แม้แต่ตำรวจก็ยังคิดหนัก
แม้แต่ตำรวจก็ยังคิดหนัก
“ ..และผมก็เชื่อว่าที่ลูกน้องของผมหลายคนไม่ยอมทำงาน มันเป็นเพราะเสี่ยจักรได้ซื้อพวกเขาไปหมดแล้ว.. อีกฝ่ายน่าจะต้องการให้แม่ของคุณเป็นหนี้ เพื่อที่จะได้กดดันเอาเงินจากคุณในอนาคต หน้าที่การงานของคุณอาจกลายเป็นคนที่ต้องหาเงินให้เขาในทุกๆเดือนแทน.. ”
“ ผู้กำกับครับ ผมขอพูดด้วยหน่อย ” ไทม์ที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ ค่อยๆเอื้อมมือไปรับโทรศัพท์จากเมย์
“ ผมมีแผนอยู่ครับ ” เขากล่าวโดยไม่คิดแนะนำตัว ชายหนุ่มเพียงขอความช่วยเหลือในฐานะประชาชนทั่วไป
“ ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การเถียงกับชาวบ้าน เพราะต่อให้เมย์พูดว่าตัวเองไม่เกี่ยว คนส่วนใหญ่ก็คงไม่เชื่อ.. ”
“ ในสายตาพวกเขา เมย์ก็คือลูกสาวเจ้าภาพตัวจริง! ”
“ เป็นแบบนั้นครับ ” ผู้กำกับพยักหน้าตาม แม้อีกฝ่ายจะมองไม่เห็น
“ เพราะงั้นผมจะพาเมย์ไปโรงพยาบาลก่อน ” ไทม์พูดต่ออย่างเป็นขั้นเป็นตอน เขาเล่าถึงแผนการบริจาคเงินเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมขึ้นมา
“ ให้ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างเปิดเผย มีผู้บริหารโรงพยาบาล มีผู้อำนวยการโรงเรียน มีสื่อท้องถิ่นหรือคนในพื้นที่เป็นพยานก็ยิ่งดี ”
“ อย่างน้อยมันก็ทำให้ชาวบ้านเห็นว่า.. เงินที่พวกเรานำมา แม้จะไม่ได้เอาไปใช้กับการจัดงานเลี้ยง แต่ก็เอาไปทำประโยชน์ให้บ้านเกิดจริงๆ คนจะมาต่อว่าเมย์ในภายหลังไม่ได้.. ”
“ เป็นความคิดที่ดีครับ ” ผู้กำกับเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบกลับ ชัดเจนว่าทั้งสองไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ เพียงแต่ถ้าเมย์ไม่ทำ ชื่อเสียงของเธอก็จะพินาศไปด้วย..
“ ถ้าทำสำเร็จ อย่างน้อยก็ลดข้อครหาจากสังคมได้มาก ”
“ ส่วนเรื่องงานคืนนี้.. ผมอยากขอให้ตำรวจช่วยอีกเรื่องครับ ” ไทม์พูดต่อ
“ ว่ามาได้เลย ”
“ ผมไม่ได้ขอให้บุกจับใครในทันที เพราะเข้าใจว่าตอนนี้ผู้คนคงเริ่มไปรวมตัวกันแล้ว ”
“ แต่ผมอยากให้ตำรวจเข้าไปจัดการเรื่องของแม่เมย์ก่อนที่งานจะเริ่ม อย่างน้อยๆก็ต้องแยกตัวออกมาพูดคุย เน้นย้ำให้เธอยอมรับความจริงว่าลูกสาวไม่ได้มีเงิน และตอนนี้หนี้สินที่เธอกำลังก่อ ตัวเธอก็ต้องรับกรรมในภายหลัง.. หากยุติมันด้วยตัวเธอเอง ปัญหาต่างๆอาจจัดการได้ง่ายกว่า.. ” ไทม์เสนอกับเรื่องนี้ เพราะการให้ตำรวจไปสั่งยุติงาน หรือแม้แต่การให้เมย์ขึ้นเวทีไปสั่งหยุดทุกอย่าง นั่นล้วนมีแต่ผลเสียต่อฝ่ายเรา สู้ให้คนสร้างปัญหาไปรับหน้าเองซะจะยังดีกว่า!
