เมืองหลวงในที่สุด
เมืองหลวงในที่สุด
ครืนนนนนน!! เสียงเครื่องยนต์ถูกเปิดขึ้น เสียงคำรามของเครื่องยนต์ดังก้องไปทั่วบริเวณ จนม้าศึกหลายตัวที่อยู่ใกล้ๆต้องตกใจ พวกมันยกขาหน้าขึ้นก่อนส่งเสียงร้องออกมาอย่างหวาดกลัว!
“ สุดยอด! ” ท่านเจ้าเมืองเดินเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว ก่อนขออนุญาตใช้มือสัมผัสตัวรถอย่างช้าๆ..
“ ข้านั่งตรงไหน? ”
“ นั่งตรงนี้ แล้วจับข้าเอาไว้แน่นๆ ความเร็วของมันอาจทำให้ท่านต้องตกใจซักเล็กน้อย ” ไทม์ชี้ไปยังเบาะด้านหลัง
“ จับท่าน? ”
“ ใช่ครับ ไม่อย่างนั้นอาจตกได้ ”
“ ฮ่าๆๆ ข้าจะตกได้อย่างไร! นั่งแนบชิดบุรุษด้วยกันแถมยังต้องกอดเอวท่านเอาไว้อีก.. เรื่องแบบนี้.. ” เจ้าเมืองหัวเราะอย่างมั่นใจ ว่าตนเองนั้นแกร่งพอจะสู้กับความเร็วของเจ้านี่ได้ โดยไม่ต้องกอดเอวของเซียนน้อยเอาไว้ให้อายผู้คน..
แต่ไม่ถึงหนึ่งนาทีต่อมา เขาก็เริ่มรู้ว่าคำเตือนของไทม์ไม่ได้ล้อเล่น.. เฉินกั๋วกงก้าวขึ้นนั่งด้านหลังอย่างตื่นกลัว มือทั้งสองข้างจับบริเวณด้านหลังเบาะเอาไว้
“ พร้อมหรือยังท่านเจ้าเมือง? ”
“ พร้อม! ”
“ จับให้แน่นนะท่าน ฮ่าๆๆ ” ไทม์เหลือบมองเล็กน้อย ก่อนเริ่มต้นการออกเดินทาง ท่ามกลางสายตาของเหล่าผู้ติดตามที่โบกมือให้
“ ได้! ไปกันเลย! ”
ทันใดนั้น มือของชายหนุ่มก็บิดคันเร่ง!
วูมมมมม!! BMW R 1300 GS Adventure พุ่งทะยานออกไปในทันที!
“ อ๊ากกกกกก!! ” เฉินกั๋วกงที่เพิ่งบอกว่าตัวเองไม่กลัวถึงกับร้องออกมาเต็มเสียง!
แรงกระชากทำให้ร่างของเขาแทบไถลไปด้านหลัง มือทั้งสองข้างรีบกอดเอวไทม์แน่นโดยสัญชาตญาณ!
“ เร็วเกินไปแล้ว!! ” ลมแรงปะทะใบหน้าจนแทบลืมตาไม่ขึ้น ถนนดินที่เดิมทีต้องใช้ม้าเดินทางหลายชั่วโมงกลับถูกทิ้งไว้เบื้องหลังอย่างรวดเร็ว
สิบลี้! ยี่สิบลี้! สามสิบลี้! ทิวทัศน์สองข้างทางแทบกลายเป็นเส้นสายที่พุ่งผ่านสายตา เฉินกั๋วกงเบิกตากว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้า
“ นี่มันความเร็วอะไรกัน!! ”
“ ท่านเจ้าเมือง! จับให้แน่นสิ! ”
“ ข้าจับแน่นที่สุดแล้ว!! ” เสียงตะโกนดังไปตามสายลม มือเขาตอนนี้กอดเอวไทม์แน่นเหมือนลูกลิงตัวน้อย..
ในเวลานี้ไม่มีเหลือแม้แต่ภาพลักษณ์ของเจ้าเมืองผู้สง่างามอีกต่อไป จะมีก็เพียงชายวัยกลางคนที่กำลังกอดเอวชายหนุ่มตรงหน้าไว้แน่น ราวกับชีวิตนี้ขึ้นอยู่กับเขาแล้ว!
