เพียงสบสายตา
เพียงสบสายตา
“ หรือว่า.. ” จู่ๆความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว เขาพึมพำก่อนเร่งเขียนคำตอบลงในกระดาษอย่างรวดเร็ว!!
“ จงอ่านคำตอบของพวกเจ้าออกมา! ” ขุนนางผู้ตัดสินกล่าวหลังเป็นทั้งสามที่ลงมือเขียนเสร็จ สองคนแรกอ่านออกมาได้ตามตำรา พวกเขามีเหตุผล แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอที่จะได้รับชัยชนะ!
“ เจ้าคือคนสุดท้าย! ” ชายคนที่สามลุกขึ้นบ้างก่อนเร่งอ่านออกมา ในขณะนั้นสายตาของเขาก็มองดูไทม์ไปด้วย..
“ คำตอบของข้าคือจะไม่ลงมือทำสงครามเอง.. ” เพียงประโยคแรกก็ทำให้ผู้คนทั้งลานสอบถึงกับนิ่งเงียบไปแล้ว.. อยากชนะในสามวันแต่กลับไม่คิดทำสงคราม? เจ้าบัณฑิตจากแดนใต้คนนี้ฉลาดเกินไปจนบ้าแล้วหรือ!
“ ด้วยอีกฝ่ายมีกำลังมากกว่าเราถึงสามเท่า และเรามีเวลาเพียงสามวัน การพยายามเอาชนะด้วยกำลังทหารย่อมเป็นเรื่องโง่เขลา ” เขาพูดต่ออย่างไม่คิดสนใจถ่อยคำนินทา!
“ แล้วเจ้าจะทำอย่างไร? ” ฮ่องเต้เองก็ทรงสนพระทัยขึ้นมา
“ ข้าจะขอความช่วยเหลือจากท่านเซียนน้อย!! ” ชายหนุ่มมองตรงไปยังไทม์
“ !!! ” ทั้งลานสอบเงียบกริบ! ไอ้บ้านี่มันคิดได้ยังไง ขอความช่วยเหลือจากเซียนเนี่ยนะ!
“ หากท่านเซียนน้อยสามารถสังหารจอมยุทธ์ระดับห้าได้ในชั่วพริบตา และยังมีอสูรเหล็กที่สามารถเดินทางได้เร็วกว่าม้าอีก ข้าเชื่อว่าด้วยพลังระดับนั้น เพียงวันเดียวก็เพียงพอจะถล่มกองทัพของศัตรูได้! ” ชายหนุ่มคนนั้นอธิบายแนวคิด
“ เราไม่จำเป็นต้องเอาชนะสงครามด้วยวิธีของคนธรรมดา! เพราะหากต้องกาชนะศึกในสามวัน ก็คงมีแต่เทพเซียนที่ทำได้! ”
“ ฮ่าๆๆๆๆ! ” เสียงหัวเราะของไทม์ดังขึ้นทันที! ชายหนุ่มคนนั้นสะดุ้ง เขาไม่แน่ใจแล้วว่าตนเองตอบถูกหรือไม่
“ ดี! ดีมาก! ” เขาหันไปมองฮ่องเต้ด้วยสีหน้าพอใจอย่างเห็นได้ชัด คำตอบนี้ถูกต้องตรงใจเขาที่สุดแล้ว!
“ คนนี้ฉลาด ในกลุ่มผู้เข้าสอบทั้งสามคน เขาคือคนที่ฉลาดที่สุด! ”
“ เพียงเพราะเขาขอให้ท่านช่วย? ” ฮ่องเต้ถามเสียงเบาอย่างแอบเห็นด้วยขึ้นมา.. สงครามจริงกำลังเกิดขึ้นที่ชายแดน ถ้าเขาขอร้องให้ท่านเซียนน้อยช่วยเหลือล่ะ.. ไม่ใช่ว่าบ้านเมืองของเขาจะปลอดภัยในทันทีอย่างนั้นเหรอ!
