เบื้องหลังที่คาดไม่ถึง
เบื้องหลังที่คาดไม่ถึง
“ คอนโดสองห้องนอนหนึ่งห้อง กับเงินสดประมาณสิบล้านบาทในบัญชี นั่นคือสิ่งที่ฉันพอจะจัดเตรียมเอาไว้ได้.. ” เธอยืนยันกับแผนรับมือการล้มละลาย ที่ต่อจากนี้ไปพ่อของเธอคงไม่เหลือเงินอีกแล้ว..
“ สิบล้านกับคอนโดอย่างนั้นเหรอ.. ” ไทม์พยักหน้าช้าๆ
“ ถ้าใช้ชีวิตธรรมดา เงินก้อนนั้นก็เพียงพอแล้ว ” เขาตอบอย่างคิดว่าตนเองก็ใจดีมากแล้ว ด้วยหากลินินไม่คิดกลับตัวมาสารภาพบาปกับเขาก่อนหน้านี้ ตัวเธอก็จะเป็นคนที่ไม่เหลืออะไรเลย! ไม่มีแม้แต่เงินติดตัวซักบาทเดียว!
ลินินยิ้มจางๆก่อนสายตาจะทอดมองออกไปนอกกระจก
“ จากลูกสาวเจ้าของบริษัทใหญ่ กลับกลายเป็นคนธรรมดาในวันเดียว โลกนี้มันก็แปลกดีเหมือนกันนะ.. ”
“ ดีกว่ากลายเป็นคนที่ไม่มีอะไรเหลือเลย ” ไทม์ตอบเรียบๆ เขาอาจจะดูใจร้าย แต่ความใจร้ายนั้นมันก็เป็นผลมาจากการกระทำของลินินเอง.. ชายหนุ่มไม่ได้คิดจะซ้ำเติมเธออีก เพราะสิ่งที่ควรได้รับบทเรียนก็ได้รับไปหมดแล้ว
ชั้นการตลาดที่เคยคึกคักในทุกเช้า บัดนี้กลับเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความสิ้นหวัง.. เสียงโทรศัพท์ดังแทบไม่หยุดแม้แต่วินาทีเดียว และทุกครั้งที่มีคนรับสาย สิ่งที่ได้ยินกลับมีเพียงข่าวร้ายเท่านั้น!
“ ครับ.. ครับ.. เข้าใจครับ.. ”
“ อะไรนะครับ! ยกเลิกสัญญาทั้งหมดเลยเหรอ! ”
“ เดี๋ยวก่อนครับ! ขอเวลาพวกเราอีกหน่อย! ”
ปัง! พนักงานฝ่ายขายคนหนึ่งวางสายก่อนทุบโต๊ะเต็มแรง
“ รายที่สิบแปดแล้ว! ลูกค้ารายใหญ่ยกเลิกสัญญาหมดเลย!! ”
“ ของผมยี่สิบสามรายแล้ว.. ”
“ ฝั่งผมก็เหมือนกัน.. ”
“ พวกเขาบอกว่ากลัวบริษัทล้มละลายแล้วจะส่งของไม่ได้.. ” ทั้งแผนกตกอยู่ในความเงียบ หลายคนเริ่มก้มหน้า บางคนถึงกับน้ำตาซึม
ไม่นานหน้าจอของทุกคนก็เปลี่ยนไป จากพนักงานที่เคยคิดสู้เพื่อกู้บริษัท กลับกลายเป็นคนที่กำลังตรวจสอบเรซูเม่ใหม่ของตัวเอง คนเกินครึ่งในเวลานี้คิดสละเรือหนีตายกันแล้ว!!
“ เรียนพนักงานทุกท่าน.. ขณะนี้บริษัทประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินอย่างรุนแรง.. ขอให้ทุกท่านปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ และรอประกาศเพิ่มเติม.. ” เสียงประกาศจากลำโพงกลางอาคารดังขึ้น
ยังพูดไม่ทันจบ เสียงโวยวายจากทั้งชั้นก็ดังลั่นทันที!
