LNCrawler

ผู้มีวาสนาจากเมืองเหนือ

ข้ามมิติสู่ยุคอดีต ขนสมบัติไปมาเพื่อเป็นมหาเศรษฐี — novel.dek d.com · All chapters

ผู้มีวาสนาจากเมืองเหนือ

“ นี่มันแปลก.. ดูเหมือนข่าวลือทั้งหมดจะมาถึงก่อนพวกเราหลายวัน ผู้มีวาสนาจากเมืองเหนืออย่างนั้นเหรอ.. ใครกันนะถึงได้อ้างตนเช่นนี้.. ” เฉินกั๋วกงขมวดคิ้ว ในใจเริ่มภาวนาแล้วว่าอย่าให้เป็นแบบที่เขาคิดเอาไว้เลย..

“ ผู้มีวาสนาจากเมืองเหนือ.. แถมยังได้สอบจอหงวนรอบสุดท้าย? ” เฉินกั๋วกงยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ เขาพึมพำออกมาเบาๆก่อนหันกลับไปมองไทม์ที่กำลังเดินอยู่ข้างกาย

“ ท่านเซียนน้อย.. ข้าขอถามอะไรสักอย่างได้หรือไม่? ”

“ ได้สิท่านเจ้าเมือง ” ไทม์พยักหน้า

“ อสูรเหล็กที่ท่านครอบครอง ยังมีผู้อื่นในทิศเหนือครอบครัวด้วยหรือไม่.. ”

“ หนึ่งเดียวในใต้หล้า ไม่มีวันที่ผู้อื่นจะได้ครอบครองอสูรเหล็กแบบข้าอีกแล้ว นอกเสียจากตัวข้าจะเป็นผู้มอบให้ ซึ่งนั่นก็ไม่เคยมีมาก่อน.. ”

“ งั้นก็แปลกจริงๆ ” เฉินกั๋วกงขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม

ไทม์มองไปรอบตัว ผู้คนในเมืองหลวงยังคงเดินขวักไขว่ บางกลุ่มกำลังพูดคุยกันเรื่องอสูรเหล็ก บางคนถึงกับเลียนเสียงเครื่องยนต์ด้วยปากอย่างสนุกสนาน

“ หรืออาจเป็นหลานชายของท่าน? ” ไทม์ช่วยชี้นำความคิดให้ ด้วยลึกๆก็รู้อยู่แล้วว่าปัญหามันคืออะไรกันแน่..

“ เฉินอี้เหวิน? ” เจ้าเมืองที่ไม่คิดจะยอมรับ กลับไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าเขาเองก็คิดเช่นกัน..

“ เขาอาจไม่ได้ตั้งใจปล่อยข่าว แต่ด้วยนิสัยชอบโม้โอ้อวดเป็นทุนเดิม ตัวเขาอาจพูดกับเพื่อนบัณฑิตจนกลายเป็นเรื่องใหญ่.. ” เฉินกั๋วกงเองก็พอจะรู้นิสัยนี้ของหลานชายอยู่บ้าง.. ความเป็นไปได้นี้มีอยู่จริง

“ ข่าวลือระบุว่าผู้ครอบครองเป็นคุณชายจากหัวเมืองเหนือ และเป็นผู้มีวาสนาที่กำลังจะเข้าสอบจอหงวน.. หากเขาตั้งใจเพื่อให้ได้สิทธิ์ของสำนักศึกษา.. เกรงว่านี่อาจเป็นเรื่องใหญ่ การโกหกอาจทำให้ตระกูลเราต้องเสื่อมเสีย.. ” ดวงตาของเฉินกั๋วกงเย็นลงเล็กน้อย สิ่งที่เขาพูดไม่ใช่การลงโทษทั่วไป แต่มันคือการประหาร! หลอกลวงราชสำนัก โทษเดียวที่จะรับได้ก็คือความตาย!

“ ท่านเซียนน้อย.. ข้าเกรงว่าจะมีใครบางคนนำเรื่องของท่านไปแต่งเติมเป็นเรื่องของตัวเองแล้ว.. ”

ไทม์ไม่ได้ตอบในทันที แม้ในใจจะรู้อยู่ว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นยังไง..

“ เช่นนั้นไปโรงเตี๊ยมกันเถอะ ข้าอยากรู้ว่าคนในเมืองหลวงพูดถึงเรื่องนี้กันถึงไหนแล้ว ” เจ้าเมืองพูดชวนกับสถานที่ยอดฮิตในการหาข่าว แถมยังเป็นจุดที่พวกเขาหาของกินยามเช้าได้อีกด้วย!

“ โรงเตี๊ยม? ”

“ หากอยากฟังข่าวที่เร็วที่สุด อย่าถามขุนนาง แต่ให้ถามคนขายเหล้ากับพ่อค้า.. คนพวกนี้ต่างหากที่รู้ทุกเรื่องในแผ่นดิน! ฮ่าๆๆ ” ชายวัยกลางคนยิ้มออกมา

ไม่นานนัก ทั้งสองก็มาถึงโรงเตี๊ยมขนาดใหญ่ริมถนนสายหลัก เพียงก้าวเข้าไปด้านใน ไทม์ก็สัมผัสได้ถึงความคึกคักทันที

โต๊ะเกือบทุกตัวเต็มไปด้วยผู้คน ทั้งพ่อค้า บัณฑิต นักเดินทาง และคนจากหัวเมืองต่างๆล้วนกำลังนั่งรับประทานอาหารและพูดคุยกันเสียงดัง

“ สองที่! ” เฉินกั๋วกงยกมือเรียกเสี่ยวเอ้อร์ ก่อนพาไทม์ไปนั่งบริเวณมุมหนึ่งของชั้นสอง จากตรงนี้สามารถมองเห็นถนนด้านนอกได้อย่างชัดเจน

“ เมืองหลวงคึกคักกว่าที่คิด ไม่พอยังดูไม่ขาดแคลนอาหารเท่าที่อื่น.. ” ไทม์มองลงไปด้านล่าง ถนนเต็มไปด้วยรถม้า ผู้คนเดินกันจนแทบไม่มีพื้นที่ว่าง ร้านรวงต่างๆเปิดประตูต้อนรับลูกค้ากันตั้งแต่เช้า อาหารที่นี่ดูจะไม่ได้ขาดแคลนเลยซักนิด!

และที่สำคัญที่สุดคือ.. บัณฑิต! แทบทุกแห่งมีชายหนุ่มในชุดบัณฑิตเดินผ่าน!

บางคนถือหีบตำรา บางคนกำลังท่องตำรา บางคนรวมกลุ่มกันพูดคุยถึงข้อสอบ และบางคนก็กำลังนั่งดื่มสุราเพื่อคลายความกังวลก่อนวันสำคัญ

“ พรุ่งนี้เป็นการสอบจอหงวนรอบสุดท้าย ” เฉินกั๋วกงมองลงไปยังถนน ในตอนนแรกเขาคิดจะมาหลังวันสอบหนึ่งวัน เพื่อจะได้ร่วมยินดีไม่ก็ปลอบใจ..

“ งานใหญ่ขนาดนั้นเลยหรือ? ”

“ ใหญ่กว่างานเทศกาลเสียอีก ” ชายวัยกลางคนหัวเราะ

“ ทุกสามปี บัณฑิตทั่วทั้งแผ่นดินจะเดินทางมายังเมืองหลวง ผู้คนจากหัวเมืองต่างๆก็จะมาเข้าร่วมรับชม ”

“ ร้านค้า โรงเตี๊ยม โรงน้ำชา ล้วนเต็มจนแทบไม่มีที่พัก ”

“ ต่อให้เป็นชาวบ้านธรรมดา ก็ยังอยากเห็นด้วยตาว่าบัณฑิตผู้ใดจะได้เป็นจอหงวนของปีนี้! ”

ไทม์พยักหน้าอย่างเข้าใจ นี่ไม่ใช่เพียงการสอบขุนนาง แต่มันคือเวทีที่บัณฑิตทั่วแผ่นดินใช้เดิมพันอนาคตของตนเอง!

“ ดูนั่นสิ ” เฉินกั๋วกงชี้ลงไปด้านล่าง กลุ่มบัณฑิตประมาณสิบกว่าคนกำลังเดินเข้ามาในร้าน ทันทีที่พวกเขาปรากฏตัว เสียงพูดคุยรอบด้านก็เปลี่ยนไป

“ นั่นใช่บัณฑิตจากเจียงหนานหรือไม่? ”

“ ใช่! ข้าได้ยินว่ากลุ่มนั้นมีคนติดอันดับต้นๆจากการสอบครั้งก่อนด้วย! ”

“ แล้วคนตรงกลางล่ะ? ”

“ เขาคือหนึ่งในตัวเต็งของปีนี้! ”

“ หากเขาได้จอหงวน ขุนนางจากฝ่ายใต้คงได้หน้ากันทั้งแคว้น! ” เสียงสนทนาดังขึ้นเรื่อยๆ เฉินกั๋วกงฟังด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ หลานชายของเขาเองก็มีสิทธิ์นั้นเช่นกัน!

“ เป็นอย่างไร? สนุกกว่าที่คิดใช่มั้ยขอรับ? ”

“ ก็น่าสนใจดี ” ไทม์ตอบพลางยกถ้วยชาขึ้นดื่ม แต่ทันใดนั้น..

“ พูดถึงอสูรเหล็กสิ! ” เสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้นจากโต๊ะด้านข้าง ทั้งโรงเตี๊ยมเงียบลงเล็กน้อย ดูเหมือนหลายคนเองก็อยากรับฟัง!

“ เรื่องนั้นข้าก็อยากรู้! ”

“ ข้าได้ยินว่ามันเป็นพาหนะของคุณชายผู้หนึ่งจากหัวเมืองเหนือ! คุณชายผู้มีวาสนาเข้าสอบจอหงวนในปีนี้เช่นกัน! ”

“ ใช่ๆ! ”

“ ได้ข่าวว่าเขาเป็นผู้มีวาสนาอย่างยิ่ง ท่านเซียนถึงกับมอบอสูรเหล็กให้เขาด้วยตัวเอง! แถมยังบอกอีกด้วยว่า ในอนาคตคุณชายผู้นี้จะได้เป็นถึงเสาหลักของแผ่นดิน ตำแหน่งมหาอัครเสนาบดีในอนาคตย่อมเป็นเขา! ”

“ หากเป็นจริง เกรงว่าคนผู้นี้จะต้องได้รับชัยชนะแน่นอน!  ”

“ พูดอะไรของเจ้า? ” บัณฑิตคนหนึ่งหัวเราะ

“ การสอบจอหงวนวัดความรู้ มิใช่วัดกันว่าใครมีอสูรเหล็ก! ”

“ แต่คนมีวาสนาขนาดนั้น ย่อมต้องได้รับการคุ้มครองจากสวรรค์ไม่ใช่หรือ? ” เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วโรงเตี๊ยม ทว่าเฉินกั๋วกงกลับไม่หัวเราะด้วย ใบหน้าของเขาค่อยๆมืดลง

“ ท่านเซียนน้อย.. ”

“ ได้ยินแล้ว.. ” ไทม์วางถ้วยชาลงอย่างช้าๆ

“ ดูเหมือนข่าวลือจะไปไกลกว่าที่เราคิด เสาหลักของแผ่นดิน? นั่นมันไม่ต่างจากการยกตนหลอกเจ้าเลย.. ราชสำนักต้องไม่พอใจเป็นแน่! ” เฉินกั๋วกงส่ายหน้าเบาๆ

“ ตอนนี้มันกำลังกลายเป็นเรื่องของผู้เข้าสอบจอหงวน.. การสอบครั้งสำคัญที่แม้แต่ฮ่องเต้ก็ยังใส่ใจ.. ” พูดจบเขาก็เงียบไปซักพัก ในใจได้แต่ภาวนาแล้วจริงๆ..

ทันใดนั้นเสียงกลองจากด้านนอกก็ดังขึ้น!

ตึง! ตึง! ตึง! ผู้คนทั้งโรงเตี๊ยมต่างหันไปมอง บนถนนหน้าประตูเมืองมีเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งกำลังติดประกาศขนาดใหญ่

“ ประกาศจากราชสำนัก! ” เสียงตะโกนดังไปทั่วถนน

“ การสอบจอหงวนรอบสุดท้ายจะเริ่มขึ้นในยามรุ่งสางของวันพรุ่งนี้! ”

“ ผู้เข้าสอบทุกคนต้องเข้ารายงานตัวก่อนยามสาม! ”

“ ผู้ใดไม่มีป้ายประจำตัว ห้ามเข้าเขตสนามสอบโดยเด็ดขาด! ”

“ พรุ่งนี้แล้ว! ” เสียงผู้คนเริ่มดังขึ้นทันที

“ ในที่สุดก็ถึงวันสอบ! ”

“ ใครจะเป็นจอหงวนปีนี้กันนะ? ” บรรยากาศทั้งเมืองหลวงราวกับถูกจุดไฟขึ้นในพริบตา ร้านค้าต่างพากันคึกคัก โรงเตี๊ยมเต็มจนแทบไม่มีที่นั่ง บัณฑิตจำนวนมากรีบกลับไปเตรียมตัว

และในขณะเดียวกัน.. ภายในห้องพักชั้นบนของโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังยืนอยู่หน้ากระจก

เขาสวมชุดบัณฑิตอย่างเรียบร้อย ใบหน้าของเขาเผยรอยยิ้มมั่นใจ บนโต๊ะด้านหลังมีหนังสือจำนวนมากวางอยู่ แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดกลับเป็นกระดาษแผ่นหนึ่ง.. บนกระดาษนั้นเขียนเอาไว้เพียงประโยคเดียว

“ ผู้มีวาสนาจากหัวเมืองเหนือ.. ผู้ครอบครองอสูรเหล็ก.. ” ชายหนุ่มยิ้มออกมา

“ พรุ่งนี้.. ชื่อของข้าจะต้องถูกพูดถึงไปทั่วราชสำนัก! ” เขาหัวเราะเบาๆโดยไม่รู้เลยว่า คนที่ครอบครองอสูรเหล็กตัวจริง กำลังนั่งดื่มชาอยู่ในโรงเตี๊ยมอีกแห่ง ห่างออกไปเพียงไม่กี่ถนนเท่านั้น!

. . .

เช้าวันรุ่งขึ้นมาถึงได้อย่างรวดเร็ว เพียงฟ้ายังไม่ทันสว่างเต็มที่ เสียงกลองจากทั่วทั้งเมืองหลวงก็ดังขึ้นเป็นระยะ ผู้คนหลายหมื่นชีวิตเริ่มเคลื่อนตัวไปยังพระราชวังหลวงตั้งแต่ยามเช้า

วันนี้ไม่ใช่วันธรรมดา เพราะมันคือวันสอบจอหงวนรอบสุดท้าย!

ถนนทุกสายที่มุ่งหน้าเข้าสู่พระราชวังแน่นขนัดไปด้วยผู้คน บัณฑิตจากทั่วทั้งแผ่นดินแต่งกายด้วยชุดพิธีการ มุ่งหน้าสู่เขตพระราชฐานภายใต้การคุ้มกันของทหารหลวง

ร้านค้าต่างๆเปิดตั้งแต่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น โรงน้ำชาเต็มไปด้วยผู้คนที่มารอรับฟังข่าว ส่วนบริเวณโดยรอบพระราชวังก็ถูกจัดระเบียบอย่างเข้มงวด

อาจเพราะวันนี้ไม่ใช่จะมีเพียงบัณฑิตที่มาสอบเท่านั้น แต่ยังมีเชื้อพระวงศ์ ขุนนางชั้นสูง แม่ทัพ เจ้าหน้าที่ราชสำนัก และประชาชนจำนวนมหาศาล เดินทางมาร่วมเป็นพยานในวันสำคัญของแผ่นดิน!

“ คนเยอะเกินไปแล้ว.. ” ไทม์นั่งอยู่บนรถม้าคันหนึ่งที่เฉินกั๋วกงจัดเตรียมไว้ เขามองออกไปนอกหน้าต่างอย่างตื่นเต้น

ภาพตรงหน้าทำให้เขาถึงกับเงียบไป ถนนกว้างแทบไม่มีพื้นที่เหลือ ผู้คนยืนเรียงรายเต็มสองข้างทาง บางคนถึงกับปีนขึ้นไปบนระเบียงของร้านค้า เพื่อให้สามารถมองเห็นขบวนบัณฑิตได้

เขาอาจเป็นคนเดียวในโลกยุคปัจจุบัน ที่เคยรับชมภาพนี้เหตุการณ์นี้ด้วยตาของตนเอง!

“ ข้าบอกแล้ว ” เฉินกั๋วกงหัวเราะเบาๆ

“ วันสอบจอหงวนก็ไม่ต่างจากเทศกาลใหญ่ของเมืองหลวงเลย ทุกสามปีมีเพียงครั้งเดียว บัณฑิตทั่วทั้งแผ่นดินใช้เวลาหลายสิบปีเพื่อรอวันนี้ ย่อมเป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้คนจะตื่นเต้น ”

ไทม์พยักหน้ารับ เขาเองก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาด้วย เพราะนี่จะเป็นครั้งแรกที่ตัวเขาจะได้เห็น กับราชวงศ์ตัวเป็นๆของโลกยุคโบราณ!