ความจริงถูกเปิดเผย
ความจริงถูกเปิดเผย
“ แล้วเรื่องอสูรเหล็กเล่า? ” ประโยคนี้ทำให้ทั่วทั้งลานสอบเงียบลงทันที! ชัดเจนแล้วว่าสิ่งที่ฮ่องเต้กำลังสนใจคือสิ่งใด!!
“ ฝ่าบาท.. ” เฉินอี้เหวินตัวแข็งไปเลย เขาเองก็ไม่คิดเช่นกัน ว่าฝ่าบาทจะพูดถามขึ้นต่อหน้าผู้คนหลายหมื่นเช่นนี้!
“ เราได้ยินมาว่า เจ้ามีพาหนะที่สามารถวิ่งเร็วกว่าม้าศึกหลายสิบเท่า ”
“ และเป็นสิ่งที่ท่านเซียนประทานให้โดยตรง? ” ฮ่องเต้จ้องมองอย่างสงบนิ่ง
“ นำมันมาให้เราเห็นได้หรือไม่? ”
เงียบ.. เงียบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลม! เฉินอี้เหวินหน้าซีดเผือดทันที
“ กระหม่อม.. ” เขาอ้าปาก แต่กลับไม่มีเสียงใดออกมา
“ นำมาไม่ได้หรือ? ”
“ คือว่า.. ” เฉินอี้เหวินเริ่มสั่น เขาจะเอาอสูรเหล็กมาจากไหน?! มันไม่เคยมีอยู่จริงตั้งแต่แรก! ทุกสิ่งเป็นเพียงเรื่องที่เขาแต่งขึ้น โดยขโมยมันมาจากข่าวลือที่แพร่สะพัด!
“ กระหม่อม.. ” เขาก้มหน้าลง
“ เจ้าจะพูดคำเดิมซ้ำๆทำไม ฝ่าบาทถามก็แค่ตอบออกมา! ” เสนาบดีที่ยืนอยู่พูดต่อว่าอย่ารำคาญใจ!
“ อสูรเหล็กนั้น.. ไม่ได้อยู่กับกระหม่อมในเวลานี้พ่ะย่ะค่ะ ” ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นทั่วลาน!
“ อะไรนะ?! ”
“ ไม่ได้อยู่กับเขา? ”
“ แล้วมันอยู่ที่ไหน? ”
ฮ่องเต้ไม่ได้สนใจเสียงรอบข้าง พระองค์เพียงถามต่ออย่างช้าๆ
“ เช่นนั้นมันอยู่ที่ใด? ”
“ เอ่อ.. ” เฉินอี้เหวินเริ่มพูดไม่ออก
“ อยู่.. อยู่ทางเหนือพ่ะย่ะค่ะ ” เขากัดฟันพูดโกหกออกมา โดยลืมคิดไปเลยว่านั่นอาจทำให้ตระกูลต้องซวยตาม!
“ ทางเหนือ? เมืองจิ้นอันสินะ ”
“ พ่ะย่ะค่ะ ”
ฮ่องเต้เงียบไป ก่อนจะตรัสถามคำเรื่องสุดท้าย
“ หากเป็นของที่ท่านเซียนมอบให้เจ้า เหตุใดเจ้าจึงไม่สามารถนำมันออกมาได้ตามใจ? ”
เฉินอี้เหวินเงียบสนิท เขาตอบไม่ได้! ต่อให้กล้ามากกว่านี้ก็ไม่อาจโกหกเพิ่มเติม!
ไทม์ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน เขามองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสีหน้าสงบนิ่ง ในใจของชายหนุ่มมีเพียงความรู้สึกขบขันเล็กน้อย
ไอ้โง่นี่มันซวยแล้วจริงๆ.. ปัญหาคือต่อจากนี้ไป ตัวเขาก็คงใช้ฐานะเซียนน้อยเข้าหาราชวงศ์ได้ยากขึ้นอยู่บ้าง..
แต่เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านั้น ฮ่องเต้หันไปมองขุนนางด้านข้างต่อ..