“ จะให้ทำงานอะไรอีก! ”
“ ลูกค้าไม่เหลือแล้วโว้ย! ”
“ เงินก็ไม่มีจะจ่ายพนักงาน ดันบอกให้พวกเราใจเย็นได้อีก! ” ทั้งสำนักงานแตกตื่นราวกับรังผึ้งถูกตี
ขณะเดียวกันในชั้นของผู้บริหาร.. ห้องประชุมใหญ่แทบกลายเป็นสนามรบ!
“ หุ้นตกอีกแล้วครับ!! ”
“ ลบหกสิบห้าเปอร์เซ็นต์แล้ว!! ”
“ นักลงทุนต่างชาติเทขายทั้งหมด! ”
“ กองทุนในประเทศก็ถอนตัว! ”
“ เจ้าหนี้สามแห่งกำลังยื่นฟ้องครับ! ”
“ กรมบังคับคดีกำลังส่งหนังสือมาแล้ว! ”
“ หาเงินมา!! ” ประธานบริษัทกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูด
“ ไม่ว่าจะกู้ที่ไหนก็เอามา! ”
“ ไม่มีที่ไหนปล่อยแล้วครับ.. ” ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินส่ายหน้าช้าๆ
“ ทุกธนาคารปฏิเสธหมด เครดิตบริษัทเหลือศูนย์.. ” คำว่าศูนย์ทำให้ทั้งห้องเงียบสนิท
ยังไม่ทันสิ้นเสียง เลขานุการหญิงก็รีบวิ่งเข้ามาอีกคน
“ ท่านประธานคะ! ตลาดหลักทรัพย์ส่งหนังสือด่วนค่ะ! ”
“ อะไรอีก!! ”
เธอยื่นเอกสารด้วยมือสั่น
“ ตลาดกำลังพิจารณาขึ้นเครื่องหมาย SP.. ”
“ หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น หุ้นของบริษัทจะถูกระงับการซื้อขาย และอาจถูกเพิกถอนออกจากตลาดในอนาคต.. ”
ปัง!! ท่านประธานทุบโต๊ะจนแก้วน้ำแตกกระจาย
“ ใคร!! ใครมันทำกับบริษัทฉันแบบนี้!! ” ผู้บริหารทุกคนก้มหน้า ไม่มีใครกล้าตอบอะไรเลย
ปัง!! ประตูห้องประชุมใหญ่ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา เสื้อเชิ้ตเขาเปียกไปด้วยเหงื่อ
“ แย่แล้วครับท่านประธาน!! ”
“ เกิดอะไรขึ้นอีก! รู้แล้วว่าแย่ พวกมึงไม่ต้องพูดคำว่าแย่ทุกครั้งจะได้มั้ย!! ” ประธานบริษัทลุกขึ้นตวาดอย่างขาดสติ
“ นักลงทุนรายสุดท้าย.. ถอนตัวแล้วครับ! ”
“ เป็นไปไม่ได้!! ”
“ จริงครับ! เขาบอกว่าได้รับคำเตือนจากพันธมิตรทางธุรกิจ จนไม่กล้าเสี่ยงลงทุนกับบริษัทเราอีกแล้ว! ”
สีหน้าของทุกคนซีดเผือด แต่ข่าวร้ายยังไม่จบ เพราะเลขานุการหญิงอีกคนก็รีบวิ่งถือแท็บเล็ตเข้ามา
“ ท่านประธานคะ! บริษัทประกันเครดิตทางการค้าเพิ่งประกาศยกเลิกวงเงินค้ำประกันทั้งหมด! ซัพพลายเออร์เริ่มหยุดส่งสินค้า! คู่ค้าหลายรายส่งหนังสือทวงหนี้ด่วน! ”
“ แล้วก็.. บริษัทขนส่งระหว่างประเทศก็ประกาศระงับความร่วมมือชั่วคราว! บริษัทเราจบสิ้นแล้วค่ะ! ” เสียงแต่ละประโยคเหมือนค้อนหนักๆที่ฟาดลงบนศีรษะของผู้บริหารทุกคน
“ ไม่.. ไม่มีทาง.. นั่นมันแทบจะไม่ต่างจากการตัดเส้นทางธุรกิจทั้งหมดเลย.. ” ผู้บริหารทั้งหมดต่างเข้าใจดี ในตอนนี้บริษัทไม่เหลือทางรอดอีกแล้ว
ประธานบริษัททรุดนั่งลงบนเก้าอี้อย่างหมดแรง เขาเริ่มมีความคิดที่จะยอมแพ้ขึ้นมาแล้ว..