ผู้กำกับกำลังชั่งน้ำหนักทุกอย่าง ดูเหมือนแผนการนี้จะได้ผล เพราะทางตำรวจเองก็ไม่กล้าสู้รับกับกระแสสังคมจากคนทั้งจังหวัด.. ใครสั่งปิดงานนี้ ก็เท่ากับเผยตัวเป็นศัตรูกับคนนับหมื่นนับแสนแล้ว!
“ ได้ครับ ผมรับปาก เดี๋ยวผมจะนำกำลังเข้าไปเอง! ”
เมื่อได้แผนการร่วมกันระหว่างตัวเมย์และตำรวจแล้ว ทั้งสองฝ่ายก็แยกย้ายกันไปทำงานในทันที!
ไม่นานนัก รถขนเงินของธนาคารก็ค่อยๆเคลื่อนเข้ามาจอดด้านหน้าสาขา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายคนช่วยกันยกกล่องบรรจุธนบัตรลงมา ก่อนตรวจนับตามขั้นตอนอย่างละเอียด
ไทม์รับมอบเงินพร้อมเอกสาร ก่อนแบ่งออกเป็นสองส่วน
“ สิบล้านสำหรับโรงเรียน.. ”
“ อีกหนึ่งร้อยล้านสำหรับโรงพยาบาล ”
ผู้จัดการยังคงมองภาพนั้นอย่างเหลือเชื่อ เงินจำนวนมหาศาลที่คนส่วนใหญ่ทั้งชีวิตอาจไม่มีโอกาสได้เห็น กลับถูกชายวัยยี่สิบห้าปีถือเอาไว้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
. . .
ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถกระบะโตโยต้าคันเดิมแล่นเข้ามาจอดหน้าโรงพยาบาลประจำอำเภอ
อาคารเก่าอายุหลายสิบปีตั้งอยู่กลางพื้นที่กว้าง สีของผนังเริ่มซีดจางตามกาลเวลา รถพยาบาลสองคันจอดอยู่ด้านหน้า ขณะที่ญาติผู้ป่วยเดินเข้าออกไม่ขาดสาย
ทันทีที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทราบข่าว เขาก็รีบเดินออกมาต้อนรับด้วยตนเอง
“ สวัสดีครับคุณไทม์.. คุณเมย์.. ผมเห็นข่าวแล้ว ไม่คิดจริงๆว่าคุณจะมาที่นี่กันก่อน งานเลี้ยงนั่นหลายคนในโรงพยาบาลเราก็คิดจะไป.. ” เขาพูดอย่างเป็นมิตร
“ สวัสดีค่ะ ” เมย์รีบยกมือไหว้ หลังจากพูดคุยกันเพียงไม่นาน ไทม์ก็ส่งมอบเงินสดหนึ่งร้อยล้านบาทให้กับโรงพยาบาลโดยตรง พร้อมถ่ายรูปกับเหล่าคุณหมอกันยกใหญ่ สาเหตุที่เขาต้องใช้เงินสด ก็เพื่อให้ภาพมันชัดเจนแบบนี้นี่แหละ!!
ทั้งบริเวณตกอยู่ในความเงียบ มือของผู้อำนวยการถึงกับสั่นเล็กน้อยขณะรับเงินก้อนนี้!
“ หนึ่ง.. หนึ่งร้อยล้านบาทจริงๆเหรอครับ.. ”
“ ครับ ผมไม่มีเงื่อนไขอะไร ขอแค่ใช้เงินก้อนนี้เพื่อพัฒนาโรงพยาบาลให้ดีที่สุด ซื้อเครื่องมือแพทย์ เพิ่มอาคาร เพิ่มบุคลากร หรืออะไรก็ตามที่คนไข้จะได้รับประโยชน์ ”
“ ขอบคุณครับ.. ผมสัญญาว่าจะใช้ทุกบาททุกสตางค์ให้คุ้มค่าที่สุด! ” ผู้อำนวยการก้มศีรษะทันที
“ ผมเองก็ลูกหลานอำเภอนี้ ทุกอย่างก็เพื่อบ้านเกิดครับ ” ไทม์ยิ้มให้อย่างไม่ได้คิดมากอะไรเลย เอาจริงๆต่อให้ไม่มีเรื่องเมย์ ตัวเขาก็คิดจะบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือสังคมอยู่แล้ว
เจ้าหน้าที่หลายคนเริ่มปรบมือขึ้นโดยไม่ได้นัดหมาย เสียงปรบมือดังลั่นโถงต้อนรับท่ามกลางสายตาของผู้ป่วยหลายร้อยคน โรงพยาบาลแห่งนี้รอคอยงบประมาณก้อนใหญ่มานานจริงๆ สิบปีมานี้แทบจะไม่มีเงินก้อนหลุดรอดมาถึงเพื่อได้พัฒนาเลย!
