วันแห่งการล้มละลาย
วันแห่งการล้มละลาย
แต่ทันทีที่ลงจากรถ.. เขาก็รู้ทันทีว่าบางอย่างผิดปกติไป ด้านหน้าตึกสำนักงานใหญ่ที่ปกติควรเต็มไปด้วยพนักงานเดินเข้าออก กลับมีผู้คนหลายร้อยคนยืนอออยู่เต็มลาน!
“ ทำไมยังไม่เปิดประตูอีก! พวกเราจะสายแล้วนะ! ” เสียงพูดคุยดังระงม
“ เก้าโมงแล้ว! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! ”
“ ระบบสแกนนิ้วก็ใช้ไม่ได้อย่างนั้นเหรอ! เดี๋ยวก็เข้างานสายกันหมดหรอก บริษัทเรายิ่งเรื่องมากกับเรื่องนี้อยู่ด้วย! ”
“ โทรหาฝ่ายบุคคลก็ไม่มีใครรับเลย! ”
“ ไม่ต้องโทรครับ ฝ่ายบุคคลเองก็ยืนอยู่หน้าตึกเหมือนพวกคุณนี่แหละ! ” ชายจากฝ่ายบุคคลพูดบอก เพราะตัวเขากับเพื่อนร่วมงานทั้งทีมก็ไม่มีใครเลยที่เข้าไปได้
ไทม์หรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนเดินเข้าไปปะปนกับกลุ่มพนักงาน ประตูอัตโนมัติของอาคารยังคงปิดสนิท หน้าจอด้านหน้าขึ้นเพียงข้อความสั้นๆ ระบบไม่พร้อมใช้งานชั่วคราว..
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายคนยืนสีหน้าซีดเผือด เพราะไม่รู้จะตอบคำถามพนักงานอย่างไร ขนาดพวกเขาเองที่กำลังจะเปลี่ยนกะก็ยังไม่อาจลงชื่อเข้างานได้
“ เกิดอะไรขึ้นครับ ” ไทม์ถามพี่ยามคนหนึ่งอย่างสนิทกันดี
“ พี่ก็เพิ่งได้รับแจ้งเมื่อเช้านี่เอง.. ” ชายวัยกลางคนถอนหายใจแรง
“ ตอนแปดโมงเช้า ธนาคารมีคำสั่งอายัดบัญชีบริษัททั้งหมดชั่วคราว หลังจากนั้นระบบการเงินก็ถูกระงับ บริษัทเราถูกสั่งปิดโดยไร้คำอธิบายใดๆ ผู้บริหารก็ติดต่อไม่ได้เลยซักคน.. ”
“ แล้วประตูทำไมไม่เปิดก่อนครับ น่าจะให้ทุกคนเข้าไปรอในแผนกของตัวเอง.. ”
“ บริษัทใช้ระบบอาคารอัจฉริยะครับ เมื่อมีคำสั่งจากศาลผ่านตัวธนาคารที่ยื่นไป ระบบอัตโนมัติก็เลยล็อกอาคารสำนักงานใหญ่ทั้งหมดในทันที.. ”
ทันทีที่ได้ยิน ชายหนุ่มก็ถึงกับยกยิ้มมุมปาก เร็วกว่าที่คิดเสียอีก เมื่อคืนเขาเพียงแค่ตัดเส้นเลือดใหญ่ของบริษัท แต่ดูเหมือนว่าเลือดทั้งหมดจะไหลออกเร็วจนหัวใจหยุดเต้นไปแล้ว
“ คุณพระ นี่หรือว่าบริษัทเราจะล้มละลาย.. ” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง
“ เป็นไปได้ยังไง.. ถึงจะเป็นบริษัทที่มีแต่ปัญหา แต่ก็เป็นบริษัทมูลค่าสามหมื่นล้านในตลาดเลยนะ.. ”
“ โดนเล่นเข้าให้แล้วแน่ๆ! บริษัทเราเติบโตขนาดนี้ได้ยังไง มีหรือที่พนักงานทุกคนจะไม่รู้.. ” หลายคนเริ่มเอาใจออกห่าง บริษัทที่กดทั้งเงินเดือนและสวัสดิการแบบนี้ เติบโตได้ก็เพราะเอาเปรียบพนักงานทั้งนั้น!
