ฮ่องเต้
ฮ่องเต้
“ หากเขาไม่เปลี่ยนนิสัย เรื่องข่าวลืออสูรเหล็กในครั้งนี้ อาจเป็นหายนะของตระกูลเฉินเข้าให้แล้ว.. ” เฉินกั๋วกงเป็นกังวลจริงๆ กับหลานชายคนนี้ที่คล้ายว่าจะเป็นที่สนใจของเหล่าขุนนางทั่วทั้งเมืองหลวง ผู้คนรอบข้างเขาต่างมองตรงไปยังคนๆเดียวกัน!
เสียงลมพัดผ่านลานสอบ ธงหลวงขนาดใหญ่โบกสะบัดอยู่เหนือศีรษะ และบนแท่นสูง ฮ่องเต้กำลังทอดพระเนตรเหล่าบัณฑิตอย่างเงียบๆ..
ไม่มีใครรู้ว่าพระองค์กำลังคิดอะไร แต่ดวงตาคู่นั้นกำลังมองทุกสิ่งอย่างละเอียด ทั้งท่าทางของผู้เข้าสอบ.. การแสดงออก.. และแม้แต่คำตอบที่จะถูกเขียนลงบนกระดาษ!
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หนึ่งชั่วยาม.. ในที่สุด เสียงระฆังดังขึ้น!
ก้องง!
“ หมดเวลา! ” เจ้าหน้าที่เดินเข้าไปเก็บกระดาษคำตอบทีละแถว บัณฑิตบางคนถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่บางคนกลับมีใบหน้าซีดเผือด พวกเขารู้ดีว่าคำตอบของตนเองอาจไม่เพียงพอ!
แต่การสอบยังไม่จบ ขันทีคนเดิมเดินกลับออกมาอีกครั้ง พร้อมประกาศเสียงดัง
“ จากผู้เข้าสอบทั้งหมดหนึ่งพันสองร้อยสามสิบหกคน.. ” ทั้งลานเงียบลงทันที
“ จะมีเพียงหกร้อยคนที่ได้เข้าสู่การทดสอบข้อที่สอง! ”
“ อะไรนะ?! ”
“ ตัดออกครึ่งหนึ่งตั้งแต่ข้อแรกเลยหรือ?! ”
“ นี่มันโหดเกินไปแล้ว! ” เสียงตกใจดังขึ้นรอบลาน แต่ขุนนางบนแท่นสูงกลับไม่มีใครแสดงสีหน้าแปลกใจ ด้วยนี่คือกฎปกติของการสอบรอบสุดท้าย! คนที่ไม่เหมาะสมจะต้องถูกคัดออกโดยเร็วที่สุด!
ไม่นานนัก เจ้าหน้าที่ก็เริ่มนำกระดาษคำตอบไปตรวจสอบ
เวลาผ่านไปอีกพักใหญ่.. รายชื่อผู้ผ่านการสอบข้อแรกถูกนำขึ้นมาถวายต่อหน้าราชสำนัก ขันทีรับกระดาษรายชื่อ ก่อนเดินออกมายืนตรงกลางลาน
“ บัณฑิตผู้ผ่านการสอบข้อแรก.. ขานชื่อดังต่อไปนี้! ”
“ หลี่เหวินจง จากเจียงหนาน! ” ชื่อแรกถูกประกาศออกมา ชายหนุ่มผู้ถูกเรียกถึงกับลุกขึ้น ก่อนคำนับด้วยความดีใจ
“ สมแล้วกับที่เป็นตัวเต็งจากเมืองใต้! ” ผู้คนรอบตัวไทม์เอ่ยชมออกมา
“ จ้าวเหวินเซียง จากเหอเป่ย! ”
“ หวังหย่ง จากซีเป่ย! ” ชื่อถูกประกาศออกมาอย่างต่อเนื่อง
บางคนยิ้มออกมา บางคนถึงกับหลั่งน้ำตา เพราะการผ่านแต่ละด่านมันหมายถึงการเข้าใกล้ตำแหน่งขุนนางมากขึ้นอีกขั้น!
