LNCrawler

ข้านี่แหละเทพเซียน

ข้ามมิติสู่ยุคอดีต ขนสมบัติไปมาเพื่อเป็นมหาเศรษฐี — novel.dek d.com · All chapters

ข้านี่แหละเทพเซียน

ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งลานสอบ ผู้คนนับหมื่นมองภาพตรงหน้าด้วยความหวาดกลัว สามจอมยุทธ์ระดับห้าถูกสังหารลงในพริบตาเดียว! เรื่องแบบนี้หากไม่เห็นด้วยตาตน พูดไปใครจะเชื่อได้กัน!

“ .. ” ไทม์ลดปืนลงอย่างช้าๆ ใบหน้าของเขายังคงสงบนิ่ง

“ กล้าหัดคมดาบใส่ข้า คิดดีแล้วอย่างนั้นเหรอ! ต่อให้เป็นทั้งกองทัพของราชวงศ์ ก็อย่าคิดว่าจะแตะต้องปลายเล็บของข้า! เซียนน้อยผู้นี้ได้!! ” ไทม์ประกาศกร้าวอย่างไม่คิดจะก้มหัวให้ใครอีก! คนที่มีอาวุธครบมือแบบเขา มีหรือจะต้องเกรงใจผู้คนให้มากมาย!!

ความเงียบปกคลุมทั่วทั้งลานสอบราวกับทุกคนลืมหายใจไปแล้ว ไม่มีใครกล้าขยับ.. ไม่มีใครกล้าพูด.. แม้แต่เสียงลมที่พัดผ่านธงหลวงยังดูเหมือนจะเบาลงไปในชั่วขณะ!

ร่างของจอมยุทธ์ระดับห้าทั้งสามนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น เลือดสีแดงสดค่อยๆไหลออกมาจากบาดแผลบนร่างกาย ทั้งหมดคือยอดฝีมือที่สามารถสังหารคนธรรมดาได้หลายสิบคนในพริบตาเดียว!

แต่ต่อหน้าชายหนุ่มคนนี้.. ชีวิตของทั้งสามก็ไม่ต่างอะไรจากแผ่นกระดาษ ที่หมายจะฉีกทิ้งตอนไหนก็ได้!

“ นี่.. ” ขุนนางคนหนึ่งกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก

“ สามจอมยุทธ์ระดับห้า.. ตายแล้วอย่างนั้นหรือ? ”

ไม่มีใครตอบเขา เพราะทุกคนต่างเห็นคำตอบอยู่ตรงหน้า!

บนแท่นสูง สีพระพักตร์ของฮ่องเต้เองก็เปลี่ยนไปเป็นครั้งแรก พระองค์ทอดพระเนตรไปยังศพทั้งสาม ก่อนค่อยๆเลื่อนสายตากลับมายังไทม์

พระองค์ไม่ได้โกรธ แต่กลับกำลังประเมินอย่างช่างใจ.. เขาน่าหวาดกลัว น่าหวาดกลัวแบบที่ตนเองก็อธิบายไม่ถูก..

ชายหนุ่มคนนี้เป็นใครกันแน่? เหตุใดถึงสามารถสังหารยอดฝีมือระดับห้าได้ง่ายดายถึงเพียงนี้? และอาวุธประหลาดในมือมันคือสิ่งใดกัน?!

“ ท่านเซียนน้อย.. ” เฉินกั๋วกงพึมพำออกมาอย่างไม่รู้ตัว เดิมทีเขาคิดว่าท่านเซียนเพียงมีของวิเศษที่สามารถเดินทางได้รวดเร็วกว่าอาชาก็เท่านั้น

ไม่คิดเลยว่าตลอดมาตัวเขาจะคิดผิด.. ท่านเซียนน้อยเพียงไม่คิดจะแสดงวิชาเซียนเหมือนครั้งนี้!!

