หอนางโลมบุปผาสวรรค์
หอนางโลมบุปผาสวรรค์
“ รีบไปนำหีบเงินมาให้ข้า! ” เขาหันไปหาหัวหน้าคนรับใช้อย่างรู้งาน ท่านเซียนน้อยจะเที่ยวหอนางโลมทั้งที ไปแบบขาดเงินก็คงไม่ได้!
ไม่นานคนรับใช้ก็กลับมาพร้อมหีบเงิน ภายในนั้นเต็มไปด้วยตำลึงเงินวางเรียงเป็นระเบียบ เช่นเดียวกับตำลึงทองที่อยู่ใกล้กันในคนละแถว!
“ ท่านเซียนน้อย ” เจ้าเมืองยิ้มพลางดันหีบใส่เงินมาให้เขา
“ แม้ข้าจะรู้ว่าท่านไม่ขาดแคลนทรัพย์สิน แต่การเดินเที่ยวเล่นในเมืองก็ย่อมต้องมีเงินติดตัว ”
“ ตำลึงเงินสำหรับใช้จ่ายทั่วไป ส่วนตำลึงทองเผื่อท่านพบเห็นสิ่งใดถูกใจก็จะได้ซื้อหา.. ”
“ ถือเสียว่าเป็นน้ำใจเล็กๆน้อยๆจากผู้น้อย เงินทองเหล่านี้จวนเจ้าเมืองมีอยู่มากมาย สิ่งที่ข้าให้ท่าน ค่าของมันแท้จริงแล้วอาจเทียบได้เพียงข้าวสารหนึ่งกระสอบ! ” เขาพูดออกมาตามตรง เสบียงที่ไทม์ให้มามันก็มีค่ามหาศาลจนเกินไป!
ชายหนุ่มมองตำลึงทองกับตำลึงเงินตรงหน้า ก่อนหัวเราะออกมาเบาๆอย่างไม่คิดเกรงใจ
“ เช่นนั้นข้าขอรับไว้อย่างยินดี ” เพียงสะบัดมือเบาๆ ตำลึงเงินเกินร้อยและตำลึงทองอีกประมาณยี่สิบก็หายไป
“ ขอบคุณท่านเจ้าเมือง วันนี้ข้าจะออกไปเดินเล่นในเมืองสักครู่ หากมีเรื่องสำคัญจริงๆ ค่อยให้คนมาตามข้าก็แล้วกัน ”
“ ขอรับ! ” เจ้าเมืองประสานมือคำนับด้วยความเคารพ
“ ขอให้ท่านเซียนน้อยเที่ยวชมเมืองอย่างสบายใจ หากผู้ใดบังอาจล่วงเกินท่าน ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นผู้ใด ข้าจะลงโทษสถานหนักด้วยตนเอง! ”
“ การมีเส้นสายใหญ่โตมันเป็นแบบนี้นี่เอง ฮ่าๆๆ ” ไทม์ที่เดินออกมาแล้วหัวเราะเบาๆ ในเมืองนี้ใครจะใหญ่โตไปกว่าเขาได้อีก ขนาดเจ้าเมืองยังออกหน้าปกป้องอยู่ด้านหลัง!
ไทม์เดินทอดน่องออกจากจวนเจ้าเมืองด้วยสีหน้าสบายอารมณ์ แม้จุดหมายของวันนี้จะฟังดูไม่น่าภาคภูมิใจนัก แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกหากต้องการจะสำเร็จภารกิจ!
“ ขอแค่ผ่านภารกิจนี้ไปได้ ระบบเร่งเวลาหนึ่งปีเท่ากับหนึ่งวันก็จะเป็นของเรา.. ” เขาพึมพำกับตัวเอง สำหรับผู้ฝึกยุทธแล้ว สิ่งนี้มีค่ามากกว่าโอสถล้ำค่าเสียอีก!
