อำนาจล้นฟ้า
อำนาจล้นฟ้า
“ กฎหมาย? มึงคิดว่ากูทำแบบนี้มาแล้วกี่ครั้งกัน? ลูกหนี้สวะแบบมึงกูส่งไปขายเป็นชิ้นส่วนให้พวกคนจีนมาแล้วเกินร้อยชีวิต คิดว่าเงินทองมันหามาได้ง่ายๆเหรอวะ! กูต้องเสียเวลาส่งคนไปให้พวกเขมรตั้งเท่าไร! ฮ่าๆๆๆ ” มันหัวเราะใส่เสียงดังลั่น กฎหมายบ้านเมืองดูเหมือนจะไร้ค่าไปแล้วในสายตาของเสี่ยจักรคนนี้!
เสียงหัวเราะของเสี่ยจักรดังก้องไปทั่วพื้นที่จัดงานที่ว่างเปล่า แต่สิ่งที่ชายวัยห้าสิบกว่าปีคนนี้ไม่รู้.. ก็คือคำพูดทุกคำของเขาไม่ได้หายไปกับความเงียบ!
บริเวณด้านหลังเวที ตำรวจหลายนายยืนกระจายกำลังกันอยู่ในความมืด! โทรศัพท์มือถือหลายเครื่องกำลังบันทึกเสียง กล้องตัวเล็กที่ติดอยู่กับเครื่องแบบเองก็ทำงาน!
ผู้กำกับที่ยืนอยู่ตรงกลางจ้องมองเสี่ยจักรด้วยสายตาเย็นเฉียบ! เขาทำตามคำแนะนำของไทม์โดยตรง ซึ่งนั่นมันก็ได้ผลอย่างชัดเจน!
“ พูดต่อสิครับเสี่ยจักร ” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง เสี่ยผู้มากบารมีชะงักไปเลย แม้แต่มาลีเองก็สะดุ้งเฮือก!
“ .. ” ชายวัยกลางคนค่อยๆหันกลับไป ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้รอยยิ้มของเขาค่อยๆจางหาย เป็นไทม์ที่กำลังเดินออกมาจากเงามืด! ข้างกายคือเมย์ และด้านหลังคือเจ้าหน้าที่ตำรวจเกือบทั้งหมดที่ยังไม่ได้เดินทางกลับ!
“ ท่านประธาน! ยัยเมย์ของแม่! ” มาลีแทบร้องออกมาอย่างมีความหวัง แต่เมย์กลับเดินผ่านแม่ของตัวเองไปโดยไม่แม้แต่จะหันมอง
“ เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะครับ? ” ไทม์ถามย้ำด้วยรอยยิ้มของผู้ที่กำลังจะได้รับชัยชนะ
“ คุณบอกว่าเคยส่งลูกหนี้ไปขายเป็นชิ้นส่วนมาแล้วกว่าร้อยชีวิต? โอ้! ถ้าผมเดาไม่ผิดนั่นคงเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ลูกหนี้เหล่านั้นไม่น่าจะยอมให้ตัดร่างกายไปขายได้ใช่มั้ยครับ? ” รอยยิ้มยียวนของเขาทำให้อีกฝ่ายถึงกับคิ้วกระตุก
เสี่ยจักรเงียบ ลูกน้องด้านหลังเริ่มขยับตัว ผู้กำกับที่เห็นแบบนั้นก็ยกมือขึ้นทันที!
“ ทุกคนอย่าขยับ! ” เสียงตะโกนดังลั่น ตำรวจหลายสิบนายยกอาวุธขึ้นพร้อมกัน! บรรยากาศเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ!
“ แหมๆ! ผู้กำกับถึงกับเล่นใหญ่เลยนะ ” เสี่ยจักรมองตำรวจรอบตัวก่อนหัวเราะเบาๆ
“ ผมไม่ได้เล่นครับ แต่ผมกำลังปฏิบัติหน้าที่! ” ผู้กำกับตอบเสียงเย็น เขาเองก็ตามคดีนี้มานาน หากวันนี้ปิดฉากเสี่ยจักรได้ ตัวเขาก็คงได้รับความชอบครั้งใหญ่!
