เริ่มต้นด้วยการให้เกียรติ
เริ่มต้นด้วยการให้เกียรติ
“ ก็ในเมื่อคุณใช้เงินวัดคุณค่าของคนอื่นได้ ตัวฉันก็แค่วัดคุณค่าของคุณด้วยเงินเหมือนกัน มีปัญหาตรงไหนเหรอ? ” อีกฝ่ายถึงกับพูดไม่ออก เขารีบเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าอย่างลนลาน ความมั่นใจเมื่อครู่หายไปจนหมดสิ้นแล้ว!
“ คุณสวยมาก พวกเราแค่ชอบคุณจริงๆ ” ทางด้านเมย์.. ชายเกาหลีทั้งสองยังพยายามพูดต่อ
“ งั้นฉันถามกลับบ้างนะ ” เมย์กอดอกพลางมองชายหนุ่มทั้งสองตั้งแต่หัวจรดเท้า สีหน้ายังยิ้มอยู่ แต่แววตากลับเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด
“ ถ้ามีคนแปลกหน้า เดินไปหาแม่หรือพี่สาวของพวกคุณแล้วพูดว่า.. คืนนี้ไปนอนหรือเที่ยวเล่นกับผมมั้ย? เดี๋ยวให้เงิน ”
“ พวกคุณจะยิ้มดีใจหรือจะต่อยหน้าเขา? ” คำถามนั้นทำให้ทั้งคู่พูดไม่ออก นักท่องเที่ยวหลายคนเริ่มพยักหน้าตาม
“ อย่าพยายามอ้างว่านี่เป็นการพูดชวนปกติ ฉันปฏิเสธแล้ว เพราะงั้นอย่าพูดต่อจนมันน่ารำคาญ! ”
“ การให้เกียรติคนอื่น มันไม่ใช่ปัญหาด้านวัฒนธรรม แต่มันคือสิ่งที่ทุกคนสมควรกระทำไม่ว่าที่ไหน! ”
“ คุณพูดแรงเกินไปแล้ว.. ” ชายคนหนึ่งเริ่มหน้าแดง
“ แรงเหรอ? ” เมย์หัวเราะ
“ ฉันขอย้อนกลับไปด้วยคำเดิมนะ ถ้าฉันไปชวนแม่หรือน้องสาวคุณบ้าง พวกคุณจะโอเคใช่มั้ย? วันนี้ฉันนั่งโรลส์รอยซ์มา พวกคุณมีหรือเปล่า? ถ้าไม่มีงั้นฉันชวนแม่พวกคุณไปนั่งเล่นได้สินะ? เพื่อนชายของฉันชอบสาวใหญ่ซะด้วยสิ! ” เมย์พูดอ้างต่อเพื่อให้พวกมันได้สำนึก ทว่าคนที่ต้องสำลักออกมากลับเป็นไทม์..
“ นี่กูไปชอบสาวใหญ่รุ่นแม่ตั้งแต่เมื่อไร.. ” ไทม์ที่เดินตามมาพอดีถึงกับพูดบ่นเสียงเบา
เสียงหัวเราะดังขึ้นจากผู้คนรอบลานชมวิว ชายเกาหลีทั้งสองเริ่มเสียหน้า
“ อีกอย่าง.. พวกคุณเอาแต่พูดถึงของหรู ขอโทษนะ.. ประเทศฉันอาจไม่ได้ร่ำรวยที่สุดในโลก แต่ก็ไม่ได้จนถึงขนาดต้องขายศักดิ์ศรีให้คนแปลกหน้าเพราะของแค่นั้น ที่สำคัญของหรูที่พวกคุณมี มันก็ใช้เงินเช่าคนไทยมาทั้งนั้นไม่ใช่เหรอ? เรือยอร์ช? ห้องหรู? มีอะไรเป็นของพวกคุณจริงๆบ้าง! ” ประโยคสุดท้ายนี้ทำเอาชายเกาหลีทั้งสองหน้าชา พวกเขาอ้าปากเหมือนอยากเถียง แต่กลับหาคำพูดไม่เจอ
ลานชมวิวเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นเสียงปรบมือก็ดังขึ้นจากนักท่องเที่ยวชาวไทยหลายกลุ่มที่ยืนมองอยู่!