จนกระทั่ง.. ขันทีหยุดอ่านรายชื่อ ก่อนมองกระดาษในมืออีกครั้ง
“ เฉินอี้เหวิน จากเมืองจิ้นอัน! ” ทันทีที่ชื่อนั้นดังขึ้น.. เฉินกั๋วกงที่อยู่ด้านข้างถึงกับกำหมัดแน่น
“ ผ่านแล้ว.. ” สีหน้าของเขาทั้งดีใจและกังวลในเวลาเดียวกัน เฉินอี้เหวินเองก็ลุกขึ้นด้วยใบหน้าภาคภูมิใจ เขาหันไปมองรอบด้าน ก่อนสายตาจะหยุดอยู่ที่กลุ่มขุนนางและราชวงศ์! ราวกับต้องการให้ทุกคนจดจำชื่อของเขาเอาไว้!
แต่แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากบนแท่น!
“ เดี๋ยวก่อน ” ทุกคนหยุดชะงัก ขันทีหันกลับไปทันที
“ ฝ่าบาทมีรับสั่ง ”
ฮ่องเต้ทอดพระเนตรกระดาษคำตอบในมือขุนนาง ก่อนตรัสด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ นำคำตอบของเฉินอี้เหวินขึ้นมาให้เราอ่าน ” บรรยากาศทั่วทั้งลานเปลี่ยนไปทันที! เฉินกั๋วกงถึงกับหน้าซีด
“ แย่แล้ว.. ”
“ ทำไมครับ? ” ไทม์หันกลับไปมอง
“ เพราะหากคำตอบของเขาดี ฝ่าบาทก็จะเพียงชมเชย ”
“ แต่ถ้าคำตอบไม่ดี.. ” เฉินกั๋วกงกลืนน้ำลาย
“ พระองค์ก็จะจำชื่อเขาเอาไว้ตั้งแต่วันนี้ ภาวนาให้คำตอบนั่นมันถูกต้องเถอะ ขออย่าให้มีการคดโกงหรือทุจริตเลย! ”
“ แล้วมันไม่ดีหรือ? ฝ่าบาททรงสนใจ.. ” ไทม์เองก็ยังไม่เข้าใจ การได้รับความโดดเด่นคือสิ่งที่ขุนนางต้องการไม่ใช่เหรอ..
“ สำหรับขุนนางธรรมดาอาจดี ” เจ้าเมืองตอบเสียงเบา
“ แต่สำหรับคนที่กำลังมีข่าวลือว่าเป็นผู้มีวาสนา เป็นผู้ครอบครองอสูรเหล็ก และกำลังถูกผู้คนยกย่องให้เป็นเสาหลักของแผ่นดินในอนาคต.. ” เขาหยุดไปครู่หนึ่งอย่างคิดว่าไทม์คงเข้าใจแล้ว
บนแท่นสูง ขุนนางผู้หนึ่งกำลังถือกระดาษคำตอบของเฉินอี้เหวินอยู่ในมือ เขาค่อยๆเดินขึ้นไปถวาย..
ฮ่องเต้รับมาเปิดอ่านด้วยพระองค์เอง เพียงไม่กี่บรรทัดแรก.. พระพักตร์ของพระองค์ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
ไม่ใช่เพราะคำตอบผิด แต่เป็นเพราะคำตอบนี้ช่างเต็มไปด้วยความมั่นใจในตัวเองเหลือเกิน
ไทม์มองจากระยะไกลแล้วหรี่ตาลงเล็กน้อย.. เพียงมองสีหน้าของเหล่าขุนนางบนแท่นสูง เขาก็พอจะเดาได้แล้วว่าคำตอบของเฉินอี้เหวินมีปัญหา..
ฮ่องเต้ทอดพระเนตรกระดาษในพระหัตถ์ต่ออีกครู่หนึ่ง ก่อนค่อยๆวางลงบนโต๊ะอย่างไม่คิดสนใจ!
“ เฉินอี้เหวิน.. ” เสียงเรียกดังขึ้นไม่มาก แต่กลับทำให้ทั้งลานสอบเงียบกริบ!
ชายหนุ่มที่เพิ่งยืนรับฟังรายชื่อผ่านเข้ารอบเมื่อครู่ถึงกับตัวแข็ง
“ พ่ะย่ะค่ะ! ” เขารีบก้าวออกมาด้านหน้า ก่อนคุกเข่าลงอย่างรวดเร็ว
“ กระหม่อมอยู่ที่นี่พ่ะย่ะค่ะ! ”
“ เงยหน้าขึ้น ”
“ พ่ะย่ะค่ะ! ” เฉินอี้เหวินเงยหน้าขึ้นด้วยความตื่นเต้น ในใจของเขากลับไม่ได้หวาดกลัวแม้แต่น้อย.. ตรงกันข้ามเขากลับรู้สึกว่านี่คือโอกาสอันยิ่งใหญ่!
