เกินเยียวยา
เกินเยียวยา
“ เห็นมั้ย.. สุดท้ายแล้วฉันก็ทำสำเร็จ! งานนี้คือผลงานของฉันเอง! ถ้าไม่ได้ฉันมีเหรอที่งานนี้จะออกมาดีได้! ” เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ บางครั้งการหลงตัวเองจนเกินไป ก็อาจเปลี่ยนให้คนๆนึงเป็นโรคจิตหรือประสาท..
ตำรวจหลายนายแยกย้ายกันเดินสำรวจพื้นที่อย่างแนบเนียน ผ่านไปเกือบสิบนาที ในที่สุดนายตำรวจหนุ่มคนหนึ่งก็วิทยุกลับมา
“ พบตัวแล้วครับผู้กำกับ ”
“ อยู่ตรงไหน ”
“ ด้านหลังเวทีใหญ่ครับ กำลังตรวจงานอยู่ ”
“ อย่าเพิ่งแสดงตัว รอผมไปถึงก่อน ” ผู้กำกับตอบทันที
ไม่นานนัก ชายวัยกลางคนก็เดินฝ่าฝูงชนไปถึงบริเวณหลังเวที เมื่อเห็นหญิงวัยกลางคนในชุดผ้าไหมสีทอง เขาก็ยกมือไหว้อย่างสุภาพ
“ สวัสดีครับ.. คุณมาลี ”
“ อ้าว! ท่านผู้กำกับ! วันนี้ต้องเรียกคุณหญิงแล้วนะ! ” มาลีหันกลับมาก่อนยิ้มกว้าง เธอไม่เคยใหญ่โตพอจะรู้จักผู้กำกับได้หรอก ที่ผ่านมาก็แค่เคยเห็นเขาอยู่บ้างในงานสำคัญ! มาวันนี้พอมีโอกาสเข้าหน่อยก็เลยตีตัวเทียบเท่าในทันที!
“ ดีใจจริงๆที่ผู้กำกับมาร่วมงานด้วย อยากนั่งร่วมโต๊ะกับท่านผู้ว่ามั้ยคะ? เดี๋ยวอีกชั่วโมงงานก็เริ่มแล้ว ”
“ ไม่เป็นไรครับ ผมมาคุยเรื่องสำคัญ ” เขาตอบอย่างแอบคิดไปบ้าง นี่ถ้าตนเองไม่ได้รับรู้เรื่องราวจากลูกสาวของเธอก่อน ตัวเขาก็คงหลงกลไปนั่งร่วมโต๊ะกับท่านผู้ว่าแล้ว งานแบบนี้เมื่อทุกคนเข้าร่วม ตัวเขาที่ก็เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ มีหรือจะปฏิเสธไม่เอาด้วยได้..
“ เรื่องอะไรคะ ” รอยยิ้มของมาลีเริ่มจางลง
“ ขอคุยกันอย่างเป็นการส่วนตัวสักครู่ได้ไหมครับ ” ผู้กำกับกวาดตามองทีมงานโดยรอบ เขาเองก็ไม่ได้อยากหักหน้าอีกฝ่าย เพราะนั่นอาจทำให้อับอายจนไม่ยอมรับความจริง
“ ทำไมต้องส่วนตัวด้วย.. ”
“ เรื่องนี้เกี่ยวกับคุณโดยตรง ”
“ ถ้าเป็นเรื่องแสดงความยินดี เชิญพูดตรงนี้ได้เลยค่ะ คนกันเองทั้งนั้น ฉันเองยังมีหลายสิ่งต้องตรวจสอบ งานวันนี้มันใหญ่โตเอาซะมากๆ ” มาลีหัวเราะเบาๆ
“ เฮ้อ.. ไม่ใช่เรื่องแสดงความยินดีครับ ” ผู้กำกับถอนหายใจ น้ำเสียงที่จริงจังนั้นทำให้ทีมงานหลายคนเริ่มหันมามอง มาลีเองก็เริ่มรู้สึกผิดปกติไปด้วย..
“ เกิดอะไรขึ้น.. ”
“ คุณเมย์ติดต่อผมแล้ว ” ผู้กำกับสบตาเธอตรงๆ ก่อนพูดออกมาช้าๆ
เพียงได้ยินชื่อลูกสาว สีหน้าของมาลีก็แข็งค้างทันที!