“ จริงที่สุด! นักท่องเที่ยวเดี๋ยวนี้เป็นอะไร ทำตัวยิ่งใหญ่แค่เพราะมีเงินเหรอ! ”
“ พี่สาวสองคนตบหน้าพวกมันได้ยอดเยี่ยมเลยค่ะ! นักท่องเที่ยวดีๆก็มีเยอะ แต่คนแบบนี้มันมากขึ้นทุกวัน! ” เสียงสนับสนุนนั้นช่วยไล่พวกมันออกไปในที่สุด
“ อะไรกันครับเนี่ย จัดการเองหมดแล้วแบบนี้ พระเอกแบบผมก็อดออกโรงเลยสิ ” ไทม์เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม เขาชื่นชมจริงๆกับสาวแกร่งทั้งสองคน
“ เมื่อกี้แม่ฟังไม่เข้าใจ แต่พวกมันดูถูกพวกหนูใช่มั้ยลูก? ให้แม่ตามไปตบให้มั้ย? ” แม่ของไทม์เองก็คล้ายจะอารมณ์เสียไปด้วยอีกคน ต่างชาติพวกนี้เป็นบ้าอะไรนักหนากับผู้หญิงไทย
“ ไม่เป็นไรเลยค่ะคุณป้า พวกหนูสองคนจัดการไปแล้ว เอาจริงๆที่เขามองหญิงไทยแบบนั้น หลายส่วนก็เพราะคนไทยนี่แหละ.. เป็นคนไทยกลุ่มเล็กๆที่แอบลอบเข้าไปทำงานผิดกฎหมายในประเทศของพวกเขา จนทำให้ภาพลักษณ์ของสาวไทยต้องพังพินาศ.. ” เมย์พูดอย่างรู้ดีว่าอะไรคืออะไร คนบางกลุ่มเข้าไปหาเงินเพื่อตัวเอง โดยไม่สนว่านั่นมันจะผิดกฎหมาย แถมไม่สนใจอีกด้วยว่าผลกระทบจากการกระทำนั้นมันจะเป็นอะไรบ้าง!
“ เรื่องนี้ป้าเองก็เข้าใจ เคยเห็นข่าวอยู่่ว่าคนอีสานบ้านเราแทบจะเข้าบางประเทศไม่ได้แล้ว.. ” แม่ของไทม์ถอนหายใจออกมา คนบางกลุ่มก็สร้างเรื่องสร้างราวมากมายจริงๆ..
“ อย่าไปสนใจเรื่องนี้เลย พวกเรามาไหว้พระทำบุญกัน มองหาแต่ความสุขกันเถอะ ” พ่อของไทม์พยายามช่วยเปลี่ยนบรรยากาศ
“ ถ้าที่เคยได้ยินมาไม่ผิด สุดท้ายแล้วประเทศไทยเราก็เหมือนเดิมเลยนะ ยุคกรุงศรีก็ต้องเกรงใจพวกฝรั่ง มาถึงยุคนี้ก็ยังต้องเกรงใจคนจีนกับเกาหลี.. นี่ถ้าผมเดินทางไปกรุงศรีได้จริง การเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์จะทำได้มั้ยนะ.. ” ไทม์แอบคิดเล็กน้อยกับเรื่องนี้ อาจเพราะไม่กี่วันก่อนก็เพิ่งเห็นข่าว ที่คนจีนมาทำตัวเสียมารยาทในไทย แต่พอคนไทยไม่พอใจและบังคับใช้กฎอย่างถูกต้องบ้าง ก็กลับกลายเป็นว่าคนไทยคือคนผิดเสียอย่างนั้น สถานทูตของพวกมันมุ่งเป้าแต่จะปกป้องท่าเดียว!
“ ลินิน.. อีกไม่กี่วันก็จะถึงเวลาของการโจมตีแล้วนะ เตรียมตัวให้ดีด้วยนะครับ ผมแนะนำให้เก็บเงินสดหรือของที่อยู่ในชื่อของคุณให้ดี ถ้าเป็นไปได้ก็ซื้อคอนโดแยกไว้ซักห้อง.. ” ไทม์แน่นย้ำกับเรื่องล้มละลายต่อจากนี้ ขณะที่ทั้งสองกำลังเดินชมวัดต่อ
“ เข้าใจแล้วไทม์ มาไหว้พระวันนี้ฉันเองก็ขอพรให้พ่อฉันคิดได้เหมือนกัน ” เธอตอบด้วยรอยยิ้มบาง หญิงสาวคนนี้ใจเด็ดเอาเรื่องจริงๆ!
