มาตามกลิ่นเงิน
มาตามกลิ่นเงิน
เพียงไม่กี่ชั่วโมง เรื่องราวของเสี่ยจักรก็กลายเป็นหัวข้อสนทนาสำคัญของผู้คนทั้งจังหวัด! เขาหายไปไหน หายไปได้ยังไง แล้วงานเลี้ยงเมื่อคืนมันคืออะไรกันแน่..
เรื่องราวของเสี่ยจักรกลับไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ ข่าวจากเมื่อคืนถูกแชร์ต่อกันอย่างรวดเร็ว ทั้งคลิปเสียงในงานเลี้ยง คำข่มขู่ผู้กำกับ และข่าวการหายตัวไปของเสี่ยจักรพร้อมลูกน้องอีกกว่ายี่สิบคน!
ทว่าภายในบ้านไม้ริมทุ่งนา ไทม์กลับนั่งกินข้าวเช้าอย่างใจเย็น ราวกับเรื่องทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับตัวเองเลยแม้แต่น้อย
“ แม่ วันนี้กับข้าวอร่อยมากเลย ”
“ อร่อยก็กินเยอะๆ เดี๋ยวก็ต้องเดินทางกลับกรุงเทพแล้วใช่มั้ย ”
“ ใช่ครับแม่ แต่วันนี้พวกเราต้องไปซื้อรถให้พ่อกันก่อนนะ น่าเสียดายที่พ่อไม่อยากเก็บโรลส์รอยซ์เอาไว้ใช้งาน ” เขาหันไปมองผู้เป็นพ่ออีกครั้ง นี่คือสาเหตุที่เขาขับรถคันนี้มา.. รถคันโปรดมาจอดถึงหน้าบ้านแล้ว พ่อเขาจะใจแข็งไม่เก็บไว้จริงๆเหรอ..
“ อย่าพูดแบบนั้นสิ พ่ออยากเก็บมันเอาไว้เป็นลูกรักจะตายไป แต่รถแพงขนาดนั้นถ้าเอามาขับในหมู่บ้านก็คงไม่ดี ทั้งฝุ่นทั้งดิน เดี๋ยวของดีจะพังหมด.. ”
“ ใช้ไปเถอะครับพ่อ ผมซื้อให้พ่อวันละคันยังได้เลย มันก็แค่รถคันนึงที่มีไว้ขับ ” ไทม์ตอบอย่างแทบไม่ต้องเสียเวลา รถคันนี้มูลค่าห้าสิบล้าน.. ก็แค่ห้าสิบล้านเองไม่ใช่เหรอ เขาหยิบแจกันโง่ๆจากโลกยุคก่อนมาอันเดียวก็ได้ราคานี้แล้ว..
ในจังหวะนั้นเองที่กำลังหารือกันเรื่องรถ โทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างตัวก็สั่นขึ้นเบาๆ..
ครืด.. ชื่อบนหน้าจอทำให้เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย ผู้กำกับ..
“ มาเร็วกว่าที่คิดอีกแฮะ ” ไทม์กดรับสาย
“ ครับท่านผู้กำกับ โทรมาแต่เช้าเลยนะ ” เขาทักทายด้วยน้ำเสียงปกติ
“ คุณไทม์.. ” ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนผู้กำกับจะถอนหายใจยาว
“ เมื่อคืนคุณกลับถึงบ้านปลอดภัยใช่มั้ยครับ? ”
“ ครับ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย.. ”
“ ก็ดีแล้วครับ ” น้ำเสียงอีกฝ่ายฟังดูโล่งใจอย่างเห็นได้ชัด
“ ส่วนเรื่องเสี่ยจักร.. ตอนนี้กำลังเป็นเรื่องใหญ่แล้ว.. ”
“ ผมเห็นข่าวแล้วครับ คิดว่าคงเป็นพวกเขมรกับจีนเทาที่พาตัวไป.. ”
“ ผมเองก็ได้หลักฐานมาแบบนั้น โชคดีจริงๆที่มีหลักฐานเหลืออยู่ให้เห็น.. ” ผู้กำกับหัวเราะแห้งๆ กับเรื่องนี้มีเหรอที่เขาจะมองไม่ออก
“ เมื่อวานยังยืนข่มขู่ผมอยู่เลย เช้ามากลับหายไปทั้งแก๊ง ไอ้สารเลวพวกนี้มันสมควรแล้ว ”
“ ฺฮ่าๆๆ เวรกรรมอาจตามทันแล้วก็ได้ครับ ”
“ ผมก็อยากให้เป็นแบบนั้นครับ ตอนนีผมไม่รู้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น และผมก็ไม่คิดจะถามด้วย ”
“ เพียงแต่.. ผมอยากขอบคุณคุณจริงๆ ”
“ ขอบคุณเรื่องอะไรครับ? ”
“ เรื่องเมื่อคืน.. ”
“ บ้าจริงท่านผู้กำกับ ผมไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับเนี่ย! ฮ่าๆๆ ” ไทม์พูดหยอกล้อกลับก่อนพูดคุยกันอีกเล็กน้อยแล้ววางสายไป..
