อสูรเหล็กในข่าวลือ
อสูรเหล็กในข่าวลือ
“ ช่างรูปงามยิ่งนัก.. ท่านพ่อ เขาเป็นคุณชายจากตระกูลใดกัน.. ” เธอพูดถามอย่างสนใจ สำหรับหญิงสาวแล้ว บุรุษรูปงามผู้มากล้นไปด้วยความสามารถ แถมยังได้ช่วยชีวิตของเธอเอาไว้อีก.. หากไม่เรียกสิ่งนี้ว่าพรหมลิขิตแล้วจะเรียกว่าอะไร!!
“ ฮ่าๆๆ เจ้าอย่าเสียมารยาท ” เฉินกั๋วกงหัวเราะออกมา ก่อนหันไปมองไทม์
“ คุณชายผู้นี้คือผู้มีพระคุณของเจ้าอย่างไรเล่า หากไม่มีเขา ป่านนี้เจ้าอาจจะ.. ” คำพูดช่วงท้ายถูกกลืนกลับไป เพราะเพียงคิดถึงเรื่องนั้น ผู้เป็นพ่อก็รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาในใจทันที
“ เป็นเขานี่เองสินะ.. ” เฉินลั่วอิงก้มหน้าลงเล็กน้อย เธอเองย่อมรู้ดีว่าก่อนหน้านี้ตนเองเป็นเช่นไร นอนติดเตียงมานานหลายปี ร่างกายอ่อนแอจนแทบไม่มีแรงลุกนั่ง หมอชื่อดังจากทั่วทั้งแคว้นต่างก็ถูกเชิญมารักษา แต่ไม่มีใครสามารถทำอะไรได้เลย..
ทว่าเมื่อชายหนุ่มผู้นี้ปรากฏตัว.. เพียงไม่กี่วันอาการที่เคยหนักหนากลับดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ!
วันนี้เป็นครั้งแรกในรอบปีที่เธอสามารถลุกขึ้นมานั่งรับประทานอาหารร่วมกับบิดาได้ แถมยังเป็นนอกห้องพักอีก..
สำหรับเธอแล้ว บุรุษตรงหน้าจึงไม่ต่างอะไรจากผู้ที่มอบชีวิตใหม่!!
“ คุณชาย.. ” เฉินลั่วอิงเอ่ยเรียกอย่างสุภาพ
“ ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะ ”
“ ไม่เป็นไร เห็นคุณดีขึ้นได้ก็ดีแล้ว ” ไทม์ชะงักเล็กน้อยก่อนยิ้มให้
“ คุณ? ” เฉินลั่วอิงขมวดคิ้วเล็กน้อยกับคำพูดแปลกประหลาด แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มของอีกฝ่าย เธอก็ไม่ได้คิดจะถามต่อ
“ คุณชาย หากไม่รังเกียจ เชิญนั่งก่อน ” เฉินกั๋วกงรีบผายมือไปยังที่นั่งว่างข้างโต๊ะ
“ ข้ากำลังจะรับประทานอาหารกับบุตรสาวพอดี ถือเสียว่าเป็นการต้อนรับท่านด้วยก็แล้วกัน ”
“ งั้นข้าคงต้องขอรบกวน ” ไทม์ไม่ปฏิเสธ เขาเดินเข้าไปนั่งลงอย่างสุภาพ ทว่าเมื่อเห็นอาหารบนโต๊ะ ชายหนุ่มก็ถึงกับนิ่งเงียบไปเล็กน้อย ต้องไปลืมว่ายุคนี้แม้แต่เจ้าเมืองเองก็ยังไม่ได้ทานของดีมากนัก..
บนโต๊ะมีเพียงข้าวสวยหยาบๆกับผักต้ม เนื้อแห้งจำนวนไม่กี่ชิ้น และน้ำแกงใสๆหนึ่งถ้วย..
“ อาหารของจวนเจ้าเมืองมีเพียงเท่านี้ ขอคุณชายโปรดอย่าถือสา ” เฉินกั๋วกงหัวเราะอย่างขมขื่น เขายังจำได้ดีว่าอาหารที่ท่านเซียนน้อยนำออกมาครั้งนั้น มันช่างเลิศล้ำเพียงใด อาหารของเทพเซียนย่อมเหนือกว่าอาหารของมนุษย์เดินดินเป็นธรรมดา!