. . .
พระอาทิตย์ค่อยๆลับขอบฟ้า แสงสีส้มอาบไปทั่วถนนสายมอเตอร์เวย์ รถโรลส์รอยซ์สีดำของประสิทธิ์แล่นนำหน้าอย่างนุ่มนวล ส่วนรถเบนซ์ของไทม์ขับตามมาไม่ห่าง
หลังจากแวะพักระหว่างทางเพียงครั้งเดียว ทั้งสองคันก็เข้าสู่กรุงเทพในช่วงหัวค่ำพอดี..
แสงไฟจากตึกสูงเริ่มสว่างไสว รถบนท้องถนนมีมากกว่าตอนขามา แต่ก็ยังเคลื่อนตัวได้เรื่อยๆ ไม่นานนัก.. รถทั้งสองคันก็เลี้ยวเข้ามาจอดในบ้านของเมย์ตามเดิม
“ ถึงซะที ” เมย์ถอนหายใจเบาๆ กับวันนี้ที่เดินทางไกลมาตลอดวัน
“ ขับรถเที่ยวทั้งวัน เหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ย ฮ่าๆๆ ” ประสิทธิ์ลงจากรถเป็นคนแรก ก่อนยืดตัวบิดขี้เกียจไปมา
“ แต่ก็สนุกดีนะคุณ ” ผู้เป็นภรรยายิ้มกว้าง สีหน้าดูสดใสกว่าหลายปีที่ผ่านมา
บ้านหลังใหญ่ของเมย์ดูอบอุ่นขึ้นทันทีเมื่อมีผู้คนเข้ามา ไฟหน้าบ้านเปิดไว้สว่าง ลมเย็นยามค่ำคืนพัดโชยเบาๆ
“ ตายแล้ว.. จะหนึ่งทุ่มแล้วเหรอลูก ” แม่ของไทม์ร้องขึ้นเบาๆหลังหันไปมองนาฬิกา
“ พวกเรายังไม่ได้กินข้าวเย็นกันเลย ” เธอหันมองเมย์ทันที
“ เมย์.. วันนี้ให้ป้าทำกับข้าวเองนะ ”
“ หนูรอคำนี้อยู่เลยค่ะ! ” เมย์ยกนิ้วให้ทันที ก่อนจะเข้าครัวไปช่วยด้วย
“ พวกเราซื้อของทะเลติดรถมาจากพัทยาตั้งเยอะ เดี๋ยวทำต้มยำ กุ้งผัดกระเทียม แล้วก็ปลานึ่งมะนาวให้กิน รับรองอร่อยกว่าร้านอาหารแน่นอน ”
“ โอ้! กำลังหิวเลย ฮ่าๆๆ ” พ่อของไทม์หัวเราะชอบใจ ในตอนนี้เขาเองก็พูดได้เลยว่าหิวแบบสุดๆ
“ หนูลินินก็นั่งกินด้วยกันนะลูก ” แม่ของไทม์หันไปหาลินินต่อ
“ อย่าเพิ่งรีบกลับเลย ทานข้าวด้วยกันก่อนนะ ”
“ เอ่อ.. จะรบกวนหรือเปล่าคะ ” ลินินชะงักไปเล็กน้อย
“ รบกวนอะไรลูก วันนี้เที่ยวด้วยกันมาตั้งทั้งวันแล้ว ถือว่าเป็นคนกันเอง ” คำว่าคนกันเอง ทำให้หัวใจของลินินอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด
ตั้งแต่เด็กจนโต.. โต๊ะอาหารของบ้านเธอมีแต่ความเงียบ พ่อกินข้าวไปอ่านเอกสารไป แม่ออกงานสังคมแทบทุกคืนก่อนหย่าร้างกับพ่อเขาเพราะทนไม่ไหว ต่างคนต่างกิน ต่างคนต่างแยกย้ายไปในที่ของตัวเอง..
