ลินินในอีกมุมมอง
ลินินในอีกมุมมอง
“ คนระดับเดียวกับฉัน มีแค่ลูกเจ้าของกิจการ นักการเมือง นักธุรกิจใหญ่ หรือคนที่มีทรัพย์สินในระดับเดียวกัน.. แค่ฟังดูก็รู้สึกแล้วใช่มั้ย ว่านั่นมันโคตรจะไร้สาระเลย.. ” เธอมองตาไทม์แบบตรงๆ.. ลินินในวันนี้ดูจะเป็นตัวเธอที่จริงใจกว่าวันไหนๆ..
“ แบบนี้มัน.. ” เมย์แทบวางช้อนไม่ลง เธอพูดไม่ออกกับสิ่งที่ได้ยิน นี่คือปัญหาของครอบครัวคนรวยสินะ..
ไทม์เองก็นิ่งไปพักหนึ่ง เขาเคยคิดว่าลินินเป็นคนนิสัยเสียโดยกำเนิด แต่ตอนนี้กลับเริ่มเห็นชัดแล้วว่า เธออาจเป็นเพียงเด็กคนนึงที่ถูกปลูกฝังแนวคิดแบบสุดโต่งมาตั้งแต่เล็ก
“ ตอนเด็กๆฉันเคยแอบไปเล่นกับลูกคนสวน ” ลินินหัวเราะเบาๆ
“ พ่อเห็นเข้า.. วันนั้นคนสวนทั้งครอบครัวก็เลยถูกไล่ออกจากบ้านทันที ”
“ พ่อบอกว่าคนใช้ที่ลืมฐานะของตัวเอง ก็ไม่สมควรจะอยู่ในบ้านของเรา ”
“ แค่ลูกเขาเล่นกับคุณเนี่ยนะ! ” เมย์ส่ายหัวไปเลย ท่านประธานบ้านั่นมันโรคจิตเกินไปแล้ว ไม่แปลกที่สวัสดิการกับเงินเดือนของพนักงานที่นี่ จะเรียกได้ว่าติดลบต่ำสุดหากเทียบกับบริษัทในระดับเดียวกัน!
“ อืม.. ฉันร้องไห้อยู่หลายวันเลยแหละ ”
“ ลาออกตอนนี้เลยดีมั้ย ฉันไม่อยากอยู่เป็นแรงงานให้คนแบบนี้แล้ว.. ” เมย์พูดแซวเบาๆอย่างคิดเช่นนั้นจริงๆ..
“ เพราะการคาดหวังแบบนั้นจากครอบครัว ฉันเลยกลายเป็นคนที่ทุกคนเกลียด ” ลินินก้มหน้ามองจานข้าว
“ เวลาพูดกับพวกคุณ ฉันก็แค่พูดในแบบที่พ่อสอน อาจเพราะฉันคิดมาตลอดว่านั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง ”
“ แต่หลังจากเมื่อคืน.. ไม่สิ.. หลังจากหลายๆครั้งที่ไทม์พูดด่า ” เธอเงยหน้าขึ้นมองไทม์
“ ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่มันเหมือนมอบความกล้าให้ฉันด้วย.. ไทม์กล้าต่อสู้กับหัวหน้าแผนก กล้าได้กล้าเสียแม้แต่กับฉันที่เป็นลูกสาวประธาน.. ”
“ แล้ววันนี้ยังกล้าพาฉันมากินร้านเดิมอีก.. ”
“ พูดตามตรงฉันเองก็อยากกล้าที่จะเป็นคนดี คนดีแบบที่พ่อฉันมองว่าอ่อนแอและไร้ค่า.. ” นี่อาจเป็นความจริงจากใจของหญิงสาว ความจริงที่ตลอดชีวิตไม่เคยคิดกล้าจะพูดกับใคร..
ลินินยิ้มบางอีกครั้ง ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับเต็มไปด้วยความขมขื่น เธอใช้ช้อนเขี่ยข้าวในจานไปมาอยู่พักใหญ่ ราวกับกำลังรวบรวมความกล้าที่จะพูดต่อ..