ผ่านไปพักใหญ่ ไทม์จึงค่อยๆลดความเร็วลงเพื่อตรวจว่าเจ้าเมืองเป็นเช่นไรบ้าง รถหยุดลงบริเวณเนินเขาเล็กๆใจกลางป่า
ไทม์หันกลับไปมอง ทว่าไม่มีเสียงตอบกลับจากอีกฝ่ายเลย..
“ ท่านเจ้าเมือง? ”
“ ข้า.. ” เฉินกั๋วกงที่กำลังนั่งนิ่งอยู่บนเบาะดวงตาเหม่อลอย.. อีกฝ่ายกลืนน้ำลายลงคอได้อย่างยากลำบาก
“ ข้ายังมีชีวิตอยู่ใช่หรือไม่? ”
“ ฮ่าๆๆ แน่นอนว่าท่านยังอยู่ ” ไทม์หลุดหัวเราะออกมา
“ เมื่อครู่นี้ข้านึกว่าตัวเองกำลังจะได้ไปพบยมบาลเสียแล้ว! ”
แต่เพียงไม่กี่ลมหายใจต่อมา สีหน้าหวาดกลัวของเขากลับเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้นอย่างรวดเร็ว!
เฉินกั๋วกงมองถนนทอดยาวที่อยู่เบื้องหน้า ก่อนหันกลับมามองตนเองมอเตอร์ไซค์อีกครั้ง
“ สุดยอด! ”
“ สุดยอดจริงๆ! ”
“ หากกองทัพของข้ามีพาหนะเช่นนี้ ต่อให้ต้องเดินทางจากหัวเมืองเหนือไปถึงเมืองหลวง ก็สามารถไปกลับได้ภายในเวลาไม่กี่วัน! ” ดวงตาของเจ้าเมืองเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“ คุณชาย นี่คืออสูรเหล็กที่ท่านเคยกล่าวถึงจริงๆสินะ! ”
“ ใช่แล้ว นี่คือหนึ่งเดียวจากข่าวลือนั่น.. ” เขากล่าวอย่างพยายามเน้นบอกว่าข่าวลือจากคนอื่นล้วนไม่จริง..
“ แล้วมันวิ่งได้เร็วเพียงใดกัน? ”
“ หากวิ่งเต็มกำลังบนถนนที่เหมาะสม ก็เร็วกว่าม้าหลายสิบเท่า ” ไทม์คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบออกมา
“ หลายสิบเท่า? ” เฉินกั๋วกงหันไปมองถนน ก่อนสูดลมหายใจเข้าลึก
“ ถ้าเรื่องนี้แพร่ไปถึงเมืองหลวง เกรงว่าคนทั้งแผ่นดินคงอยากเห็นอสูรเหล็กของท่านด้วยตาตัวเอง! โดยเฉพาะราชวงศ์ ”
“ เพราะแบบนี้เมื่อใกล้ไปถึงจุดหมาย เราสองคนเลยต้องเดินเท้ากันซักเล็กน้อย ฮ่าๆๆ ” เขาหัวเราะเบาๆก่อนบิดคันเร่งอีกครั้ง
ครืนนนนน!! เสียงคำรามของเครื่องยนต์ดังขึ้น คราวนี้เฉินกั๋วกงไม่ร้องออกมาอีกแล้ว ตรงกันข้าม เขากลับกอดเอวไทม์แน่นกว่าเดิมพร้อมหัวเราะออกมาอย่างตื่นเต้น!
“ ฮ่าๆๆๆ! เมืองหลวง! ข้ามาแล้ว! ” สองร่างหนึ่งคันพุ่งทะยานไปตามถนนหลวง ด้านหลังทิ้งไว้เพียงฝุ่นตลบจำนวนมาก!
จากนั้นการเดินทางอันแสนยาวนานก็ยังคงดำเนินต่อไป..
ตลอดหนึ่งวันหนึ่งคืน ทั้งสองแทบไม่ได้หยุดพักมากนัก ด้วยความเร็วของอสูรเหล็กที่เหนือกว่าพาหนะทุกชนิดในยุคนี้อย่างเทียบกันไม่ติด ระยะทางที่คนทั่วไปต้องใช้เวลาหลายวัน กลับถูกย่นลงจนเหลือเพียงวันเดียว!
แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องลงมาผ่านยอดไม้.. ไทม์ชะลอความเร็วลงก่อนมองไปยังถนนเบื้องหน้า นี่คือผลลัพธ์ของการเดินทางแบบไม่หยุดนอน! เมืองขนาดใหญ่ค่อยๆปรากฏอยู่ไกลๆให้ได้เห็น!
กำแพงเมืองสูงตระหง่านทอดยาวสุดสายตา บนยอดกำแพงมีทหารจำนวนมากเดินตรวจตราอยู่ ธงประจำราชวงศ์โบกสะบัดท่ามกลางสายลม
ด้านนอกเมืองเองก็เต็มไปด้วยผู้คนที่คิดเข้าไป.. พ่อค้า รถม้า กองคาราวาน และเหล่าบัณฑิตที่แต่งกายอย่างเรียบร้อย ทั้งหมดล้วนมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองหลวง!
“ เมืองหลวง.. เพียงหนึ่งวันหนึ่งคืนเท่านั้น.. ” เฉินกั๋วกงที่นั่งอยู่ด้านหลังถึงกับยืดตัวขึ้น ดวงตาเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
ไทม์มองภาพตรงหน้าก่อนยิ้มบาง เมืองหลวงของราชวงศ์แห่งนี้ ในที่สุดตัวเขาก็มาถึงแล้ว! เส้นทางเดินเรือสู่กรุงศรีอยุธยาล้วนอยู่ไม่ไกล!!
แต่ก่อนที่ทั้งสองจะเข้าใกล้ประตูเมืองมากไปกว่านี้ ไทม์กลับค่อยๆลดความเร็วลงอย่างถึงเวลา..
“ ท่านเจ้าเมือง จากตรงนี้เราคงต้องจอดรถแล้วเดินเท้า.. ”
“ ทำไมล่ะ? ” เฉินกั๋วกงมองอย่างสงสัย มาถึงตอนนี้เขาชักจะติดใจกับความสะดวกสบายนี้แล้ว..
“ ท่านลองดูสิครับ ” ไทม์ชี้ไปด้านหน้าที่เริ่มมองเห็นเป็นผู้คนจำนวนมาก
เฉินกั๋วกงมองตามเพียงแวบเดียวก็เข้าใจ ผู้คนกำลังหันมามองพวกเขา! ไม่สิ.. แม้จะยังไม่เห็นตัว แต่เสียงดังลั่นนี้ก็เรียกสายตาได้!
ตั้งแต่ที่อสูรเหล็กปรากฏตัวบนถนน ผู้คนที่กำลังเดินทางอยู่ต่างพากันหยุดมอง บางคนถึงกับชี้มือชี้ไม้และพูดคุยกันอย่างตื่นเต้น!
คาดว่าในวันนี้ ข่าวลือของอสูรเหล็กคงเป็นที่พูดถึงไปทั่วเมืองหลวง!!
ยิ่งเข้าใกล้เมืองมากเท่าไร ผู้คนก็ยิ่งเพิ่มจำนวนขึ้นเท่านั้น หากขี่เข้าเมืองไปตรงๆ เกรงว่าไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ราชสำนักคงเรียกตัวเขาเข้าพบ ก่อนยึดรถไปเป็นของตัวเองในทันที.. และนั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ไทม์ต้องการ! เขามาพร้อมเจ้าเมืองแล้ว เส้นทางเข้าวังย่อมง่ายกว่าการถูกจับตัวเข้าไป!
“ เร่งหาที่จอดเถอะ ราชสำนักคงไม่ยินดีจริงๆ หากมีข่าวลือว่ามีคนที่ถือครองพาหนะล้ำค่า เหนือกว่าพวกตนที่เป็นโอรสสวรรค์.. ” เจ้าเมืองเข้าใจได้โดยง่าย และความคิดนั้นก็ถือสิ่งที่ถูกต้องแล้ว.. น่าเสียดายที่หลานชายของเขาไม่อาจคิดได้เลย ถึงได้ปล่อยข่าวลือแปลกๆแบบนั้นออกไปโดยไม่คิดถึงผลลัพธ์ในแง่ลบ..
