แม่บังเกิดเกล้า
แม่บังเกิดเกล้า
“ เดี๋ยวนะแม่! งานแบบนั้นมันใช้เงินตั้งเท่าไร แล้วเราจะเลี้ยงคนทั้งหมู่บ้านไปเพื่ออะไรกัน ไม่เห็นจะมีประโยชน์เลย! ” เมย์ถึงกับสำลักน้ำ นี่แหละนิสัยแม่เธอ เงินทองไม่เคยหาได้ แต่พอมีเมื่อไรก็ใช้จ่ายมือเติบแบบไม่ยั้งคิด ทุกวันนี้ก็เอาแต่สูบเลือดสูบเนื้อ มองเมย์เป็นตู้เอทีเอ็มเพียงเท่านั้น!
“ ลูกสาวแม่เป็นถึงรองประธานบริษัทหมื่นล้านนะ! ถ้าไม่จัด คนจะหาว่าบ้านเราไม่มีปัญญาเอาได้! ชาวบ้านจะนินทาว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องจริง!! ”
“ อีกอย่าง.. ” น้ำเสียงของแม่เริ่มเบาลงนิดหนึ่ง
“ แม่ประกาศไปหมดแล้ว ว่าลูกจะกลับมาร่วมงานด้วยตัวเอง แถมยังจะแจกเงินให้ทุกคนอีก! ”
“ หา!! ” เมย์แทบลุกพรวดจากเก้าอี้
“ แม่ประกาศไปแล้วเหรอ! ”
“ ก็ใช่น่ะสิ! ตอนนี้เขากำลังเตรียมสถานที่กันอยู่! ผู้ใหญ่บ้านยังบอกด้วยว่าจะช่วยตั้งเวทีให้! ”
“ ลุงคำปั่นรับหน้าที่เช่าเครื่องเสียง! ป้าสายใจบอกจะทำขนมจีน! ทุกคนช่วยกันหมด! เพราะลูกเป็นความภูมิใจของหมู่บ้าน! ”
“ เข้าใจแล้วใช่มั้ย ตอนนี้ก็โอนเงินมาให้แม่ก่อนซักสี่ห้าแสน แม่จะได้เอาไปแจกจ่ายชาวบ้านเพื่อดำเนินงานต่อ! ”
เมย์ถึงกับพูดไม่ออก เธอรู้จักนิสัยแม่ดี ถ้าประกาศออกไปแล้วต่อให้ฝนตกฟ้าผ่า แม่ก็ไม่มีวันยอมยกเลิกให้เสียหน้าได้!
“ แม่.. แต่หนูเพิ่งเริ่มงานเองนะ จะเอาเงินที่ไหนไปให้.. ที่สำคัญตอนนี้งานยุ่งมาก ลางานไม่ได้หรอก.. ”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดกลับด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว!
“ ยัยเมย์! มึงจะปล่อยให้แม่มึงอับอายขายขี้หน้าต่อคนทั้งหมู่บ้านหรือยังไง! มึงได้ดิบได้ดีแล้วก็คิดจะทอดทิ้งแม่สินะ! ไอ้ลูกชั่ว ไอ้ลูกเนรคุณ ไอ้ลูทรพี! ” คำด่ามากมายถูกสาดใส่จนกลุ่มแม่บ้านร่วมโต๊ะต้องส่ายหน้า.. นี่ไม่ใช่คำพูดที่คนเป็นแม่สมควรจะพูดกับลูกสาวเลย!
เมย์เม้มริมฝีปากแน่น เธอรู้ว่าการเสียหน้า สำหรับคนต่างจังหวัดแล้วบางครั้งมันมีความหมายมากกว่าที่คนเมืองเข้าใจ! โดยเฉพาะเมื่อทั้งหมู่บ้านร่วมยินดีไปทั่วแล้ว!
