LNCrawler

คำขอร้องจากโอรสสวรรค์

ข้ามมิติสู่ยุคอดีต ขนสมบัติไปมาเพื่อเป็นมหาเศรษฐี — novel.dek d.com · All chapters

คำขอร้องจากโอรสสวรรค์

“ ทวงหนี้บุญคุณซะหน่อยดีมั้ยนะ ค่ายากับค่าขนมปังในวันนั้น.. ของใช้ส่วนตัวขององค์หญิงแห่งราชวงศ์ คงขายได้หลายบาทในโลกยุคใหม่.. ” ไทม์คิดอย่างติดตลก โดยที่ไม่รู้เลยว่า งานเลี้ยงในคืนนี้อาจทำให้ทั้งสองต้องพูดคุยและใกล้ชิดกัน..

ยามค่ำคืนมาเยือน พระราชวังหลวงถูกประดับประดาด้วยโคมไฟสีแดงนับร้อย แสงเทียนส่องสว่างไปตามระเบียงทางเดินจนทั่วทั้งตำหนัก ราวกับค่ำคืนนี้กำลังมีงานมงคลครั้งใหญ่

ทว่าความจริงแล้ว งานเลี้ยงคืนนี้กลับเป็นเพียงงานเลี้ยงเล็กๆก็เท่านั้น.. เล็กเสียจนแม้แต่ขุนนางระดับสูงก็ยังไม่มีสิทธิ์เข้าร่วม!

ณ ตำหนักหลวงด้านในสุด โต๊ะอาหารขนาดใหญ่ถูกจัดวางเอาไว้อย่างประณีต อาหารเลิศรสมากมายถูกทยอยยกเข้ามาไม่ขาดสาย ทั้งเป็ดย่าง หมูตุ๋น ปลาแม่น้ำ เนื้อกวาง รวมถึงสุราชั้นดีจากคลังหลวง

ผู้ที่นั่งอยู่ในตำหนักมีเพียงไม่กี่คน ฮ่องเต้ พระมเหสี องค์ชายและองค์หญิงบางพระองค์ เฉินกั๋วกง และไทม์..

“ งานเลี้ยงส่วนตัวที่แปลว่าส่วนตัวจริงๆสินะ ” ไทม์มองไปรอบๆก่อนจะยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ตอนแรกเขาคิดว่าจะมีขุนนางระดับสูงเต็มห้องเสียอีก น่าตกใจที่แม้แต่จอหงวนคนใหม่อย่างหลี่เหวินจงก็ยังไม่อาจเข้าร่วมซะด้วยซ้ำ

“ วันนี้เราเชิญท่านมาเป็นการส่วนตัว ย่อมไม่ต้องการให้มีคนนอกเข้ามารบกวน ” ฮ่องเต้ที่นั่งอยู่ด้านบนหัวเราะเบาๆ

“ เช่นนั้นเอง ” ไทม์พยักหน้าก่อนมองอาหาร

“ แต่ดูเหมือนฝ่าบาทจะเตรียมอาหารไว้เยอะเกินไปหน่อยนะ ” เขาพูดแซวอย่างเป็นกันเอง ฐานะเซียนน้อยของเขาย่อมไม่แพ้โอรสสวรรค์!

“ ฮ่าๆๆ! วันนี้เราสั่งเตรียมมาแต่ของเลิศรส! เชิญท่านเซียนน้อยลิ้มลองดู! ” เสียงหัวเราะของฮ่องเต้ดังขึ้นทันทีก่อนพูดต่อไม่หยุด การได้อยู่ในสถานที่ส่วนตัวทำให้ความเข้มขรึมของเขาหายไป

“ ท่านเซียนน้อยเดินทางมาจากแดนไกล เราจะต้อนรับอย่างขาดตกบกพร่องได้อย่างไร! ”

เฉินกั๋วกงที่นั่งอยู่ด้านข้างแทบสำลักสุรา คำว่าแดนไกลนั่นฟังดูเหมือนเป็นคำสุภาพสำหรับคนจากแดนสวรรค์.. ซึ่งไกลจริงอย่างที่พระองค์ว่า..