ขณะเดียวกันรถโรลส์รอยซ์กับรถเบนซ์สีดำหลายคันก็แล่นเข้ามาจอดหน้าตึก ชายวัยห้าสิบปีในชุดสูทรีบลงจากรถด้วยสีหน้าเป็นกังวล ตัวเขาเหมือนคนที่กำลังพบเจอเข้ากับปัญหาใหญ่ ปัญหาใหญ่ที่แก้ไขอะไรไม่ได้เลย!
“ ท่านประธานมาแล้ว! ” พนักงานหลายคนรีบหันไปมอง แต่สีหน้าของประธานบริษัทกลับไม่ได้ดูเหมือนคนที่เข้ามาแก้ปัญหา มันเหมือนคนที่กำลังเผชิญหน้ากับวันสิ้นโลก!!
“ เปิดทางครับ! ” ผู้บริหารระดับสูงหลายคนรีบวิ่งตามหลัง ไม่ถึงสิบนาทีผ่านความพยายามที่จะเปิดประตูเข้าไป เสียงโวยวายก็ดังออกมาจากภายในล็อบบี้..
“ เป็นไปไม่ได้!! ”
“ ธนาคารปฏิเสธวงเงินทั้งหมด! ”
“ นักลงทุนถอนตัวหมดแล้ว! ”
“ ราคาหุ้นเปิดตลาดร่วงจนติดฟลอร์! ”
“ เจ้าหนี้เรียกคืนเงินกู้ทันที! ”
“ สภาพคล่องของบริษัทเหลือไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์! ”
“ ถ้าไม่ได้เงินทุนใหม่ภายในวันนี้.. ” ผู้เชี่ยวชาญที่ติดตามมากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ก่อนกล่าวประโยคที่ทำให้ทุกคนเงียบกริบ
“ บริษัทจะเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย.. ” เขากล่าวหลังพอจะสามารถเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัทได้..
ทั้งชั้นหนึ่งตกอยู่ในความเงียบงัน พนักงานหลายร้อยคนหน้าซีดราวกับหมดเรี่ยวแรง บางคนถึงกับนั่งลงกับพื้น พวกเขาไม่มีใครคิดเลยว่า.. บริษัทระดับนี้จะพังทลายลงได้ภายในชั่วข้ามคืน!
ไทม์ยืนมองภาพทั้งหมดอย่างสงบนิ่ง โทรศัพท์ในกระเป๋าสั่นขึ้นเบาๆ เป็นข้อความจากเตชิต..
[ ทุกอย่างเป็นไปตามแผนครับท่านประธาน นักลงทุนรายใหญ่ถอนตัวครบทั้งหมด ธนาคารปฏิเสธการปล่อยสินเชื่อเพิ่มเติม และตลาดตอบสนองอย่างรุนแรง ราคาหุ้นของพวกเขาดิ่งลงกว่าครึ่งในเช้านี้ และกำลังลดมูลค่าลงอย่างต่อเนื่อง เราสามารถเข้าครอบครองบริษัททั้งหมดได้ในราคาเพียงครึ่งเดียว! ]
[ จากการประเมินของฝ่ายเรา อิมพีเรียมโลจิสติกส์กรุ๊ปเหลือเวลาไม่เกินยี่สิบสี่ชั่วโมงก่อนศาลจะรับคำร้องฟื้นฟูกิจการ ]
ไทม์อ่านจบก็กดล็อกหน้าจอไป เขาเงยหน้ามองโลโก้บริษัทขนาดใหญ่ที่ติดอยู่ตรงล็อบบี้
“ นี่คือการแก้แค้นของผมน่ะครับท่าน ” สายตามองตรงไปที่ประธานต่อ ชายคนนี้เคยทำเหมือนเขาเป็นเพียงขยะ เป็นแค่หมากไร้ค่าตัวนึงที่จะรังแกยังไงก็ได้!