“ ต้องใช้สี่ห้าแสนเลยเหรอ.. ” เมย์หลับตาลงช้าๆอย่างพยายามใจเย็น เธอเริ่มปวดหัวแล้ว แต่จะให้ด่ากลับไปเลยก็คงไม่ได้
“ งานระดับหมู่บ้านยังไงก็ต้องราคานี้! ดีแค่ไหนแล้วที่แม่ไม่จัดในระดับจังหวัด เคยเห็นเสี่ยๆคนรวยเขาจัดกันมั้ย งานนึงใช้เงินเป็นสิบยี่สิบล้าน! ไม่สิ.. หรือแม่ควรจัดแบบนั้นดี ลูกสาวแม่มีเงินเป็นหมื่นล้านเลยนะ ฮ่าๆๆๆ ” เธอหัวเราะเสียงดังอย่างคนหลงเงิน
เมย์นิ่งค้างไปหลายวินาที เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้
“ แม่ฟังนะ! เงินหมื่นล้านนั่นไม่ใช่เงินของหนูซะหน่อย ต่อให้หนูมีตำแหน่ง แต่ก็ยังเป็นแค่พนักงานเงินเดือน! ”
“ จะของใครก็ช่าง! คนอื่นเขารู้กันทั้งหมู่บ้านแล้วว่าลูกเป็นรองประธานบริษัทหมื่นล้าน! แค่ควักเงินมาสี่ห้าแสนมันจะไปยากอะไร! ”
“ แค่เหรอ.. แม่พูดบ้าอะไรออกมา เงินสี่ห้าพันในกระเป๋าแม่เองยังไม่มีเลย! ”
“ ฉันไม่มีก็เพราะแกไม่ยอมส่งเงินมาให้! ที่ให้ในแต่ละเดือนก็น้อยนิด! ” แม่บังเกิดเกล้าคำรามกลับ!
“ ไม่รู้ล่ะ! ถ้าพรุ่งนี้แกไม่กลับมา แม่ก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนแล้ว! ยัยดาวประกาศไปทั่วทั้งอำเภอ! คนโทรมาถามแม่ทั้งวัน! ผู้ใหญ่บ้านยังจะขึ้นกล่าวต้อนรับลูกบนเวทีเลย! ถ้าแกไม่มาก็ตัดแม่ตัดลูกไป! ”
ติ๊ด! สายถูกตัดทิ้งทันที.. เมย์ค่อยๆลดโทรศัพท์ลงอย่างหมดแรง
ภายในห้องอาหารเงียบสนิท ทุกคนต่างได้ยินแทบทั้งหมด แม่ครัวถึงกับถอนหายใจ
“ โธ่เอ๊ย.. คนบ้านเรามันเป็นแบบนี้กันไปหมดหรือยังไงนะ! อยากอวดลูกหรืออยากอวดตัวเองกันแน่! ”
“ คนแบบนี้น่ากลัวกว่าคนจนอีกครับ เพราะคนแบบนี้ไม่เคยรู้จักคำว่าพอ.. ” หัวหน้าพ่อบ้านเองก็ส่ายหน้า
“ ฉันรู้จักแม่นิสัยดีที่สุด ถ้าประกาศไปแล้วต่อให้ต้องขายบ้านแกก็จะจัดให้ได้ ” เมย์กุมขมับ
“ แล้วสุดท้ายคนที่ต้องรับผิดชอบก็คือฉัน เหมือนหนี้ก้อนต่างๆที่แกเคยสร้างมา! ” เธอหัวเราะออกมาทั้งที่สีหน้าเหนื่อยล้า
“ ฉันเพิ่งได้เป็นรองประธานวันแรก ยังไม่ได้จับเงินเดือนซักบาท แต่กลับมีคนวางงบสี่ห้าแสนรอไว้แล้ว.. นี่ฉันทำงานเพื่อเลี้ยงคนทั้งหมู่บ้านอย่างนั้นเหรอ.. ”
ลินินนั่งเงียบไปเลย เธอเพิ่งค้นพบว่าโลกนี้ไม่ได้มีเพียงเธอที่ลำบาก คนอื่นเองอาจลำบากกว่าเธอไปนับสิบเท่า!