“ ท่าน.. ท่านเซียนอย่างนั้นเหรอ! ” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากกลุ่มบัณฑิต ไม่รู้ว่าใครเป็นคนพูดก่อน แต่เพียงไม่นานเสียงกระซิบก็เริ่มดังขึ้นโดยรอบ

“ เขาเป็นเซียนจริงๆ! ”

“ อาวุธนั่นต้องเป็นของจากสรวงสวรรค์แน่! ”

“ สามจอมยุทธ์ระดับห้าถูกสังหารในพริบตาเดียว.. ”

“ หรือว่าข่าวลือเรื่องอสูรเหล็กจะเป็นความจริงทั้งหมด?! ไม่ใช่เทพเซียนที่มอบให้ แต่เป็นเทพเซียนตัวจริงที่ลงมาเยือนดินแดนของเรา! ”

“ หุบปาก! ” ขุนนางคนหนึ่งตวาดขึ้นมา แต่เสียงของเขากลับสั่นอย่างเห็นได้ชัด เพราะตอนนี้แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่กล้าพูดว่าเป็นเรื่องโกหก!

ไทม์ก้มมองอาวุธในมือ ก่อนถอนหายใจเบาๆ

“ เสียงดังไปหน่อยแฮะ.. รอบหน้าอาจต้องขอซื้อปลอกเก็บเสียงมาด้วย ”

ในขณะที่ทุกคนยังไม่ทันตั้งสติ ไทม์ก็ยกสายตาขึ้นมองเหล่าองครักษ์ที่กำลังถือดาบอยู่

“ แล้วพวกเจ้าล่ะ? ยังคิดจะเข้ามาอีกไหม? ” เหล่าองครักษ์ตัวแข็งทันที ไม่มีใครกล้าตอบ..

ล้อเล่นหรืออย่างไร! เมื่อครู่พวกเขาเพิ่งเห็นกับตา ว่าจอมยุทธ์ระดับห้าสามคนถูกสังหารได้ยังไง ต่อให้คนทั้งหมดรุมเข้าไปพร้อมกัน ก็ไม่มีใครรู้ว่าตัวเองจะมีโอกาสรอด..

“ พอแล้ว! ” เสียงของฮ่องเต้ดังขึ้นในที่สุด องครักษ์ทั้งหมดหยุดนิ่งทันที

“ ถอยออกมา ”

“ พ่ะย่ะค่ะ! ” เหล่าองครักษ์รีบถอยกลับไปอย่างพร้อมเพรียง

ไทม์มองไปยังฮ่องเต้ คราวนี้สายตาของทั้งสองไม่ได้เหมือนเดิมอีกต่อไป หนึ่งคือโอรสสวรรค์ผู้ครองแผ่นดิน อีกหนึ่งคือบุรุษปริศนาที่สามารถสังหารยอดฝีมือระดับห้าได้ในชั่วอึดใจเดียว!

“ ห้ามผู้ใดลงมืออีก เรื่องเมื่อครู่นี้.. ถือว่าเป็นความผิดขององครักษ์ ” ฮ่องเต้ทรงยกพระหัตถ์ขึ้นเล็กน้อย

ขุนนางหลายคนถึงกับหน้าซีด พวกเขาไม่คิดเลยว่าฝ่าบาทจะยอมถอยให้! แต่ฮ่องเต้กลับไม่ได้สนใจสายตาของผู้อื่น! พระองค์เพียงทอดพระเนตรไทม์ต่อก็เท่านั้น

“ เจ้า.. ไม่สิ.. ท่านคือเทพเซียนตัวจริง? ” พระองค์ถามอย่างแอบเชื่อไปเกินครึ่งใจแล้ว

“ ข้าเป็นเพียงศิษย์ของท่านอาจารย์ ยังไม่อาจยกตนว่าเป็นเซียนได้ หากท่านจะเรียก ก็เรียกเซียนน้อยเหมือนท่านเจ้าเมืองเถอะ! ” ไทม์ที่เห็นว่าได้โอกาสเข้าหาราชวงศ์ มีหรือจะแข็งกร้าวต่อจนเกินปัญหา!

คำตอบนั้นทำให้สีพระพักตร์ของฮ่องเต้ผ่อนคลายลงเล็กน้อย

“ เซียนน้อย.. ศิษย์ของท่านเซียนที่แท้จริงสินะ.. ” พระองค์พึมพำชื่อนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนทอดพระเนตรไปยังเฉินกั๋วกงที่ยังคุกเข่าอยู่

“ เฉินกั๋วกง ลุกขึ้นเถิด ”

“ พ่ะย่ะค่ะ.. ” ชายวัยกลางคนรีบลุกขึ้น ทว่าหัวใจของเขายังคงเต้นแรงไม่หยุด เขารู้ดีว่าหากเมื่อครู่ท่านเซียนน้อยไม่ยอมออกหน้า เกรงว่าตอนนี้ทั้งตระกูลเฉินคงไม่มีโอกาสยืนอยู่ตรงนี้อีกแล้ว!

