ขายลูกสาวเพื่อเอาตัวรอด
ขายลูกสาวเพื่อเอาตัวรอด
“ ใครอนุญาตให้มึงขึ้นมาชั้นนี้ได้!! ” เสียงตะโกนของเขาดังลั่นไปทั้งแผนก พนักงานหลายสิบคนหันมองแต่กลับไม่คิดสนใจ!
“ ลิฟต์ครับ แค่ผมกดก็ขึ้นมาได้แล้ว ไม่เห็นมันจะห้ามผมเลย! ”
“ .. ” ทั้งแผนกเงียบไปหนึ่งวินาที ชาญชัยถึงกับอึ้งในการต่อปากต่อคำของชายหนุ่ม..
“ กูถามว่าใครอนุญาต!! ”
“ ก็ไม่ได้มีใครห้ามอะไรนี่ มึงจะขึ้นมึงกูทำส้นตีนอะไรวะไอ้ชาญชัย! ” ไทม์วางแก้วลงเบาๆ ก่อนสวนกลับด้วยคำที่หยาบคายเท่ากัน! ไอ้บ้านี่มันไม่เคยให้เกียรติเขาอยู่แล้ว เพราะงั้นจะมาเรียกคุณให้เสียปากไปทำไม!
“ มึง! มึงกล้าพูดแบบนี้กับกูเหรอ! นี่กูหัวหน้าแผนกนะโว้ย!! ”
“ หัวหน้าแผนก? ไม่ได้เป็นหัวหน้าฝ่ายแล้วเหรอ ฮ่าๆๆ ” เสียงหัวเราะเบาๆดังขึ้นจากหลายโต๊ะ คำพูดของไทม์อาจเป็นสิ่งที่หลายคนอยากพูดอยู่ ลงทุนจัดงานไปตั้งห้าล้าน สุดท้ายก็ไม่ได้ตำแหน่งอะไรเลย..
“ มึงยังถูกย้ายไปห้องใต้ดินอยู่ เข้าใจมั้ย! ไสหัวไปได้แล้ว!! ” ชาญชัยยิ่งหน้าแดงอย่างโกรธจัด เมื่อครู่เขาเกือบยกมือขึ้นตบหน้าไทม์ไปแล้ว!
“ อ๋อ.. แต่วันนี้ผมขี้เกียจลงไปน่ะสิ มึงเองก็อยากเสือกเรื่องของกูมากนักเลย กูไม่ใช่คนในแผนกมึงซะหน่อย บ่นอะไรอยู่ได้ น่ารำคาญจริงๆ! ” เขาหัวเราะใส่อย่างไม่คิดเกรงใจอีกแล้ว
“ บริษัทใกล้จะเจ๊งอยู่แล้ว ไม่น่าเชื่อว่าจะยังมีคนบ้าอำนาจอยู่อีก! ” เมย์พูดขึ้นมาลอยๆแต่เสียงดัง..
“ มึงไม่มีสิทธิ์เลือก! ลงไปซะ!! ”
“ แล้วมึงมีสิทธิ์เหรอ ถือหุ้นบริษัทอยู่เท่าไรล่ะ? ” ประโยคเดียวทำให้ชาญชัยพูดไม่ออก พนักงานรอบข้างเริ่มแอบหัวเราะไปตามกัน
“ ตอนนี้บริษัทใกล้ล้มละลาย เงินชดเชยจะมีหรือเปล่าก็ไม่รู้ หนี้ห้าล้านของใครบางคนก็ยังไม่ได้จ่าย แบบนี้จะมีคนติดคุกมั้ยนะ ดูท่าจะได้ขายบ้านขายทรัพย์สิน ฮ่าๆๆ ”
“ มึง!! ไอ้เด็กเวร! ไอ้เหี้ยไทม์!! ”
“ นี่! ไอ้กระจอกชาญชัยที่ทำงานแทบไม่เป็น รู้ตัวซะทีเถอะว่าตำแหน่งที่ได้น่ะ มันได้มาเพราะเลียแข้งเลียขาคนอื่นมาเป็นสิบๆปี ไม่ใช่ได้มาเพราะว่ามึงเก่ง อย่าสำคัญตัวว่าเป็นคนสำคัญต่อบริษัทมากนักเลย อีกไม่เกินหนึ่งวันบริษัทแห่งนี้ก็จะเปลี่ยนมือเจ้าของแล้ว ภาวนาให้เขายังเก็บมึงไว้เถอะนะชาญชัย ฮ่าๆๆ! ”
“ ยังไงเจ้าของคนใหม่ก็ต้องรับกูไว้ ส่วนคนในห้องเก็บเอกสารเก่าแบบมึง ก็คือคนแรกที่จะถูกไล่ออก! ” ชาญชัยกำหมัดแน่น ตัวเขากับคนระดับหัวหน้าเองก็พอจะดูออก บริษัทระดับนี้ต่อให้ล้มละลายไปก็ไม่ได้หายตัว มันแค่เปลี่ยนมือเจ้าของก็เท่านั้น!