“ กู้ระบบทุกอย่างกลับมาให้ได้ก่อน ยังไงซะบริษัทนี้ก็ยังเป็นของฉัน! เปิดการทำงานของทั้งอาคารให้ได้! ” ท่านประธานสั่งเสียงดังกับทีมของเขาที่เร่งกู้คืน ไม่นานระบบอาคารอัจฉริยะก็ถูกเปลี่ยนเป็นควบคุมด้วยมือได้ ไฟฟ้ากลับมาทำงานได้อีกครั้ง เช่นเดียวกับพนักงานทุกคนที่เริ่มทยอยเข้าสู่แผนกของตนเอง!
ไทม์มองประตูอาคารที่กลับมาเปิดตามปกติ ชายหนุ่มรู้ดีว่าต่อให้เปิดประตูได้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะช่วยชีวิตบริษัทให้หวนคืน!
คนที่กำลังจะจมน้ำ ต่อให้ลอยขึ้นมาหายใจได้หนึ่งครั้ง ก็ไม่ได้แปลว่าจะขึ้นฝั่งได้สำเร็จ!
“ มึงลงมือโคตรไวเลยไทม์ การจะเข้าทำลายตลาดหุ้นของบริษัท มันต้องใช้เงินเป็นหมื่นๆล้านเลยใช่มั้ยวะ.. ” เมย์กระซิบถามกับเพื่อนชายที่ยืนอยู่
“ กูอัดฉีดไปหนึ่งหมื่นห้าพันล้าน เพื่อจะได้ครอบครองธุรกิจมูลค่าสามหมื่นล้านในครั้งนี้ ต้องขอบคุณอำนาจของเครือโรงพยาบาลที่ทำได้ ” ไทม์ยิ้มตอบขณะมองดูภาพแห่งหายนะ แน่นอนว่าเขาไม่คิดจะทำให้ใครตกงาน เพียงแต่วันเปลี่ยนผ่านเจ้าของบริษัทแบบนี้ มันก็ต้องวุ่นวายกันบ้างซักเล็กน้อย..
“ โคตรบ้าเลย.. เงินสดหนึ่งหมื่นห้าพันล้าน นั่นมันมากมายขนาดไหนกัน.. ” เมย์กลืนน้ำลายไปเลยกับเพื่อนชายคนนี้ที่แก้แค้นได้แบบสุดใจ เขาไม่เพียงจะด่าทอหรือแกล้งกลับ แต่เขาเลือกจะทำลายทั้งบริษัทด้วยตนเอง!
พนักงานแทบทั้งหมดรีบวิ่งกลับไปยังแผนกของตัวเองทันที เพราะกลัวว่าถ้าถูกบันทึกว่าเข้างานสายแล้วจะถูกหักเงิน แม้ว่าบริษัทกำลังจะล้มละลายอยู่แล้วก็ตาม..
ไทม์กลับไม่คิดจะเดินลงบันไดไปยังห้องเก็บเอกสารชั้นใต้ดิน เขาไม่ห่วงด้วยซ้ำว่าพี่สมชายจะตกงาน เพราะอีกฝ่ายก็มีงานเทรดเป็นอาชีพหลักอยู่แล้ว..
สถานที่ที่เขาเคยถูกเนรเทศไปทำงานเหมือนนักโทษ มาวันนี้อาจได้ส่งคนใหม่ไปรับช่วงต่อ.. ท่านประธานคนก่อนกับไอ้คุณชาญชัยดีมั้ยนะ?
ทั้งสองคนกดลิฟต์ขึ้นสู่แผนกการตลาด ท่ามกลางเพื่อนร่วมงานที่วันนี้ไม่มีใครสนใจใคร ทุกคนต่างคิดในเรื่องของตัวเองไปหมดแล้ว..
