แผนหาเงินครั้งแรกในยุคจีนโบราณ
แผนหาเงินครั้งแรกในยุคจีนโบราณ
“ ปลากระพงนึ่งมะนาวทั้งตัว กับอีกกล่องที่เป็นข้าวสวยกล่องใหญ่.. ยัยเมย์นี่จัดเต็มให้เราจริงๆ กลัวไม่คุ้มกับเงินที่จ่ายไปสินะ ” นี่คือสิ่งติดตัวที่เขามี ในยุคอดอยากและสงครามแบบนี้ อาหารย่อมมีค่าที่สุด!
ไทม์ยืนอยู่กลางถนนดินอย่างใช้ความคิด อาหารในมือของเขาอาจเป็นแค่ของเหลือจากงานเลี้ยงบริษัทในโลกปัจจุบัน แต่ในยุคที่ผู้คนกำลังอดอยากเพราะสงคราม ทุกอย่างมันอาจมีค่ามากกว่าที่คิด..
“ ระบบ ถามจริงๆนะ.. ปลากระพงนึ่งมะนาวของผมในยุคนี้ถือว่าหรูไหม? ”
[ ระดับอาหาร : สูง ]
[ วัตถุดิบหลายชนิดหาไม่ได้ในพื้นที่ปัจจุบัน ]
[ ประเมินมูลค่า : เกินกว่าค่าแรงชาวบ้านทั่วไปในหนึ่งปี ]
“ .. ”
“ เดี๋ยวนะ! แค่ปลานึ่งตัวเดียวเอง.. ” ไทม์ก้มมองกล่องอาหารในมือทันที ความรู้สึกแรกคือไม่อยากเชื่อ ส่วนความรู้สึกที่สองคืองานนี้เขาต้องร่ำรวยแน่ๆ!
ตอนเมย์ยัดถุงใส่กล่องอาหารทั้งสองลงมือเขา เขาเคยคิดว่าปลากระพงนึ่งมะนาวจานละไม่กี่ร้อยบาทเป็นเรื่องธรรมดา แต่ในยุคที่คนจำนวนมากไม่เคยได้สัมผัสข้าวขาว ทำได้แค่เพียงต้มผักป่าประทังชีวิตไปวันๆ อาหารระดับภัตตาคารแบบนี้คงไม่ต่างจากอาหารของขุนนาง ไม่สิ.. อาหารของจักรพรรดิ!
“ เราต้องใจเย็นก่อน ” ไทม์รีบห้ามตัวเอง
“ ถ้าเอาไปขายมั่วๆเดี๋ยวจะเกิดปัญหาได้ ในตอนนี้เราไม่มีอะไรไว้ป้องกันตัวเลย ยุคแบบนี้มันฆ่าแกงกันได้ง่ายๆ.. ” เขาเริ่มเดินสำรวจเมืองอย่างเงียบๆ บ้านส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้เก่า ชาวบ้านแต่งตัวซอมซ่อ เด็กหลายคนผอมจนเห็นซี่โครง แม้แต่ร้านค้าตามถนนก็ยังมีของขายไม่มากนัก
นี่ไม่ใช่เมืองใหญ่ที่เจริญรุ่งเรืองแบบในซีรีส์จีน แต่เป็นเมืองชายแดนที่กำลังได้รับผลกระทบจากสงครามจริงๆ!
ผ่านไปไม่นาน ไทม์ก็เริ่มสังเกตเห็นบางอย่าง ตรงสุดถนนมีอาคารสองชั้นขนาดใหญ่กว่าบ้านหลังอื่น หน้าประตูมีรถม้าจอดอยู่หลายคัน ผู้คนที่เข้าออกก็แต่งตัวดูดีกว่าชาวบ้านทั่วไปอยู่มาก
“ นั่นน่าจะเป็นโรงเตี๊ยมสินะ ” เขาคิดกับสถานที่ซึ่งสมควรจะหรูหราที่สุดในเมืองแห่งนี้
“ แบบนี้ก็เจอลูกค้าแล้ว ” ดวงตาของไทม์เป็นประกายทันที ด้วยอาชีพในฝ่ายการตลาดของเขา มีหรือจะมองไม่ออกว่าที่นี่มันหาเงินได้!
. .