“ ปฏิบัติหน้าที่? ” เสี่ยจักรยิ้มมุมปาก
“ แล้วผู้กำกับคิดว่าตัวเองมีอำนาจมากพอจะจับฉันได้จริงๆเหรอ? ”
ไม่มีใครตอบ เสี่ยจักรเดินไปข้างหน้าอีกก้าวอย่างไม่คิดเกรงกลัวผู้ใด!
“ รู้มั้ยว่าฉันรู้จักใครบ้าง? ผู้ใหญ่ระดับไหนที่เคยนั่งกินข้าวกับฉัน? นักการเมืองคนไหนรอรับโทรศัพท์จากฉันในทุกๆวัน? โอ้!! แล้วยังมีนายตำรวจระดับไหนอีก ที่เคยขอให้ฉันช่วยจัดการเรื่องบางเรื่องให้? ” เขาหัวเราะออกมาเบาๆ
“ ผู้กำกับ.. คุณคิดว่าขอนแก่นนี้มีแค่คุณคนเดียวหรือยังไง? ถ้าไม่แน่จริง ตัวฉันไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้หรอกนะ! ” ประโยคนั้นทำให้ตำรวจหลายนายกำหมัดแน่น เพราะทุกคนรู้ดีว่าเสี่ยจักรไม่ได้พูดลอยๆ ชายคนนี้มีเครือข่าย มีคนรู้จัก มีเงิน และมีผู้ใหญ่บางคนหนุนหลังอยู่จริงๆ!
“ ส่วนมึง.. ” เสี่ยจักรหันไปมองไทม์
“ อย่าคิดว่าแค่เป็นประธานบริษัทใหญ่แล้วจะทำอะไรกูได้! เงินซื้ออำนาจได้ก็จริง แต่กูมีทั้งเงิน ทั้งคน ทั้งเส้นสาย! เสือกอีกรอบระวังมึงจะไม่ได้กลับกรุงเทพ! ” มันข่มขู่อย่างหมายจะเอาชีวิตต่อหน้าตำรวจ!
“ ฮ่าๆๆ คุณเข้าใจผิดแล้วครับ ” เมื่อฟังจบ กลับเป็นไทม์ที่หัวเราะออกมาเสียงดัง เส้นสาย? อำนาจ? นั่นอาจน่ากลัวสำหรับหลายคนในยุคนี้ แต่ความน่ากลัวเพราะมีอำนาจอยู่เหนือกฎหมายนั้น มันไม่ได้มากมายอะไรเลยหากเทียบกับคุณชายลูกขุนนางในโลกยุคก่อน! ยุคที่คำสั่งเดียวก็ฆ่าคนกลางถนนได้โดยไร้ความผิด!!
“ ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อเอาคืนคุณ ผมมันก็แค่คนชอบเสือกที่เดินตามคนอื่นมาด้วยเฉยๆ ” ไทม์ส่งยิ้มกวนประสาทไปให้
ขณะที่ผู้กำกับเองก็เริ่มช่างใจว่าเอายังไงดี.. พริบตานั้น สายโทรศัพท์หนึ่งก็โทรเข้ามา! เป็นสายของผู้บังคับบัญชาที่เขาต้องรับให้ได้!
“ ครับท่าน.. ” เขากดรับสาย ไม่มีใครรู้ว่าปลายสายพูดอะไร แต่ทุกคนเห็นได้ชัดเจนว่าใบหน้าของผู้กำกับค่อยๆ เคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ จากนั้น..
“ รับทราบครับ ครับ! ผมจะดำเนินการตามคำสั่ง ”
“ ครับ.. ” สายถูกตัดลง ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง เสี่ยจักรที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกลับค่อยๆยกยิ้มขึ้นทันที! รอยยิ้มของคนที่รู้ตัวว่าชนะ!
“ ฮ่าๆๆๆ! ฉันบอกแล้วใช่มั้ยท่านผู้กำกับ! ว่าขอนแก่นนี้ไม่ได้มีแค่คุณคนเดียว! ” เขาหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น ลูกน้องด้านหลังเสี่ยจักรพากันยิ้มตาม!
