งานนี้ต้องไล่ออก
งานนี้ต้องไล่ออก
“ แก.. แกพูดเรื่องบ้าอะไร คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงไล่ลูกสาวฉันออกได้! ” มาลีโกรธจนมือสั่น เธอคิดว่าไอ้เด็กนี่ต้องเป็นวัยรุ่นทรงเอที่เข้ามาก่อกวน! คนแบบมันน่ะเหรอจะมีอำนาจอะไรได้! ท่านประธานที่เมย์ทำงานด้วย คิดยังไงก็ต้องเป็นชายวัยกลางคน! ไม่แน่ว่าเขาอาจอยากได้ลูกสาวเธอเป็นเมียน้อย! นั่นคือความคิดจริงๆของมาลี!
ไทม์หยุดเดินอยู่กลางทางท่ามกลางโต๊ะจีนนับร้อยโดยรอบ ใบหน้าของเขาเรียบนิ่ง ทว่าความเงียบนั้นกลับกดดันเสียยิ่งกว่าการตะโกนด่า!
“ คุณถามว่าผมเป็นใครงั้นเหรอ.. ” เขาค่อยๆยกไมโครโฟนขึ้น
“ ต้องขอโทษด้วยที่ลืมแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ ” ชายหนุ่มอมยิ้ม เป็นโชคดีจริงๆที่ตัวเขากับเมย์มาถึงได้ทันเวลา
ผู้คนทั้งงานเริ่มหันมามองชายหนุ่มปริศนา นักข่าวหลายสำนักรีบหมุนกล้องตามทันที
“ แนะนำตัวไปสิ! ฉันจะได้รู้ว่าไอ้เด็กที่ไหนมันกล้ามาก่อกวนงานฉัน! ” มาลีแค่นหัวเราะ
ไทม์พยักหน้าเบาๆ ก่อนกล่าวออกมาชัดเจนทีละคำ
“ ผมชื่อไทม์ ประธานบริษัทที่พวกคุณพูดถึงมาตลอดทั้งวัน! ” เขาเว้นจังหวะเพียงเสี้ยววินาที ก่อนประโยคถัดไปจะสั่นสะเทือนงานเลี้ยงได้!
ทั้งงานเงียบสนิท.. แม้แต่เสียงลมยังเหมือนหยุดพัด!!
มาลีค้าง.. ดาวค้าง.. พิธีกรค้าง.. นักข่าวทุกคนอ้าปากค้าง ก่อนเสียงฮือฮาจะระเบิดขึ้นพร้อมกัน!!
“ อะ.. อะไรนะ!! ”
“ ประธานบริษัท! ”
“ เขานี่เหรอ! ”
“ อายุแค่นี้เนี่ยนะ! ”
ขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึง ผู้กำกับกลับถอนหายใจออกมาเบาๆ
“ ในที่สุดก็มา.. แต่ถ้าทำแบบนั้น ตัวตนของคุณไทม์เองจะไม่เป็นอันตรายเหรอ.. ” เขาคิดอย่างแอบรู้ข้อมูลมาแล้ว ตำรวจระดับเขาคงไม่ทำงานมั่วๆเป็นแน่หากไม่รู้ตัวตน พริบตาเดียวคำสั่งก็กระจายออกไป ตำรวจทุกคนเร่งเข้าไปคุ้มกันให้บุคคลสำคัญระดับคนนี้ในทันที!
ไทม์ไม่ได้สนใจเสียงรอบตัว เขาเพียงขยับแว่นตาดำกันแดดขึ้นเล็กน้อย ขณะมองจ้องมาลีว่าอีกฝ่ายจะทำยังไงต่อ!