“ เมย์เหรอ.. ”
“ ใช่ครับ ”
“ แล้วลูกฉันว่ายังไง.. ”
“ เขาบอกว่าไม่ได้เป็นผู้จัดงานนี้ เงินทั้งหมดก็ไม่มีจ่ายด้วย งานนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความเต็มใจ.. ” ทันทีที่สิ้นประโยคนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของมาลีก็หายไปโดยสิ้นเชิง
“ เป็นไปไม่ได้! ” เธอส่ายหน้าทันที
“ ลูกสาวฉันเป็นรองประธานบริษัทตั้งหลายหมื่นล้าน! เงินแค่นี้จะไปไม่มีได้ยังไง! ”
“ ผมได้ฟังมาแล้ว ตำแหน่งรองประธานไม่ได้หมายความว่าเป็นเจ้าของบริษัทครับ! ” ผู้กำกับพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ เขาเป็นผู้บริหาร ไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สินทั้งหมด เพราะงั้นรายได้ก็เป็นแค่เงินเดือนทั่วไป.. ”
“ ยิ่งกว่านั้นพวกเรายังสืบทราบได้ว่า เงินที่คุณนำมาจัดงาน เป็นเงินที่คุณกู้มาทั้งหมด ดังนั้นตามกฎหมายแล้ว คุณต้องเป็นผู้รับผิดชอบหนี้สินนั้นด้วย.. ” คำว่าหนี้สินทั้งหมดราวกับค้อนหนักที่ฟาดลงกลางใจ
มาลีนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง แต่เพียงไม่กี่วินาทีเธอกลับส่ายหน้าแรงกว่าเดิม!
“ ไม่จริง! เสี่ยจักรบอกฉันเอง! เขาบอกว่าลูกสาวฉันมีเงินเป็นหมื่นล้าน! ”
“ แค่จัดงานห้าสิบล้าน เมย์จ่ายคืนได้สบายอยู่แล้ว! ”
ผู้กำกับขมวดคิ้วทันที ทุกอย่างเริ่มต่อกันเป็นภาพชัดเจน คนที่เป่าหูมาลีอาจไม่ใช่แค่ปล่อยเงินกู้ แต่ตั้งใจสร้างกับดักมาตั้งแต่แรก
เขามองหญิงตรงหน้าด้วยสายตาหนักใจ คนๆนี้โง่เง่าเกินกว่าจะยอมรับความจริง..
ตอนนี้มาลีไม่ได้กำลังคิดอย่างมีเหตุผลอีกแล้ว เธอกำลังยึดติดกับความฝันที่ถูกคนอื่นสร้างขึ้นให้เชื่อ และถ้าเขาปล่อยให้งานในคืนนี้เริ่มต้นขึ้นจริง ราคาที่ต้องจ่ายก็จะยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ..
ผู้กำกับสูดลมหายใจเข้าลึก เขาพยายามข่มอารมณ์เอาไว้ แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังคงดื้อรั้นไม่รับฟัง ตนเองก็ชักจะหมดความอดทนขึ้นเรื่อยๆ..
“ คุณมาลี.. ผมจะพูดตรงๆนะครับ ”
“ ตอนนี้คุณไม่ได้กำลังสร้างชื่อเสียงให้ลูกสาว! แต่คุณกำลังทำลายชีวิตลูกสาวของตัวเองอยู่! ” น้ำเสียงที่ดังขึ้นทำให้ทีมงานรอบข้างเริ่มหยุดมือ
หลายคนหันมามองด้วยความสงสัย แต่มาลีกลับยกคางขึ้น
“ ฉันทำเพื่อลูก! ทำเพื่อเธอจะได้มีหน้ามีตา! มีคนรู้จักทั้งจังหวัด! ”
“ มีหน้ามีตาเหรอ? ” ผู้กำกับหัวเราะออกมาอย่างเหลืออด
“ มีหน้ามีตาด้วยหนี้ห้าสิบล้านเนี่ยนะ! คุณเคยคิดบ้างมั้ยว่าถ้าลูกสาวคุณไม่ได้ช่วยใช้หนี้ แล้วตัวคุณจะเอาอะไรไปคืนเขา! ”
“ บ้าน? ที่นา? หรือจะขายตัวเอง! ” มาลีสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็ยังคงกัดฟันเถียงต่อไป
“ เมย์ไม่ปล่อยให้แม่ลำบากหรอก! เธอเป็นลูกสาวฉัน! ”