“ คราวนี้เข้าใจหรือยังว่าใครใหญ่กว่าคุณ? ” เขาเดินเข้าไปใกล้ผู้กำกับก่อนกระซิบข้างหู
“ ไอ้เสี่ยจักร.. ” ผู้กำกับกำหมัดแน่น
“ ฉันไม่ได้บอกให้คุณเลิกทำงาน ฉันแค่บอกให้คุณกลับไปทำงานของตัวเอง อย่าคิดมาเสือกเรื่องของฉันอีกก็พอ นี่คือคำเตือนครั้งสุดท้าย ก่อนขอนแก่นจะได้เปลี่ยนผู้กำกับอย่างถาวร! ” ช่างเป็นคำพูดที่ยิ่งใหญ่ ยิ่งใหญ่ขนาดที่ว่าขู่ฆ่าผู้กำกับได้โดยตรง!!
ผู้กำกับไม่ได้ตอบโต้อีก เขาหันไปมองไทม์ สายตานั้นเต็มไปด้วยคำเตือนว่าอย่าฝืนต่อ เพราะตอนนี้สถานการณ์ไม่เหมือนเดิมแล้ว หากเป็นไปได้ก็ให้รีบหนีกลับไปกรุงเทพในทันที!
ไทม์มองกลับเพียงครู่เดียวก่อนจะพยักหน้า เขาเข้าใจทันทีว่าผู้กำกับเองก็ไม่มีทางเลือก อย่างน้อยในคืนนี้ อำนาจของเสี่ยจักรก็ยังสามารถกดทับเจ้าหน้าที่ระดับเขาได้จริงๆ!
“ ทุกคนเก็บอาวุธ! ” ผู้กำกับออกคำสั่งจนลูกน้องตำรวจหลายคนชะงักไป โจรอยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่ตำรวจแบบพวกเขากลับไม่อาจทำอะไรได้!
“ ผู้กำกับครับ แต่.. ”
“ ผมบอกให้เก็บอาวุธ! ”
ทุกคนจำต้องทำตาม ต่อหน้าเสี่ยจักรที่หัวเราะชอบใจ!
“ ดี.. แบบนี้ค่อยคุยกันรู้เรื่องหน่อย ” เขาปรบมือเบาๆสองครั้ง ก่อนจะหันกลับไปมองไทม์
“ ส่วนมึง.. ” รอยยิ้มบนใบหน้าของเสี่ยจักรหายไป
“ มึงอย่าคิดว่าคืนนี้จบแล้ว มึงกล้าทำให้กูเสียเงินไปตั้งห้าสิบล้าน กล้าทำให้กูต้องมาวุ่นวายต่อหน้าตำรวจ! ถ้ามึงไม่รับอีเมย์นี่กลับเข้าทำงานแล้วให้เงินเดือนมันเยอะๆ! ชีวิตมึงคงไม่ได้กลับไปเสพสุขที่กรุงเทพแน่! ” เขาชี้นิ้วใส่ไทม์อย่างต้องการคำตอบ
“ ไม่ล่ะครับ ผมไม่รับเมย์เข้าทำงานอีกแล้ว ” ไทม์ยิ้มตอบเพียงเท่านั้น ด้วยตรงนี้ก็ยังมีแม่เมย์ที่ยืนมอง..
“ ดี! มึงกล้ามาก! กลับกรุงเทพไปให้ได้ก็แล้วกัน ” ชายวัยกลางคนยิ้มเย็นอย่างไม่คิดจะปล่อยไว้! ไม่ว่ายังไงตัวเขาก็ต้องได้กำไรจากเรื่องนี้!
“ กลับ! ” เสี่ยจักรก็หันหลัง ลูกน้องกว่ายี่สิบคนเดินตามทันที ก่อนขึ้นรถ เขายังหันกลับมามองไทม์เป็นครั้งสุดท้าย สายตานั้นมีเพียงความอาฆาต!
ไม่นานรถหลายคันก็เคลื่อนตัวออกจากพื้นที่จัดงานอย่างรวดเร็ว เสียงเครื่องยนต์ค่อยๆหายไปในยามค่ำคืน ผู้กำกับยืนมองไฟท้ายรถเหล่านั้นจนลับสายตาก่อนถอนหายใจ..
“ คุณไทม์ครับ.. ผมขอโทษจริงๆ แต่คืนนี้คุณกลับพร้อมพวกเราเถอะ ไปนอนที่สถานีตำรวจซักคืน แล้วพรุ่งนี้เช้าก็รีบบินกลับกรุงเทพในทันที.. ” เขากล่าวอย่างทำได้แค่นี้จริงๆ อำนาจของคนที่อยู่เบื้องหลังอีกฝ่าย มันมากมายระดับสั่งปลดตัวเขาออกจากราชการได้เลย!