ไทม์ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มช้าๆก่อนจะวางลงบนโต๊ะ เสียงนั้นทำให้ทุกคนหันมอง
“ ดูเหมือนทริปกลับขอนแก่นของผม จะต้องมีผู้ร่วมเดินทางเพิ่มอีกคนแล้วสิ ” เขายิ้มบางๆ
“ คงต้องเป็นแบบนั้น แต่มันจะไปได้จริงๆเหรอไทม์ บริษัทกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนมือ.. ” เมย์ถอนหายใจถาม
“ ได้สิ ทีมผู้บริหารชุดเก่าเองก็อยู่กันพร้อมหน้า เดี๋ยวให้ลินินช่วยดูแทนก็ได้ เธอเองก็เก่งไม่แพ้ใครเหมือนกัน ” เขาพูดอย่างเชื่อใจอีกฝ่าย
“ ถึงบ้านเราจะอยู่คนละอำเภอ แต่ก็ยังอยู่ในจังหวัดเดียวกัน ขับรถไปหาแค่สิบห้านาทีก็ถึงแล้ว ” ไทม์พูดย้ำกับความใกล้ชิดนี้
“ ฉันคงต้องกลับไปจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง.. ไม่งั้นแม่ไม่ยอมแน่.. ”
“ เดี๋ยวนะ.. ไทม์จะไปส่งฉันถึงหมู่บ้านเลยเหรอ? ” เมย์ถามอย่างนึกขึ้นมาได้
“ ถ้าทำแบบนั้น ไปถึงหมู่บ้านเมื่อไรนายโดนรุมแน่! ”
“ รุม? ”
“ ใช่สิ! ”
“ คนบ้านฉันชอบถามเรื่องงาน เรื่องเงิน เรื่องแฟน เรื่องแต่งงาน เรื่องลูก.. ถามตั้งแต่ลงรถยันขึ้นรถกลับ ”
ทุกคนถึงกับหัวเราะออกมา แม่ของไทม์เองก็ยิ้มกว้าง
“ ฮ่าๆๆ อันนั้นจริง! คนบ้านเฮาเห็นลูกหลานกลับบ้านทีหนึ่ง ก็ถามจนเจ้าตัวอยากหนีกลับกรุงเทพไปซะทุกราย ”
“ แต่กะดีอยู่.. อย่างน้อยก็ยังอบอุ่น ” พ่อของไทม์พยักหน้าเห็นด้วย
“ อบอุ่นจริง.. ถ้าไม่นับเรื่องแม่หนูนะคะ ” เมย์หัวเราะก่อนพยักหน้า ทุกคนหลุดหัวเราะอีกครั้ง บรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลง ก่อนที่ไทม์จะพูดขึ้นบ้าง
“ เรื่องงานเลี้ยง.. ถ้าจะจัดก็จัดได้ ”
“ นายจะช่วยออกเงินหรือยังไง ไม่ต้องเลยนะไทม์! ” เมย์รีบหันมามองก่อนพูดห้าม
“ เปล่า ” คำตอบสั้นๆนั้นทำให้หญิงสาวต้องแปลกใจ
“ งานเลี้ยงของหมู่บ้านอย่างนั้นเหรอ ขนาดงานเลี้ยงของไอ้ชาญชัยเรายังทำลายได้เลย.. แค่งานระดับนี้ไม่ยากเกินมือของผมหรอก ฮ่าๆๆ ” ไทม์ยิ้มมุมปาก
“ คนต่างจังหวัดจริงๆเขาไม่ได้ดีใจกันเพราะอาหารหรูหรือเวทีราคาแพง เขาดีใจกันเพราะลูกหลานกลับบ้านมาแล้วแบ่งปันความสำเร็จให้ทุกคนได้รับรู้ ”
“ ถ้าจะจัดก็จัดแบบพอดี เอาของดีๆไปเลี้ยง ไปทำบุญวัด ไปสนับสนุนโรงเรียน ซื้ออุปกรณ์ให้ศูนย์เด็กเล็ก หรือมอบทุนการศึกษาให้เด็กในหมู่บ้าน แบบนั้นยังมีคุณค่ากว่าแจกเงินเป็นแสนๆอีก ”
“ สมกับเป็นลูกพ่อ.. ” พ่อของไทม์ยิ้มอย่างภูมิใจ
“ คนบ้านเฮาสิจำได้ไปอีกหลายสิบปี ” แม่ของไทม์เองก็พยักหน้า
เมย์มองไทม์ด้วยแววตาซับซ้อน ก่อนจะยิ้มออกมาช้าๆ
“ นั่นสินะ งานของฉัน ฉันเลือกได้นี่ว่าจะจัดแบบไหน แม่กลัวว่าจะเสียหน้า กลัวว่าฉันจะไม่ทำอะไรเลย.. งั้นฉันก็จะทำ ทำในแบบของฉันจนแม่พูดต่อไม่ได้! ” เมย์เริ่มแสยะยิ้มออกมาบ้างแล้ว แม่เธอพูดเสมอว่าจะเสียหน้า งั้นถ้าเธอเลือกจัดอีกงานนึงล่ะ เป็นงานทอบทุนการศึกษาแก่โรงเรียน มอบเงินสนับสนุนแก่โรงพยาบาลในอำเภอ! ถ้าทำแบบนั้นชาวบ้านก็จะนินทาไม่ได้ ส่วนงานที่แม่เธอจัด อันนี้ก็แล้วแต่บุญแต่กรรม! เธอไม่ได้เป็นคนริเริ่ม เพราะงั้นก็ให้คนริเริ่มรับผิดชอบกันไปเอง!