“ บ้านเมืองกำลังประสบภัยแล้ง ต่อให้เป็นจวนของข้าเองก็ต้องประหยัดอาหารให้มากที่สุด ขุนนางจะกินดีกว่าชาวบ้านมิได้.. ” เขาพูดด้วยคำเดิมกับสิ่งที่ตนเองยึดถือ
ไทม์พยักหน้ารับ เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแต่ยกมือขึ้นเล็กน้อย
วูบ! ถุงกระดาษหลายใบปรากฏขึ้นบนโต๊ะทันที
“ นี่คืออะไร? ” เฉินกั๋วกงถึงกับเบิกตากว้าง ใจเขาลุ้นตามไปด้วยแล้วว่าจะได้ทานของดี!
ไทม์ไม่ได้ตอบ เขาแค่ค่อยๆนำสิ่งของออกมาทีละอย่าง ไก่ทอดกรอบหนึ่งกล่อง หมูย่าง ข้าวสวยหุงสุกร้อนๆ ผลไม้สดหลากชนิด และของหวานอีกหลายอย่างที่คนในยุคนี้แทบไม่เคยพบเห็น
กลิ่นหอมของอาหารสมัยใหม่ลอยฟุ้งไปทั่วศาลาในทันที!
“ นี่.. ” เฉินกั๋วกงถึงกับพูดไม่ออก แม้แต่เฉินลั่วอิงเองก็ยังเผลอขยับเข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตัว ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปยังอาหารตรงหน้าอย่างสนใจ
“ กลิ่นหอมเหลือเกิน.. ”
“ ของพวกนี้คืออะไรหรือเจ้าคะ? ”
“ อาหารที่ติดมือข้ามา เป็นของทั่วไปที่อยากให้พวกท่านได้ลิ้มลอง ” ไทม์ตอบหน้าตาย
ธรรมดา? สำหรับเขามันอาจเป็นอาหารจากร้านสะดวกซื้อหรือร้านอาหารทั่วไป แต่สำหรับคนในยุคนี้.. สิ่งเหล่านี้แทบจะเรียกได้ว่าเป็นของล้ำค่า!
โดยเฉพาะผลไม้สดที่มีสีสันสดใส เนื้อสัตว์ทั้งตัว รวมถึงขนมหวานที่มีรูปร่างประหลาด สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่ใช่ของที่จะหาได้ง่ายๆ ในช่วงเวลาที่ผู้คนนอกเมืองแทบจะอดอยากจนกินเปลือกไม้ได้แล้ว!
“ คุณชาย นี่คือ.. ”
“ กินเถอะ ไม่ต้องเกรงใจ ” ไทม์เลื่อนจานไก่ทอดไปตรงหน้าของเฉินลั่วอิง หญิงสาวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหยิบชิ้นเล็กๆขึ้นมาลองกัด
กรอบ! เสียงเบาๆดังขึ้น ดวงตาของเฉินลั่วอิงเบิกกว้างทันที
“ อร่อย.. อร่อยมาก!! ” เธออพูดออกมาโดยไม่ทันคิด เฉินกั๋วกงเองก็ลองรับประทานตาม ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนไปเช่นกัน
“ นี่มัน.. อาหารจากสวรรค์หรืออย่างไร! ” รสชาติที่เข้มข้น ทั้งเค็ม หวาน และกลิ่นหอมของเครื่องเทศ เป็นสิ่งที่อาหารในยุคนี้ไม่สามารถทำได้ง่ายๆ
“ หากคุณชายไม่เมตตา ข้าคงไม่มีโอกาสได้กินของอร่อยเช่นนี้ ” เฉินลั่วอิงกล่าวพลางยิ้มบาง คำพูดนั้นทำเอาบุตรสาวต้องแปลกใจ พ่อเธอที่เป็นถึงเจ้าเมืองใหญ่ในฝ่ายเหนือ กลับพูดออกมาเหมือนอีกฝ่ายเป็นผู้สูงศักดิ์.. นี่เขาคงไม่ใช่องค์ชายจากในวังหรอกนะ!