“ เมื่อครู่คุณพูดว่า แม้แต่ประธานบริษัทเองก็ยังต้องเกรงใจลูกสาวคุณใช่มั้ยครับ? ”
“ ใช่! ” มาลียังตะโกนสวนทันที แม้ความมั่นใจจะไม่เท่าเดิมแล้ว
“ ลูกสาวฉันเก่ง! ทุกคนต้องเกรงใจ! ”
“ งั้นผมขอแก้ข่าวตรงนี้ให้เลยนะครับ ” ชายหนุ่มยิ้มบางก่อนหันไปมองแขกทั้งงานแทน
“ ทุกท่านครับ รองประธานบริษัทไม่เคยมีอำนาจอยู่เหนือประธาน ซึ่งเอาจริงๆเรื่องแบบนี้ทุกคนก็คงทราบดีกันอยู่แล้ว น่าจะมีแค่คนบนเวทีที่ไม่เข้าใจ.. ” เขาแซะต่อจนมีหลายคนแอบขำออกมา
“ คนที่แต่งตั้งรองประธานคือผม ดังนั้นก็ผมนี่แหละที่มีอำนาจสั่งปลดใครตอนไหนก็ได้! ” ทุกประโยคเหมือนค้อนเหล็กที่ทุบลงบนความมั่นใจของมาลี
“ แกโกหก! ” หญิงวัยกลางคนเริ่มหน้าซีด แต่ก็ยังพยายามเถียง
“ แกเป็นแค่เด็ก! ประธานบริษัทระดับสี่หมื่นล้านจะอายุแค่นี้ได้ยังไง! ”
ไทม์ไม่ได้ตอบ เขาเพียงหันไปหาผู้กำกับที่กำลังเดินเข้ามา
“ ผู้กำกับครับ ขอรบกวนช่วยยืนยันตัวตนให้ผมหน่อย ” แม้แต่ไทม์เองก็คิดว่าอีกฝ่ายคงตรวจสอบตัวตนเขามาแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่กล้าช่วยเหลือในงานใหญ่ระดับนี้
ผู้กำกับเดินออกมาช้าๆ ก่อนยกมือทำความเคารพไทม์ต่อหน้าคนนับหมื่น
“ สวัสดีครับ เอ่อ.. เขาคนนี้คือประธานบริหารของบริษัทอิมพีเรียมโลจิสติกส์กรุ๊ปจริงๆ ผมตรวจสอบยืนยันด้วยตัวเองแล้ว ” แค่ประโยคเดียวก็ทำให้ทั้งงานแทบหยุดหายใจ นักข่าวรีบซูมกล้อง แฟลชสว่างวาบรัวๆ แตกต่างจากมาลีที่เริ่มถอยหลังไป..
“ มะ.. ไม่จริง.. ”
“ ไม่จริงอะไร? ” ไทม์หันกลับมามองเธออีกครั้ง น้ำเสียงยังคงนิ่ง
“ คนที่ควรบอกว่าอะไรจริงหรือไม่จริง มันคือเมย์ลูกสาวคุณ ไม่ใช่คุณที่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะอ้าปากพูดซะด้วยซ้ำ! ” เขาพูดใส่อย่างต่อว่า ก่อนสายตาของมาลีจะเห็นเป็นลูกสาวที่เข้ามาในที่สุด เธอเดินมาหยุดอยู่ข้างไทม์ด้วยใบหน้าแสนเศร้า ละครบทใหม่ที่ทั้งคู่สร้างขึ้นกำลังจะได้เปิดฉากแสดง..
เมย์ก้มหน้าลงอยู่นาน มือทั้งสองกำแน่นจนปลายนิ้วซีด เธอไม่กล้ามองหน้าแม่ ไม่กล้ามองแขกหลายพันคนที่กำลังจับจ้องมาที่ตัวเอง
มือบางค่อยๆรับไมโครโฟนมาจากไทม์ช้าๆ.. น้ำเสียงแรกที่เปล่งออกมา แผ่วจนทั้งงานต้องตั้งใจฟัง
“ ฉันต้องขอโทษทุกคนค่ะ.. ” คำสั้นๆเพียงประโยคเดียว กลับทำให้หลายคนรู้สึกถึงความอัดอั้นที่เก็บมานาน
“ ขอโทษทุกคนที่ต้องเสียเวลาเดินทางมาวันนี้ เพื่อร่วมงานเลี้ยงจอมปลอมที่แม่ฉันจัดขึ้น.. ” เมย์เงยหน้าขึ้น ดวงตาเธอแดงก่ำ