“ ไม่ใช่ ” ไทม์ส่ายหน้า
“ เพราะเขารู้จักประเมินสถานการณ์ ” เขามองชายหนุ่มด้านล่าง
“ คนโง่จะคิดว่าตนเองต้องแก้ปัญหาทุกอย่างด้วยตัวเอง ส่วนคนฉลาดจะรู้ว่าตัวเองมีอะไรอยู่ในมือ ”
“ และคนที่ฉลาดกว่านั้น.. จะรู้ว่าควรขอความช่วยเหลือจากใคร! ” ถ้อยคำดุจนักปราชญ์นี้ทำเอาบัณฑิตทั้งแผ่นดินต้องหยุดฟัง!
“ ท่านเซียนน้อยพูดถูกแล้ว.. ช่างเป็นแนวคิดที่ลึกซึ้งจริงๆ สมแล้วที่เขาเป็นเซียน!! ” เสียงกระซิบดังขึ้นทั่วทั้งลานสอบ
ผู้เข้าสอบอีกสองคนที่ยืนอยู่ด้านข้างต่างก้มหน้าลงอย่างยอมรับความพ่ายแพ้ แม้คำตอบของพวกเขาจะไม่ได้ผิด แต่เมื่อเทียบกับคำตอบของหลี่เหวินจงแล้ว..
พวกเขาคิดเพียงว่าจะเอาชนะศัตรูอย่างไร แต่ชายหนุ่มคนนี้กลับคิดต่าง.. หากรู้ว่าตนเองสู้ไม่ได้ ก็ต้องหาคนที่สู้ได้มาช่วย! นั่นเป็นความคิดที่เรียบง่ายอย่างน่าประหลาด แต่กลับไม่มีใครคิดถึงมัน!
“ ยินดีกับเจ้าด้วย ” ไทม์มองหลี่เหวินจงด้วยความพอใจ
“ ขอบพระคุณท่านเซียนน้อย! ” หลี่เหวินจงรีบประสานมือคารวะ
“ ฝ่าบาท ถ้าให้ข้าเลือก คนนี้แหละที่เหมาะสม! ” ไทม์หัวเราะเบาๆก่อนหันไปมองฮ่องเต้
ฮ่องเต้ทรงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนพระพักตร์จะปรากฏรอยยิ้ม พระองค์เองก็ทรงเห็นด้วยกับคำตอบนี้
“ ในเมื่อท่านเซียนน้อยเลือกแล้ว.. เราก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่เลือก ” เขาหันมองไปยังขันทีข้างกาย
“ ประกาศผล ” ขันทีรีบก้าวออกไปด้านหน้า ก่อนสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดแล้วประกาศเสียงดังไปทั่วทั้งลานสอบ
“ ผลการสอบจอหงวนประจำปีนี้ได้ออกมาแล้ว! ” บัณฑิตทุกคนเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน
“ อันดับหนึ่ง.. หลี่เหวินจงจากเจียงหนาน! ” เสียงประกาศดังสะท้อนก้องไปทั่วลาน
หลี่เหวินจงถึงกับนิ่งค้าง! แม้เขาจะพอคาดเดาได้แล้วว่าตนเองน่าจะได้รับตำแหน่งสูงสุด แต่เมื่อได้ยินคำประกาศจากราชสำนักด้วยตัวเองจริงๆ หัวใจเขากลับเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาจากอก!
“ ขอบพระทัยฝ่าบาท! ” เขารีบคุกเข่าลงกับพื้น
“ กระหม่อมจะรับใช้แผ่นดินด้วยความสามารถทั้งหมดที่มี! ”
“ ดี ความสามารถของเจ้า ความพยายามของเจ้า วันนี้มันได้แสดงผลแล้ว! ” ฮ่องเต้พยักหน้า จากนั้นขันทีจึงประกาศต่อ
“ อันดับสอง.. หวังหย่งเหอ! ”
“ อันดับสาม.. จางเหวินเซวียน! ” ทั้งสองคนรีบคุกเข่ารับพระบัญชา แม้จะผิดหวัง แต่ก็ยังถือว่าได้รับเกียรติอย่างสูงสุดแล้ว
ส่วนบรรดาบัณฑิตที่เหลือก็ทำได้เพียงถอดใจ การสอบครั้งนี้จบลงแล้ว และชื่อของหลี่เหวินจงก็จะถูกจารึกเอาไว้ในประวัติศาสตร์ เช่นจอหงวนอันดับหนึ่งทุกๆคน!