อาหารเช้าดำเนินต่อไปอย่างสงบ แต่ความสงบนั้นกลับอยู่ได้ไม่นาน..
ปัง! ปัง! ปัง! เสียงทุบประตูดังสนั่นจากหน้าบ้าน!
“ ประสิทธิ์! ไอ้ประสิทธิ์! อยู่หรือเปล่าวะ! ” ทุกคนบนโต๊ะอาหารชะงัก พ่อของไทม์เงยหน้าขึ้นทันที
“ เสียงใครมาตั้งแต่เช้า? ”
“ เปิดประตูสิวะ! กูรู้ว่าพวกมึงอยู่ในบ้าน! ” เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง
ไทม์วางช้อนลงอย่างช้าๆ เพียงได้ยินน้ำเสียงเขาก็รู้แล้ว ว่าคนมาเยือนในครั้งนี้ไม่ได้มาด้วยความหวังดีอย่างแน่นอน
“ เดี๋ยวพ่อไปดูเอง ” พ่อของเขาลุกขึ้นเดินออกไป แต่ยังไม่ทันถึงประตู เสียงตะโกนก็ลอดเข้ามาอีก
“ เมื่อคืนออกข่าวทั้งจังหวัด! กูเห็นแล้วนะ! อย่าคิดว่ากูจำหลานไม่ได้! ”
“ ไอ้ไทม์หลานกูใช่มั้ย! คนที่เป็นถึงประธานบริษัทใหญ่สี่หมื่นล้าน! ทำไมไม่เคยบอกพี่บอกน้องบ้างวะ! เงินที่พวกมึงเอาไปใช้หนี้ครั้งก่อน ก็เป็นไอ้ไทม์สินะที่หามาได้! หลอกกันได้ลงนะพวกมึง!! ”
ไทม์ขมวดคิ้วทันที ที่แท้คนที่มาถึงตั้งแต่เช้าก็คือคุณลุงของเขา พี่ชายแท้ๆของพ่อนั่นเอง!
ชายคนนี้เคยมาที่บ้านแล้วครั้งนึง และตั้งแต่นั้นมาก็ไม่เคยเชื่อเลยว่าครอบครัวของน้องชายจะไม่มีเงิน เพียงแต่ครั้งก่อนเขายังหาหลักฐานมายืนยันไม่ได้..
เขาเชื่อมาตลอดว่าต้องมีอะไรซ่อนอยู่.. โดยเฉพาะที่ดินและทุ่งนาของครอบครัว! คนบ้านนี้ต้องขุดเจอทองในที่นาแน่ๆ! ไม่อย่างนั้นไอ้ไทม์จะเอาเงินที่ไหนไปทำบริษัท!!
“ พี่มาทำอะไรแต่เช้า? ” พ่อของไทม์เปิดประตูออกไป
“ กูมาหามึงไม่ได้เหรอไง? นี่บ้านน้องชายกูแท้ๆ! ” ชายวัยกลางคนยืนอยู่หน้าบ้านพร้อมสีหน้าหงุดหงิด
“ ถ้ามีธุระก็ค่อยๆพูดกัน ” พ่อของไทม์พยายามใจเย็น เขาขี้เกียจจะทะเลาะกับพี่ชายผู้แสนโลภมากคนนี้แล้ว
“ กูจะค่อยๆพูดได้ยังไงวะ! ” เขาผลักประตูเข้ามาเล็กน้อย ก่อนนิ้วมือจะชี้ลงไปยังใต้ถุนบ้าน!
“ ไอ้นั่นมันคืออะไร! โรลส์รอยซ์ไม่ใช่เหรอวะ! ” ลุงใหญ่ของไทม์ถามเสียงเข้ม กับรถหรูที่แม้จะถูกจอดไว้อย่างพยายามจะหลบสายตาผู้คน แต่สำหรับคนที่ตั้งใจสังเกตแล้ว มันก็มองเห็นได้ไม่ยาก..