ไทม์หัวเราะเบาๆก่อนเลี้ยวรถออกจากถนนสายหลัก ทั้งสองขับไปอีกระยะหนึ่งก่อนพบพื้นที่ป่ารกทึบอยู่ข้างทาง
ชายหนุ่มมองซ้ายมองขวาเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีผู้คนอยู่ใกล้ๆก่อนหยุดรถ..
วูบ! แสงสีทองสว่างขึ้นอีกครั้ง BMW R 1300 GS Adventure ทั้งคันหายไปต่อหน้าต่อตา!
“ .. ” เฉินกั๋วกงยืนนิ่ง เขามองพื้นที่ว่างเปล่าตรงหน้า ก่อนหันกลับมามองไทม์ด้วยสายตาเหลือเชื่อ
“ ต่อจากนี้ไปให้ข้านำทางเอง เมืองหลวงก็ไม่ต่างจากบ้านหลังเก่าของข้า คนเป็นเจ้าเมืองล้วนเคยศึกษาและทำงานกันที่นี่มาแล้วทั้งนั้น! ” เจ้าเมืองเสนอตัวก่อนเดินนำทางไป ประตูเมืองอยู่ไม่ไกลจากจุดนี้มากนัก!
ในวันนี้เขาไม่ได้สวมเครื่องแต่งกายเต็มยศของเจ้าเมือง เพราะตั้งใจจะเดินเข้าเมืองหลวงอย่างเรียบง่าย ส่วนไทม์เองก็เดินคู่กันไปช้าๆเหมือนคุณชายทั่วไป..
เพียงแต่สิ่งที่ทั้งสองไม่รู้ก็คือ.. ข่าวของอสูรเหล็กได้เดินทางมาถึงเมืองหลวงก่อนพวกเขาเสียอีก!
“ เจ้าได้ยินหรือยัง? ”
“ ได้ยินอะไร? ”
“ มีคนพบเห็นอสูรเหล็กบนถนนหลวง! ”
“ อสูรเหล็กอะไรของเจ้า? ”
“ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน! แต่พ่อค้าจากทางเหนือบอกว่ามันส่งเสียงคำรามราวกับสัตว์ประหลาด แถมยังวิ่งเร็วกว่าม้าศึกไปหลายสิบเท่า! ”
“ หลายสิบเท่า? เจ้าล้อข้าเล่นหรือ?! ”
“ ข้าจะโกหกเจ้าไปทำไม! มีคนเห็นกันตั้งมากมาย! ”
“ มีข่าวลือว่า อสูรเหล็กนั่นเป็นของที่ท่านเซียนมอบให้ผู้มีบุญที่ถูกเลือก เขาคนนั้นเป็นคุณชายตระกูลใหญ่จากหัวเมืองเหนือ ไม่พอในปีนี้ยังเข้าสอบจอหงวนรอบสุดท้ายได้อีกด้วย! ”
“ โอ้! นี่หัวเมืองเหนือมีผู้มากไปด้วยวาสนาเช่นนั้น? หากเขาได้เป็นขุนนางใหญ่ บ้านเมืองเราอาจหลุดพ้นจากยุคอดอยากได้เสียที! ” เสียงพูดคุยดังขึ้นตามโรงน้ำชา ร้านอาหาร และตลาดตั้งแต่เช้าตรู่ เพียงไม่กี่ชั่วยาม ข่าวลือเรื่องอสูรเหล็กก็กลายเป็นหัวข้อสนทนาอันดับหนึ่งของเมืองหลวง!
“ คนพูดกันเยอะกว่าที่ข้าคิด.. ” ไทม์กล่าวพลางเดินตามเจ้าเมืองไปช้าๆ
“ นี่มันแปลก.. ดูเหมือนข่าวลือทั้งหมดจะมาถึงก่อนพวกเราหลายวัน ผู้มีวาสนาจากเมืองเหนืออย่างนั้นเหรอ.. ใครกันนะถึงได้อ้างตนเช่นนี้.. ” เฉินกั๋วกงขมวดคิ้ว ในใจเริ่มภาวนาแล้วว่าอย่าให้เป็นแบบที่เขาคิดเอาไว้เลย..