“ ขอโทษบริษัท.. ที่ถูกนำชื่อเสียงมาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ”
“ แล้วก็ขอโทษท่านประธาน.. ที่ฉันทำให้บริษัทเสียหาย.. ” เธอหันไปโค้งให้ไทม์เกือบเก้าสิบองศา ไทม์เพียงพยักหน้ารับตามบทละคร
“ แม่.. ” เมย์สูดลมหายใจลึก ก่อนหันกลับไปหาแม่
“ หนูบอกแม่ตั้งแต่แรกแล้ว ว่าหนูไม่มีเงิน! หนูบอกแม่แล้วว่าอย่าจัดงาน! ”
“ หนูพูดจนปากฉีกแล้ว! ตำแหน่งรองประธานไม่ได้แปลว่าหนูจะเป็นเจ้าของบริษัท.. ”
“ หนูบอกแม่ทุกอย่าง แต่แม่ไม่เคยเชื่อหนูเลย ” เสียงของเธอเริ่มสั่น
“ จนถึงตอนนี้ หนูก็ยังพิมพ์บอกแม่ทั้งวันว่าไม่มีเงิน ยกเลิกงานเดี๋ยวนี้ ยกเลิกงานซะ! ” ไม่พูดเปล่า แต่ยังเป็นเมย์ที่เปิดแชทหลักฐานขึ้นมา ก่อนส่งไปให้ผู้กำกับได้ตรวจสอบ
“ ไม่จริง! แกโกหก! แกมีเงิน! แกแค่ไม่ยอมให้แม่! ” ทั้งงานเงียบสนิท ขณะมาลีรีบส่ายหน้าไปมาอย่างรับไม่ได้!
“ ถ้าหนูมีเงินจริง.. งานนี้หนูก็คงจ่ายเงินไปแล้ว ที่หนูไม่ให้จนแม่ต้องไปกู้เงิน ทุกอย่างมันก็ชัดเจนแล้วไม่ใช่เหรอ.. ” เมย์หลับตาลงก่อนร้องไห้ออกมา..
ประโยคนั้นชัดเจนทันทีสำหรับผู้คนทั้งงาน ถ้ารวยจริงใครจะปล่อยให้แม่ไปกู้เงินเพื่องานแบบนี้..
“ ท่านประธานดีกับหนูมาก เพื่อฉลองเข้ารับตำแหน่งใหม่ ท่านถึงกับสละเงินส่วนตัวกว่าหนึ่งร้อยสิบล้านบาท เพื่อบริจาคให้แก่โรงพยาบาลและโรงเรียนในอำเภอเรา.. ”
“ นั่นคือผลลัพธ์แห่งความสำเร็จที่หนูยินดีจะประกาศให้คนทั้งจังหวัดได้รู้ ไม่ใช่งานเลี้ยงบ้าบออะไรแบบนี้ ที่หาประโยชน์อื่นใดไม่ได้เลย! ” เมย์พูดกับแม่ของเธอโดยตรง เรื่องการบริจาคนั้น สร้างเสียงฮือฮาไปทั่วทั้งงานในทันที
“ มีข่าวออกมาแล้วจริงๆด้วย นั่นไงรูปของคุณเมย์ตอนบริจาคเงิน! ” คนทั้งงานหาข่าวได้ในทันที ผู้คนเริ่มมองหน้ากันอย่างเห็นด้วย..
“ แกโง่หรือเปล่า! ทำไมเอาเงินร้อยล้านไปให้คนอื่นแบบนั้น! ” มาลีแทบจะคำรามออกไมค์ ในหัวเธอไม่มีเลยกับคำว่าบุญบาป มันมีก็แค่เงินของลูกต้องเป็นเงินของเธอ!
“ แม่ฟังภาษาคนไม่เข้าใจเหรอ! เจ้านายหนูเขาบริจาคเงินให้ที่นี่ ก็เพื่อฉลองที่หนูเข้ารับตำแหน่งรองประธาน! เขาบริจาคเงินตัวเองไม่ใช่เงินหนู ความสำเร็จเพียงอย่างเดียวของหนูคือการเป็นคนที่นี่ เจ้านายก็เลยเลือกบริจาคเงินให้อำเภอเรา! ” เมย์คำรามใส่ แผนการที่วางไว้ดูเหมือนจะเริ่มเห็นผลแล้ว เมย์ทำดีเพื่ออำเภอ.. เธอดึงเงินบริจาคเข้ามาช่วยเหลือชุมชนได้ ไม่เหมือนแม่ของเธอที่คิดแต่จะจัดงาน!!