ฮ่องเต้ทอดพระเนตรเฉินกั๋วกง ก่อนตรัสด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“ เรื่องทั้งหมดในวันนี้เราได้เข้าใจแล้ว เจ้าไม่ได้ปกปิดอสูรเหล็กจากราชสำนัก และไม่ได้ร่วมมือกับเฉินอี้เหวินหลอกลวงเรา เป็นตัวเจ้าที่ต้องให้เกียรติท่านเซียน.. ”

“ เพราะฉะนั้นความผิดของเจ้า.. ถือว่าไม่มี ”

“ ขอบพระทัยฝ่าบาท! ” เฉินกั๋วกงถึงกับนิ่งไป ก่อนรีบคุกเข่าลงอีกครั้ง

“ ส่วนเฉินอี้เหวิน.. ” เสียงเรียกนั้นทำให้ชายหนุ่มที่คุกเข่าอยู่กลางลานตัวสั่น

“ ฝ่าบาท! กระหม่อมผิดไปแล้ว! กระหม่อมเพียง.. ”

“ หยุด ” เพียงคำเดียว เฉินอี้เหวินก็เงียบลงทันที

ฮ่องเต้ทอดพระเนตรเขาด้วยสายตาเย็นชา

“ หลอกลวงสำนักศึกษาหลวงเพื่อให้ได้รับสิทธิ์เข้าสอบ ”

“ แอบอ้างว่าตนเองเป็นผู้มีวาสนา ”

“ แอบอ้างว่าได้รับของประทานจากเซียน ”

“ และนำเรื่องเท็จไปเผยแพร่จนทำให้ราชสำนักต้องเสียกำลังคนตรวจสอบ ”

“ ที่สำคัญที่สุด.. เมื่อถูกถามต่อหน้าราชสำนัก เจ้ากลับยังกล้าโกหกซ้ำแล้วซ้ำเล่า เจ้ากล้าหลอกลวงข้า! ”

“ ฝ่าบาท.. กระหม่อม.. ” เฉินอี้เหวินหน้าซีดเผือด

“ ลากตัวไป ลงโทษประหาร!! ”

“ พ่ะย่ะค่ะ! ” องครักษ์สองคนรีบเข้ามาจับแขนของเขา

“ ไม่! ฝ่าบาท! ขอพระองค์โปรดเมตตา! กระหม่อมยอมรับผิดแล้ว! กระหม่อมยอมรับผิดทุกอย่าง! ” เสียงร้องดังไปทั่วลาน แต่ไม่มีผู้ใดกล้าพูดช่วยเหลือเขาอีก แม้แต่เจ้าสำนักศึกษาเองยังเบือนหน้าหนี!

เฉินอี้เหวินถูกลากออกไปจากลานสอบ ท่ามกลางสายตาของบัณฑิตนับพัน เฉินกั๋วกงผู้เป็นลุงก็ได้แต่หลับตาลงอย่างเจ็บปวด.. หลานชายคนนี้.. จบสิ้นแล้วจริงๆ!

แต่ในความโชคร้าย อย่างน้อยที่สุดตระกูลเฉินก็ยังรอด!

“ เอาล่ะ ” ฮ่องเต้หันกลับไปยังลานสอบ

“ การสอบดำเนินต่อ ” เสียงประกาศดังขึ้นทันที

“ รับพระบัญชา! ” เหล่าขันทีและเจ้าหน้าที่รีบกลับเข้าประจำตำแหน่ง บัณฑิตที่ยังคงตกตะลึงต่างรีบกลับไปนั่งประจำโต๊ะของตัวเอง แม้จิตใจของพวกเขาจะยังไม่อาจสงบลงได้ก็ตาม

เมื่อครู่ยังเป็นการสอบจอหงวนที่ตึงเครียดอยู่แท้ๆ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นสถานที่ที่เทพเซียนลงมือสังหารยอดฝีมือด้วยตนเอง!

ไทม์มองโต๊ะสอบนับร้อยที่อยู่เบื้องหน้า เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องไปยืนต่อที่ตรงไหน..

