อ่อนน้อมหรือวางอำนาจ
อ่อนน้อมหรือวางอำนาจ
“ รับผิดอย่างไร? เจ้าคิดว่าความผิดครั้งนี้มันเป็นโทษเบาอย่างนั้นเหรอ! ” ฮ่องเต้ทอดพระเนตรลงมาอย่างเย็นชา โทษนี้แท้จริงแล้วคือการประหารเจ็ดชั่วโคตร!
“ กระหม่อม.. ” คำถามเพียงประโยคเดียวทำให้เฉินกั๋วกงเงียบลง
“ เจ้าเป็นเจ้าเมืองมาหลายสิบปี เราเชื่อใจเจ้า ” น้ำเสียงของฮ่องเต้ไม่ได้ดังขึ้นแม้แต่น้อย แต่ทุกคำกลับหนักหน่วงยิ่งกว่าการตะโกนเสียอีก
“ แต่ไม่ใช่กับหลานชายของเจ้าที่กล้าหลอกลวงราชสำนัก! เรื่องนี้หากเป็นเพียงการโกหกของเด็กคนหนึ่ง เรายังพอเข้าใจได้ แต่ตอนนี้ข่าวลือแพร่ไปทั่วทั้งเมืองหลวงแล้ว! ” พระองค์หยุดเล็กน้อย
“ และที่สำคัญ.. ” สายพระเนตรของฮ่องเต้กวาดผ่านเหล่าขุนนาง ก่อนหยุดลงที่เฉินกั๋วกง
“ ข่าวนั้นมีคนจำนวนมากยืนยันว่าเคยพบเห็นอสูรเหล็กจริง ” ทั้งลานสอบเงียบลงอีกครั้ง! เฉินกั๋วกงเงยหน้าขึ้นทันที
“ พบเห็นจริง? ”
“ ใช่ ” ฮ่องเต้ตรัสเรียบๆ
“ เมื่อวานนี้ มีรายงานจากองครักษ์หลวงที่ตรวจตราเส้นทางจากทิศเหนือ พวกเขายืนยันว่าพบเห็นพาหนะประหลาดชนิดหนึ่งบนถนนหลวงทาง กำลังเคลื่อนที่เข้ามาโดยมีจุดหมายคือที่นี่! ”
“ รูปร่างเป็นโลหะ มีสองล้อ ส่งเสียงดังราวกับฟ้าผ่า และเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงมาก ”
“ เฉินกั๋วกง! เจ้าบอกข้าสิ! ว่าตัวเจ้านั้นเดินทางมาถึงเมืองหลวงได้ยังไง? ในเมื่อรถม้าและผู้ติดตามทั้งหมดของเจ้า ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการเดินทางอยู่เลย!! ”
“ !!! ” เฉินกั๋วกงเบิกตากว้าง นี่มันย่ำแย่จนถึงขีดสุดแล้ว ฮ่องเต้ทรงตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยตนเองจริงๆ เขาแอบหันกลับไปมองไทม์เล็กน้อย ด้วยก็ไม่รู้เช่นกันว่าจะตอบยังไง..
“ กระหม่อม.. ”
ไทม์เองก็ชะงักเช่นกัน ตัวเขาเองก็ลืมคิดเรื่องนี้ไปเลย.. การมีคนพบเห็นก็ย่อมแปลว่าอสูรเหล็กมีอยู่จริงๆ เพียงแต่ผู้ครอบครองไม่ใช่เฉินอี้เหวินก็เท่านั้น!
และหากราชสำนักตรวจสอบเส้นทางย้อนหลัง พวกเขาก็ย่อมค้นพบเบาะแสได้ไม่ยาก!
“ เช่นนั้น.. ” ฮ่องเต้ตรัสต่อ
“ สิ่งที่เฉินอี้เหวินกล่าวอาจเป็นเรื่องโกหก แต่สิ่งที่เขานำมาอ้างล้วนมีอยู่จริง ” สายพระเนตรของพระองค์ค่อยๆหรี่ลง
“ เราจึงต้องรู้ให้ได้ ว่าเจ้าของอสูรเหล็กตัวจริงคือผู้ใด! เป็นเจ้าใช่หรือไม่! เฉินกั๋วกง เจ้ากล้าโกหกข้าอย่างนั้นเหรอ!! ”
หัวใจของไทม์กระตุกทันที ในที่สุดเรื่องก็วกกลับมาหาตัวเขาจนได้!