“ ไม่เป็นไรครับ ” ไทม์ส่ายหน้า
“ ผมมีแผนรับมือ แม้จะเสี่ยงไปหน่อยแต่ก็ทำได้.. ” เขาพูดก่อนนิ่งคิดอยู่พักใหญ่
“ ถ้าคืนนี้อยู่ดีๆเสี่ยจักรกับพวกทั้งหมดหายตัวไป.. ผู้กำกับเองก็ทำงานเช้าชามเย็นชามกับเรื่องนี้ซักครั้งนะครับ ” ไทม์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ คุณไทม์.. ” อีกฝ่ายนิ่งค้างไปเลย นี่เขาหมายความว่ายังไง? คุณไทม์คนนี้จะสั่งเก็บเสี่ยจักรอย่างนั้นเหรอ..
“ เสี่ยจักรคนนี้ถือเป็นบุคคลเหนือกฎหมายไปแล้ว.. พูดตามตรงเลยนะครับ ไม่มีเขาอยู่ขอนแก่นเราจะสงบกว่านี้มาก หากคุณไทม์จัดการเขาได้ ผมเชื่อว่านั่นคือเรื่องดีๆต่อราชการ.. ผมจะทำทุกอย่างที่พอจะทำได้ครับ! ” ผู้กำกับพยักหน้ารับคำ ไอ้บ้านั่นเองก็เพิ่งขู่ฆ่าเขาไป ตัวตนแบบนั้นขืนเก็บไว้ก็มีแต่อันตรายซะเปล่าๆ!
“ ตามนั้นครับ ที่เหลือผมจัดการเอง.. ” ไทม์รับปากจากนั้นจึงหันไปหาเมย์
“ เรากลับกันเถอะ ”
ทั้งคู่เดินออกจากพื้นที่จัดงานพร้อมกัน ไม่นานก็กลับมาถึงบริเวณที่จอดรถ รถกระบะคันเก่ายังคงอยู่ เมย์เดินไปเปิดประตูข้างคนขับ ก่อนตัวไทม์จะพูดห้าม..
“ เมย์ คืนนี้ขับคันนี้กลับบ้านผมนะ.. ” คำนั้นทำเอาเมย์ชะงักไปเลย
“ แล้วมึงล่ะ มึงจะไปไหน! ไม่เอานะไทม์ ห้ามไปวุ่นวายกับพวกเสี่ยจักรเด็ดขาด! ” เมย์ฺรู้ได้ทันที ว่าไทม์กำลังจะทำอะไรบางอย่างเพื่อช่วยเธอ.. ไม่ใช่เพียงเธอแต่ยังเป็นแม่ของเธอด้วย!
“ ไม่ต้องกลัวไป กูไม่ใช่พระเอกหนังที่จะเสียสละขนาดนั้น ถ้ากูไม่มั่นใจกูไม่รนหาที่ตายหรอก มึงขับคันนี้กลับไป เดี๋ยวกูจะใช้รถที่ยืมตำรวจมาเป็นตัวล่อ พวกมันน่าจะแอบซุ่มดูกูอยู่แล้วตอนนี้.. ” ไทม์ตบบ่าเมย์เบาๆเพื่อขอให้เชื่อใจ วันนี้เขาต้องยุติปัญหาในแบบของเขา..
แบบที่มีทั้งปืนพกและเสื้อเกราะกันกระสุน ไม่พอยังมีวิชาลมปราณขั้นพื้นฐานติดตัวอีก! งานนี้ให้มันได้รู้กันไปว่าตัวไทม์จะสู้ไม่ได้ เพราะถ้าเขาเดาไม่ผิด อีกฝ่ายเองก็คงไม่ได้พกปืนมาหลายกระบอก งานเลี้ยงแบบนี้ แถมยังเป็นพวกมันที่ทรงอำนาจในจังหวัด! ใครล่ะจะกล้ามีปัญหาด้วยได้? ความย่ามใจย่อมทำให้พวกมันละเลยต่อการพกอาวุธ!