ฝ่าบาททรงจำชื่อเขาได้แล้ว! หากตอบคำถามต่อหน้าพระพักตร์ได้ดี เขาย่อมต้องสร้างความประทับใจให้ราชสำนักอย่างแน่นอน! บางทีตำแหน่งจอหงวนอาจอยู่ใกล้กว่าที่คิด!
ฮ่องเต้ทอดพระเนตรชายหนุ่มตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตรัสถามออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง!
“ เจ้าคือเฉินอี้เหวินจากเมืองจิ้นอัน? ”
“ พ่ะย่ะค่ะ! ”
“ เป็นหลานชายของเฉินกั๋วกง? เจ้าเมืองผู้ดูแลทิศเหนือ? ”
“ พ่ะย่ะค่ะ! ”
ฮ่องเต้พยักหน้าเล็กน้อย
“ เราได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับเจ้ามามากมายในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ” เพียงประโยคเดียว.. ใบหน้าของเฉินกั๋วกงที่อยู่ด้านล่างก็ซีดลงทันที! ฉิบหายแล้วไง! ที่แท้ก็เป็นหลานชายของเขาที่โกหก! คนที่เคยขี่อสูรเหล็กมาด้วยตนเอง มีหรือจะไม่รู้ว่าอะไรคือเรื่องจริง!
“ เป็นมันจริงๆ.. ” เขาพึมพำเบาๆ
“ ความซวยมาเยือนตระกูลเราแล้ว.. ” ไทม์ที่ยืนอยู่ข้างๆเองก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า เขารู้ทันทีว่าเรื่องกำลังจะบานปลาย เพราะสิ่งที่ชายหนุ่มตรงหน้ากำลังถูกถาม ไม่ใช่เพียงเรื่องการสอบอีกต่อไป! แต่มันเกี่ยวข้องกับข่าวลืออสูรเหล็กโดยตรง!
“ ผู้คนกล่าวว่า เจ้าเป็นผู้มีวาสนาจากหัวเมืองเหนือ ” ฮ่องเต้ตรัสต่อ
“ และยังเป็นผู้ครอบครองอสูรเหล็กที่ท่านเซียนประทานให้ ”
“ ทั้งยังกล่าวกันว่า ในอนาคตเจ้าจะเป็นเสาหลักของแผ่นดิน และมีโอกาสก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งใหญ่ในราชสำนัก ”
บรรยากาศรอบด้านเงียบสนิท บัณฑิตที่ผ่านเข้ารอบทั้งหมดต่างหันมามองเฉินอี้เหวิน แม้แต่เหล่าขุนนางเองก็ยังพากันมองลงมาอย่างสนใจ
เฉินอี้เหวินกลืนน้ำลาย แต่แล้วรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า นี่มันโอกาสของเขา! โอกาสที่จะขึ้นเป็นใหญ่ในชั่วอึดใจเดียว!
“ ทูลฝ่าบาท.. ข่าวลือเหล่านั้นอาจเป็นเพียงคำพูดของผู้คน แต่กระหม่อมย่อมไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ตนเองมีวาสนาอยู่บ้าง.. ”
“ อี้เหวิน! ” เฉินกั๋วกงถึงกับหน้าถอดสี เขาอยากจะตะโกนห้ามหลานชายเหลือเกิน! แต่ทุกอย่างมันก็สายไปแล้ว..
ฮ่องเต้ไม่ได้แสดงความโกรธออกมา เขาเพียงมองอีกฝ่ายอย่างสงบนิ่ง
“ เช่นนั้นเราขอถามเจ้า ”
“ คำตอบข้อแรกของเจ้า.. ” พระองค์ยกกระดาษขึ้นเล็กน้อย
“ เหตุใดเจ้าจึงเขียนว่า หากตนเองได้รับตำแหน่งขุนนาง จะสามารถแก้ไขปัญหาภัยแล้งทั่วทั้งแผ่นดินได้ภายในหนึ่งปี? ”
เฉินอี้เหวินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
“ เพราะกระหม่อมมีวิธีพ่ะย่ะค่ะ! ”
“ วิธีใด? ”
“ ขุดคลองส่งน้ำ สร้างอ่างเก็บน้ำ และระดมแรงงานจากหัวเมืองต่างๆ เพื่อฟื้นฟูพื้นที่เพาะปลูก ” เขาตอบอย่างคล่องแคล่ว
“ หากราชสำนักมอบอำนาจให้กระหม่อม กระหม่อมเชื่อว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้แน่นอน! ”
“ ภายในหนึ่งปี? ”
“ พ่ะย่ะค่ะ! ”
ฮ่องเต้เงียบไป พระพักตร์ของพระองค์ยังคงสงบนิ่ง.. แต่เหล่าขุนนางบางคนกลับเริ่มขมวดคิ้ว คำตอบเหล่านี้อาจฟังดูเหมือนดี.. แต่แท้จริงแล้วมันเต็มไปด้วยช่องโหว่!