“ เชิญท่านเซียนน้อยตามสบาย ” ฮ่องเต้ยกจอกสุราขึ้น

“ วันนี้ไม่มีเรื่องราชการ ไม่มีการสอบ ไม่มีขุนนาง เราเพียงต้องการพูดคุยกับท่านในฐานะสหายผู้หนึ่ง ”

“ เช่นนั้นก็ขอบพระทัยฝ่าบาท ” ไทม์ชะงักเล็กน้อย ก่อนยกจอกสุราของตัวเองขึ้นบ้าง

แต่ในขณะที่บทสนทนากำลังเริ่มต้นขึ้น เสียงฝีเท้าเบาๆกลับดังมาจากด้านนอกตำหนัก

“ ฝ่าบาท ” ขันทีที่เฝ้าอยู่หน้าประตูรีบเข้ามาคุกเข่า

“ องค์หญิงมู่หรงเสด็จมาพ่ะย่ะค่ะ ”

ไทม์ที่กำลังคีบอาหารเข้าปากชะงักทันที องค์หญิง? ไม่ใช่ว่าเมื่อครู่เขาเพิ่งพบเธอในระหว่างทางหรอกหรือ?

ฮ่องเต้เองก็ทรงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนทอดพระเนตรไปยังประตู องค์หญิงใหญ่ผู้นี้ตามปกติแล้วจะไม่ค่อยชื่นชอบงานเลี้ยง..

“ ช่างน่ายินดี ให้นางเข้ามา! ”

ไม่นานประตูตำหนักก็ถูกเปิดออก หญิงสาวในชุดสีขาวปักลายหงส์ก้าวเข้ามาอย่างสง่างาม เส้นผมสีดำยาวถูกรวบขึ้นอย่างประณีต ใบหน้าของนางยังคงงดงามเช่นเดียวกับตอนที่ไทม์เห็นเมื่อช่วงบ่าย

แต่ครั้งนี้ไม่มีชุดเกราะ ไม่มีคราบเลือด และไม่มีบาดแผล เธอเป็นองค์หญิงแห่งราชวงศ์อย่างแท้จริง!

“ ถวายพระพรเสด็จพ่อ ”

“ ลุกขึ้นเถิด ” องค์หญิงมู่หรงลุกขึ้น ก่อนสายตาจะหันมองไปรอบๆและหยุดลงที่ไทม์ ทั้งสองสบตากันอีกครั้ง เพียงชั่วขณะเดียว บรรยากาศในตำหนักก็คล้ายจะเงียบลง..

“ ท่านเซียนน้อย ” เธอเอ่ยขึ้นก่อน

“ ไม่คิดว่าจะได้พบกันอีกเร็วถึงเพียงนี้ ”

“ ข้าเองก็ไม่คิด ว่าองค์หญิงจะเป็นสตรีที่ข้าเคยช่วยชีวิตเอาไว้ในโรงเตี๊ยม ” ไทม์ยิ้มบางๆกับคำพูดเบาๆที่ได้ยินกันเพียงสองคน

“ !!! ” มือขององค์หญิงมู่หรงที่อยู่ใต้แขนเสื้อชะงักทันที ใบหน้างดงามของนางแดงขึ้นเล็กน้อย

“ เป็นท่านจริงๆ.. ”

“ เอาล่ะๆ ” ฮ่องเต้หัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี

“ พวกเจ้าสองคนรู้จักกันมาก่อนหรือ? ”

“ รู้จักเพียงเล็กน้อย มันเป็นเรื่องแค่ชั่วข้ามคืน ” ไทม์ตอบอย่างเป็นธรรมชาติ แต่เฉินกั๋วกงกลับหันขวับมองเขาทันที

รู้จักเล็กน้อย? ชั่วข้ามคืน.. นั่นมันอะไรอีกล่ะท่านเซียน!! นี่ท่านไม่ได้จะกลายเป็นราชบุตรเขยหรอกนะ!

ส่วนองค์หญิงมู่หรงเองก็พยายามเก็บสีหน้า ก่อนเดินไปนั่งยังที่ว่างข้างๆไทม์..

“ ตอนนั้นข้าบาดเจ็บสาหัส หากไม่ได้ท่านช่วยเอาไว้ เกรงว่าข้าคงไม่มีชีวิตกลับมาถึงเมืองหลวง จดหมายนั่น.. ท่านได้อ่านแล้วสินะ ” เธอกล่าวอย่างจริงใจ

“ เรื่องเล็กน้อย ข้าได้อ่านแล้ว ท่านบอกจะตอบแทนข้าด้วยทุกอย่างที่มี.. ”

“ ใช่.. ข้าย่อมต้องตอบแทน เพียงแต่ก็ไม่รู้ว่าท่านเซียนน้อยประสงค์สิ่งใด.. ”

“ ของส่วนตัวของเจ้าเป็นยังไง.. ” เขาหลุดพูดออกไปอย่างลืมตัว ด้วยคิดว่าเครื่องประดับขององค์ใหญ่หญิงมันจะต้องมีค่ามหาศาล! วันพรุ่งนี้ตัวเขาก็ต้องบินไปประเทศจีนแล้ว หากมีของระดับราชวงศ์ติดมือไป กำไรที่เขาทำได้ก็คงไม่น้อยเลย!