“ ทะ.. ท่านประธานครับ.. ” เลขาคนสนิทของท่านประธานพูดขึ้นเสียงสั่น
“ เรา.. เรารู้แล้วว่าใครอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ในครั้งนี้.. ”
ทุกสายตาหันมองหน้าจอพร้อมกัน รายงานวิเคราะห์การซื้อขายหุ้นฉบับล่าสุดปรากฏขึ้น ผู้บริหารฝ่ายการเงินถึงกับกลืนน้ำลายเสียงดัง
“ คนที่เข้าซื้อหุ้นของบริษัทเรามากที่สุด.. คือเครือโรงพยาบาลมหานครครับ! ” คำอธิบายของเลขาทำให้ทุกคนเข้าใจได้ในทันที
“ โรง.. โรงพยาบาลมหานคร? ”
“ ใช่ครับ.. ตอนนี้พวกเขาถือหุ้นผ่านบริษัทลูกหลายแห่ง รวมถึงกองทุนตัวแทนอีกจำนวนมาก จนสามารถควบคุมทิศทางของบริษัทเราได้เกือบทั้งหมดแล้ว! ”
“ เป็นไปไม่ได้ โรงพยาบาลอันดับหนึ่งนั่นจะมาเล่นงานพวกเราทำไม! ”
“ เราไปมีเรื่องกับยักษ์ใหญ่ระดับนั้นตั้งแต่เมื่อไรกัน.. ” ผู้บริหารหลายคนถึงกับทรุดนั่ง
“ ใคร.. ใครจากเครือยักษ์ใหญ่นั่นเป็นคนสั่งโจมตี! ” ท่านประธานถามต่อ เส้นสายของเขาอาจพอจะช่วยเหลือได้ หากเข้าพูดคุยกันโดยตรง อีกฝ่ายอาจเมตตาปล่อยเขาให้รอดชีวิต!
ฝ่ายไอทีรีบค้นข้อมูลจากฐานข้อมูลธุรกิจ เพียงไม่กี่อึดใจ.. ภาพถ่ายผู้บริหารคนใหม่ของเครือโรงพยาบาลมหานครก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ..
ชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าปี ใบหน้าหล่อเหลาจนเป็นเอกลักษณ์ กับรอยยิ้มที่มีสเน่ห์.. เมื่อเห็นภาพนั้นประธานบริษัทก็เบิกตากว้างราวกับเห็นผี!
“ นั่น.. นั่นมัน! ” แม้แต่เลขาคนสนิทเองก็ยังตาค้าง.. นี่คือเพื่อนบ้านของท่านประธานไม่ใช่เหรอ!
“ ไอ้เด็กแผนกการตลาดคนนั้น.. ” คำพูดถัดมาของท่านประธานกลับทำให้เลขาต้องแปลกใจ เด็กแผนกการตลาด? พริบตาเดียวภาพของไทม์ก็ทับซ้อนขึ้น คนที่มีปัญหากับคุณหนู? คนที่ท่านประธานกลั่นแกล้งด้วยการพักงานก่อนส่งไปดองไว้ใต้ดิน?
“ ท่านครับ.. มันจะเป็นคนเดียวกันได้ยังไง ชายคนนี้คือคนที่อยู่ในบ้านฝั่งตรงข้าม เขาคือเพื่อนบ้านของท่านนะครับ! ” ตัวเลขาเร่งอธิบายเรื่องราวทั้งหมด ยิ่งเขาพูดมาก ท่านประธานก็ยิ่งสับสนจนเกิดเป็นคำว่าเหลือเชื่อได้เลย..
“ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน พนักงานที่ทำงานกับฉันมาสามปี กลับเป็นเพื่อนบ้านคนใหม่ของฉันเอง? แถมยังเป็นประธานคนใหม่ของเครือโรงพยาบาลมูลค่าสามแสนล้านอีก? ” เขางุนงงไปหมดแล้ว เช่นเดียวกับผู้บริหารทั้งหมดที่ไม่เข้าใจ
“ จะบอกว่า บริษัทมูลค่าสามหมื่นล้านของเรา ล้มละลายก็เพราะการแก้แค้นของพนักงานทั่วไปหนึ่งคน? ” เขาหันมองหน้าทุกคน ก่อนต้องแอบกลืนน้ำลายเพราะนั่นอาจเป็นเรื่องจริง!