ไม่มีใครตอบ..
“ รถของใคร? พวกมึงเอามาได้ยังไงกันวะ ไหนบอกว่าไม่มีเงินไง!! ”
“ เอ่อ.. รถของไทม์ ” พ่อของไทม์เริ่มมีสีหน้าลำบากใจ
“ รถผมอะไรล่ะ นั่นรถพ่อผมเอง ผมซื้อให้พ่อเพราะท่านชอบคันนี้! ” ไทม์ที่นั่งทานข้าวอยู่ถึงกับพูดสวนออกมา ในความคิดของชายหนุ่มแล้ว บ้านเขาทำอะไรผิดนักเหรอ ถึงต้องมาแอบๆซ่อนๆความรวยแบบนี้ เงินที่ตัวไทม์ก็หามาเอง ไม่ได้ไปโกงมรดกมาจากพี่น้องคนไหนซะหน่อย!!
คำตอบนั้นทำให้ลุงของไทม์นิ่งไปทันที
“ มึง.. ซื้อให้พ่อ? ”
“ ครับ ”
“ โรลส์รอยซ์เนี่ยนะ? ”
“ ครับ ”
ชายวัยกลางคนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความสงสัยเมื่อครู่ บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นประกายบางอย่างที่ทุกคนบนโต๊ะอาหารมองออกได้อย่างชัดเจน มันคือความโลภ!
“ งั้นก็ดีเลย! ” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปในทันที จากที่เมื่อครู่ยังพูดเหมือนจะหาเรื่อง กลับกลายเป็นเสียงหัวเราะอย่างสนิทสนม
“ หลานชายรวยขนาดนี้ ทำไมไม่บอกลุงตั้งแต่แรกวะ! ”
“ บอกทำไมครับ? ” ไทม์วางช้อนลง
“ ก็.. ลุงก็ถือเป็นคนกันเองไง! ญาติพี่น้องกัน มีอะไรก็ควรช่วยเหลือกันไม่ใช่เหรอ? ”
“ อ๋อ.. ” ไทม์พยักหน้าช้าๆ ก่อนหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม
“ เพิ่งรู้เหมือนกันนะครับ ว่าญาติพี่น้องต้องช่วยเหลือกันด้วย ”
“ หมายความว่าไงวะ? ”
“ ก็ไม่มีอะไรครับ ” ชายหนุ่มวางแก้วก่อนหันไปมองหน้า
“ แค่ตอนบ้านผมลำบาก ผมไม่เคยเห็นลุงมาช่วยอะไรเลย ”
บรรยากาศภายในบ้านเงียบลงทันที พ่อของไทม์ที่กำลังจะพูดห้ามก็หยุดไป เพราะเขาเองก็รู้ดีว่าลูกชายพูดความจริง
หลายปีที่ผ่านมา ตอนครอบครัวของเขาต้องดิ้นรนหาเงิน ต้องขายของ ต้องกู้หนี้ยืมสิน หรือแม้แต่ตอนที่ชีวิตกำลังตกต่ำที่สุด พี่ชายคนนี้ไม่เคยแม้แต่จะถามว่าเป็นยังไงบ้าง..
แต่วันนี้ แค่เห็นรถคันหนึ่ง แค่เห็นข่าวในโทรทัศน์ ตัวมันก็รีบวิ่งมาถึงบ้านตั้งแต่เช้า!