“ ท่านพูดถึงเรื่องอะไรกัน.. ข้าส่วนตัวของข้าอย่างนั้นเหรอ.. ” เธอก้มหน้าลงมองหน้าอกของตนเอง ความคิดของหญิงสาวหลุดลอยไปไกลกว่าที่ชายหนุ่มพูดถึง..

“ แล้วท่านก็ต้องเล่าด้วย ว่าเหตุใดองค์หญิงใหญ่ถึงกลายเป็นแม่ทัพ ไม่พอยังคล้ายว่าจะถูกโจมตี.. ” เขาพูดต่ออย่างลืมสังเกต ในท่าทางของหญิงสาวที่เขินอายไปหลายส่วน..

“ เรื่องนั้น.. ไว้จบงานเลี้ยงนี่ข้าจะเล่าให้ท่านฟังเอง ถือว่าได้ตอบแทนพระคุณช่วยชีวิต.. ” เธอพูดก่อนทั้งหมดจะต้องหันกลับไปสนใจงานเลี้ยง

สุราจากคลังหลวงถูกเติมลงในจอกของฮ่องเต้อย่างต่อเนื่อง แม้พระองค์จะทรงพยายามรักษาท่าทีสง่างามเช่นเดิม แต่เมื่อเวลาผ่านไป ใบหน้าที่เคยเคร่งขรึมก็เริ่มแดงขึ้นเล็กน้อย

“ ฝ่าบาท ดื่มมากเกินไปแล้วเพคะ ” พระมเหสีที่ประทับอยู่ข้างๆ เหลือบมองด้วยความเป็นห่วง

“ วันนี้เป็นวันพิเศษ ” พระองค์ตรัสด้วยรอยยิ้ม

“ จะดื่มมากสักหน่อยก็ไม่เป็นไร ”

ไทม์นั่งฟังบทสนทนาอยู่เงียบๆ พลางคีบอาหารเข้าปากอย่างสบายใจ ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าเหตุใดฮ่องเต้ถึงได้จัดงานเลี้ยงเล็กๆเช่นนี้

ไม่มีขุนนาง ไม่มีคนนอก ไม่มีแม้แต่จอหงวนคนใหม่ ทุกคนในที่นี้ล้วนเป็นคนที่ฮ่องเต้ทรงไว้พระทัย..

และที่สำคัญ.. ทุกคนกำลังรอฟังบางสิ่งจากเขา

“ ท่านเซียนน้อย ” ในที่สุดฮ่องเต้ก็วางจอกลง น้ำเสียงที่เคยเต็มไปด้วยความรื่นเริงกลับเปลี่ยนไปเล็กน้อย

ฮ่องเต้นิ่งไปครู่หนึ่ง พระองค์หันไปมองเหล่าโอรสและธิดาของตนเอง ก่อนหันมองไปยังองค์หญิงมู่หรงที่นั่งอยู่ไม่ไกล

“ เรามีเรื่องหนึ่งอยากจะขอร้องท่าน ” บรรยากาศในตำหนักเงียบลงทันที แม้แต่เฉินกั๋วกงที่กำลังจะยกจอกสุราขึ้นดื่มก็ยังหยุดมือ

“ เรื่องชายแดนทางเหนือสินะ ” ไทม์วางตะเกียบลง

“ สมกับเป็นท่านเซียน.. ” ฮ่องเต้พยักหน้ารับ

“ เป็นเพราะโจทย์ที่ข้าเพิ่งตั้งในการสอบจอหงวน? ”

“ ท่านฉลาดจริงๆ เป็นเช่นนั้น! ” ฮ่องเต้หัวเราะออกมาเบาๆ แต่คราวนี้เสียงหัวเราะนั้นกลับไม่มีความสนุกอยู่เลย