“ ฝ่าบาท! ” เฉินกั๋วกงรีบคุกเข่าอีกครั้ง
“ กระหม่อมไม่เคยคิดจะโกหกพระองค์เลยแม้แต่น้อย! ”
“ เช่นนั้นจงตอบมา! ” ฮ่องเต้ตรัสเสียงเข้มขึ้น
“ อสูรเหล็กอยู่ที่ใด! ”
“ กระหม่อมไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ! ” เขาเองก็ไม่อาจจะทรยศไทม์ได้เช่นกัน! บุญคุณช่วยชีวิตลูกสาวย่อมล้นฟ้า!
“ แล้วเหตุใดเจ้าจึงสามารถเดินทางมาถึงเมืองหลวง เร็วกว่าขบวนรถม้าของเจ้าเองได้?! ”
“ กระหม่อม.. ” คำถามนั้นทำให้เฉินกั๋วกงพูดไม่ออกอีกครั้ง เขาจะตอบอย่างไร? จะบอกว่าเดินทางมาด้วยอสูรเหล็กที่ตนเองไม่ได้ครอบครองอย่างนั้นเหรอ?
หรือจะบอกว่าคนที่อยู่ข้างกายเขาตลอดการเดินทางเป็นเจ้าของตัวจริง?
หากพูดความจริง ตัวตนของท่านเซียนน้อยก็จะถูกเปิดเผยในทันที! แต่ถ้าปิดบังต่อไป.. เกรงว่าทั้งตระกูลคงถูกลากเข้าไปสู่ความผิด ฐานหลอกลวงราชสำนัก! โทษประหารเจ็ดชั่วโคตรคงไม่พ้นจะต้องอาญา!
“ เจ้าเมืองเฉิน!! ” เสียงของฮ่องเต้ดังขึ้นอีกครั้ง
“ เราให้โอกาสเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย! จงบอกความจริงมา! ”
ทั่วทั้งลานเงียบสนิท เหล่าขุนนางต่างจับจ้องไปยังชายวัยกลางคนที่กำลังคุกเข่าอยู่ เฉินกั๋วกงกำหมัดแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อ เขาเหลือบมองไทม์เพียงชั่วครู่ สายตานั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด..
เขาไม่กลัวตาย แต่เขากลัวว่าความผิดของหลานชายเพียงคนเดียว จะลากทุกคนในตระกูลให้ตายไปพร้อมกัน!
“ กระหม่อม.. กระหม่อมตอบไม่ได้.. ” เฉินกั๋วกงอ้าปาก แต่ยังไม่ทันได้จะพูดอะไรมากกว่านี้ เสียงหนึ่งกลับดังขึ้นจากด้านหลัง
“ ท่านเจ้าเมืองพูดถูกแล้ว ”
ผู้คนจำนวนมากหันกลับไปมองพร้อมกัน เฉินกั๋วกงเองก็เบิกตากว้าง!
“ ท่านเซียน.. คุณชาย! ”
ไทม์ก้าวออกมาจากกลุ่มขุนนางอย่างช้าๆ ไม่มีใครรู้ว่าชายหนุ่มผู้นี้เป็นใคร เขาไม่ได้สวมชุดขุนนาง ไม่มีตราประจำตำแหน่ง และไม่ได้มีเครื่องแต่งกายหรูหราที่แสดงฐานะ
ทว่าในวินาทีที่เขาก้าวออกมา.. องครักษ์หลวงหลายคนกลับขยับตัวโดยไม่รู้ตัว..
“ เจ้าคือใคร? ” เสนาบดีผู้หนึ่งถามขึ้นทันที แต่ไทม์ไม่ได้สนใจเขา สายตาของชายหนุ่มมองตรงไปยังแท่นสูง ก่อนค่อยๆประสานมือและก้มศีรษะลงเล็กน้อย
“ กระหม่อมมีเรื่องหนึ่งที่ต้องกราบทูลฝ่าบาท ”
“ พูดมา ” ฮ่องเต้ทอดพระเนตรเขาอย่างละเอียด
“ สิ่งที่เฉินกั๋วกงกล่าวก่อนหน้านี้เป็นความจริงทั้งหมด ”
“ ที่จวนของเขาไม่มีอสูรเหล็ก เพราะอสูรเหล็กไม่เคยเป็นของเขา ”
เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที!