“ ฮ่าๆๆ ถ้าผมตกงานจริงก็แค่หางานใหม่ กูไม่ได้มีหนี้ห้าล้านซักหน่อย! ”
ชาญชัยทำท่าจะด่ากลับ แต่ในจังหวะนั้นประตูลิฟต์ของแผนกก็เปิดออก..
ติ๊งง! ผู้บริหารระดับสูงกว่าสิบคนรีบเดินออกมาด้วยสีหน้าร้อนใจ ท่านประธานเดินนำหน้ามาเป็นคนแรก! เลขานุการ และคณะผู้บริหารทั้งชุดตามติดในทันที!
สายตาของทุกคนกวาดมองทั่วสำนักงาน ก่อนจะหยุดลงที่ชายหนุ่มซึ่งกำลังพูดเถียงกับชาญชัยอยู่!
“ นั่นไง! ท่านประธานลงมาหาคุณหนูลินินแน่ๆ! กูจะฟ้องเรื่องของมึง! ” ชาญชัยที่พูดสู้ไม่ได้เริ่มแสยะยิ้ม ก่อนปั้นหน้าหันไปมองอีกฝ่ายแล้วรีบรายงาน
“ ท่านประธานครับ ไอ้สวะนี่มันกล้าขึ้นมาในชั้นแผนกของผม ผมกำลังจะไล่มันกลับไปในชั้นใต้ดินอยู่เลย.. ”
เพี๊ยะ! ไม่ทันจะได้พูดฟ้องจนจบ มือหนักของท่านประธานก็ฟาดใส่ใบหน้าของชาญชัยเต็มแรง!
“ ไอ้พนักงานโง่! มึงหลบไปให้ไกลๆเลยนะ! ” เขาคำรามใส่อย่างหลุดภาพลักษณ์ไปมากแล้ว สายตาเขาที่จ้องมองไทม์ล้วนเปลี่ยนไป
“ พ่อคะ.. ” ลินินลุกขึ้น สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความซับซ้อน วินาทีนี้ความลับทั้งหมดคงถูกเปิดเผยแล้ว..
ทั้งแผนกการตลาดเงียบกริบ ไม่มีใครเข้าใจว่าทำไม ท่านประธานถึงตบชาญชัยต่อหน้าพนักงานนับร้อยคน!
ชาญชัยเองก็เอามือกุมแก้มด้วยความมึนงง เขาเอาใจท่านประธานมาโดยตลอด แล้วทำไมอยู่ดีๆอีกฝ่ายถึงแข็งกร้าวใส่..
“ ทะ.. ท่านประธาน.. ผม.. ผมทำอะไรผิดครับ.. ”
“ มึงผิดตั้งแต่เกิดแล้ว!! ” เสียงตวาดดังสนั่นไปทั้งชั้น
“ คนที่มึงกำลังด่าอยู่.. มึงรู้ไหมว่าเขาเป็นใคร!! ”
“ .. ” ชาญชัยหันกลับไปมองไทม์ ก่อนจะหัวเราะแห้งๆใส่
“ ก็ไอ้ไทม์.. พนักงานทั่วไประดับล่างที่ไม่สำคัญ ท่านเป็นคนไล่มันไปห้องเก็บเอกสารใต้ดินไง จำไม่ได้เหรอครับ.. ”
เพี๊ยะ!! ฝ่ามืออีกข้างฟาดลงไปเต็มแรง ชาญชัยแทบล้มทั้งยืน
“ หุบปาก!! ” เขาแทบจะอยากด่ามัน อยู่ดีไม่ว่าดีจะพูดขุดเรื่องนี้ขึ้นมาทำไม!
ทั้งแผนกสะดุ้งพร้อมกัน ประธานบริษัทสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนเดินเข้าไปหาไทม์ทีละก้าว
ไม่มีใครกล้าพูดอะไร ไม่มีใครแม้แต่จะหายใจแรง ทุกสายตาจับจ้องภาพตรงหน้า
คนหนึ่งคือเจ้าของบริษัท อีกคนคือพนักงานที่เคยถูกส่งไปนั่งเฝ้าห้องเก็บเอกสารใต้ดิน.. พนักงานที่เพื่อนร่วมแผนกเห็นใจเพราะหมดอนาคตแน่แล้ว!