เดินไม่นานก็มาถึงถนนสายหลักของเมืองจิ้นอันที่เริ่มคึกคัก ผู้คนเดินสวนกันไปมา พ่อค้าเร่ร้องขายของเสียงดัง กลิ่นอาหารลอยคลุ้งไปทั่วทั้งตลาด แม้ทุกอย่างจะมีราคาแพงและจำนวนที่น้อย แต่พวกเขาก็ยังต้องค้าขายเพื่อความอยู่รอดกันอยู่ดี
ไทม์ไม่คิดสนถนนของกินเส้นนี้ แต่กลับเลือกเลี้ยวเข้าสู่ถนนอีกสาย ซึ่งบรรยากาศแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง..
โคมแดงหลายร้อยดวงแขวนเรียงรายอยู่ทั้งสองฝั่งถนน แม้จะเป็นเวลากลางวัน แต่ผ้าแพรหลากสีก็ยังพลิ้วไหวรับสายลม เสียงพิณ เสียงขลุ่ย และเสียงหัวเราะของสตรีดังแว่วมาจากอาคารหลายชั้นที่ตั้งเรียงต่อกัน คนที่นี่ไม่ได้เที่ยวสตรีแค่เวลากลางคืน คำว่าเมาตั้งแต่หัววันนั้นมีอยู่จริง และก็มีมานานตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิงเลยทีเดียว!
หญิงสาวในชุดกระโปรงไหมหลากสีต่างยืนอยู่บนระเบียง บางคนกำลังรินชา บางคนบรรเลงพิณ บางคนเพียงยืนชมวิวด้านล่าง ทว่าความงดงามของแต่ละคนก็เพียงพอจะทำให้ผู้คนบนถนนเงยหน้าขึ้นมองอย่างสนใจ!
“ คุณชาย.. เชิญเข้ามาพักดื่มชาสักถ้วยสิคะ ”
“ วันนี้มีการแสดงระบำชุดใหม่ด้วยนะเจ้าคะ ”
“ ทางนี้สิคุณชาย.. ” เสียงหวานดังสลับกันไปทั่วทั้งถนน ในยุคแบบนี้ แม้แต่หญิงบริการก็ยังต้องเรียกหาลูกค้า!
ไทม์มองซ้ายมองขวา ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
“ สมกับเป็นย่านโคมแดงจริงๆ.. ” ตัวเขาที่ไม่เคยเที่ยวผู้หญิงหรือแม้แต่มีแฟนมาก่อน ย่อมไม่กล้าที่จะเดินเข้าไป..
จากข้อมูลที่ได้รับมา หอนางโลมในเมืองจิ้นอันแบ่งออกเป็นหลายระดับ ระดับล่างสำหรับคนใช้แรงงาน ระดับกลางสำหรับพ่อค้าและเศรษฐีทั่วไป ส่วนระดับสูง.. มีเพียงขุนนาง ผู้มั่งคั่ง และจอมยุทธชื่อดังเท่านั้นที่กล้าเหยียบเข้าไป
สายตาของเขาหยุดลงที่อาคารสูงห้าชั้นซึ่งตั้งโดดเด่นที่สุดกลางถนน ตัวอาคารสร้างจากไม้หอมสีแดงเข้ม หลังคามุงกระเบื้องเคลือบสีดำ ทุกมุมประดับโคมแดงปักลายทองนับร้อยดวง ราวระเบียงแกะสลักลวดลายดอกโบตั๋นอย่างประณีต..
เหนือประตูใหญ่มีป้ายไม้สีดำเขียนด้วยอักษรสีทองสามตัว หอบุปผาสวรรค์!
แค่ชื่อก็หอมชื่นใจแล้ว!!
หน้าประตูมีหญิงสาวรูปร่างงดงามหลายสิบคนยืนต้อนรับอยู่เป็นระเบียบ ทุกคนแต่งกายด้วยผ้าไหมเนื้อดี เครื่องประดับไม่มากไม่น้อยจนเกินงาม ความยั่วยวนนี้เรียกได้ว่ามีระดับอย่างแท้จริง!