“ แล้วมันเป็นของผู้ใด?! ”
“ เขาเป็นใครกัน?! ”
“ หรือว่าจะเป็น.. ”
“ เป็นของกระหม่อมเอง ” ไทม์สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนกล่าวออกมาอย่างชัดเจน ตัวเขาก็ไม่คิดจะส่งตระกูลเฉินไปสู่ความตาย! แค่ไอ้เด็กนั่นคนเดียวก็เกินพอแล้ว!
เงียบ.. ทั้งลานเงียบจนแทบไม่มีเสียงหายใจ
“ เจ้า?! ” เฉินอี้เหวินที่คุกเข่าอยู่ถึงกับเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว!
ไทม์หันไปมองเขาอย่างรังเกียจเพียงครู่เดียวก่อนกล่าวต่อ
“ อสูรเหล็กที่ทุกคนกำลังพูดถึง เป็นของกระหม่อม ”
“ กระหม่อมเป็นคนขี่มันเข้ามายังเมืองหลวงด้วยตัวเอง โดยมีเฉินกั๋วกงที่ร่วมทางด้วย เขามีฐานะเป็นผู้นำทางเพียงเท่านั้น! ” ประโยคสุดท้ายทำให้เฉินกั๋วกงถึงกับหลับตาลง ท่านเซียนน้อยกำลังคิดช่วยเขาอยู่!
“ เจ้าบอกว่าเป็นของเจ้า? ” ฮ่องเต้ตรัสถาม
“ ใช่แล้ว ”
“ นำมันออกมาแสดงได้หรือไม่? ”
“ ย่อมได้ เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่มีอารมณ์จะนำออกมา ” ไทม์ที่คิดดีแล้วเริ่มเปลี่ยนท่าทางไปอีกครั้ง.. ถ้าเขาอ่อนน้อม ตัวเขาก็ต้องอ่อนน้อมตลอดไป แต่ถ้าเขาวางอำนาจให้ถูกต้อง ฐานะของเขาต่อราชวงศ์ก็จะเปลี่ยนแปลง!
“ .. ” คำตอบสั้นๆของไทม์ทำให้ทั้งลานสอบตกอยู่ในความเงียบ แม้แต่ฮ่องเต้เองก็ทรงนิ่งไปชั่วขณะ
พระองค์ไม่เคยคิดว่าจะมีคนกล้าพูดกับพระองค์ด้วยน้ำเสียงเช่นนี้ต่อหน้าผู้คนมากมาย!
ไม่อ่อนน้อมไม่พอ แต่ยังไม่ได้แสดงความหวาดกลัวหรือเคารพอีกด้วย!
“ บังอาจ! ” เสียงตวาดดังขึ้นจากกลุ่มขุนนางทันที
“ เจ้ากำลังพูดกับโอรสสวรรค์อยู่นะ! ”
“ กล้าดีอย่างไรถึงวางท่าต่อหน้าฝ่าบาท! ”
“ เจ้าคิดว่าตนเองเป็นใคร?! ”
ขุนนางหลายคนเริ่มไม่พอใจ โดยเฉพาะเหล่าขุนนางเก่าแก่ที่รับใช้ราชสำนักมานาน พวกเขามองไทม์ราวกับกำลังมองคนเสียสติ
แม้จะมีอสูรเหล็กที่น่าอัศจรรย์แล้วอย่างไร? ต่อให้เป็นผู้มีวาสนาจริง คนตรงหน้าก็ยังเป็นเพียงบุรุษคนหนึ่ง!
“ จับตัวมันไว้! ” เสียงหนึ่งดังขึ้น
ฉับ! กระบี่หลายเล่มถูกชักออกจากฝักพร้อมกัน! เหล่าองครักษ์หลวงที่ยืนอยู่ด้านข้างพุ่งตัวออกมาแทบจะในทันที!
“ หยุดนะ! ” เฉินกั๋วกงหน้าซีดเผือด เขารีบตะโกนออกมาแต่ก็ดูเหมือนจะสายเกินไป!
