทันทีที่ไทม์ก้าวพ้นประตูกระจก เขาก็รู้สึกได้ถึงสายตา เป็นสายตาของคนจากแผนกการตลาดที่ลงมาพักเที่ยง..
บางคนมองด้วยความแปลกใจ บางคนมองด้วยความสงสัย บางคนยิ้มมุมปากเหมือนกำลังดูเรื่องสนุก ขณะที่อีกหลายคนกลับพยักหน้าให้เขาเบาๆ ราวกับเพิ่งรู้จักตัวตนใหม่ของชายหนุ่มคนนี้!
“ .. ” ไทม์เลิกคิ้วนิดๆ
“ วันนี้ที่แผนกมีเรื่องใหญ่สินะ ทุกคนน่าจะกำลังพูดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ”
“ ฮ่าๆๆ ไม่ใช่แค่คนในแผนกเรา แต่ตอนนี้ทั้งบริษัทกำลังพูดถึงเลยต่างหาก! ” เมย์รีบหัวเราะ
“ พูดถึงใคร? กูเหรอ.. ”
“ ใช่! ” เธอรีบขยับเข้ามาใกล้ ก่อนลดเสียงลงทันที
“ มึงรู้มั้ย.. วันนี้ไอ้ชาญชัยแทบเป็นบ้า! ” เมย์หัวเราะจนแทบเก็บอาการไม่อยู่
“ ร้านอาหารที่จัดเลี้ยงเมื่อคืน ส่งเอกสารมาที่บริษัทตั้งแต่เก้าโมงเช้า! ”
“ เอกสาร? ”
“ ใบแจ้งหนี้ไง! ” เธอหัวเราะต่อ
“ เขาระบุเลยว่า.. ผู้จัดงานคือแผนกการตลาดของบริษัทเรา แต่ตอนจบงานกลับไม่มีผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย จึงขอให้บริษัทช่วยตรวจสอบและดำเนินการชำระ! ”
“ เชี่ย.. ส่งมาถึงบริษัทเลยสินะ ฮ่าๆๆ ” ไทม์เองก็รู้สึกสนุกไปด้วยอีกคน
“ ใช่! ได้ยินว่าทางร้านโทรหาชาญชัยก่อน แต่ติดต่อเขาไม่ได้ตั้งแต่ช่วงเช้า สุดท้ายก็เลยส่งหนังสือพร้อมสำเนาใบเสร็จมาที่ฝ่ายบัญชีโดยตรง แล้วฝ่ายบัญชีก็ส่งต่อให้พวกผู้บริหาร.. สุดท้ายเอกสารก็ไปถึงโต๊ะของท่านประธานจนได้ ฮ่าๆๆ! ” เมย์ยิ่งเล่าก็ยิ่งสะใจ
“ ตอนประมาณสิบโมง ท่านประธานเรียกหัวหน้าแผนกขึ้นไปพูดคุยด้วย.. ”
“ แล้วไงต่อ มึงรีบเล่าสิ! ” ไทม์ดูจะสนใจแบบสุดๆ
“ ก็โดนยับเลยสิวะ! ” เธอกวาดตามองซ้ายขวา ก่อนพูดออกมาอย่างสะใจจริงๆ
“ ได้ยินว่าท่านประธานถามคำแรกเลยนะ ว่าคุณเป็นบ้าอะไร! งานเลี้ยงส่วนตัวแต่กลับสร้างความเดือดร้อนให้แก่บริษัท! พนักงานแบบคุณจัดงานเลี้ยงทีละห้าล้านไปเพื่ออะไรกัน? เงินขนาดนั้นแม้แต่งานรับตำแหน่งของกรรมการก็ยังไม่ใหญ่เท่า! ” เมย์พยายามทำเสียงเข้มเลียนแบบผู้บริหาร ส่วนไทม์แทบหลุดหัวเราะ
“ แล้วสุดท้ายใครเป็นคนจ่าย? ”
“ ยังไม่มี! ” เมย์ส่ายหน้า
“ คนแบบท่านประธานมีเหรอจะยอมเสียเงิน เขาสั่งให้ชาญชัยรับผิดชอบไปเคลียร์กับทางร้านเอง แล้วทำรายงานชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรส่งภายในวันนี้ ถ้าเรื่องนี้ยังวุ่นวายไม่จบ บริษัทจะไล่เขาออก แถมยังฟ้องร้องเพื่อเรียกค่าเสียหายอีกด้วย!! ”