“ คิดได้ดีเลยค่ะคุณหนูเมย์ ” กลุ่มแม่บ้านที่เป็นคนอีสานเช่นกันยกนิ้วให้! ไม่พอยังมีหลายคนที่คิดจะเสนอตัวไปด้วยอีกต่างหาก เผื่อว่าจะต้องปะทะวาจาขึ้นมา ทีมสนับสนุนของเมย์นับสิบคนก็พร้อมสู้!
“ เอาเป็นวันนี้หลังทานอาหารเสร็จ ทุกคนก็จัดเก็บข้าวของให้เข้าที่เข้าทางนะครับ ลินินอยู่ที่นี่ไปก่อนนะ คิดว่าน่าจะคุ้นชินกับทุกคนอยู่แล้ว ผมกับเมย์จะไปขอนแก่นซักสองสามวัน.. ” ไทม์พูดกับทุกคนที่รับคำในทันที บ้านหลังนี้จะมีคนเฝ้าให้แบบยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้ว!
“ ลุงคะ เตรียมรถให้หนูหน่อยจะได้มั้ย หนูว่าจะพาพ่อไปส่งที่คอนโด.. ” ลินินกล่าวกับคนรถที่พยักหน้ารับ เขาเองก็ไม่คิดจะอยากเห็นนายท่านคนเก่า นอนหลับอยู่ข้างถนนในคืนนี้..
. . .
เช้าวันถัดมา แสงแดดอ่อนของกรุงเทพค่อยๆสาดผ่าน บ้านทั้งหลังเริ่มคึกคักตั้งแต่หกโมงเช้า แม่บ้านกำลังจัดเตรียมอาหารเช้า คนสวนรดน้ำต้นไม้ หัวหน้าพ่อบ้านเดินตรวจความเรียบร้อยของบ้านอย่างเป็นระบบ
ทุกอย่างดำเนินไปอย่างมีระเบียบ ราวกับบ้านหลังนี้มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง
ส่วนภายในห้องรับประทานอาหาร.. ไทม์ เมย์ และพ่อแม่กำลังนั่งทานอาหารเช้าร่วมกัน
“ ลูกแน่ใจนะว่าจะขับรถคันนั้นกลับบ้านจริงๆ ” พ่อของไทม์วางช้อนลงก่อนถามด้วยสีหน้ากังวล
“ พ่อว่ามันจะดูใหญ่โตเกินไปซะหน่อย.. คนในหมู่บ้านเราเห็นเข้า มีหวังแตกตื่นกันทั้งตำบล ”
“ อย่าว่าแต่หมู่บ้านเลยพ่อ แค่ขับเข้าตลาดอำเภอ คนก็คงแห่มามุงดูแล้ว ” แม่ของไทม์หัวเราะเบาๆ
“ จริงค่ะ! อันนี้หนูเห็นด้วย ขับแค่เบนซ์กลับบ้านก็น่าจะพอแล้วนะ.. ” เมย์พยักหน้าเห็นด้วยทันที
“ ไทม์คิดดูนะ รถโรลส์รอยซ์คันละหลายสิบล้านวิ่งเข้าหมู่บ้าน.. เด็กๆคงวิ่งตามกันไปทั่วแน่นอน ” เธอช่วยพูด เพราะไทม์เองก็ต้องขับไปส่งเธอก่อน..
“ ก็แค่ขับไปขับกลับเองครับ เดินทางไกลแบบนี้ยังไงก็ต้องขอนั่งสบายเอาไว้ก่อน ” ไทม์พูดก่อนตักไข่ดาวเข้าปากอย่างสบายใจ
“ เดี๋ยวไปถึงขอนแก่นเมื่อไร ผมก็ว่าจะซื้อรถกระบะให้พ่อไว้ใช้งานสักคัน แทนคันเก่าที่สภาพไม่ดีมากแล้ว.. ”
“ หือ? ”ช้อนในมือพ่อของไทม์แทบร่วง
“ ซื้อมาแทนคันโปรดของพ่อน่ะเหรอ.. ”
“ ครับ ถึงเวลาแล้วครับพ่อ รอบนี้ยอมเปลี่ยนเถอะนะ! ” ไทม์พยักหน้า มาถึงวันนี้ เขาคิดว่าพ่อคงติดนั่งรถสบายๆแล้วเหมือนกัน จะให้ไปสั่นสู้กับเจ้าแก่ที่บ้านก็คงไม่ไหว..