“ รู้มั้ย.. ความจริงแล้วฉันเองก็มีเหตุผลที่ต้องมาทำงานในบริษัทนี้นะ ไม่ใช่เพราะอยากเป็นผู้บริหาร แต่เพราะพ่อบังคับให้ต้องมา.. ”
ไทม์กับเมย์ต่างมองหน้ากัน เรื่องนี้ต่อให้เธอไม่พูดพวกเขาก็รู้..
“ พ่อบอกว่าฉันต้องเรียนรู้งาน เพราะอีกไม่นานก็ต้องแต่งงานแล้ว.. ฝ่ายหญิงที่เป็นซีอีโอเช่นกันย่อมสร้างเครดิตก่อนแต่งได้มากกว่า.. ”
“ ห๊ะ! แต่งงาน? แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเครดิต? ” เมย์ที่กำลังดื่มน้ำถึงกับสำลัก คำพูดพวกนี้มันดูละครเกินไปจริงๆ
“ อือ.. แต่งกับลูกชายของตระกูลธุรกิจอีกตระกูล นี่เป็นการตกลงกันของผู้ใหญ่ พ่อฉันก็แค่อยากขยายอาณาจักรธุรกิจให้กว้างขึ้น.. ”
“ คุณไม่ได้เลือกเองสินะ? ” ไทม์ถามบ้าง
“ ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก ” หญิงสาวส่ายหน้า
“ พ่อเคยพูดกับฉันว่า ลูกสาวของตระกูลใหญ่ไม่มีใครแต่งงานเพราะความรักหรอก การแต่งงานคือสัญญาทางธุรกิจ คนฉลาดต้องเลือกผลประโยชน์ไม่ใช่หัวใจ และนั่นก็คือเหตุผล.. เหตุผลที่ฉันต้องเรียนรู้งานเพื่อขึ้นเป็นผู้บริหาร สินค้าที่มีคุณภาพมากกว่า ย่อมเรียกค่าตอบแทนสูงกว่าเป็นธรรมดา.. ”
“ ขอโทษนะที่ต้องระบายให้ฟัง ฉันแค่ไม่มีเพื่อนคนไหนให้ระบายได้อีกแล้ว.. ขอโทษเรื่องคุณด้วย.. ฉันไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้ เพียงแต่ฉันเองก็ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง ตอนแรกฉันคิดแค่ว่าถ้าฝึกงานไม่สำเร็จ งานแต่งอาจเลื่อนออกไปได้อีกครั้ง.. ” เธอพูดกับไทม์โดยตรง นี่คือเหตุผลทั้งหมดของเธอ เหตุผลที่แม้จะดูไร้สาระ แต่มันก็คือทางรอดสุดท้ายที่เธอจะยื้อได้แล้ว..
“ แล้ว.. ผู้ชายคนนั้นล่ะ? ” เมย์นิ่งไปก่อนถามออกมา ยิ่งได้ฟังหญิงสาวก็ยิ่งอินตามไปด้วย
“ ถ้าถามว่าหล่อมั้ย.. ก็หล่อ ” ลินินถอนหายใจยาว
“ ถ้าถามว่าฉลาดมั้ย.. ก็ฉลาด ”
“ แต่ถ้าถามว่าเป็นคนดีหรือเปล่า.. ” เธอส่ายหน้าช้าๆ
“ ไม่เลย! เขาเปลี่ยนผู้หญิงแทบทุกสัปดาห์ ข่าวเสียหายมีเต็มอินเทอร์เน็ต ”
“ เมาแล้วขับก็เคย ใช้อำนาจรังแกคนก็เคย มีลูกน้องรับผิดแทนก็หลายคดี ”
“ แต่พ่อกลับพูดว่า.. ผู้ชายที่มีอำนาจก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้นแหละ ผู้หญิงที่ฉลาดต้องรู้จักหลับตาข้างหนึ่ง ขอแค่เขารวย เรื่องผู้หญิงก็เป็นเรื่องเล็ก ” ยิ่งพูดเธอก็ยิ่งกำมือแน่น
“ บ้านฉันว่าแย่แล้ว บ้านเธอนี่แย่กว่าอีกนะ.. ขอบคุณสวรรค์ที่ฉันเกิดมาจน.. ” เมย์แทบจะอยากยกมือไหว้ฟ้า เรื่องแบบนี้นึกว่ามีแต่ในละคร
“ นี่แหละคือตัวฉัน.. ตัวฉันที่อยากหนีไปให้ไกลๆ ตัวฉันที่ก็ไม่ได้อยากมาทำงานแล้วรบกวนพวกเธอ.. ”
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบลงอย่างอึดอัดใจ แม้แต่ไทม์ก็พูดอะไรไม่ออก นี่ไม่ใช่เรื่องของเขา และลินินก็ไม่ใช่เพื่อนแบบเมย์ที่ต้องช่วยเหลือ..