“ กลายเป็นเรื่องใหญ่ของแท้แล้วสินะ ”
“ ตอนนี้ทั้งแผนกไม่มีใครกล้าคุยกับเขาเลย หัวหน้าแผนกทำได้แค่นั่งเก็บตัวในห้อง ใครเข้าไปหาก็โดนด่าทั้งหมด.. ”
“ ส่วนเรื่องที่คนมองมึง เขาก็มองเพราะชื่นชมนั่นแหละ มึงกล้าปะทะวาจากับหัวหน้าแผนกได้ แถมยังกวนตีนแบบสุดๆจนสั่งให้เขาคลานเป็นหมาอีก ฮ่าๆๆ ” เมย์ตบบ่าก่อนหัวเราะออกมาเสียงดัง
“ กูก็นึกว่าเรื่องอะไร ว่าแต่วันนี้พวกเราไปกินร้านไหนดี กูไม่อยากกินร้านหรูแล้วว่ะ อร่อยก็จริงแต่รสชาติไม่ถูกปากเอาซะเลย ขอเผ็ดๆแซ่บๆแบบร้านข้างทางดีกว่า ” ไทม์เสนอในสิ่งที่เมย์เห็นด้วยทันที เธอเองก็ชอบกินของเผ็ดมากกว่าอาหารฝรั่งเศสหรูๆ..
“ พวกคุณทั้งสองคนหยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะ! ” เป็นลินินที่เรียกจากด้านหลัง ดูเหมือนในวันนี้ตัวเธอจะไม่มีคนดูแลเสียแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าไม่มีใครกล้าไปทานข้าวด้วยเลย..
“ ยัยคุณหนูลูกประธานนี่มันจะอะไรกับพวกเรานักหนา ไม่มีใครคบจนถึงขั้นนั้นเลยเหรอ.. ” เมย์ส่ายหน้าก่อนปั้นยิ้มแล้วหันกลับไป
“ มีอะไรเหรอคะ.. คุณลินิน ” รอยยิ้มของเมย์ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าฝืน..
ลินินเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าทั้งสองคน วันนี้เธอไม่ได้แต่งตัวจัดเหมือนทุกวัน เพียงสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกระโปรงสีดำเรียบๆ ใบหน้าดูเหนื่อยล้ากว่าปกติเล็กน้อย
“ ขอไปกินข้าวด้วยสิ ” เธอเหลือบมองไทม์ก่อนพูดออกมาตรงๆ
“ .. ” ทั้งไทม์และเมย์ต่างมองหน้ากัน
“ ฉันไม่ชอบกินข้าวคนเดียว ” ประโยคสั้นๆทำเอาเมย์ถึงกับอึ้ง นี่ใช่ลินินคนเดิมจริงเหรอ ทำไมน้ำเสียงเธอดูน่ารักกว่าทุกวัน
“ รู้ใช่มั้ยว่าตอนนี้ผมอยู่ต่ำสุดในบริษัทแล้ว เพราะงั้นต่อให้คุณคิดจะใช้อำนาจทำอะไร ก็ไม่อาจรังแกตัวผมได้อีก.. ” ไทม์ถามพร้อมมองตาอีกฝ่าย
“ รู้.. แล้วก็พอจะเดาออกด้วยว่านายไม่ได้สนใจ ชุดที่นายใส่เมื่อคืนกับนาฬิกานั่น ไม่พอยังมีรถเบนซ์อีก.. บ้านนายเป็นคนมีฐานะอยู่แล้วสินะ! ” เธอพูดอย่างดูออก สายตาของคนทั่วไปอาจมองเห็นว่าไทม์เพียงใส่ของแพงในงานเลี้ยงเมื่อคืน แต่สายตาของลินินกลับลึกซึ้งกว่านั้น เพราะเธอแยกได้ในระดับที่เสื้อตัวนี้เป็นของแบรนด์อะไร ราคาเท่าไร อยู่ในคอลเลคชั่นปีใหม่หรือปีเก่า..