“ มึงจะพูดเรื่องเก่าๆทำไมวะ! ” ลุงเริ่มหน้าเสีย
“ ตอนนั้นลุงก็ไม่ได้มีเงินเหมือนกัน! ”
“ ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ได้ติดใจ ” ไทม์ตอบอย่างใจเย็น
“ ผมแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมวันนี้ลุงถึงมาหา.. ”
“ ก็ลุงเพิ่งรู้ว่าหลานรวย! ” คำตอบตรงๆนั้นทำเอาทุกคนบนโต๊ะอาหารเงียบกริบ แม้แต่ตัวลุงเองก็เหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าหลุดพูดอะไรออกมา
“ เอาน่า! เรื่องมันผ่านมาแล้ว จะมานั่งพูดให้มันเสียเวลาทำไม ” ชายวัยกลางคนเดินเข้ามานั่งในบ้านแบบไม่ต้องรอให้ใครเชิญ จากนั้นก็ยิ้มกว้างออกมา
“ ไหนๆวันนี้ลุงก็มาแล้ว ลุงมีเรื่องอยากให้ไทม์ช่วยหน่อย ประธานบริษัทสี่หมื่นล้าน เงินทองมันก็ต้องมีเป็นหมื่นล้านเลยใช่มั้ยนะ! ”
“ ไม่ต้องคิดมากไป ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก ” ลุงยกมือขึ้นโบกไปมาหลังเห็นสีหน้าไทม์
“ แค่ขอยืมเงินสักสิบล้านบาทเอง อย่างที่รู้ ลูกชายลุงกำลังจะเปิดอู่ซ่อมรถ ถ้าได้เงินทุนสิบล้านในครั้งนี้ รับรองได้เลยว่าอู่ของมันจะต้องยิ่งใหญ่ที่สุดในตัวจังหวัด! ” เขาพูดอย่างเห็นเช่นนั้นจริงๆ ถ้าลูกเขามีเงินทุนระดับนี้ ยังไงธุรกิจที่ลงมือทำยังไงก็ต้องสำเร็จ!
“ สิบล้าน! มากไปหน่อยมั้ยพี่! ” แม่ของไทม์แทบส่ายหน้าไปเลย ยอดเงินที่อีกฝ่ายขอนั้นมากมายเกินไป!
ทว่าในครั้งนี้ไทม์กลับไม่ได้ปฏิเสธทันที ชายหนุ่มมองหน้าลุงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนสายตาจะเหลือบไปยังพ่อของตัวเองที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่
พ่อของเขาอยากได้รถคันนั้นมากแค่ไหนตัวไทม์รู้ดี และการที่พ่อไม่ยอมรับไว้ ส่วนใหญ่ๆเลยก็เป็นเพราะกลัวญาติๆจะสร้างปัญหา..
แต่ถ้าวันนี้เรื่องที่เขารวยได้ถูกเปิดเผยออกไปแล้วล่ะ.. ไม่ใช่ว่าปัญหาที่ต้องหวาดกลัวคนรู้จะหายไปด้วยเหรอ? ถ้าทุกอย่างจบลงได้ด้วยเงินเพียงสิบล้าน..
ไทม์คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ
“ ได้ครับ ”
“ .. ”
“ หา! ” ทั้งพ่อและแม่ของไทม์หันมามองลูกชายพร้อมกัน! แม้แต่ลุงใหญ่เองยังเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ
“ ไทม์.. ตกลงจริงเหรอ? ”
“ ครับ ” ไทม์พยักหน้าอย่างใจเย็น
“ ผมให้ยืมสิบล้าน ”
“ ฮ่าๆๆ! กูรู้อยู่แล้วว่าหลานกูใจดี! ไอ้หลานรักของลุง! ” ลุงใหญ่หัวเราะออกมาในทันที ใบหน้าที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยความกังวล บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างจนแทบปิดไม่มิด
แต่ไทม์ยังพูดไม่จบ..
“ ผมมีเงื่อนไขครับ ”
เสียงหัวเราะของอีกฝ่ายหยุดลงทันที
“ เงื่อนไขอะไร? ว่ามาเลยหลานรักของลุง ”
“ เรื่องเงินสิบล้านนี้ ลุงห้ามบอกป้าทั้งสองคนเด็ดขาด ”
“ ป้าทั้งสองคนต้องไม่รู้ว่าผมมีเงิน และก็ต้องไม่รู้ด้วยว่าผมให้ลุงยืมไปเท่าไร.. ”
“ ทำไมต้องปิดบังด้วยวะ? ”
“ เพราะถ้าป้ารู้ วันนี้ลุงขอสิบล้าน พรุ่งนี้ป้าคนหนึ่งมาขอห้าล้าน อีกคนมาขอสิบล้าน แล้ววันต่อๆไปก็คงมีญาติคนอื่นตามมาไม่รู้จบ ผมให้ลุงเพื่อที่ตัวลุงจะได้มาเป็นพวกเดียวกัน.. ”
เขาเผยความเจ้าเล่ห์ออกมาแล้ว! เมื่อให้ยืมเงินไปสิบล้าน หากอีกฝ่ายไม่ใช้คืนก็จะยืมเงินเพิ่มไม่ได้อีก เพียงสิบล้านแลกกับการตัดปัญหาเรื่องญาติไป ไม่ว่าจะมองยังไงนี่ก็คือการลงทุนอันแสนคุ้มค่า!