“ ถ้าอยู่ดีๆมีคนมาสั่งสอนพ่อฉันบ้างก็คงดีนะ สอนให้เขาได้รู้ว่าเงินทองไม่ใช่ทุกอย่าง สอนให้เขาได้รู้ว่าการทำดีกับคนมันเป็นยังไง อย่างน้อยๆก็สอนให้เขาได้รู้ ว่าคนทุกคนล้วนมีคุณค่าเท่ากัน ไม่ใช่แค่มองว่าคนจนก็เป็นได้แค่แรงงาน.. ” คำพูดของเธอช่างเป็นอะไรที่เหนือความคาดหมาย กับเรื่องนี้ที่ทำเอาไทม์กับเมย์ต้องหันมองหน้ากัน.. ใช่สิ ในอีกไม่กี่วันครอบครัวของเธอก็จะไม่เหลืออะไรแล้ว แผนการร้ายของไทม์กำลังดำเนินไปอย่างเงียบๆ..
“ นี่ลินิน ถ้าวันนึงครอบครัวเธอไม่เหลืออะไรเลย ไม่มีแม้แต่เงินในบัญชีซักบาท ตัวเธอจะทำยังไงต่อไปเหรอ? ” เขาถามด้วยคำพูดที่เป็นกันเอง ทั้งสามคนอายุใกล้กัน เมื่อเปิดใจพูดคุยกันได้ สถานะมันก็ไม่ต่างจากเพื่อน..
“ บอกตามตรงว่าไม่รู้ แต่ถ้ามันเป็นไปได้จริง ฉันเองก็อาจจะดีใจกว่าต้องแต่งงานกับคนแบบนั้น.. ” เธอกล่าวอย่างคนที่ไม่รู้จักความจน ซึ่งนั่นมันก็ไม่ใช่ความผิดของเธอ
“ เอาใจช่วยก็แล้วกันนะ พนักงานแบบผมคงช่วยอะไรคุณหนูไม่ได้.. ” ไทม์อยากจะจับมือให้กำลังใจ แต่นั่นก็ดูมากไปสำหรับคนที่ไม่ใช่เพื่อนกัน..
“ กินเบียร์มั้ย? คืนนี้ไปกินเบียร์กัน ฉันเลี้ยงเอง! ” เป็นยัยเมย์ที่อินขั้นสุด จนถึงขั้นพูดชวนออกมาเองเลย
“ อย่าไปสนใจพ่อแบบนั้นมากนัก ชีวิตนี้มันเป็นของเรา! เพราะงั้นก็ใช้เพื่อตัวเองบ้าง! ” เมย์จับมือลินินเอาไว้แน่น
“ จากใจคนจนที่แบกครอบครัวมานานนะ ใช้ชีวิตเพื่อตัวเองให้มากๆ อย่าเอาแต่ทำงาน.. ไม่สิ อย่าเอาแต่ทำทุกอย่างเพื่อคนที่ไม่ได้เห็นคุณค่าในตัวเรา! ” เธอมองตาลินินอย่างจริงใจ
“ เมย์.. ” เธอพูดเสียงเบาก่อนน้ำตาจะไหลออกมาช้าๆ
“ เอ้าๆ ไข่เจียวป้ามันเผ็ดอีกแล้วเหรอลูก ร้องไห้ทำไมกัน? ” ป้าเจ้าของร้านเดินเข้ามาถาม ดูเหมือนความเข้าใจผิดนี่จะช่วยแก้ไขสถานการณ์ได้
“ ฮ่าๆๆ วันนี้ไข่เจียวอร่อยมากเลยค่ะ อร่อยจนหนูน้ำตาซึมเลย ” ลินินหันไปพูดตอบกับป้าเจ้าของร้านเป็นครั้งแรก นี่คือครั้งแรกจริงๆที่เธอพูดคุยกับคนระดับล่างกว่าได้อย่างเป็นธรรมชาติ!