“ เลิกการสอบ ” ฮ่องเต้ตรัสขึ้น
“ คืนนี้จัดงานเลี้ยง ”
“ รับพระบัญชา! ” เหล่าขุนนางรีบประสานมือ
แต่ก่อนที่ไทม์จะลุกจากเก้าอี้ ฮ่องเต้กลับตรัสขึ้นเสียก่อน
“ ท่านเซียนน้อย ”
“ หืม? ”
“ คืนนี้อย่าเพิ่งกลับ ข้าเชิญท่านเข้าพบอย่างเป็นการส่วนตัวได้หรือไม่? ”
“ เราอยากเชิญท่านร่วมรับประทานอาหารค่ำ.. ”
“ อาหารค่ำ? ” ไทม์เลิกคิ้ว
“ ใช่ ” ฮ่องเต้หันไปมองเฉินกั๋วกงที่กำลังเตรียมตัวกลับด้วย
“ และเชิญเจ้าด้วย เฉินกั๋วกง ”
“ กระหม่อมรับพระบัญชา ” เฉินกั๋วกงที่ได้ยินชื่อเรียกต่างก็ยินดี โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยนัก!
“ เช่นนั้นก็ด้วยความยินดี ” ไทม์ส่งยิ้มให้ นี่แหละเวลาที่เขารอคอย เวลาแห่งการกอบโกยมาถึงแล้ว!
“ ดี คืนนี้พบกันที่ตำหนักหลวง! ” ฮ่องเต้ตรัสก่อนลุกขึ้นจากพระที่นั่ง บุคคลของราชวงศ์เองก็รีบลุกขึ้นตามในทันที ทั้งพระมเหสี นางสนม รวมถึงองค์หญิงองค์ชายด้วย..
เมื่อฮ่องเต้เสด็จออกจากลานสอบ เหล่าขุนนางก็รีบแยกย้ายกันตามไป ไม่นานทั่วทั้งลานก็เหลือเพียงบรรดาบัณฑิตที่กำลังพูดคุยกันอย่างออกรส
“ จอหงวนปีนี้ช่างแสนมหัศจรรย์จริงๆ! ”
“ ใช่แล้ว ถึงกับมีท่านเซียนน้อยมาช่วยตั้งโจทย์! ผู้สอบผ่านแทบจะเรียกได้ว่า เป็นผู้ผ่านการทดสอบโดยเทพเซียนเลย! ”
“ ถูกต้องตามนั้น!! ” เสียงพูดคุยดังขึ้นเรื่อยๆ
หลังจากประกาศผลการสอบจอหงวนสิ้นสุดลง เจ้าหน้าที่ของราชสำนักก็เริ่มเก็บโต๊ะและม้วนกระดาษสอบออกจากลานทีละส่วน ขณะที่เหล่าบัณฑิตต่างยังคงจับกลุ่มพูดคุยถึงเรื่องของไทม์ไม่หยุด
“ ท่านเซียนน้อย ท่านเจ้าเมืองเฉิน ” ขันทีอาวุโสคนหนึ่งเดินเข้ามาประสานมือคารวะ
“ ฝ่าบาทมีรับสั่งให้จัดห้องรับรองสำหรับพวกท่านทั้งสอง คืนนี้พวกท่านพักอยู่ในวังได้เลยพ่ะย่ะค่ะ ”
“ พักในวังสินะ ” เฉินกั๋วกงไม่คิดแปลกใจ เจ้าเมืองจากแดนไกลเช่นเขา ทุกครั้งที่เข้าเมืองหลวงก็ย่อมมีที่พักในวังให้เสมอ
“ งั้นก็ดีเหมือนกัน ข้าจะได้ไม่ต้องออกไปหาที่พักเอง ” ไทม์ยิ้มรับหลังสบตากับท่านเจ้าเมืองแล้วว่าไม่เป็นไร
“ เชิญทางนี้ ” ทั้งสองเดินตามขันทีออกจากลานสอบ
เส้นทางภายในวังหลวงนั้นกว้างขวางกว่าที่ไทม์คาดเดาเอาไว้มาก ตำหนักมากมายเรียงรายต่อกันเป็นแนวยาว สวนดอกไม้และสระน้ำถูกจัดวางอย่างประณีต ทุกอย่างเต็มไปด้วยกลิ่นอายโบราณที่เขาเคยเห็นเพียงในภาพยนตร์
ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าของกลุ่มคนอีกด้านหนึ่งก็ดังเข้ามา เป็นขบวนขององค์หญิงที่เพิ่งแยกย้ายจากขบวนหลัก!