“ คุณหนูเฉินชอบก็กินเยอะๆ ร่างกายเพิ่งฟื้น ต้องบำรุงให้มากหน่อย ”
“ ขอบคุณเจ้าค่ะ ” รอยยิ้มบนใบหน้าของหญิงสาวยิ่งชัดขึ้น นางมองบุรุษตรงหน้าอีกครั้ง รูปงาม.. มีความสามารถ.. แถมยังลึกลับน่าค้นหา.. ไม่พอยังมีจิตใจเมตตาอีก!!
ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าอีกฝ่ายแตกต่างจากบุรุษทั่วไปโดยสิ้นเชิง ทว่าคนที่ถูกมองกลับไม่ได้สนใจสายตานั้น ไทม์เพียงนั่งรับประทานอาหารไปอย่างสบายๆ ก่อนหันกลับมาคุยกับเฉินกั๋วกงโดยตรง
“ จริงสิท่านเจ้าเมือง หลังจากนี้ตัวข้าก็คิดจะเดินทางเข้าเมืองหลวงต่อ อาจออกเดินทางในทันทีเมื่อถึงยามเช้า.. ”
“ เมืองหลวง? ” ตะเกียบในมือของเฉินกั๋วกงหยุดลงเล็กน้อย
“ ใช่แล้ว ”
“ ช่างบังเอิญนัก ” ชายวัยกลางคนยิ้มขึ้น
“ ข้าเองก็กำลังจะเดินทางไปเมืองหลวงในวันรุ่งขึ้นเช่นกัน! ”
“ ท่านก็จะไปหรือ? ”
“ หลานชายของข้าคนหนึ่งกำลังจะเข้าสอบเป็นขุนนาง ” เฉินกั๋วกงวางตะเกียบลง ก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงภูมิใจ
“ ตอนนี้การสอบจอหงวนรอบสุดท้ายกำลังจะมาถึง เขาคนนี้ได้รับสิทธิพิเศษจากสำนักศึกษา สิทธิ์ที่หลายปีจะมีซักครั้ง ตัวข้าจึงคิดจะเดินทางไปให้กำลังใจเขาด้วยตนเอง.. ”
“ หากสอบผ่านได้ตำแหน่งขุนนาง ก็นับว่าเป็นเกียรติของตระกูลไม่น้อย อนาคตอาจได้ทำงานใกล้ชิดราชสำนักโดยตรง! ตระกูลเฉินของข้าก็จะได้มีขุนนางรุ่นใหม่ มาแบกรับชื่อเสียงและเกียรติยศต่อไปในวันข้างหน้า! ”
ไทม์พยักหน้ารับ การสอบขุนนาง.. เขาเคยได้ยินเรื่องนี้มาบ้างแล้ว แถมยังได้ยินมามากกว่าที่เจ้าเมืองรับรู้เสียอีก! ใครจะคิดว่าการสอบนั่นจะมาถึงได้รวดเร็วเพียงนี้!
ในโลกยุคโบราณแห่งนี้ ผู้ที่จะก้าวขึ้นเป็นขุนนางล้วนต้องผ่านการสอบอย่างเข้มงวด และผู้ที่สามารถสอบผ่านรอบสุดท้ายได้.. ย่อมกลายเป็นบุคคลที่มีอนาคตในราชสำนัก! เรียกได้ว่าระดับเสนาบดีในท้องพระโรง ก็ต่างล้วนเป็นที่หนึ่งของรุ่นตัวเองกันทั้งนั้น!
“ ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลย เช่นนั้นท่านเจ้าเมืองคิดจะเดินทางด้วยวิธีไหน? ” ไทม์กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ ก็คงรถม้าตามปกติ.. ”
“ ท่านคิดสนใจจะนั่งอสูรเหล็กไปพร้อมข้าหรือไม่? ” ไทม์ยื่นข้อเสนอที่อีกฝ่ายรู้ข้อมูลอยู่แล้ว อสูรเหล็ก.. ข่าวลือที่ทำให้ตัวไทม์กับเขาพบเจอกัน! พาหนะที่วิ่งได้เร็วกว่าม้าศึกสิบเท่า! ข่าวลือนี้แม้แต่ในเมืองก็ยังพูดถึงกับไม่ขาดสาย!
“ ได้จริงอย่างนั้นเหรอ! คุณชาย ท่านให้ข้านั่งมันไปกับท่านได้จริงๆ?!! ” อีกฝ่ายเปลี่ยนเป็นตื่นเต้นในทันที โอกาสแบบนี้ในชีวิตอาจไม่มีอีกแล้วก็เป็นได้! พาหนะของเทพเซียน แม้แต่ฮ่องเต้ก็ยังไม่มีโอกาส!