“ ท่านเซียน ท่านคงไม่ได้อยากยืนดูพวกเขาสอบจนจบกระมัง เช่นนั้นก็ขึ้นมานั่งกับเราเถอะ ” ฮ่องเต้หัวเราะออกมาอีกครั้ง ก่อนเอ่ยคำเชิญที่ทำให้ขุนนางทั้งลานถึงกับสะดุ้งสุดตัว!

นั่งกับฮ่องเต้?! นั่นคือที่ประทับของโอรสสวรรค์!

แม้แต่ขุนนางชั้นสูงก็ยังไม่มีสิทธิ์นั่งลงบนแท่นเดียวกันโดยง่าย! แตกต่างจากไทม์ที่ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่อะไร

“ ได้สิ ” ชายหนุ่มเดินขึ้นไปอย่างสบายๆ ขันทีคนหนึ่งรีบจัดเก้าอี้ถวายในทันที ก่อนอีกคนจะยกโต๊ะน้ำชาขนาดเล็กเข้ามาวางตรงกลาง

ไม่นาน.. ถ้วยชาร้อนๆสองถ้วยก็ถูกนำมาวางตรงหน้า

“ อืม.. ชาดี แต่ก็ไม่ได้ดีมากนัก ” ไทม์หยิบขึ้นมาจิบ

“ ท่านรู้จักชา? ” ฮ่องเต้เลิกคิ้วเล็กน้อย ชาที่นำมาถวายในวันนี้คือสิ่งที่ดีที่สุดแล้วไม่ใช่เหรอ..

“ รู้จักสิ แถมยังรู้จักของดีกว่านี้ด้วย ” ไม่พูดเปล่า แต่กลับเป็นไทม์ที่โบกมือเรียกชาชั้นยอดออกมาถือไว้ การปรากฎออกมาจากความว่างเปล่านั้น ยิ่งทำให้ฮ่องเต้คิดเชื่อ!

“ มิติเซียน.. ” เขาพูดเสียงเบาอย่างพอจะเคยได้ยินมาบ้าง..

“ ลองนำไปชงดู ” ไทม์ยื่นส่งให้ขันทีด้านข้างรีบจัดการให้ นี่คือของชั้นยอดที่ไทม์เตรียมพร้อมเอาไว้นานแล้ว มาเมืองจีนยังไงก็ต้องมีชา และชาจากโลกในยุคปัจจุบัน ก็ต้องทำรสชาติและกลิ่นหอมออกมาได้ดีกว่าเป็นสิบเท่า!

ขันทีรับห่อชาไปด้วยสองมืออย่างระมัดระวัง ก่อนนำไปจัดการตามคำสั่ง ไม่นานนัก กลิ่นหอมอ่อนๆก็เริ่มลอยออกมาจากกาน้ำชา

เพียงกลิ่นแรกที่กระจายไปทั่วบริเวณ.. สีพระพักตร์ของฮ่องเต้ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

“ กลิ่นนี้.. ” พระองค์ทอดพระเนตรไปยังกาน้ำชาตรงหน้าอย่างสนพระทัย แม้แต่เหล่าขุนนางที่อยู่ไม่ไกลก็ยังอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเข้ามา

กลิ่นหอมของชาชนิดนี้แตกต่างจากชาทุกชนิดที่พวกเขาเคยสัมผัส มันไม่ได้มีกลิ่นฉุนหรือขม แต่กลับหอมละมุนจนทำให้รู้สึกสดชื่นตั้งแต่ยังไม่ได้ลิ้มรส!

ขันทีค่อยๆรินชาใส่ถ้วย ก่อนนำมาถวายแก่ฮ่องเต้และไทม์อย่างเบามือ

ฮ่องเต้หยิบถ้วยขึ้นมาจิบเพียงเล็กน้อย พริบตานั้นร่างกายของอีกฝ่ายก็นิ่งไป..

“ เป็นอย่างไร? ” ไทม์ยิ้มถามอย่างพอจะเดาออก

ฮ่องเต้ไม่ได้ตอบในทันที พระองค์หลับพระเนตรลงเล็กน้อย ราวกับกำลังปล่อยให้รสชาติของชาค่อยๆซึมซาบเข้าไปในความรู้สึก..