“ ติดต่อเขา.. ติดต่อเขาให้ผมหน่อย ไม่สิ! พวกเราทั้งหมดลงไปหาเขาที่แผนกกันเถอะ ผมเชื่อว่าลินินอาจแก้ไขสถานการณ์ได้ ให้เธอรับผิด คุกเข่าโขกหัวก็ต้องทำ! ” เขาคิดอย่างเชื่อไปแล้วว่าอีกฝ่ายคงแค้นลินินเพราะเรื่องทั้งหมด หากบังคับให้เธอยอมคุกเข่ากราบเท้าอีกฝ่ายได้ ไม่แน่ว่าโทสะของชายหนุ่มอาจลดลง พ่อที่รักลูกสาวยิ่งกว่าสิ่งใด กลับรักในบริษัทและเงินทองของตัวเองมากกว่า!
“ ถ้าเป็นไปได้ก็จับลินินใส่พานทองให้เขาไปเลย! ” ท่านประธานกระซิบบอกกับเลขาอย่างไร้หัวใจ ต่อให้ลินินจะต้องเปลือยกายขึ้นเตียงกับเขา ผู้เป็นพ่อแบบตนก็ยินดี!
. . .
อีกด้านหนึ่งในชั้นของแผนกการตลาด บรรยากาศแทบจะกลายเป็นวันสิ้นโลกอย่างแท้จริง!
“ ฝ่ายบุคคลส่งเมลมาแล้ว! ใครอยากลาออกให้ยื่นเอกสารได้เลย! ”
“ บริษัทจะจ่ายเงินเดือนชดเชยมั้ยวะ! ”
“ รีบเซฟข้อมูลลูกค้าเร็ว! เดี๋ยวเซิร์ฟเวอร์จะโดนซะก่อน! ”
“ HR บริษัทคู่แข่งโทรมาหาฉันแล้ว! ขอสัมภาษณ์วันนี้เลย! ” เสียงโทรศัพท์ดังไม่หยุด เสียงเครื่องปริ้นทำงานตลอดเวลา บางคนกำลังเก็บของใส่กล่อง บางคนกำลังลบไฟล์ในคอมพิวเตอร์ บางคนถึงกับเปิดเว็บไซต์สมัครงานต่อหน้าทุกคน แน่นอนว่าแม้แต่ตัวตนระดับหัวหน้าทีมก็ทำ ชั่วโมงนี้ไม่มีใครสนอะไรอีกแล้ว! ทุกคนกำลังหนีตาย!
มีเพียงโต๊ะตัวหนึ่งที่ดูเหมือนจะไม่ได้รับผลกระทบจากวันสิ้นโลกเลยแม้แต่น้อย ไทม์นั่งเอนหลังบนเก้าอี้อย่างสบายใจ กาแฟร้อนๆวางอยู่บนโต๊ะ เขายกแก้วขึ้นจิบช้าๆ ราวกับกำลังนั่งชมวิวในร้านกาแฟ
“ มึงนี่มัน.. บริษัทจะล้มละลายอยู่แล้ว ยังมีอารมณ์กินกาแฟได้อีกนะ ฮ่าๆๆ ” เมย์ที่นั่งอยู่ข้างๆพูดแซวออกมา
“ กาแฟฟรีของบริษัท วันนี้อาจได้กินเป็นสุดท้าย ฮ่าๆๆ ” เสียงหัวเราะของทั้งคู่ดังพอจะเรียกสายตาของบางคนได้..
“ ไอ้ไทม์!! ” ชาญชัยเดินเข้ามาอย่างคนอารมณ์เสียเต็มที่ เมื่อเห็นไทม์นั่งอยู่ตรงโต๊ะเดิม ทั้งความโกรธและความเครียดก็ระเบิดออกมาทันที!
“ ใครอนุญาตให้มึงขึ้นมาชั้นนี้ได้!! ” เสียงตะโกนของเขาดังลั่นไปทั้งแผนก พนักงานหลายสิบคนหันมองแต่กลับไม่คิดสนใจ!
“ ลิฟต์อนุญาตครับ.. ”