“ นั่นไง! คุณไม่ได้เชื่อว่าตัวเองมีปัญญาใช้หนี้! คุณหวังแต่จะให้ลูกสาวรับผิดชอบ! ทั้งที่เขาบอกคุณเป็นสิบครั้งแล้วว่าไม่มีเงิน!! ” ผู้กำกับชี้นิ้วลงพื้นอย่างแรง คำพูดนั้นทำให้มาลีเงียบไป แต่ไม่นานเธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
ติ๊ก.. ติ๊ก.. ติ๊ก.. นิ้วของเธอพิมพ์ข้อความอย่างรวดเร็ว
[ เมย์ รีบมาได้แล้ว ]
[ โอนเงินมาก่อนสิบล้าน! ]
[ โอนเงินมาเดี๋ยวนี้ ]
[ ทุกคนรออยู่ โอนเงินมานังลูกไม่รักดี แกคิดจะให้ฉันขายขี้หน้าจนตายเลยเหรอยังไง! ]
ผู้กำกับมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าอ่อนใจ
“ คุณยังกล้าส่งไปรบกวนลูกสาวอีกเหรอ.. ”
“ ถ้าส่งเยอะๆเดี๋ยวลูกก็อ่านเอง ” มาลีแทบไม่เงยหน้าขึ้นมอง
ติ๊กๆๆ..
[ เมย์โอนเงินมา! ]
[ กูบอกให้มึงโอนเงินมาให้กูตอนนี้! อ่านข้อความสิวะไอ้ลูกชั่ว! ]
ผู้กำกับถึงกับยกมือกุมหน้าผาก
“ คุณมาลี! เลิกส่งข้อความได้แล้ว! ลูกสาวคุณเขาไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยเลย ที่คุณต้องทำในตอนนี้คือการยกเลิกงาน ก่อนที่อาหารและการแสดงทั้งหมดจะแยกจ่าย!! หลายสิ่งมันยังยกเลิกได้ทัน ลดค่าความเสียหายของงานนี้ลงก่อนเถอะ! ” ผู้กำกับเตือนสติด้วยคำพูดที่ตรงที่สุด! มาลีต้องยอมรับความจริง ก่อนยุติทุกอย่างด้วยการโทษตัวเอง!
มาลีเงยหน้าขึ้นช้าๆ ก่อนแค่นหัวเราะใส่ผู้กำกับราวกับได้ยินเรื่องตลกที่สุดในชีวิต!
“ ผู้กำกับเป็นตำรวจก็ทำหน้าที่จับผู้ร้ายไปสิ! จะมาสอนฉันทำไม! เรื่องในครอบครัวฉัน ไม่ต้องมายุ่ง! ”
“ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องในครอบครัวแล้วไงครับ! ” ผู้กำกับสวนกลับทันที
“ คุณกำลังสร้างความเสียหายให้คนหลายพันคน ทั้งผู้รับจ้าง ทั้งร้านค้า ทั้งชาวบ้านที่เดินทางมา และที่สำคัญที่สุด ลูกสาวของคุณเอง! ”
“ ลูกสาวฉันรวย! ” มาลีตะโกนสวน
“ เมย์มีเงินเป็นหมื่นล้าน! แค่ห้าสิบล้านมันก็เศษเงิน! ”
“ คุณนี่มันโง่จริงๆ! ” ผู้กำกับหลุดคำแรงออกมาในที่สุด
“ เขาบอกคุณกี่ครั้งแล้วว่าไม่มีเงิน! คนทั้งจังหวัดเข้าใจผิดก็เพราะคุณคนเดียว! ”
“ ถ้าคุณเมย์ไม่มีเงินจริงๆ ตัวคุณก็จะลากลูกตัวเองลงนรกไปด้วยใช่มั้ย! ”
“ หุบปาก! ” มาลีชี้หน้าผู้กำกับทันที
“ อย่ามาสาปแช่งลูกฉัน! ”
“ ผมไม่ได้สาป! ผมกำลังเตือนคุณอยู่! ”
“ คนที่หลอกคุณคือเสี่ยจักร! หลอกให้คุณทำลายลูกสาวตัวเอง! ” คำพูดทั้งหมดทำให้บรรยากาศรอบด้านเงียบลงทันที ทีมงานหลายคนเริ่มมองหน้ากันเอง แม้แต่ลูกน้องตำรวจยังไม่กล้าพูดอะไร
“ ฮ่าๆๆๆ! ” เป็นมาลีที่หัวเราะเสียงดังลั่น
“ พวกแกมันอิจฉา! อิจฉาที่ลูกสาวฉันได้เป็นรองประธานบริษัท! อิจฉาที่วันนี้คนทั้งจังหวัดมาร่วมแสดงความยินดีกับครอบครัวฉัน! ” พูดจบเธอก็ก้มหน้าลงพิมพ์โทรศัพท์ต่อเหมือนคนเสพติดอะไรบางอย่าง!