พลังวิเศษของคุณหนู..
“ ก็ได้ แต่พวกเราจะไปทานร้านเดิมนะ ” ไทม์ถอนหายใจเบาๆ
“ เอาจริงเหรอวะ ” เมย์หันมามองหน้า
“ คนจะมากินข้าวด้วยเฉยๆ ไม่เป็นอะไรหรอก คุณหนูลินินเองก็เคยไปด้วยมาตั้งสองครั้งแล้ว.. ” ไทม์ยักไหล่อย่างคนที่ไม่มีอะไรจะเสีย ยัยนี่เองก็น่าจะคิดได้ ว่าอำนาจของเธอไม่อาจรังแกเขาไปมากกว่านี้ เพราะงั้นถ้ายังคิดร้ายอยู่ การติดตามไปร้านอาหารด้วยก็มีแต่เสียเวลา..
ไม่ถึงสิบนาทีก็มาถึง ยังร้านอาหารตามสั่งร้านเดิม ร้านเล็กๆริมถนนที่มีโต๊ะเหล็กอยู่ในร้าน
“ อ้าวไทม์! ” ป้าเจ้าของร้านเงยหน้าขึ้นก่อนยิ้มกว้าง เธอจำหน้าลูกค้าทั้งสองได้ดี
“ วันนี้มากันสามคนอีกแล้วเหรอ ฮ่าๆๆ ”
“ ครับป้า ” ไทม์ยิ้มรับก่อนเดินไปตักน้ำ
“ เหมือนเดิมไหม ”
“ เหมือนเดิมครับ ”
“ ได้ๆ วันนี้ป้าทำให้พิเศษเลย ” ป้าหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ก่อนหันไปถามลินินบ้างว่าจะทานอะไร เธอยังจำได้ว่าหญิงสาวไม่กินเผ็ด!
ผิดกับครั้งก่อน วันนี้ลินินไม่ได้ทำหน้าเหยียดร้าน ไม่ได้ถามเรื่องความสะอาด ไม่ได้บ่นว่าโต๊ะเก่า เธอเพียงนั่งลงเงียบๆแล้วสั่งข้าวไข่เจียวมา เป็นข้าวไข่เจียวที่ไม่เหมือนเดิมเพราะวันนี้เป็นไข่เจียวกุ้ง..
เป็นครั้งแรกที่ไทม์เห็นเธอสงบขนาดนี้ หลังอาหารมาเสิร์ฟได้ไม่นาน ไทม์ก็เริ่มเปิดประเด็นชวนคุย
“ ว่าแต่.. เรื่องหัวหน้าชาญชัย คุณหนูคิดเห็นยังไงบ้างครับ ดูเหมือนพ่อของคุณหนูจะโกรธจัดเลยใช่มั้ย? ”
“ ก็สมควรแล้ว จัดงานไม่ดูฐานะตัวเอง ” เธอนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบเรียบๆอย่างไม่ได้ใส่ใจ
“ แล้วถ้าเขาจัดการชำระเงินไม่ได้ล่ะ.. ” ไทม์ถามต่อขณะตักข้าวเข้าปาก
“ ก็น่าจะโดนไล่ออกแบบไม่ต้องชดเชยใดๆ เพราะถือว่าสร้างความเสื่อมเสียร้ายแรง ” ลินินเองก็ตอบก่อนตักข้าวเข้าปากไปด้วย
“ วันนี้คุณหนูดูแปลกๆไปนะ ไม่รังเกียจพวกเราแล้วเหรอ? ” เมย์ถามบ้างอย่างรู้สึกแปลกไปจริงๆ เธอคนนี้พูดตอบคำถามด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่ใช่น้ำเสียงหยิ่งๆเหมือนที่เคยทำมา..
ลินินชะงักช้อนในมือ ปลายช้อนกระทบจานเบาๆ ก่อนที่เธอจะถอนหายใจออกมาเป็นครั้งแรก..