ภายในโรงเตี๊ยม กลิ่นสุราและอาหารลอยคลุ้ง พ่อค้าหลายคนกำลังนั่งคุยเรื่องการค้า บางโต๊ะเป็นพวกผู้คุ้มกันที่มีดาบพาดข้างตัว
ไทม์เลือกมุมเงียบๆก่อนนั่งลง การแต่งตัวของเขาดึงดูดสายตาจากคนทั้งร้านได้ทันที แต่กลับไม่มีใครกล้าเข้ามาถาม อาจเพราะเสื้อผ้าที่เขาสวมอยู่ดูแปลกเกินไป แปลกจนหลายคนคิดว่าเป็นคุณชายจากเมืองหลวง!
“ นายท่านต้องการอะไรหรือขอรับ? ” เด็กเสิร์ฟถามอย่างระมัดระวัง
ไทม์ยิ้มตอบ ก่อนยกกล่องอาหารในมือขึ้น
“ ผม.. ข้าอยากถามว่า เจ้าของร้านสนใจซื้ออาหารหายากหรือไม่? ” เด็กเสิร์ฟงงทันที อาหาร? ขายให้โรงเตี๊ยม? เรื่องแบบนี้เขาไม่เคยเจอมาก่อน จะเคยเจอก็แค่คนที่มานำเสนอวัตถุดิบประกอบอาหาร ซึ่งก็ไม่มีมานานมากแล้วเพราะความแห้งแล้ง อาหารที่เสิร์ฟกันตอนนี้จึงมีแค่แป้งทอดโง่ๆ แม้แต่หมั่นโถวก็ยังไม่มี!
ไม่นานนักเจ้าของร้านวัยห้าสิบกว่าปีก็เดินออกมาด้วยตัวเอง
“ ท่านมีของอะไรจะขาย? ”
ไทม์ไม่พูดมาก เขาเปิดฝากล่องอาหารออกช้าๆ
ฟึ่บ.. กลิ่นมะนาว กระเทียม พริก และเนื้อปลาสดที่ยังอุ่นอยู่เล็กน้อย ลอยออกมาทันที!
ทั้งร้านเงียบลง เจ้าของร้านถึงกับเบิกตากว้าง! อาหารจานปลาในช่วงแห้งแล้งแบบนี้ สองปีแล้วที่เขาไม่ได้เห็นมัน!
“ นี่มัน.. ” แม้แต่เจ้าของโรงเตี๊ยมใหญ่ประจำเมืองก็ไม่เคยได้กลิ่นอาหารแบบนี้มาก่อน! ไม่ใช่แค่อาหาร แต่มันเป็นกลิ่นที่ซับซ้อนจนเหมือนงานศิลปะ พ่อค้าหลายโต๊ะหันมองพร้อมกัน บางคนถึงกับกลืนน้ำลาย!
ไทม์เองก็เพิ่งรู้ตัว อาหารจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด.. ต่อให้เป็นเพียงอาหารเหลือกินจากงานเลี้ยง แต่มันก็ยังเป็นสูตรอาหารที่ล้ำหน้ากว่ายุคนี้ไปหลายร้อยปี!
“ ขอชิมได้หรือไม่? ” เจ้าของร้านถามเสียงสั่น เขารับรู้ถึงความล้ำค่าจนอยากลิ้มลองเสียแล้ว
ไทม์ยิ้มกว้าง ในที่สุดโอกาสทำเงินก็มาถึง!
“ ท่านเจ้าของโรงเตี๊ยม อาหารล้ำค่าแบบนี้เกรงว่าจะให้ลองชิมเฉยๆไม่ได้! ” เขาปั้นยิ้มใส่อย่างคิดว่าต้องจ่ายเงินก่อนถึงจะถูก!
“ แน่นอนๆ คุณชายท่านนี้มีราคาในใจหรือไม่? ” เขาถามกลับด้วยสีหน้าจริงจัง ปลาทั้งตัวแบบนี้หากนำมาแบ่งเสิร์ฟก็คงขายได้หลายสิบจาน.. ไม่สิ.. หรือเขาจะเก็บไว้ทานเองดี ร่างกายของทุกคนที่นี่ก็ไม่ได้กินเนื้อมานานมากแล้ว!
“ ท่านเจ้าของโรงเตี๊ยมเสนอก่อน ” เขาฉลาดพอที่จะให้อีกฝ่ายเป็นผู้ตั้งราคา ไม่อย่างนั้นตัวเขาที่ไม่รู้จักค่าเงินอาจทำให้เสียเรื่องได้
เจ้าของโรงเตี๊ยมจ้องปลากระพงนึ่งมะนาวตรงหน้าไม่ละสายตา กลิ่นหอมเพียงอย่างเดียวก็ทำให้เขารู้แล้วว่า อาหารตรงหน้ามันระดับจักรพรรดิ!