จากนั้นทั้งสองก็เดินทางต่อไปยังโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอ ซึ่งก็เป็นช่วงเวลาใกล้เลิกเรียนอย่างพอดี
เด็กนักเรียนจำนวนมากค่อยๆเดินกันลงมาจากอาคาร เมื่อทราบข่าวว่าจะมีผู้บริจาคเงินสิบล้านบาทให้กองทุนการศึกษา ทั้งผู้อำนวยการโรงเรียนและคณะครูต่างรีบมาต้อนรับทันที
“ เงินก้อนนี้.. สำหรับลูกหลานบ้านเรานะครับ ” ไทม์กล่าวขณะมอบเงินให้
“ เอาไว้ซ่อมอาคาร ซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ จัดทุนการศึกษา หรือพัฒนาอะไรก็ได้ที่เด็กๆจะได้ใช้ประโยชน์ ”
“ ขอบพระคุณครับ.. อาคารของโรงเรียนเราต้องซ่อมแซมแล้วเพราะเก่ามาก โชคดีจริงๆที่ได้รับทุนจากคุณไทม์และคุณเมย์ ไม่อย่างนั้นเด็กๆอาจต้องเรียนกันท่ามกลางความเสี่ยง.. ” ผู้อำนวยการโรงเรียนถึงกับโค้งตัว เขารองบประมาณซ่อมแซมอาคารมานานมากแล้ว นานจนมีบางส่วนที่พื้นทะลุไป..
“ พี่คนนั้นหล่อจัง.. ดาราหรือเปล่านะ ” เด็กหลายคนเริ่มกระซิบคุยกัน
“ ได้ข่าวว่าเป็นประธานบริษัท ”
“ เขาบริจาคตั้งสิบล้านบาทให้โรงเรียนเราเลยนะ! ”
“ ไปเป็นแฟนพี่เขากันดีมั้ย! ”
“ ยังไงวันนี้พวกผมก็ต้องขอตัวก่อนนะครับ ยังมีหลายเรื่องให้จัดการ ” ไทม์พูดหลังให้เมย์ได้ถ่ายรูปจนพอใจแล้ว แน่นอนว่าทุกอย่างเกิดขึ้นท่ามกลางสายตาของนักเรียนนับร้อย ที่ช่วยเป็นพยานได้อย่างชัดเจน!
. . .
ในขณะเดียวกัน อีกฟากหนึ่งของจังหวัด
ขบวนรถตำรวจหลายคันกำลังแล่นเข้าสู่พื้นที่จัดงานเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง ไซเรนไม่ได้เปิดดังลั่น ทุกคันเพียงขับเข้ามาอย่างเงียบที่สุด
เมื่อผู้กำกับเปิดประตูรถลงมา ภาพตรงหน้าก็ทำให้เขาต้องหยุดชะงักไปเลย!
“ โอ้โห.. ” ลูกน้องที่เดินตามลงมาหลุดอุทานเสียงดัง พื้นที่หลายสิบไร่ถูกเนรมิตจนแทบจำไม่ได้
เต็นท์สีขาวเรียงรายสุดลูกหูลูกตา โต๊ะจีนนับร้อย.. ไม่สิ! นับพันโต๊ะกำลังถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ
เวทีคอนเสิร์ตขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่กลางลาน พร้อมจอ LED ยักษ์ ระบบแสงสี และลำโพงขนาดใหญ่ที่กำลังทดสอบเสียง!
รถบรรทุกอาหารยังคงทยอยเข้ามาไม่ขาดสาย พ่อค้าแม่ค้า ร้านค้าต่างๆ รวมถึงชาวบ้านจากหลายอำเภอ เริ่มหลั่งไหลเข้ามาจับจองที่นั่งกันแล้ว
จำนวนผู้คนเพิ่มขึ้นทุกนาที! ผู้กำกับกวาดสายตามองภาพทั้งหมด ก่อนถอนหายใจยาวออกมา!