พระองค์ทอดพระเนตรไปยังจอกสุราในมือ ก่อนกล่าวออกมาช้าๆ

“ สงครามครั้งนี้ยืดเยื้อมาหลายปีแล้ว กองทัพของเราสู้กับศัตรูทางเหนือมาโดยตลอด ”

“ ตอนแรกเรายังพอมีกำลังเหนือกว่า แต่หลายปีผ่านไป ทั้งเสบียง ทั้งทหาร และเงินทองของแผ่นดินล้วนลดน้อยลงเรื่อยๆ ” น้ำเสียงของพระองค์เริ่มหนักแน่นขึ้น

“ เมืองชายแดนหลายแห่งถูกตีแตก ทหารของเราตายไปนับหมื่น ชาวบ้านต้องอพยพหนีภัยสงคราม ”

“ หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป.. ” ฮ่องเต้กำจอกสุราแน่น

“ แคว้นของเราจะต้องพ่ายแพ้ในที่สุด ” คำพูดนั้นทำให้ทั้งตำหนักเงียบกริบ แม้แต่เหล่าองค์ชายที่นั่งอยู่ก็ยังไม่กล้าส่งเสียง นี่คือความจริงที่พวกเขารู้กันดีอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาตรงๆต่อหน้าฮ่องเต้ก็เท่านั้น!

องค์หญิงมู่หรงเองก็ก้มหน้าลง เธอเคยอยู่ในสนามรบ เคยเห็นทหารของตนเองล้มตายลงต่อหน้า ทุกครั้งที่กองทัพพ่ายแพ้ นั่นหมายถึงชีวิตของผู้คนจำนวนมากที่ต้องสูญเสียไป!

“ เรา.. ” ฮ่องเต้สูดลมหายใจเข้าลึก

“ ในฐานะฮ่องเต้ ไม่ควรเอ่ยคำพูดเช่นนี้ต่อหน้าท่าน ” พระองค์เงยหน้าขึ้นมองไทม์

“ แต่วันนี้เราดื่มสุราไปมากแล้ว และบางที.. ความเมาอาจทำให้คนเรากล้าพูดสิ่งที่อยู่ในใจ ”

ไทม์นิ่งฟัง ฮ่องเต้ค่อยๆลุกขึ้นจากพระที่นั่ง จากนั้น.. พระองค์ก็ประสานมือขึ้นต่อหน้าไทม์!

“ เราขอร้องท่าน ” ทุกคนในตำหนักถึงกับตกตะลึง! ฮ่องเต้แห่งแผ่นดินกำลังประสานมือขอร้องชายหนุ่มเพียงคนเดียว!

“ โปรดช่วยกองทัพของเรา!! ขอท่านเซียนน้อย นำชัยชนะกลับมาให้แผ่นดินของเราได้หรือไม่! ” เสียงนั้นไม่ได้มีความหยิ่งทะนงของโอรสสวรรค์หลงเหลืออยู่เลย มีเพียงเสียงของชายผู้หนึ่ง ที่กำลังขอร้องให้ใครสักคนช่วยชีวิตผู้คนของตนเอง!

ไทม์มองฮ่องเต้นิ่ง เขาไม่คิดว่าคำขอจะหนักแน่นถึงเพียงนี้

“ ฝ่าบาท.. ” เฉินกั๋วกงเองยังรีบลุกขึ้น ก่อนคุกเข่าลงพื้นเช่นเดียวกับทุกคนโดยรอบ ไม่เว้นแม้แต่องค์หญิงใหญ่ที่ก็ต้องทำตาม!

“ ฝ่าบาท พระองค์ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้! ”

“ จำเป็น ” ฮ่องเต้ตรัสทันที

“ หากการคุกเข่าขอร้องท่านเซียนน้อยสามารถช่วยชีวิตประชาชนได้ ต่อให้เราต้องคุกเข่า เราก็ยอม! ”

“ เสด็จพ่อ.. ” องค์หญิงมู่หรงเผลอเรียกออกมาเบาๆ นางไม่เคยเห็นบิดาของตนเองในสภาพเช่นนี้มาก่อน

“ เราไม่ต้องการให้ท่านนำทัพแทนแม่ทัพของเรา ” ฮ่องเต้ยังคงมองไทม์

“ เราไม่ต้องการให้ท่านเสียสละชีวิต ”

“ เราเพียงอยากให้ท่านช่วยหยุดสงครามครั้งนี้.. ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม! ” นี่คือคำของจากอีกฝ่ายที่คล้ายว่าจะทุ่มสุดตัวแล้ว!