ในยุคที่แม้แต่ข้าวสารยังหายาก เนื้อปลาสดทั้งตัวถือเป็นของฟุ่มเฟือยระดับสูง ยิ่งเป็นอาหารที่มีเครื่องเทศส่งกลิ่นซับซ้อนแบบนี้.. ตลอดชั่วชีวิตเขาย่อมไม่เคยพบเจอ!
“ หนึ่ง.. ไม่สิ.. สอง สองตำลึงทองได้หรือไม่! ” อีกฝ่ายยกนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว ก่อนเปลี่ยนเป็นสองด้วยกลัวว่าคุณชายตรงหน้าจะเปลี่ยนใจ
ไทม์นิ่งไปเลย ปัญหาใหญ่ในตอนนี้สำหรับชายหนุ่ม ก็คือเขาไม่รู้ว่าตำลึงทองนั้นมันมีค่ามากแค่ไหน..
“ ระบบ ช่วยที.. ”
[ ข้อมูลเศรษฐกิจท้องถิ่นกำลังประมวลผล ]
[ ค่าแรงกรรมกรทั่วไป : 1-5 อีแปะต่อวัน ]
[ 1 ตำลึงเงิน = ประมาณ 1,000 อีแปะ ]
[ 1 ตำลึงทอง = มูลค่าประมาณ 10 ตำลึงเงิน ]
ไทม์แทบสำลักกับมูลค่านี้!
“ เดี๋ยวนะ.. ตำลึงทองหนึ่งอัน เท่ากับค่าแรงคนธรรมดาเป็นสิบๆปี!? ”
[ ถูกต้อง ]
[ สำหรับครอบครัวชาวบ้านทั่วไป มูลค่านี้สามารถดำรงชีวิตได้สิบปีแบบไม่อดอยาก ]
“ บ้าไปแล้ว.. ” ขณะที่เขากำลังตื่นเต้นต่อราคานี้ ใบหน้าของชายหนุ่มก็ทำให้เจ้าของโรงเตี๊ยมต้องคิดหนัก!
“ คุณชาย.. เช่นนั้นสาม! สามตำลึงทองคือจำนวนที่ข้าจ่ายไหวได้มากที่สุดแล้ว! ” เขาพูดขึ้นมาเองแบบที่ไทม์ไม่ต้องร้องขอ
“ ตกลง! ” ไทม์ตกลงทันที ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดกล่องข้าวบ้าง..
“ อันนี้ถือเป็นของแถมจากตัวข้า แด่มิตรภาพในการค้าขายครั้งแรกของพวกเรา ” ชายหนุ่มยิ้มกว้างให้ท่ามกลางกลุ่มคนที่อ้าปากค้าง ข้าวสวยกล่องใหญ่แบบนี้ แม้มูลค่าจะเทียบไม่ได้กับเนื้อปลาราคาแพง แต่หากนำไปขายก็คงได้ซักหลายๆตำลึงเงิน!
เจ้าของโรงเตี๊ยมหัวเราะลั่นทันทีเมื่อได้ยินคำว่าของแถม! ในยุคนี้มีแต่คนคิดเอาเปรียบกัน ใครจะไปเชื่อว่าคุณชายลึกลับคนหนึ่งกลับยกข้าวขาวทั้งกล่องให้แบบฟรีๆ!
“ ดี! ดีมาก! ข้าชอบคนแบบท่าน! ” เขารีบตบมือเรียกลูกน้อง
“ ไป! นำตำลึงทองสามตำลึงมาเดี๋ยวนี้! แล้วเอาชุดใหม่ของบุตรชายข้ามาด้วย! ชุดคุณชายที่เพิ่งตัดเสร็จเมื่อวันก่อน! ” เขาสั่งลูกน้องเสียงดัง
“ ขอรับ! ”
ไทม์นั่งนิ่งอยู่กับที่ ทว่าภายในใจเขากลับเต้นรัวไปหมดแล้ว!
สามตำลึงทอง.. เมื่อครู่ระบบบอกว่าเพียงหนึ่งตำลึงทองก็เลี้ยงครอบครัวชาวบ้านได้เป็นสิบปี ทองคำแบบนั้นหากนำไปขายในยุคปัจจุบันจะได้เงินเท่าไร.. ตอนนี้ทองบาทละเท่าไรนะ หกหมื่นเหรอ?! แค่คิดเขาก็รวยแล้ว!!