“ รังเกียจเหรอ.. ” เธอหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มนี้ดูฝืนกว่าทุกครั้ง
“ ความจริงแล้ว.. ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าตัวเองรังเกียจพวกคุณไปเพื่ออะไร.. ” ทั้งไทม์และเมย์ต่างเงียบลง
“ อยู่ดีๆก็เปลี่ยนโหมดเป็นเสียงดราม่าเฉยเลย.. ” เมย์กระซิบบอกไทม์ผ่านสายตา..
“ ตั้งแต่เด็ก ฉันแทบไม่เคยมีโอกาสเลือกอะไรเองเลย ” ลินินค่อยๆวางช้อน ก่อนมองออกไปยังถนนด้านนอกร้าน
“ พ่อเป็นคนสอนทุกอย่าง ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่กลับมีความเหนื่อยล้าแฝงอยู่
“ พ่อบอกเสมอว่าคนเรามีชนชั้น คนรวยก็คือคนรวย คนจนก็คือคนจน อย่าเอาตัวเองไปคลุกคลีกับคนที่ต่ำกว่า เพราะมันจะทำให้ตัวเองลดคุณค่าเสียเปล่าๆ.. ”
“ พ่อบอกว่าฉันเป็นลูกสาวคนเดียวของตระกูล เป็นคุณหนูหมื่นล้าน เพราะฉะนั้นทุกคำพูด ทุกการกระทำ ต้องทำให้สมกับฐานะ ”
“ ห้ามนั่งกินร้านเกรดต่ำ ห้ามเดินตลาด ห้ามมีเพื่อนเป็นคนที่กระจอกกว่า.. ”
“ ถ้าจะสั่งก็สั่ง ถ้าจะใช้ก็ใช้ แต่อย่าเรียกใครว่าเพื่อนโดยไม่จำเป็น คนพวกนั้นมันก็แค่เกิดมาเพื่อทำงานให้คนอย่างเรา.. ”
“ นี่พ่อคุณสอนจริงๆเหรอ.. ” เมย์ถึงกับกำช้อนแน่น
ลินินพยักหน้าช้าๆ.. เธอหลับตาลงครู่หนึ่ง ราวกับไม่อยากทวนคำเหล่านั้นซักเท่าไร
“ พ่อยังเคยพูดอีกว่า.. ถ้าวันไหนฉันกินข้าวกับคนชั้นต่ำ คนก็จะคิดว่าตระกูลเราตกต่ำลงไปแล้ว ”
“ ถ้าวันไหนฉันหัวเราะหรือสนุกกับของที่ด้อยค่า คนก็จะคิดว่าตระกูลเราไม่มีศักดิ์ศรี ”
“ ทุกการกระทำล้วนมีผลต่อตระกูล ยิ่งฉันทำตัวเป็นคุณหนูระดับสูงในสังคมไฮโซได้แค่ไหน ภาพลักษณ์ของตระกูลเราก็จะยิ่งสะท้อนออกมามากเท่านั้น.. ”
“ รู้มั้ย.. นี่เป็นครั้งที่สองในชีวิต ที่ฉันได้กินข้าวไข่เจียวแบบนี้.. ” เธอพูดเสียงเบากับตัวเอง
“ แล้วรู้อะไรมั้ย.. สำหรับฉัน ข้าวนี่มันโคตรอร่อยเลย ”
บรรยากาศทั้งโต๊ะเงียบกริบ แม้แต่เสียงตะหลิวจากหน้าร้านก็ดูเหมือนจะเบาลง
“ พ่อบอกว่าคนที่อยู่ต่ำกว่า มีหน้าที่เงยหน้ามองเรา ไม่ใช่เดินเคียงข้าง.. ”
“ คนระดับเดียวกับฉัน มีแค่ลูกเจ้าของกิจการ นักการเมือง นักธุรกิจใหญ่ หรือคนที่มีทรัพย์สินในระดับเดียวกัน.. แค่ฟังดูก็รู้สึกแล้วใช่มั้ย ว่านั่นมันโคตรจะไร้สาระเลย.. ” เธอมองตาไทม์แบบตรงๆ.. ลินินในวันนี้ดูจะเป็นตัวเธอที่จริงใจกว่าวันไหนๆ..