“ นำข่าวสารทั้งหมดเกี่ยวกับอสูรเหล็กมาให้เรา ”
“ พ่ะย่ะค่ะ! ” ขุนนางรับคำทันที จากนั้นพระองค์จึงหันกลับไปหาเฉินอี้เหวิน
“ อืม.. ข่าวลือบอกว่าเจ้าเก็บรักษามันเอาไว้ในจวนเจ้าเมือง? ดี! เฉินกั๋วกงนับเป็นขุนนางที่ซื่อสัตย์ ด้วยความสามารถของเขาจึงทำให้หัวเมืองเหนือสงบร่มเย็นมาได้ ตลอดหลายสิบปีมานี้เขาคือผู้ที่ทำงานให้เราอย่างตั้งใจ! ” ฮ่องเต้พูดออกมาอย่างจริงใจ ก่อนประโยคถัดไปจะทำให้แม้แต่ไทม์เองก็ยังต้องขยับตัว..
“ เฉินกั๋วกง! ออกมาเดี๋ยวนี้!! ” ฝ่าบาทคำรามลั่นเพื่อเรียกหาเจ้าเมืองคนโปรด ซึ่งก็คงอยู่ในงานนี้ด้วยเช่นกัน!!
“ พ่ะย่ะค่ะ! ” เฉินกั๋วกงสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนก้าวออกมาจากกลุ่มขุนนางอย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวของเขาหนักอึ้งราวกับกำลังเดินเข้าสู่ลานประหาร
เขาคุกเข่าลงเบื้องหน้าแท่นสูงทันที!
“ กระหม่อมเฉินกั๋วกง ขอถวายพระพรฝ่าบาท! ”
“ ลุกขึ้นเถิด ”
“ ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ ” เฉินกั๋วกงลุกขึ้นยืน ก่อนฮ่องเต้จะตรัสถามด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสงบนิ่ง
“ เราได้ยินว่าที่จวนของเจ้า มีอสูรเหล็กที่ท่านเซียนประทานให้แก่หลานชายของเจ้า เก็บรักษาเอาไว้ใช่หรือไม่? ”
ทันทีที่คำถามนี้ดังขึ้น เฉินกั๋วกงก็ถึงกับนิ่งค้าง! นี่ไอ้หลานโง่มันถึงกับโยนคำสั่งประหารมาใส่บ้านตระกูลเลยเหรอ!
เขาหันไปมองเฉินอี้เหวินทันที สายตาของเขาแทบจะอยากฆ่าฟันอีกฝ่ายให้ตายไป! มีหลานโง่เง่าแบบนี้ สู้มีหมาซักตัวยังจะดีกว่า!
“ ฝ่าบาท.. ” ชายวัยกลางคนสูดลมหายใจเข้าลึก
“ ที่จวนของกระหม่อม ไม่มีอสูรเหล็กที่ว่านั่นอยู่เลยพ่ะย่ะค่ะ ”
“ .. ” ทั้งลานสอบเงียบกริบ! เฉินอี้เหวินที่อยู่ด้านล่างถึงกับหน้าซีดเผือด
“ ท่านลุง! ”
“ หุบปาก! ” เฉินกั๋วกงหันกลับไปตวาดเสียงดังเป็นครั้งแรก!
“ ข้ายังพูดกับฝ่าบาทอยู่ เจ้าไม่มีสิทธิ์พูด! คำโกหกของเจ้ากำลังทำให้ตระกูลเราต้องพินาศ! ”
เฉินอี้เหวินตัวสั่นทันที แม้แต่ฮ่องเต้เองก็ทรงหรี่พระเนตรลง
“ เจ้าไม่มี? ”
“ พ่ะย่ะค่ะ หลานชายของกระหม่อยมีหรือจะเป็นผู้มีวาสนาได้.. ”
“ ตลอดชีวิตของกระหม่อม กระหม่อมรับราชการอยู่หัวเมืองเหนือมาหลายสิบปี หากมีสิ่งของประหลาดเช่นนั้นปรากฏขึ้นในจวน ย่อมไม่มีทางที่กระหม่อมจะไม่รู้ และก็ย่อมไม่มีทางที่กระหม่อมจะไม่รายงานเข้ามา! ” เฉินกั๋วกงคุกเข่าลงอีกครั้ง ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ ที่สำคัญ.. ” เขาหันไปมองหลานชายด้วยสายตาผิดหวังอย่างรุนแรง
“ กระหม่อมไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าเหตุใดหลานชายของกระหม่อมจึงกล่าวเช่นนี้ ” ไม่พูดเปล่า แต่สายตาเขายังหันมองไปยังกลุ่มอาจารย์จากสำนึกศึกษา.. ใช่แล้ว คนเหล่านี้ล้วนรู้ได้มันทีว่าเพราะอะไร! สิทธิพิเศษที่สิบปีจะมีครั้ง ไอ้เด็กนี่มันโกหกเพื่อให้ได้รับมา!!