บรรยากาศโดยรวมแค่มองดูก็รู้ว่าไม่ได้วุ่นวายเหมือนที่อื่น ที่นี่ทั้งหรูหราและสงบราวกับเป็นคฤหาสน์ของตระกูลใหญ่
“ สมกับเป็นหอนางโลมอันดับหนึ่งของเมืองจริงๆ.. ” ไทม์พึมพำเบาๆ
เพียงแค่ยืนอยู่หน้าประตู เขาก็สังเกตเห็นรถม้าหรูหลายคันจอดเรียงอยู่ด้านนอก ตราประจำตระกูลของขุนนางหลายสายถูกสลักไว้บนตัวรถอย่างชัดเจน
ดูเหมือนแขกที่นี่จะไม่ใช่คนธรรมดา สมแล้วที่เป็นเมืองใหญ่อันดับหนึ่งของภาคเหนือ!
ในจังหวะนั้นเอง.. หญิงสาววัยประมาณยี่สิบปีในชุดกี่เพ้าสีแดง ก็เดินออกมาต้อนรับเขาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน เธอมีใบหน้าสะสวย กิริยาสงบนิ่ง และแววตาเฉลียวฉลาดกว่าสาวต้อนรับทั่วไป
นางค้อมกายทำความเคารพอย่างงดงาม
“ คุณชาย.. ยินดีต้อนรับสู่หอบุปผาสวรรค์เจ้าค่ะ ”
“ ไม่ทราบว่าคุณชายเดินทางมาจากแห่งใด? เพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรกใช่หรือไม่? ”
“ ข้าเพียงผ่านมา ได้ยินว่าที่นี่ดีที่สุดในเมืองจิ้นอัน.. ” ไทม์ยิ้มตอบอย่างพยายามเก็บรักษาความเขินอายไว้ ให้ตายเถอะ.. นี่สาวงามกำลังชวนเขาคุยก่อนอย่างนั้นเหรอ!
“ แน่นอนเป็นที่สุด ที่แห่งนี้นับได้ว่าเป็นหอนางโลมชั้นสูงสุดระดับขุนนางแล้ว หากคุณชายต้องการ.. ” เธอกล่าวเพื่อให้คุณชายที่เพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก ได้แสดงอำนาจทางการเงินของตนเอง
“ เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา ” ไทม์เองก็พอจะได้รับข้อมูลจากท่านเจ้าเมืองมาแล้ว การเข้าหอนางโลมระดับสูงนั้น ผู้ที่ไม่ใช่ลูกค้าประจำหรือคนที่เพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก จะต้องแสดงเงินทองของตัวเองให้พนักงานต้อนรับเห็นเสียก่อน..
“ อย่างกับการเปิดเมมเบอร์ในโลกยุคใหม่ ฮ่าๆๆ ” เขาคิดอย่างติดตลกอยู่ในใจ
“ โอ้! คุณชายช่างมั่งคั่งไม่ธรรมดา! ” หญิงสาวชุดแดงดวงตาเบิกกว้าง เพราะกล่องใส่เงินที่ไทม์นำออกมานั้น มันมีทั้งตำลึงเงินและตำลึงทอง แถมยังมีอยู่ในจำนวนที่ไม่ธรรมดา! เงินมากมายเช่นนี้ แม้แต่ขุนนางทั่วไปก็ยังไม่อาจพกติดตัวได้!