ระยะห่างเหลือเพียงสองเมตร.. หนึ่งเมตร.. ครึ่งเมตร.. ก่อนเรื่องที่ไม่มีใครคาดฝันที่สุดจะเกิดขึ้น!
“ คุณไทม์.. ไม่สิ ท่านประธานครับ! ” ประธานบริษัทโค้งตัวลงเก้าสิบองศา!
“ ผม.. ผมขอโทษต่อทุกสิ่งที่เกิดขึ้น.. ได้โปรด.. ”
เงียบ.. เงียบจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศ แก้วกาแฟในมือพนักงานหลายคนหล่นลงพื้น..
“ อะ.. อะไรนะ! ”
“ เมื่อกี้ท่านประธาน.. ”
“ ก้ม.. ก้มหัวให้ไทม์อย่างนั้นเหรอ! ”
“ ฉันฝันอยู่หรือเปล่าเนี่ย! ” ทั้งชั้นตกอยู่ในอาการช็อก
“ นี่มันเรื่องบ้าอะไรอีก! ” ชาญชัยถึงกับทรุดลงนั่ง
“ เรื่องทุกอย่างผมทราบหมดแล้ว ผมเพิ่งรู้ว่าคุณคือ.. ” เขากลืนน้ำลาย ก่อนพูดออกมาทีละคำ
“ ประธานคนใหม่ของเครือโรงพยาบาลมหานคร.. และยังเป็นผู้เข้าซื้อหุ้นเกือบทั้งหมดของบริษัทเราในตอนนี้.. ”
ตูม!! ประโยคนั้นราวกับระเบิดนิวเคลียร์ลูกใหญ่ ที่ตกลงกลางแผนกการตลาดแบบไม่ทันได้ตั้งตัว!!
“ อะไรนะ!! ”
“ ประธานโรงพยาบาลมหานคร!! ”
“ โรงพยาบาลที่มูลค่าสามแสนล้านบาทนั่นน่ะเหรอ!! ”
“ ไอ้ไทม์เนี่ยนะ!! เป็นไปไม่ได้!! ” ทั้งสำนักงานระเบิดเสียงฮือฮา หลายคนถึงกับยืนไม่อยู่ หลายคนเร่งเปิดข้อมูลขึ้นเพื่อตรวจสอบในทันที ก่อนความจริงจะยิ่งยืนยันจนอ้าปากค้าง!
“ ไม่จริง!! ” ชาญชัยรีบส่ายหัวอย่างบ้าคลั่ง
“ มันโกหก!! มันเป็นลูกน้องผมมาตั้งสามปี! มันจะเป็นประธานสามแสนล้านได้ยังไง!! ”
เลขาคนสนิทของท่านประธานรีบเปิดแท็บเล็ต ก่อนยกหน้าจอให้พนักงานทุกคนได้เห็นเพื่อยืนยัน
“ นี่คือประกาศแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ประธานกรรมการบริหารคนใหม่.. ” ทุกคนหันไปมองหน้าจอที่มีภาพข่าว จากนั้นก็ค่อยๆหันกลับมามองไทม์
รูปในหน้าจอกับคนที่นั่งถือแก้วกาแฟอยู่ตรงหน้า คือคนคนเดียวกันอย่างไม่มีผิดเพี้ยน!
“ พระเจ้า.. ”
“ เป็นเขาจริงๆ นี่พวกเราทำงานกับประธานสามแสนล้านมาตลอดเลยเหรอ.. ”
“ ที่เคยมีข่าวลือว่าไทม์เป็นคุณชาย แท้จริงแล้วมันคือเรื่องจริง! ไม่น่าล่ะ วันงานคืนนั้นเขาถึงแต่งตัวได้เหมือนประธานแบบสุดๆ! ”
“ แล้วพวกเรายังเรียกมันว่าไอ้ไทม์ทุกวันอีก.. ” หลายคนเริ่มหน้าซีด ก่อนนึกย้อนถึงสิ่งที่เคยพูดเคยทำ นี่ตัวเองไม่ได้รังแกไทม์มากไปใช่มั้ยนะ..
เหงื่อเย็นไหลลงแผ่นหลังทันทีของชาญชัย เขาในตอนนี้ตัวสั่นไปทั้งร่าง!