การขุดคลองต้องใช้แรงงานมหาศาล ทั้งยังต้องใช้เงินทุนจำนวนมากอีกด้วย ไม่ต้องพูดถึงในเรื่องของเวลา.. และที่สำคัญ ภัยแล้งไม่ได้เกิดขึ้นเพราะไม่มีคลอง ต่อให้มีคลองเป็นร้อยสาย ถ้าน้ำมันจะแล้งมันก็แล้งหมด!
“ แล้วเจ้าคิดว่าราชสำนักควรใช้เงินเท่าใด? ”
“ เรื่องนี้.. ” เฉินอี้เหวินชะงัก
“ ต้องใช้แรงงานกี่คน? ”
“ กระหม่อม.. ”
“ ต้องขุดคลองจากที่ใดไปที่ใด? ”
“ เอ่อ.. กระหม่อม.. ”
“ แล้วหากฝนไม่ตกอย่างต่อเนื่องเช่นตอนนี้ คลองของเจ้าจะมีน้ำให้ได้ส่งอย่างนั้นเหรอ? ไม่ใช่ว่าหากเจ้าได้มีตำแหน่งและอำนาจ การขุดคลองของเจ้าจะเสียเปล่า? ”
“ .. ” คำถามถูกยิงออกมาทีละข้อ! สีหน้าของเฉินอี้เหวินเริ่มเปลี่ยนไป
จากมั่นใจกลายเป็นลนลาน! เขาไม่ได้คิดเรื่องเหล่านี้เอาไว้เลย! สิ่งที่เขาเขียนลงไป ล้วนเป็นเพียงสิ่งที่คิดว่าฟังดูดีก็เท่านั้น!
“ ทูลฝ่าบาท.. กระหม่อมคิดว่าหากได้รับตำแหน่งแล้ว ย่อมสามารถศึกษารายละเอียดภายหลังได้พ่ะย่ะค่ะ! ”
“ ศึกษาภายหลัง? ” ฮ่องเต้เลิกพระขนงขึ้นเล็กน้อย
“ เจ้ากำลังเข้าสอบเพื่อเป็นขุนนาง แต่กลับตอบเราไม่ได้แม้กระทั่งวิธีที่ตนเองเสนอ? ”
“ กระหม่อม.. ” เฉินอี้เหวินก้มหน้าลงต่ำ เหงื่อเริ่มไหลลงมาตามขมับ ผู้คนรอบด้านเริ่มส่งเสียงกระซิบกระซาบ
“ แบบนี้น่ะหรือผู้มีวาสนา? ”
“ คำตอบของเขาแย่กว่าที่ข้าคิดเสียอีก.. ”
“ เขียนว่าจะช่วยแผ่นดิน แต่กลับตอบไม่ได้แม้กระทั่งเรื่องพื้นฐาน ”
“ หรือข่าวลือจะเป็นเรื่องโกหก? ”
ทุกถ้อยคำดังเข้าหูเฉินกั๋วกงอย่างชัดเจน ชายวัยกลางคนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูด เขาไม่ได้โกรธผู้คน.. แต่เขาโกรธหลานชายของตัวเองที่โง่เง่าถึงเพียงนี้!
สิ่งที่อีกฝ่ายกำลังทำอยู่มันไม่ใช่เรื่องฉลาดอะไรเลย! ทุกอย่างมันก็แค่การทำลายอนาคตของตัวเอง ไม่พอยังอาจส่งทั้งตระกูลเฉินไปลงนรกได้อีกด้วย!
ฮ่องเต้ทอดพระเนตรเฉินอี้เหวินอีกครั้ง
“ แล้วเรื่องอสูรเหล็กเล่า? ” ประโยคนี้ทำให้ทั่วทั้งลานสอบเงียบลงทันที! ชัดเจนแล้วว่าสิ่งที่ฮ่องเต้กำลังสนใจคือสิ่งใด!!