“ หมายความว่าอย่างไร? ” เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที!
“ เจ้าเมืองไม่รู้เรื่องอสูรเหล็กจริงๆ? ”
“ เช่นนั้นข่าวลือทั้งหมดก็เป็นเรื่องโกหกอย่างนั้นหรือ?! ” เหล่าขุนนางเริ่มหันมองหน้ากัน แต่เฉินกั๋วกงยังพูดไม่จบ
“ กระหม่อมขอถวายความจริงทั้งหมดต่อฝ่าบาท ” เขาก้มศีรษะลง
“ ที่จวนของกระหม่อมไม่มีอสูรเหล็ก ไม่มีพาหนะประหลาด และไม่มีสิ่งใดที่สามารถวิ่งเร็วกว่าม้าศึกหลายสิบเท่าอย่างที่ข่าวลือกล่าวอ้างทั้งสิ้น! ”
“ ส่วนเรื่องที่หลานชายของกระหม่อมกล่าวอ้างว่าตนเองเป็นผู้มีวาสนา และได้รับของประทานจากท่านเซียน.. ”
เฉินกั๋วกงกำหมัดแน่น
“ กระหม่อมไม่เคยรู้เรื่องมาก่อนเลยพ่ะย่ะค่ะ! ” ประโยคสุดท้ายทำให้ทั่วทั้งลานสอบแทบระเบิด!
“ เป็นไปไม่ได้! ”
“ เขาโกหกอย่างนั้นหรือ?! ”
“ ข่าวลือแพร่ไปทั่วเมืองหลวงแล้ว! ”
“ หรือว่าเขาจะสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อให้ได้สิทธิ์เข้าสอบ?! ”
ทันใดนั้น! เสียงหนึ่งกลับดังขึ้นอย่างรุนแรงจากกลุ่มขุนนางด้านข้าง!
“ ฝ่าบาท! ” ชายชราผู้หนึ่งก้าวออกมา ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธ
“ กระหม่อมขอประทานอภัยที่ต้องกล่าวตรงๆ แต่เรื่องนี้ไม่อาจปล่อยผ่านได้! ”
“ เจ้าคือ? ” ฮ่องเต้ทอดพระเนตรไปยังเขา
“ กระหม่อมเป็นเจ้าสำนักศึกษาหลวงจากเมืองจิ้นอัน! ” ชายชราคุกเข่าลง ก่อนกล่าวเสียงดังอย่างบัณฑิต
“ เฉินอี้เหวินได้รับสิทธิพิเศษให้เข้าสู่การสอบรอบสุดท้ายโดยตรง เพราะสำนักศึกษาของเราได้รับรายงานว่า เขาคือผู้มีวาสนาและเป็นผู้ครอบครองอสูรเหล็กที่ท่านเซียนประทานให้! ”
“ แต่บัดนี้ท่านเจ้าเมืองผู้เป็นลุงกลับยืนยันต่อพระพักตร์ว่า เรื่องทั้งหมดไม่มีอยู่จริง! ”
“ เช่นนั้นการได้รับสิทธิพิเศษของเขา.. ” ชายชรากัดฟันแน่น
“ ย่อมถือเป็นการหลอกลวงสำนักศึกษา และคดโกงการสอบ! ”
“ คดโกง?! ” คำพูดนั้นทำให้เหล่าบัณฑิตที่อยู่โดยรอบตกตะลึง
“ เขาไม่ได้ผ่านการคัดเลือกตามปกติหรือ? ”
“ ได้ยินว่ามีสิทธิพิเศษจากสำนักศึกษา! ในรอบสิบปีนี้ฝ่ายเหนือเพิ่งได้รับไปแค่ครั้งเดียว.. ”
“ เช่นนั้นหากเรื่องผู้มีวาสนาเป็นเรื่องโกหก.. เขาก็ไม่ควรได้มายืนตรงนี้ตั้งแต่แรก! ”
“ ไม่จริง! ” เฉินอี้เหวินหน้าซีดเผือด เขารีบคุกเข่าลงกับพื้น
“ ฝ่าบาท กระหม่อมไม่ได้คดโกง! ”
“ แล้วอสูรเหล็กอยู่ที่ไหน? ” คำถามสั้นๆจากฮ่องเต้ทำให้เขาเงียบลงทันที
“ กระหม่อม.. ”
“ ท่านเซียนอยู่ที่ใด? ”
“ .. ”
“ ผู้ใดเป็นพยานว่าเจ้าครอบครองสิ่งนั้น? ”
“ .. ” ทุกคำถามล้วนไม่มีคำตอบ! เฉินอี้เหวินก้มหน้าลงจนแทบติดพื้น เหงื่อไหลเต็มแผ่นหลัง เขาเริ่มรู้แล้ว ว่าตนเองกำลังขุดหลุมฝั่งศพให้ตระกูลอยู่!