“ จะเป็นจริงได้ยังไงกัน.. ” เขาหันไปมองไทม์ ชายหนุ่มยังคงนั่งนิ่งแบบไม่คิดจะลุกขึ้นมาพูดคุย
“ ยังคิดว่าประธานคนใหม่จะเก็บมึงเอาไว้มั้ย ไอ้คุณชาญชัย! ”
“ เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ ยังไงเจ้าของคนใหม่ก็ต้องเลือกมึง? ”
“ เหอะ! ขอโทษทีนะ กูนี่แหละเจ้าของคนใหม่!! ” ประโยคเดียวก็สามารถสั่นสะเทือนทั้งอาคารได้! ชาญชัยขาทรุดลงกับพื้นทันที! ใบหน้าเขาซีดเผือดราวกับคนไร้วิญญาณ!
ดวงตาของหัวหน้าแผนกเหม่อมองไทม์ราวกับกำลังมองปีศาจ คนที่เขาเคยด่าทอ เหยียดหยาม กลั่นแกล้งมาตลอดสามปี.. กลับกลายเป็นเจ้าของบริษัทคนใหม่ที่สามารถกำหนดชะตาชีวิตของทุกคนได้!
ทั้งแผนกเงียบสนิท ไทม์เพียงยกแก้วกาแฟขึ้นจิบช้าๆ สีหน้าเรียบเฉยราวกับเรื่องทั้งหมดไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับตัวเขา
ส่วนท่านประธาน เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลลงจากขมับอย่างทำตัวไม่ถูก..
เขารู้ดี.. ตอนนี้บริษัทไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะต่อรองอะไรได้อีกแล้ว
“ ท่านประธาน.. ” ชายวัยห้าสิบพูดออกมาอย่างยากลำบาก
“ ผมยอมรับผิดทุกอย่าง.. เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะลูกสาวของผม.. ” ทุกคนหันมองลินินทันที หญิงสาวยืนนิ่งสีหน้าซีดเผือด แม้จะเดาไว้แล้วว่าพ่อเธอต้องพูดแบบนี้ แต่พอสัมผัสเข้าจริงก็อดรู้สึกแย่ไม่ได้..
“ ตอนนั้นลินินใช้อารมณ์ส่วนตัวทำให้คุณถูกพักงาน แล้วก็เป็นเธออีกที่ทำให้คุณต้องถูกย้ายไปเฝ้าห้องเก็บเอกสารในชั้นใต้ดิน.. ” ไอ้บ้านี่พูดทุกอย่างเหมือนตัวเองไม่ได้เป็นคนออกคำสั่ง..
“ ทุกอย่างเป็นความผิดของลินินคนเดียว! ” ทันทีที่พูดจบ สายตาของผู้บริหารหลายคนก็เปลี่ยนไป โยนความผิดทั้งหมดให้ลูกสาวเพื่อเอาตัวรอด! นี่มันยอดคนชัดๆ!
“ พ่อ.. ” ลินินกัดริมฝีปากแน่น
“ หนูยอมรับว่าหนูผิด แต่.. ” เธอกำลังจะบอกว่าวิธีนี้ใช้กับไทม์ไม่ได้ผล เขาต้องการคนที่สำนึกผิด ไม่ใช่คนที่โยนความผิดไปรอบตัว!
“ หุบปาก! ” ผู้เป็นพ่อตวาดกลับทันที
“ เรื่องนี้แกต้องรับผิดชอบ! ”
หญิงสาวตัวชาไปทั้งร่าง นี่คือพ่อ.. คนที่เลือกผลักเธอออกมาเป็นโล่รับกระสุน! เขายอมทำทุกอย่างได้เพื่อรักษาอำนาจของตัวเอง
“ คุณไทม์.. ” ท่านประธานสูดหายใจลึก ก่อนก้มตัวลงอีกครั้ง
“ ถ้าคุณยังโกรธ.. ผมยินดีให้ลินินรับผิดชอบทุกอย่าง ไม่ว่าคุณจะต้องการอะไร.. ” เขาหยุดไปชั่วครู่ ก่อนพูดประโยคที่ทำให้ทั้งสำนักงานแทบหยุดหายใจ
“ ต่อให้คุณต้องการให้ลินินเป็นคนรับใช้ หรือจะให้อยู่กับคุณไปตลอดชีวิตไม่ว่าจะสถานะไหน ตัวผมก็ยินดี! ” ทั้งชั้นเหมือนถูกแช่แข็ง กับฉากคุณพ่อที่ขายลูกสาวให้บ้านเศรษฐีแบบนี้!
“ ..!!! ”