“ แค่กำลังของทั้งสถานีเรา.. เอางานระดับนี้ไม่อยู่หรอกครับผู้กำกับ ” สารวัตรพูดเสียงเบา งานในครั้งนี้มันใหญ่เกินไป นี่ไม่ต้องพูดต่อเลยนะว่าคนที่จัดงานอาจเป็นคนป่วย ป่วยจนสร้างเรื่องใหญ่โตแบบนี้ขึ้นมาได้!
ผู้กำกับพยักหน้าช้าๆ เขาเห็นด้วยเต็มร้อย หากเกิดความวุ่นวายขึ้น ต่อให้ตำรวจทั้งสถานีเข้าควบคุมสถานการณ์ ก็คงไม่อาจรับมือกับผู้คนจำนวนมหาศาลได้
“ อย่าเพิ่งทำอะไร เป้าหมายของเรามีคนเดียว ” เขาสั่งลูกน้องทุกคนทันที สายตาคมกริบของผู้กำกับกวาดมองไปทั่วบริเวณ
“ หามาลีให้เจอ ”
“ เจอตัวเมื่อไร พาเธอออกมาคุยกับผมทันที! ”
“ ครับ! ” ตำรวจทุกนายรับคำ ก่อนแยกย้ายกันเดินปะปนเข้าไปในฝูงชน
เวลาเดียวกันที่อีกด้านหนึ่งของเวที หญิงวัยกลางคนในชุดผ้าไหมสีทอง กำลังเดินตรวจความเรียบร้อยของงานด้วยสีหน้าเปี่ยมไปด้วยความภาคสุข ตลอดเส้นทางมีแต่คนยกมือไหว้ ที่ด้านหลังก็ยังมีทีมงานหลายคนคอยดูแล! การเป็นคุณหญิงที่มีลูกสาวร่ำรวยหมื่นล้าน มันช่างเป็นโลกที่เหมือนความฝันของเธอเลย!
“ ดอกไม้ตรงซุ้มทางเข้านั่น ขยับไปทางซ้ายนิดนึงค่ะ! ” มาลีเดินเชิดหน้าผ่านแถวโต๊ะจีนอย่างภาคภูมิใจ
“ แล้วไฟตรงเวทีใหญ่ เปิดให้สว่างกว่านี้อีกหน่อย เดี๋ยวแขกจะมองไม่เห็น! ”
เธอสั่งงานราวกับเป็นเจ้าของบริษัทออร์แกไนซ์มืออาชีพ ทั้งที่ตลอดชีวิตที่ผ่านมา งานใหญ่สุดที่เคยเข้าร่วมก็แค่งานบวชในหมู่บ้าน..
“ ครับคุณหญิง! ” ทีมงานหลายคนรีบรับคำ เพราะในสายตาของพวกเขา หญิงคนนี้คือแม่ของรองประธานบริษัทระดับหลายหมื่นล้านบาท ผู้ว่าจ้างที่ไม่อาจขัดใจได้!
“ ยินดีด้วยนะครับคุณหญิง! ” ตลอดทางที่เดินผ่าน ชาวบ้านต่างยกมือไหว้ด้วยรอยยิ้ม
“ ลูกสาวเก่งจริงๆครับ ”
“ คืนนี้คงยิ่งใหญ่ที่สุดในจังหวัดแน่! ”
มาลียิ้มรับทุกคำชมจนแทบหุบปากไม่ลง ความรู้สึกที่ครั้งนึงเคยได้แต่ยืนมองคนรวย วันนี้กลับเป็นเธอแล้วที่ทุกคนจะต้องห้อมล้อม!
“ เห็นมั้ย.. สุดท้ายแล้วฉันก็ทำสำเร็จ! งานนี้คือผลงานของฉันเอง! ถ้าไม่ได้ฉันมีเหรอที่งานนี้จะออกมาดีได้! ” เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ บางครั้งการหลงตัวเองจนเกินไป ก็อาจเปลี่ยนให้คนๆนึงเป็นโรคจิตหรือประสาท..