“ ฝ่าบาท! หากปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไป ก็เท่ากับว่าสำนักศึกษาหลวงของเราส่งเสริมการคดโกง! ” เจ้าสำนักศึกษาหันกลับไปมองเฉินอี้เหวิน ก่อนกล่าวเสียงดังอย่างไม่ยอมความ
“ กระหม่อมขอให้ยกเลิกสิทธิพิเศษของเฉินอี้เหวิน และตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียด! ”
“ ข้าสนับสนุน! ” ขุนนางอีกคนก้าวออกมา
“ หากวันนี้สามารถสร้างเรื่องว่าเป็นผู้มีวาสนาเพื่อเข้ามาสอบได้ วันหน้าจะมีใครเชื่อถือการคัดเลือกของสำนักศึกษาอีก?! การสอบจอหงวนล้วนศักดิ์สิทธิ์! คนที่กล้าคดโกงสมควรตาย!! ”
เสียงสนับสนุนดังขึ้นอีกหลายสาย จนบรรยากาศในลานสอบที่เดิมเคร่งเครียดอยู่แล้ว กลับเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล!
เฉินอี้เหวินตัวสั่นไปทั้งร่าง เขาไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องที่ตนเองแต่งขึ้นเพื่อโอ้อวด จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ถึงขนาดนี้!
ตอนแรกเขาเพียงต้องการให้บรรดาอาจารย์ของสำนักศึกษามองตนเองแตกต่างจากคนอื่น เขาอยากเป็นคนพิเศษ! อยากให้คนทั้งสำนักรู้ว่าเขาไม่ใช่บัณฑิตธรรมดา!
ดังนั้นเมื่อได้ยินข่าวลือเรื่องอสูรเหล็กจากพ่อค้าคนหนึ่ง เขาจึงนำเรื่องนั้นมาแต่งเติมให้กลายเป็นของที่ตนเองได้รับจากท่านเซียน
“ ฝ่าบาท! ” เจ้าสำนักศึกษาหลวงคุกเข่าลงอีกครั้ง
“ การคัดเลือกครั้งนี้มีผู้เข้าสอบจากทั่วทั้งแผ่นดินนับพันคน ทุกคนล้วนต้องผ่านการแข่งขันอย่างยุติธรรม หากเฉินอี้เหวินใช้เรื่องโกหกเพื่อได้รับสิทธิ์พิเศษ เช่นนั้นก็เท่ากับเขาเหยียบย่ำกฎของราชสำนัก! ”
“ เรื่องนี้ต้องมีผู้รับผิดชอบ! ขอฝ่าบาทโปรดลงโทษด้วยพ่ะย่ะค่ะ! ”
“ ขอฝ่าบาทโปรดลงโทษ! ” เสียงขุนนางหลายคนดังตามมา
เฉินกั๋วกงยืนตัวแข็ง ใบหน้าของเขาซีดลงเรื่อยๆ เขารู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่ได้จบเพียงการตัดสิทธิ์หลานชายจากการสอบอีกแล้ว!
การหลอกลวงราชสำนัก! การใช้ชื่อของเทพเซียน! การอ้างถึงสิ่งของที่ไม่มีอยู่จริง! และที่สำคัญที่สุด.. มันเกิดขึ้นภายใต้ชื่อของตระกูลเฉิน!
“ ฝ่าบาท.. ” เฉินกั๋วกงก้าวออกมา ก่อนคุกเข่าลงอย่างช้าๆ
“ เรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของหลานชายกระหม่อมเอง กระหม่อมในฐานะผู้นำตระกูลยินดีให้เขารับผิดพ่ะย่ะค่ะ ”
“ รับผิดอย่างไร? เจ้าคิดว่าความผิดครั้งนี้มันเป็นโทษเบาอย่างนั้นเหรอ! ” ฮ่องเต้ทอดพระเนตรลงมาอย่างเย็นชา โทษนี้แท้จริงแล้วคือการประหารเจ็ดชั่วโคตร!