ติ๊กๆๆๆ.. ข้อความเดิมถูกส่งออกไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า
[ เมย์รีบมา ]
[ โอนเงินมาก่อน ]
[ โอนเงินมาเดี๋ยวนี้ ]
ผู้กำกับมองหน้าจอที่สว่างวาบไม่หยุดก่อนถอนหายใจยาว คนตรงหน้าไม่ใช่คนที่พร้อมจะรับฟังเหตุผลอีกแล้ว..
“ คุณป้าคะ! ” เสียงหวานดังขึ้นจากด้านหลัง หญิงสาววัยยี่สิบต้นๆเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มสดใส เธอสวมเดรสสีขาวราคาแพง แต่งหน้าจัดเต็ม ทำผมอย่างประณีต ราวกับตั้งใจจะให้ตัวเองโดดเด่นไม่แพ้เจ้าของงาน!
“ ยัยดาว! ” มาลีหันไปยิ้มกว้างทันที หญิงสาวคนนี้คือดาว หลานสาวสุดที่รัก ลูกพี่ลูกน้องเมย์โดยตรง!
แม้จะเรียนจบได้อย่างทุลักทุเลมาหลายปีแล้ว แต่ก็ไม่เคยทำงานเป็นหลักเป็นแหล่งเลยซักครั้ง วันๆเอาแต่แต่งตัวเข้าคาเฟ่ อัปโหลดรูปลงโซเชียล และออกงานสังคมระดับหมู่บ้าน เพียงเพื่อหวังว่าจะได้พบผู้ชายฐานะดีสักคนมาเลี้ยงดู..
ดังนั้นเมื่อได้รู้ข่าวของยัยเมย์ ตัวดาวเองก็คิดจะยกฐานะตามติดไปด้วย! ในวันนี้จึงเป็นถึงผู้ช่วยจัดงาน!
ตลอดทั้งช่วงเย็นเธอเดินเคียงข้างมาลีแทบไม่ห่าง เพราะแขกในงานส่วนใหญ่ล้วนเป็นลูกนักธุรกิจ ลูกนักการเมืองท้องถิ่น และทายาทเจ้าของกิจการในจังหวัด
สำหรับดาวแล้ว นี่คือเวทีหาคู่ชั้นดี!
“ คุณป้า.. ” ดาวยิ้มหวาน ก่อนเหลือบมองผู้กำกับเพียงแวบเดียว
“ ถึงเวลาเปิดงานแล้วค่ะ พิธีกรกำลังรออยู่ นักข่าวเองก็เริ่มตั้งกล้องหมดแล้ว ” เธอพูดอย่างตื่นเต้น เพราะงานนี้เธอเองก็ได้หน้าไปด้วยไม่น้อย
“ หนุ่มๆหลายคนดูเหมือนจะสนใจหนู.. ป้าว่าหนูควรจะเลือกคนไหนดีคะ.. ” เธอถามอย่างไม่คิดเขินอาย อาจเพราะว่าเรื่องแบบนี้ คนที่สอนเธอมาตั้งแต่ยังเด็กคือคุณป้า!
“ เห็นไหมผู้กำกับ! ” มาลียืดอกขึ้นทันที
“ ทุกคนรอฉันอยู่! งานเองก็นี้จะเริ่มแล้ว! ” เธอเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า ก่อนเชิดหน้าด้วยความภาคภูมิใจ
“ ส่วนเรื่องยัยเมย์ ลูกฉันเดี๋ยวมันก็มาเอง! แต่ถ้ายังไม่มา! สุดท้ายก็ต้องโอนเงินมาให้ก่อน ตัวคุณไม่รู้อะไรก็อย่าพูดไปเรื่อยเลย! ” พูดจบมาลีก็เดินขึ้นบันไดหลังเวทีไป โดยมีดาวรีบเดินตามประกบอยู่ด้านข้าง..