ติ๊ง.. ภายในลิฟต์เงียบสนิท มีเพียงเสียงระบบประกาศของอาคารที่ดังเป็นระยะ
“ โปรดติดตามประกาศจากฝ่ายบริหาร.. ขอให้พนักงานทุกคนอยู่ในความสงบ ”
ไม่นานประตูลิฟต์ก็เปิดออก ชั้นทั้งชั้นเต็มไปด้วยความวุ่นวายอย่างชัดเจน! เสียงโทรศัพท์ดังไม่หยุด พนักงานหลายคนวิ่งไปมาพร้อมแฟ้มเอกสาร บางคนถึงกับร้องไห้
“ ลูกค้าขอยกเลิกสัญญาหมดเลย! ”
“ บริษัทขนส่งสามแห่งหยุดให้เครดิตแล้ว! ”
“ ฝ่ายบัญชีบอกว่าไม่มีเงินจ่ายค่าน้ำมันรถ! พวกเราขนของไปท่าเรือไม่ได้! ”
“ แล้วเงินเดือนของพวกเราล่ะ จะมีจ่ายให้ใช่มั้ย.. ” เสียงโวยวายดังไปทั่วสำนักงาน ไทม์กวาดสายตามองไปยังห้องของหัวหน้าแผนก ขณะที่ตัวเขาได้เดินไปนั่งลงยังโต๊ะตัวเดิม
ประตูเปิดอ้าอยู่ ด้านในชาญชัยกำลังนั่งกุมหัวอยู่บนเก้าอี้.. เสื้อสูทราคาแพงยับยู่ยี่ เนกไทคลายออกจนเกือบหลุดแม้จะเป็นยามเช้า บนโต๊ะเขาเต็มไปด้วยเอกสารแจ้งหนี้ โทรศัพท์สามเครื่องดังสลับกันไม่หยุด แต่เจ้าตัวกลับไม่มีแรงแม้แต่จะหยิบขึ้นมา..
“ เป็นไปไม่ได้.. ล้มละลายอย่างนั้นเหรอ! นี่กูมีหนี้ห้าล้านต้องจ่ายนะโว้ย! ” เขาพูดเสียงเครียดกับหนี้สินกองโตที่ต้องเซ็นรับไปแล้ว ไม่อย่างนั้นร้านหรูที่เคยไปกินเลี้ยงคงฟ้องร้องดำเนินคดีกับตัวเขา!
“ นี่แหละที่เขาเรียกว่าเวรกรรม แม้มันจะทำงานช้า แต่ผมก็ช่วยเร่งให้เร็วขึ้นได้! ” ไทม์แสยะยิ้มก่อนนั่งลงอย่างสบายใจ แม้เขาจะไม่ได้อยู่ทำงานมาสองสามวัน แต่โต๊ะตัวนี้ก็ยังไม่มีเจ้าของคนใหม่มาแทน
“ ลงมือได้เร็วดีนะไทม์ ” เป็นคุณหนูลินินในโต๊ะฝั่งตรงข้ามที่พูดขึ้น สีหน้าเธอไม่ได้ดูดีซักเท่าไร เพียงแต่ก็รู้ดีว่าคงหยุดเหตุการณ์นี้ไม่ได้แล้ว ลูกสาวประธานแบบเธอ ทำได้เพียงมองดูบริษัทค่อยๆล้มละลายลงไปก็เท่านั้น!
“ เตรียมพร้อมแล้วใช่มั้ยลินิน ” เขาถามกลับ เพื่อนใหม่คนนี้เองก็มีความผิด แต่ความผิดของเธอก็ได้ชดเชยกันไปแล้วเพราะเรื่องนี้.. ไม่สิ.. เรื่องนี้เกิดขึ้นได้ก็เพราะความผิดของเธอเอง!
“ คอนโดสองห้องนอนหนึ่งห้อง กับเงินสดประมาณสิบล้านบาทในบัญชี นั่นคือสิ่งที่ฉันพอจะจัดเตรียมเอาไว้ได้.. ” เธอยืนยันกับแผนรับมือการล้มละลาย ที่ต่อจากนี้ไปพ่อของเธอคงไม่เหลือเงินอีกแล้ว..
ผมติดงานด่วนที่ต่างจังหวัด สามถึงสี่วันนี้จะลงแค่วันละตอนนะครับ