หญิงสาวหอบหายใจแรง น้ำตาไหลอาบแก้ม
“ ตอนนี้ทุกอย่างพังหมดแล้ว และทั้งหมดมันเป็นเพราะแม่! แม่เอาชื่อหนู เอาชื่อบริษัท เอาชื่อรองประธานไปสร้างเรื่องแบบนี้! ท่านประธานปลดหนูออกจากตำแหน่ง! ตอนนี้หนูคือคนตกงานที่ขาดรายได้!! ”
เสียงผู้คนทั้งงานแทบจะระเบิดออกในทันที ท่านรองประธานหมื่นล้านกลายเป็นคนตกงานไปซะแล้ว!!
“ ต่อจากนี้หนูจะทำยังไง! ท่านประธานไล่หนูออกแล้ว! หนูตกงานแล้ว! หนูไม่มีงานทำแล้วซะด้วยซ้ำ! อนาคตที่หนูพยายามสร้าง ทุกอย่างพังลงก็เพราะแม่แค่คนเดียว! ” ได้เวลาโยนความผิดทั้งหมดออกไป!
ทั้งงานเงียบกริบเพราะเริ่มจะเข้าใจหัวอกของลูกสาว!
“ ไม่.. ไม่จริง.. ” มาลีเริ่มหน้าซีด
“ เขาไม่กล้าไล่แกหรอก! แกเป็นรองประธาน! แกเป็นลูกฉัน! ” คำพูดนั้นเองกลับทำให้ไทม์หัวเราะออกมา!
“ ลูกคุณ? ลูกคุณแล้วมันยังไงครับ? ตัวคุณเป็นใครเหรอ? เท่าที่ผมรู้มา ตัวคุณก็แค่คนที่ไม่ทำการทำงานอะไร อายุแค่นี้แต่ก็เกษียณมานอนอยู่บ้านเฉยๆแล้ว เงินทองที่ใช้ในแต่ละวัน ก็ได้มาเพราะลูกสาวส่งให้แทบทุกเดือน มีลูกประเสริฐแบบนี้ยังไม่พอใจอีกเหรอครับ คุณนี่มันไม่รู้จักพอจริงๆ! ” ไทม์ที่เห็นมาโดยตลอดว่าเมย์ต้องลำบากขนาดไหน เมื่อได้โอกาสแล้วก็ขอสั่งสอนแม่เพื่อนดูซักครั้ง!
“ ว่าแต่.. เงินที่แม่เอามาจ่ายงวดแรกให้งานนี้ แม่เอามาจากไหนกัน.. ” เมย์พูดต่อ ความสงสัยนั้นทำให้สายตาของคนทั้งงานหันกลับไปบนเวที..
“ เรื่องเงิน.. ” มาลีพูดไม่ออก แต่สายตาของเธอกลับมองตรงไปยังโต๊ะ VIP ด้านหน้า.. โต๊ะที่ชายร่างอ้วนวัยห้าสิบกว่านั่งอยู่กับคนใหญ่คนโตหลายคน!
“ อย่าบอกนะว่า.. เสี่ยจักร.. ”
“ เสี่ยจักรนี่หว่า! ”
“ คนปล่อยเงินกู้นั่นน่ะเหรอ! ”
“ อย่าเรียกมันว่าคน เรียกมันว่าไอ้เหี้ยดีกว่า! ” ดูเหมือนชื่อเสียงของเขาจะไม่ธรรมดาเลยจริงๆ เพราะเพียงมีคนพูดขึ้นมา ประชาชนเกือบครึ่งงานก็สาปส่งให้แล้ว!
บรรยากาศเปลี่ยนในพริบตา ผู้กำกับหรี่ตาลง ลูกน้องตำรวจหลายคนเริ่มขยับตัวทันที ส่วนเสี่ยจักร.. เขาแค่ค่อยๆวางแก้วเหล้าลงก่อนลุกขึ้นยืนช้าๆ!
“ นี่พวกแกกำลังพาดพิงฉันอยู่เหรอ? ” น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยอันตราย ขนาดในงานนี้มีทั้งผู้หลักผู้ใหญ่และนายตำรวจอยู่เต็มไปหมด แต่คนๆนี้กลับไม่ได้แสดงออกว่าเกรงกลัวใครเลยแม้แต่คนเดียว!