“ งั้นก็กินเข้าไปเยอะๆเลยนะ น่าสงสารจริงๆ.. สงสัยครอบครัวจะไม่ค่อยมีเงิน แค่กุ้งสับเองแท้ๆ.. ” ป้าเจ้าของร้านบ่นกับตัวเอง แค่ไข่เจียวกุ้งสับกลับทำให้คนร้องไห้ได้..
หลังมื้อเที่ยงผ่านไป บรรยากาศในออฟฟิศกลับดูแปลกตากว่าทุกวัน เมย์ที่ปกติจะสนใจแค่งานของตัวเอง มาตอนนี้กลับดูแลลินินมากขึ้น ทั้งสองแทบจะกลายเป็นเพื่อนสนิทกันไปแล้วในสายตาของคนอื่น..
. . .
หกโมงเย็น เวลาเลิกงานที่ทุกคนรอคอยก็ได้มาถึง พนักงานทุกคนต่างทยอยเก็บของกลับบ้านตามปกติ ไทม์สะพายกระเป๋าออกมารอเมย์ที่ด้านหน้า เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ภาพที่เห็นก็คือทั้งสองคนที่เดินมาข้างกัน..
“ พูดไปใครจะเชื่อ วันก่อนยังเกลียดกันแทบตาย.. ” เขาส่ายหน้าเบาๆก่อนเดินเข้าไปหา
“ เดี๋ยวฉันต้องบอกคนรถก่อน.. ” ลินินกล่าวกับด้านหน้าของอาคาร ที่มีรถซีดานคันหรูจอดรออยู่
“ คุณหนูลินิน เชิญครับ.. ” คนขับรถวัยห้าสิบกว่ารีบลงมาเปิดประตูทันที
ลินินมองรถคันนั้นอยู่หลายวินาที เหมือนกำลังต่อสู้กับอะไรบางอย่างในใจ
ตั้งแต่จำความได้.. เธอไม่เคยปฏิเสธรถคันนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ไม่ว่าจะไปไหน ทั้งคนขับรถ ทั้งบอดี้การ์ด ทุกอย่างล้วนถูกจัดเตรียมเอาไว้ทั้งหมด
ลินินสูดลมหายใจลึก ก่อนรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี..
“ วันนี้.. วันนี้ฉันยังไม่กลับค่ะ! ”
“ ครับ? ” คนขับรถถึงกับชะงัก
“ ฉันมีธุระกับเพื่อนต่อ เดี๋ยวดึกๆจะกลับเอง ”
“ แต่ว่าท่านประธานกำชับไว้ว่า.. ” ชายวัยกลางคนทำหน้าเหมือนได้ยินเรื่องเหลือเชื่อ
“ ฉันทราบค่ะ แต่วันนี้ฉันอยากกลับเอง บอกพ่อไปตามนั้น! ” เธอขึ้นเสียงเล็กน้อย ก่อนจะบอกเขาให้ไปได้แล้ว!
“ ไม่ต้องตกใจไป แค่พูดคำว่าไม่มันไม่ได้ผิดกฎหมาย ” ไทม์ถึงกับหัวเราะขณะมองดูรถหรูที่ขับออกไปช้าๆ
“ นั่นสิ งั้นวันนี้ก็ถือเป็นวันประกาศอิสรภาพ! ” เมย์เดินเข้าไปคล้องแขนเธอทันที โดยมีลินินที่เริ่มจะยิ้มได้
“ ขอบคุณนะที่ช่วยฉัน.. ” เธอกล่าวอย่างแอบซึ้งใจไปเลย ใครจะคิดกันล่ะว่าคนที่เธอกลั่นแกล้งเอาไว้มากมายขนาดนี้ กลับคิดเห็นใจเธอมากกว่าผู้เป็นพ่อที่บอกว่ารักกัน..