องครักษ์หลวงทั้งสามคนพุ่งเข้าหาไทม์ด้วยความเร็วสูง พลังปราณรอบกายระเบิดออกมาอย่างรุนแรง!
“ จอมยุทธ์ระดับห้า! ” เสียงอุทานดังขึ้นจากเหล่าบัณฑิต ผู้คนจำนวนมากถอยหลังอย่างหวาดกลัว
ในโลกแห่งนี้ จอมยุทธ์ระดับห้าไม่ใช่บุคคลธรรมดา! เพียงคนเดียวก็สามารถเป็นยอดฝีมือประจำตระกูลใหญ่ได้แล้ว
ไม่ต้องพูดต่อว่าครั้งนี้กลับลงมือพร้อมกันถึงสามคน!
“ คุณชาย! ” เฉินกั๋วกงตะโกนด้วยความตกใจ ทว่าไทม์กลับยังคงยืนนิ่ง
เขามองเหล่าจอมยุทธ์ที่กำลังพุ่งเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ในใจมีเพียงความคิดเดียว พวกมันหาเรื่องเขาเองนะ ตัวเขาไม่ได้เปิดฉากโจมตีก่อน!
“ สั่งสอนมันเดี๋ยวนี้! ” ขุนนางคนหนึ่งตะโกน
“ ผู้ใดกล้าหมิ่นฝ่าบาท ต้องได้รับบทเรียน! ”
จอมยุทธ์ทั้งสามเข้าประชิดในพริบตา! หนึ่งคนฟันดาบจากด้านข้าง อีกคนพุ่งเข้าหาจากด้านหน้า ส่วนคนสุดท้ายอ้อมไปด้านหลัง เพื่อเตรียมปิดทางหนี!
หากเป็นคนธรรมดา เกรงว่าเพียงกระบวนท่าแรกก็ต้องได้รับบาดเจ็บสาหัส! หากอีกฝ่ายเมตตาไม่เอาชีวิต!
“ ได้เวลาลองของเล่นใหม่ ” ไทม์แสยะยิ้มก่อนโบกมือเบาๆ
วูบ! แสงสีทองปรากฏขึ้นในมือของชายหนุ่ม! พริบตาเดียว อาวุธสีดำขนาดพอดีมือก็ปรากฏขึ้นมา!
รูปลักษณ์ของมันแตกต่างจากอาวุธทุกชนิดที่ผู้คนในยุคนี้เคยเห็น! ปืนกล SIG Sauer M7!
ไทม์ยกมันขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่มีทันที่ใครจะได้พูดอะไรต่อจากนี้..
ปังๆๆๆๆ!!! เสียงคำรามรุนแรงระเบิดออกจากปากกระบอก! เสียงนั้นดังราวกับฟ้าผ่าที่ระเบิดขึ้นใจกลางพระราชวัง!
ประกายไฟสาดออกเป็นสาย! แรงอัดจากเสียงทำให้ผู้คนจำนวนมากกรีดร้องและยกมือขึ้นปิดหู! ม้าศึกที่อยู่ไกลออกไปถึงกับแตกตื่น!
เหล่าองครักษ์ที่อยู่ใกล้ที่สุดล้มลงกับพื้นด้วยความตกใจ!
“ อ๊ากกก! ”
“ นั่นมันเสียงอะไร?! ”
“ ฟ้าผ่า?! ”
“ ไม่ใช่! มันออกมาจากอาวุธของเขา! ”
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไป จอมยุทธ์ระดับห้าทั้งสามคนที่กำลังพุ่งเข้าใส่ล้วนหยุดชะงักกลางทาง..
ชัดเจนว่าไม่ใช่การหยุดเพราะตกใจกลัว..
ตุบ! ร่างทั้งสามล้มลงบนพื้นแทบพร้อมกัน เลือดไหลออกจากร่างอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครลุกขึ้นมาได้อีก!!
ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งลานสอบ ผู้คนนับหมื่นมองภาพตรงหน้าด้วยความหวาดกลัว สามจอมยุทธ์ระดับห้าถูกสังหารลงในพริบตาเดียว! เรื่องแบบนี้หากไม่เห็นด้วยตาตน พูดไปใครจะเชื่อได้กัน!