คำว่านั่งกินข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตา สำหรับครอบครัวของเธอแล้ว กลับเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นน้อยกว่าการจัดประชุมผู้ถือหุ้นเสียอีก
“ ถ้าอย่างนั้น.. หนูขอรบกวนด้วยนะคะ ” เธอยิ้มกว้างอย่างยินดี
ด้านนอกในห้องรับแขก ประสิทธิ์นั่งลงบนโซฟา ก่อนหยิบแก้วน้ำขึ้นจิบ
“ ไทม์ลูก บริษัทเก่าเป็นยังไงบ้างล่ะ ที่มันสั่งพักงานลูกเพราะลูกสาวประธานไม่ถูกใจ? ” คำถามนั้นทำให้ไทม์เกือบพูดไม่ออก ส่วนลินินที่กำลังนั่งอยู่ไม่ไกลก็ชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที
“ ในอีกสองวันข้างหน้าผมจะทำให้มันล้มละลายครับ หลังจากนั้นก็จะเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดในราคาถูก ตัวผมจะกลายเป็นประธานคนใหม่ ส่วนยัยเมย์ก็จะเป็นรองประธานที่รับหน้าที่ดูแลบริษัททั้งหมด ” ไทม์ตอบสบายๆกับเรื่องนี้ที่ยังไงก็เกิดขึ้น
ลินินค่อยๆก้มหน้าลงเล็กน้อย แม้จะเตรียมใจมาแล้ว แต่การรับฟังเรื่องราวแบบนี้มันก็แทงใจ..
“ ยังไงก็อย่าเอาเขาให้ถึงตายเลยนะลูก เหลือทางรอดเอาไว้ให้เขาบ้าง.. ” พ่อของไทม์ไม่คิดห้าม เพียงแต่ก็อยากพูดเตือนลูกชายให้เหลือเมตตา
“ เข้าใจแล้วครับพ่อ ผมเหลือเมตตาให้พวกเขาแล้วจริงๆ ” เขารับคำก่อนหันมองลินิน เธอคนนี้คือเมตตาของเขา เมตตาที่บอกกล่าวก่อนล่วงหน้า ตัวเธอจะได้เตรียมพร้อมสำหรับการล้มละลายที่จะมาถึง อย่างน้อยๆคนที่ล้มก็คือพ่อเธอ ตัวเธอนั้นยังสามารถครอบครองทรัพย์สินบางส่วนเอาไว้ได้!
“ อาหารมาแล้วๆ วันนี้ไม่รู้ว่าบ้านตรงข้ามจะโวยวายอีกมั้ยนะ ฮ่าๆๆ ” รอเพียงไม่นาน อาหารหลายจานก็ถูกยกเข้ามา
“ แต่พูดก็พูดเถอะนะ นี่หนูเองยังแอบติดใจโกรธกับไอ้พวกชาวต่างชาตินั่นอยู่เลย! ” เมย์ที่กำลังจะตักข้าวเข้าปาก กลับพูดออกมาอย่างอัดอั้นอยู่ในใจ
“ ปล่อยวางเถอะเมย์ ยังไงซะชาตินี้ก็คงไม่ได้พบเจอพวกมันอีกแล้ว ” ไทม์พูดปลอบใจด้วยรู้ดีถึงนิสัยของเพื่อนสาว เธอคนนี้ไม่เคยคิดยอมให้ใครมาดูถูก
“ ปัญหาคือฉันต้องเจอน่ะสิ.. บริษัทเรากำลังเร่งติดต่อประสานงานกับทั้งจีนและเกาหลีใต้.. ” เธอบ่นเบาๆกับโครงการใหม่ของบริษัทอิมพีเรียมโลจิสติกส์กรุ๊ป ที่ต้องการจะขยายตลาดไปยังประเทศทั้งสองแห่งนี้..
“ อย่าบอกนะว่า.. ”
“ อือ.. คนที่ต้องรับผิดชอบในการดูแลแผนการตลาดคือฉันเอง.. และต่อให้ฉันจะขึ้นเป็นรองประธานได้ แต่โครงการนี้ยังไงก็ต้องทำต่อ ผลกำไรเมื่อสำเร็จมันมหาศาล.. ” เมย์ที่เป็นคนดูแลโครงการนี้โดยตรง ย่อมเข้าใจดีว่าบริษัทจะทำกำไรได้ขนาดไหน หากสามารถติดต่อการค้ากับสองประเทศเป้าหมายได้!
“ งั้นในอนาคตผมก็ต้องไปประเทศพวกนี้ด้วยสินะ.. ” ไทม์ที่จะเป็นประธานเริ่มคิดต่อ ถ้าได้ไปจีนจริง.. งั้นเขาเองก็สามารถเข้าร่วมในงานประมูลที่คุณหนูหลิวเป็นผู้จัดได้!