“ ถวายพระพรองค์หญิง ” ขันทีและเหล่าข้าราชบริพารรีบหยุดเดิน ก่อนประสานมือถวายความเคารพ
ไทม์เองก็หันกลับไปมองตามเสียงโดยไม่ได้คิดอะไร แล้วในวินาทีนั้น.. สายตาของเขาก็สบเข้ากับดวงตาคู่เดิมอีกครั้ง..
หญิงสาวในชุดราชสำนักกำลังเดินผ่านทางเดินอีกฝั่งหนึ่ง ท่าทางสง่า ใบหน้างดงาม รอบด้านมีองครักษ์หญิงติดตามอยู่หลายคน!
องค์หญิงเองก็หยุดลงเช่นกัน ทั้งสองมองหน้ากัน เพียงชั่วขณะเดียว.. หัวใจของไทม์กลับกระตุกอย่างรุนแรง!
ภาพบางอย่างแล่นผ่านเข้ามาในหัว ราวกับความทรงจำที่ถูกซ่อนเอาไว้กำลังถูกเปิดออก ห้องพักเล็กๆในโรงเตี้ยมตระกูลหลิว.. วันนั้น.. หลังมีประกาศแจกเมีย.. แม่ทัพที่ถูกตราหน้าว่าเป็นคนของฝ่ายศัตรู หญิงสาวผู้สังหารคนของนายอำเภอไปไม่น้อย..
สตรีลึกลับผู้ลักลอบเข้ามาในห้องพักของเขา เธอมีแผล เสียเลือด และหิวโหย..
เสียงหายใจแผ่วเบาบนเตียงนอนราวกับคนที่กำลังจะตาย เขาช่วยเธอทำแผลด้วยตัวเอง ซึ่งการทำแผลนั้นก็ต้องถอดเสื้อผ้าออกทั้งหมด..
“ ตอนแรกก็คิดว่าจำผิด.. ” ไทม์พึมพำออกมาเบาๆ ตอนนั้นเขาสงสัยเป็นอย่างมากว่าสตรีที่บาดเจ็บหนักคนนี้เป็นใคร ไม่น่าเชื่อว่ามาวันนี้ คำตอบทั้งหมดล้วนยืนอยู่ตรงหน้า!
“ เป็นเจ้าจริงๆ.. ” องค์หญิงเองยิ่งตกใจไปมากกว่า เธอมองใบหน้าของไทม์อย่างละเอียด ราวกับกำลังพยายามค้นหาความทรงจำบางอย่าง
“ ที่แท้บุรุษรูปงามในวันนั้น ก็เป็นเซียนน้อย.. ”
ทั้งสองทำได้เพียงสบตาก่อนแยกย้ายกันไปคนละทาง ชัดเจนว่าเรื่องนี้คงไม่อาจพูดคุยต่อหน้าคนอื่นได้ ทั้งเหตุผลที่องค์หญิงไปออกรบในแนวหน้า ทั้งสาเหตุของอาการบาดเจ็บในชุดแม่ทัพ..
“ ทวงหนี้บุญคุณซะหน่อยดีมั้ยนะ ค่ายากับค่าขนมปังในวันนั้น.. ของใช้ส่วนตัวขององค์หญิงแห่งราชวงศ์ คงขายได้หลายบาทในโลกยุคใหม่.. ” ไทม์คิดอย่างติดตลก โดยที่ไม่รู้เลยว่า งานเลี้ยงในคืนนี้อาจทำให้ทั้งสองต้องพูดคุยและใกล้ชิดกัน..