“ คุณชายเชิญด้านในเจ้าค่ะ ” นางรีบโค้งกายต่ำกว่าเดิมทันที
“ แขกระดับท่าน ย่อมไม่อาจปล่อยให้นั่งรวมกับผู้คนด้านล่างได้ ” สิ้นเสียง หญิงสาวก็ผายมือเชิญไทม์เดินผ่านโถงใหญ่ของหอบุปผาสวรรค์
ภายในโอ่อ่ากว่าที่เห็นจากภายนอกหลายเท่า พื้นปูด้วยไม้เนื้อหอมขัดเงา โคมแก้วสีแดงส่งแสงนุ่มนวลไปทั่วห้อง เสียงพิณบรรเลงอย่างแผ่วเบา ขณะที่มุมหนึ่งมีสตรีหลายคนกำลังร่ายรำอย่างอ่อนช้อย
แขกที่นั่งอยู่ส่วนใหญ่แต่งกายหรูหรา บางคนเป็นพ่อค้าผู้มั่งคั่ง บางคนเป็นจอมยุทธ์ที่มีอาวุธประดับเอว และบางคนสวมชุดขุนนางโดยไม่คิดปิดบังฐานะ
ไม่มีใครส่งเสียงเอะอะโวยวาย ทุกคนล้วนมีความสุขอยู่กับเรื่องของตัวเอง
หญิงสาวพาไทม์เดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสาม ก่อนหยุดอยู่หน้าห้องไม้สลักลวดลายบุปผา
“ ห้องนี้เป็นห้องรับรองส่วนตัวสำหรับแขกชั้นสูงเจ้าค่ะ ” นางเปิดประตูออกอย่างนุ่มนวล
ภายในห้องตกแต่งอย่างประณีต โต๊ะไม้หอมตั้งอยู่กลางห้อง มีฉากกั้นภาพวาดภูเขาและสายน้ำ ด้านริมหน้าต่างสามารถมองเห็นทั้งถนนโคมแดงด้านล่างได้อย่างชัดเจน
“ ดี.. ข้าต้องการห้องเงียบๆแบบนี้พอดี ” ไทม์พยักหน้าด้วยความพอใจ
“ คุณชายต้องการให้จัดสำรับอาหารก่อนหรือไม่เจ้าคะ ” หญิงสาวยิ้มอ่อนอย่างรู้งานดี
“ นำของที่ดีที่สุดเข้ามา รวมถึงเจ้าด้วย.. วันนี้ข้าต้องการบริการแบบพิเศษ เอ่อ.. ถึงใจ.. เข้าใจใช่มั้ย? ” ไทม์พูดก่อนแอบลังเลว่ามันทำได้จริงใช่มั้ย หอนางโลมหรูๆแบบนี้อาจมีไว้เพื่อนั่งคุยกันเฉยๆ..
“ แน่นอนคุณชาย ข้าจะกลับมาพร้อมอาหารและชุดบริการตัวใหม่.. ” เธอตอบอย่างไร้ซึ่งความเขินอายใดๆ ไม่เหมือนชายหนุ่มที่ประหม่าไปหมดแล้ว..
คนสวยจากไปเพียงไม่นาน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ก๊อก.. ก๊อก.. เสียงนั้นทำเอาไทม์เกือบสะดุ้งตกใจ
“ เข้ามาได้ ”
ประตูไม้ค่อยๆเปิดออก หญิงสาวคนเดิมเดินกลับเข้ามาพร้อมสำรับอาหารในมือ ทว่าการกลับมาครั้งนี้ เครื่องแต่งกายของเธอกลับเปลี่ยนไป ชุดผ้าไหมสีแดงถูกถอดออกจนหมด เหลือเพียงชุดผ้าเนื้อบางอย่างน้อยชิ้นที่ปิดบังส่วนสำคัญเอาไว้เล็กน้อย..
เธอวางสำรับลงบนโต๊ะอย่างนุ่มนวล ก่อนรินสุราลงในจอกทั้งสองใบ
“ นี่คือสำรับที่ดีที่สุดของหอบุปผาสวรรค์แล้วเจ้าค่ะ.. ” ไทม์ก้มมองอาหารตรงหน้า ทว่าจิตใจเขากลับไม่สนใจอาหารใดๆเลยแม้แต่น้อย..
แม้จะเป็นหอนางโลมอันดับหนึ่งของเมือง แต่สำรับหรูที่สุดกลับมีเพียงข้าวขาวร้อนๆหนึ่งชาม เนื้อตากแห้งหั่นเป็นชิ้นบางห้าชิ้นและผัดถั่วงอก จะดีหน่อยก็ตรงสุราที่มีมาก..