“ ได้แน่นอน ท่านให้รถม้าและคนของท่านเดินทางติดตามมาก็ได้ ส่วนตัวท่านก็ไปกับข้าก่อน คิดว่าด้วยระยะทางจากฝ่ายเหนือ เดินทางเพียงไม่เกินหนึ่งวันก็น่าจะไปถึง.. ” ไทม์รับปากก่อนบอกให้ทั้งสองคนทานอาหารต่อ..
. . .
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องลงมายังประตูเมืองทางทิศใต้ บรรยากาศในช่วงเวลานี้ยังคงเงียบสงบ ผู้คนส่วนใหญ่เพิ่งเริ่มออกมาทำมาหากิน
บริเวณนอกเมืองที่ห่างไกลประตูเมืองออกมา คนกลุ่มหนึ่งกำลังยืนรวมตัวเพื่อส่งท่านเจ้าเมืองออกเดินทางอยู่!
เฉินกั๋วกงแต่งกายด้วยชุดเดินทางเรียบง่าย แต่ยังคงดูสง่างามสมกับฐานะเจ้าเมือง ข้างกายมีองครักษ์ติดตามมาจำนวนหนึ่ง ส่วนรถม้าของจวนเจ้าเมืองก็กำลังเตรียมออกเดินทางไปตามหลัง เพราะยังไงเสียขากลับเขาก็ต้องนั่งเจ้านี่..
“ พร้อมนะครับ ” ไทม์หันมาถามหลังพบว่าคนที่มาส่วนใหญ่ ก็ล้วนเป็นคนที่ไว้ใจได้เพราะเคยเห็นพลังของเขามาแล้วทั้งนั้น
“ เป็นบุญตาจริงๆ.. ” ท่านหาน จอมยุทธชราในชุดสีเทาตั้งใจรับชม
วูบ! แสงสีทองกะพริบขึ้น ก่อนร่างของพาหนะขนาดใหญ่จะปรากฏขึ้นกลางลานโล่ง!
มันมีสองล้อ ตัวรถสูงใหญ่ และเต็มไปด้วยชิ้นส่วนโลหะที่พวกเขาไม่เคยพบเห็นมาก่อนในชีวิต!!
BMW R 1300 GS Adventure มอเตอร์ไซค์คู่ใจของไทม์ที่เคยเป็นข่าวไปทั่วเมือง!!
“ นะ.. นี่มัน! ” เฉินกั๋วกงถึงกับก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ดวงตาจับจ้องไปยังพาหนะตรงหน้าแบบไม่วางตา!
แม้จะเคยได้ยินคำร่ำลือเรื่องอสูรเหล็กจากปากคนอื่นมานับครั้งไม่ถ้วน แต่การได้เห็นของจริงกับตาตัวเอง ความรู้สึกที่ได้รับก็ล้วนแตกต่างไป!
ตัวรถขนาดใหญ่ดูแข็งแกร่งราวกับสัตว์อสูรเหล็กที่พร้อมจะพุ่งทะยานออกไปทุกเมื่อ ชัดเจนเลยว่าเจ้านี่มันไม่ได้มีชีวิต..
“ นี่คืออสูรเหล็กของท่าน..? ”
“ ใช่ครับ แต่เอาจริงๆแล้วก็ไม่ควรเรียกว่าอสูร เพราะมันไม่ได้มีชีวิตตามที่ทุกท่านได้เห็น เจ้านี่ก็เป็นแค่พาหนะเซียนทั่วไป.. ” ไทม์เดินเข้าไปใกล้ ก่อนคร่อมรถให้ดูอย่างคล่องแคล่ว
ครืนนนนนน!! เสียงเครื่องยนต์ถูกเปิดขึ้น เสียงคำรามของเครื่องยนต์ดังก้องไปทั่วบริเวณ จนม้าศึกหลายตัวที่อยู่ใกล้ๆต้องตกใจ พวกมันยกขาหน้าขึ้นก่อนส่งเสียงร้องออกมาอย่างหวาดกลัว!
“ ใจเย็นๆ! ” องครักษ์หลายคนรีบเข้าไปควบคุมม้าอย่างชุลมุน ส่วนเฉินกั๋วกงกลับยิ่งตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม!