สอบจอหงวน
สอบจอหงวน
ไทม์พยักหน้ารับ เขาเองก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาด้วย เพราะนี่จะเป็นครั้งแรกที่ตัวเขาจะได้เห็น กับราชวงศ์ตัวเป็นๆของโลกยุคโบราณ!
“ ท่านเซียนน้อย ” เฉินกั๋วกงเรียกขึ้นอย่างมีเรื่องที่ต้องบอกกล่าว
“ เมื่อเข้าไปในพระราชวังแล้ว ท่านอย่าได้แปลกใจหากทุกคนคุกเข่าลง.. เอ่อ.. แล้วข้าก็ต้องขอให้ท่านคุกเข่าลงด้วย ตัวข้ารู้ดีว่าท่านนั้นยิ่งใหญ่ แต่หากต้องการจะปกปิดตัวตนไว้.. ”
“ ข้าเข้าใจ ”
“ แล้วก็.. อย่าได้พูดถึงเรื่องเซียนต่อหน้าพระพักตร์โดยตรง โอรสสวรรค์ย่อมไม่คิดจะก้มหัวให้เทพเซียน.. ”
“ ข้าก็ไม่ได้คิดจะพูดอยู่แล้ว ท่านเจ้าเมืองโปรดสบายใจ ”
“ ดีจริง.. ” เฉินกั๋วกงถอนหายใจอย่างโล่งอก เขากลัวจริงๆว่าท่านเซียนน้อยของเขา เมื่อถึงเวลาแล้วจะไม่คิดก้มหัวให้ฮ่องเต้ ด้วยมองว่าอีกฝ่ายที่แม้จะเป็นกษัตริย์ แต่ก็ไม่อาจเทียบได้เลยกับตัวเขาที่มาจากสรวงสวรรค์!
ไม่นานนักรถม้าก็หยุดลง ด้านหน้าปรากฏประตูพระราชวังขนาดมหึมา!
กำแพงสีแดงทอดยาวสุดสายตา ธงประจำราชวงศ์โบกสะบัดเหนือกำแพง ทหารหลวงหลายร้อยนายยืนเรียงรายอยู่สองข้างทาง และที่น่าตกใจกว่านั้น.. ก็คือผู้คนจำนวนมหาศาลที่ยืนรออยู่ด้านนอก!
“ นี่คือพระราชวังสินะ.. พระราชวังต้องห้ามในยุคของเรา สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง! ” ไทม์ก้าวลงจากรถม้า ก่อนเงยหน้ามองสิ่งก่อสร้างที่ดูใหม่กว่าภาพจำเล็กน้อย
แม้เขาจะเคยเห็นพระราชวังต้องห้ามจากภาพยนตร์มาแล้วหลายครั้ง แต่เมื่อได้เห็นของจริง ความรู้สึกล้วนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
มันใหญ่.. ใหญ่กว่าที่เขาคิดเอาไว้มาก!
“ คุณชาย ” เสียงของเฉินกั๋วกงดังขึ้น
“ ไปกันเถอะ ” ทั้งสองเดินผ่านประตูชั้นนอกตามเส้นทางที่จัดเอาไว้ ตำแหน่งเจ้าเมืองของเขาช่วยให้ทุกอย่างราบรื่น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าคนที่เข้าทดสอบในรอบสุดท้าย หนึ่งในนั้นยังเป็นลูกหลานเขาอีก!
ยิ่งเดินเข้าไปด้านใน ความคึกคักก็ยิ่งเพิ่มขึ้น เหล่าขุนนางชั้นสูงเริ่มปรากฏตัว บางคนสวมชุดขุนนางสีแดง บางคนสวมชุดสีม่วงเข้ม บางคนมีเครื่องประดับประจำตำแหน่งเต็มยศ
ทุกคนเดินอย่างสำรวมไปยังที่นั่งของตนเอง ไม่มีใครกล้าพูดเสียงดัง..
แต่ทันใดนั้น..
ตึง! เสียงกลองดังขึ้นสามครั้ง! ผู้คนทั้งหมดหยุดการเคลื่อนไหวในทันที เสียงพูดคุยที่เคยดังอยู่รอบด้านเงียบลงราวกับถูกปิดสวิตช์! ทหารหลวงทั้งสองฝั่งคุกเข่าลงพร้อมกัน!!
“ ฝ่าบาทเสด็จ! ” เสียงประกาศดังสนั่นไปทั่วพระราชวัง!
ไทม์ชะงักไปทันที เขาหันกลับไปมองยังปลายทาง ขบวนของราชวงศ์กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาช้าๆ
ด้านหน้าคือเหล่าทหารองครักษ์ ตามด้วยขันทีและข้าราชบริพาร ก่อนจะเป็นรถพระที่นั่งขนาดใหญ่ที่ประดับด้วยลวดลายมังกรทอง!
ผู้คนทั้งหมดคุกเข่าลงกับพื้น! แม้แต่เฉินกั๋วกงเองก็รีบก้มศีรษะลง!
ไทม์เองก็ทำตามอย่างไม่ลังเล แต่ก่อนที่เขาจะก้มหน้าลงเต็มที่.. สายตาของชายหนุ่มกลับมองเห็นบุคคลหนึ่งที่นั่งอยู่ในรถพระที่นั่ง.. ไม่สิ ไม่ใช่คันที่กษัตริย์ทรงประทับ แต่เป็นคันที่วิ่งตามหลังมา!
หญิงสาวในชุดราชสำนัก ใบหน้าของเธองดงามระดับล่มเมือง! เครื่องแต่งกายประณีตจนคนทั่วไปไม่อาจเทียบได้ รอบๆขบวนรถคันนั้น หญิงรับใช้หลายสิบคนล้วนคอยติดตาม!
“ เชื้อพระวงศ์สินะ.. ดูจากไกลๆแล้วคงเป็นองค์หญิง ไม่น่าจะเป็นเมียกษัตริย์.. ” ไทม์พึมพำเบาๆด้วยภาษาไทย การใช้ภาษาที่แตกต่างย่อมทำให้เขานินทาคนได้..
ชายหนุ่มรีบก้มหน้าลงทันที ทว่าหญิงสาวผู้นั้นกลับหันมามองเขาเช่นกัน.. สายตาทั้งสองสบกันเพียงชั่วขณะ ก่อนหญิงสาวชะงักไปเล็กน้อย
ท่ามกลางขุนนางและผู้คนมากมาย บุรุษคนหนึ่งกลับดูแตกต่าง.. เป็นความแตกต่างที่แม้แต่เธอเองก็ยังคุ้นหน้า!
“ องค์หญิง มีอะไรหรือเพคะ? ” นางกำนัลกระซิบถาม
“ ไม่มีอะไร แค่รู้สึกคุ้นหน้าเฉยๆแต่คงไม่ใช่หรอก.. ” หญิงสาวตอบก่อนหันไปสนใจกับพิธีต่อ
ลานสอบขนาดมหึมาถูกจัดเตรียมเอาไว้ใจกลางพระราชวัง! ยังลานกว้างหน้าตำหนักมังกรที่ฮ่องเต้ทรงประทับแล้ว!
โต๊ะนับพันตัวถูกจัดเรียงเป็นระเบียบ แต่ละตัวมีเพียงกระดาษ พู่กัน หมึก และเครื่องใช้สำหรับการสอบ
เหนือสุดของลานมีแท่นสูงสำหรับราชวงศ์และขุนนางระดับสูง ส่วนตรงกลางคือบัณฑิตผู้เข้าสอบนับพันคน!
ทุกคนยืนเรียงแถวตามลำดับ บรรยากาศเคร่งเครียดจนแทบไม่มีใครกล้าหายใจแรง
“ มากันครบแล้วหรือ? ” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านบน ขันทีผู้รับหน้าที่ประกาศก้าวออกมา ก่อนคลี่ราชโองการในมืออย่างตั้งใจ
“ วันนี้คือวันสอบจอหงวนรอบสุดท้ายประจำปีนี้! ”
“ ผู้เข้าสอบทุกคนต้องแสดงความสามารถของตนอย่างเต็มที่! ”
“ มิว่าจะมาจากตระกูลสูงศักดิ์ หรือเกิดจากชาวบ้านธรรมดา ทุกคนล้วนมีสิทธิ์พิสูจน์ตนเองต่อหน้าราชสำนัก! ”
เสียงผู้คนเงียบลง ไทม์มองเหล่าบัณฑิตตรงหน้า บางคนกำมือแน่น บางคนเหงื่อไหลเต็มหน้าผาก บางคนกำลังท่องตำราในใจ
และบางคนกลับยืนด้วยสีหน้ามั่นใจอย่างผิดปกติ.. ไทม์หรี่ตาลงเล็กน้อย เขาจำชายหนุ่มคนนั้นได้ทันที!
เฉินอี้เหวิน หลานชายของเฉินกั๋วกง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ ราวกับตำแหน่งจอหงวนถูกวางเอาไว้ในมือเรียบร้อยแล้ว!
“ คุณชาย.. ” เฉินกั๋วกงที่ยืนอยู่ด้านข้างไทม์ถึงกับกำหมัดแน่น เขาจำหลานชายตัวเองได้ทันที และเมื่อเห็นสายตาของผู้คนบางส่วนที่กำลังมองเฉินอี้เหวินด้วยความคาดหวัง.. สีหน้าของเขาก็ยิ่งแย่ลง!
“ ดูเหมือนจะเป็นเขาจริงๆ.. ” อีกฝ่ายคาดเดา โชคดีที่ในพื้นที่ของขุนนางแบบนี้ ความแออัดย่อมไม่มากเท่าพื้นที่ของประชาชนทั่วไป..
ไทม์ไม่ได้ตอบ เขาเพียงมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างสงบนิ่ง ปัญหาที่เขาพยายามหลีกเลี่ยงมาโดยตลอด อีกฝ่ายกลับเดินเข้าหามันอย่างไม่รู้ความ!
ทันใดนั้น เสียงประกาศก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“ เริ่มการสอบได้! ”
พรึ่บ! บัณฑิตนับพันนั่งลงพร้อมกัน เสียงพู่กันแตะกระดาษดังขึ้นทั่วทั้งลาน
การสอบจอหงวนรอบสุดท้ายเริ่มต้นขึ้นแล้ว!
พู่กันนับพันด้ามขยับจนเกิดเสียง ขันทีผู้คุมการสอบเดินออกมายืนตรงกลางลาน ก่อนยกมือขึ้นเพื่อประกาศโจทย์ข้อแรก!
“ การสอบรอบแรกในวันนี้ มีทั้งหมดสามข้อ! ”
“ ข้อแรก.. วัดความรู้ด้านการปกครอง! ” ทันทีที่คำพูดนั้นดังขึ้น บัณฑิตหลายคนก็สูดหายใจเข้าลึก
เพราะทุกคนต่างรู้ดี.. ข้อแรกคือด่านคัดคน! ผู้ที่ตอบไม่ได้หรือมีความคิดไม่เหมาะสมต่อการปกครองบ้านเมือง ก็จะถูกตัดออกตั้งแต่รอบแรกทันที!
ขันทีนำม้วนกระดาษจากองค์ฮ่องเต้ขึ้นมาถือไว้ ก่อนคลี่ออกช้าๆเป็นครั้งแรกต่อหน้าผู้คน
“ โจทย์ข้อแรกคือ.. ” ทั้งลานเงียบกริบ แม้แต่เหล่าขุนนางบนแท่นสูงเองก็พากันตั้งใจฟัง
“ แผ่นดินประสบภัยแล้ง ผู้คนจำนวนมากขาดแคลนอาหาร เสบียงของราชสำนักมีจำกัด แต่ในขณะเดียวกัน ชายแดนก็เกิดศึกสงคราม และกองทัพจำเป็นต้องใช้เสบียงจำนวนไม่น้อย.. ”
“ หากพวกเจ้าเป็นผู้ปกครองแผ่นดิน จะจัดการกับสถานการณ์นี้อย่างไร? ” ทันทีที่โจทย์ถูกประกาศออกมา ทั่วทั้งลานกลับเงียบยิ่งกว่าเดิม!
บัณฑิตหลายคนถึงกับขมวดคิ้ว นี่ไม่ใช่คำถามที่สามารถตอบได้ด้วยการท่องตำรา! เพราะไม่ว่าพวกเขาจะเลือกช่วยชาวบ้านหรือรักษาเสบียงกองทัพ ก็ย่อมมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้รับผลกระทบ!
ที่สำคัญ.. โจทย์นี้แม้แต่คนในราชสำนักเอง จนถึงตอนนี้ก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้!!
“ หนักเอาการ.. ” เฉินกั๋วกงที่ยืนอยู่ด้านข้างพึมพำ
“ หากตอบว่าต้องส่งเสบียงให้ประชาชน กองทัพก็อาจขาดอาหาร ”
“ หากตอบว่าต้องรักษาเสบียงกองทัพ ชาวบ้านก็อาจอดตาย ”
“ ข้อนี้ไม่ได้ถามว่าคำตอบคืออะไร ” ไทม์พยักหน้า
“ ยังไงหรือท่านเซียนน้อย.. ” ท่านเจ้าเมืองหันมองเขาในทันที ปัญหาลึกล้ำของมนุษย์เดินดิน อาจเป็นเรื่องง่ายในสายตาของเทพเซียน!
“ สิ่งที่ผู้ตั้งโจทย์ต้องการรับรู้ ก็คือคนผู้นั้นมองปัญหานี้อย่างไร.. ” เฉินกั๋วกงชะงัก ขณะที่ไทม์มองลงไปยังบัณฑิตนับพันคน ที่กำลังเริ่มเขียนคำตอบลงบนกระดาษ
“ คนที่คิดเพียงด้านเดียว ต่อให้ตอบถูกตามตำรา ก็ยังไม่ใช่ผู้ปกครองที่ดี ”
“ แต่คนที่มองเห็นทั้งอาหาร ประชาชน กองทัพ และผลกระทบในอนาคต.. นั่นต่างหากที่น่าสนใจ ”
“ แน่นอนว่าไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง ปัญหาของการขาดแคลนอาหาร ย่อมต้องแก้ไขด้วยการหาอาหารมาเพิ่มเติม! ต่อให้ผู้ปกครองจะเก่งกาจแค่ไหน หากดีแต่พูดวิชาการ ปากท้องของประชาชนหรือทหารแนวหน้าก็ไม่ได้อิ่มขึ้นมาหรอก ”
“ สมกับเป็นท่านเซียนน้อยจริงๆ.. ” เฉินกั๋วกงมองชายหนุ่มด้วยสายตาชื่นชม
ไทม์ไม่ได้ตอบ แนวคิดแบบนี้สำหรับคนที่ผ่านระบบการศึกษาในโลกยุคปัจจุบันมาแล้ว ก็ย่อมมองเห็นและคิดตามได้โดยง่าย..
พูดจบสายตาของทั้งคู่ก็จับจ้องไปยังเฉินอี้เหวินในทันที หลานชายของเจ้าเมืองกำลังเขียนคำตอบอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเต็มไปด้วยความมั่นใจ
ตรงกันข้ามกับบัณฑิตบางคนที่ยังนั่งนิ่งด้วยคิดไม่ตก..
“ เขาดูมั่นใจมาก.. ” ไทม์กล่าว
“ อี้เหวินอ่านตำรามามาก และอาจารย์หลายคนต่างก็ชมว่าเขามีความสามารถอยู่ไม่น้อย.. ” เฉินกั๋วกงตอบ ก่อนถอนหายใจ
“ เพียงแต่.. นิสัยของเขายังไม่เหมาะสมกับการเป็นขุนนาง ”
“ น่าจะเป็นแบบนั้น ” ไทม์พยักหน้ารับ ลูกคุณหนูที่เกิดมาก็เป็นคุณชายเลย มีหรือจะเข้าใจหัวอกของประชาชนคนธรรมดา!
“ หากเขาไม่เปลี่ยนนิสัย เรื่องข่าวลืออสูรเหล็กในครั้งนี้ อาจเป็นหายนะของตระกูลเฉินเข้าให้แล้ว.. ” เฉินกั๋วกงเป็นกังวลจริงๆ กับหลานชายคนนี้ที่คล้ายว่าจะเป็นที่สนใจของเหล่าขุนนางทั่วทั้งเมืองหลวง ผู้คนรอบข้างเขาต่างมองตรงไปยังคนๆเดียวกัน!