เรื่องราวขององค์หญิงใหญ่
เรื่องราวขององค์หญิงใหญ่
“ เราเพียงอยากให้ท่านช่วยหยุดสงครามครั้งนี้.. ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม! ” นี่คือคำของจากอีกฝ่ายที่คล้ายว่าจะทุ่มสุดตัวแล้ว!
“ ถ้าข้าช่วย.. ” ไทม์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอนหลังพิงเก้าอี้.. สายตาเขามองตรงไปยังฮ่องเต้อย่างจริงจัง
“ ฝ่าบาทจะให้อะไรข้า? ” คำถามนี้ทำให้ทุกคนในตำหนักนิ่งไป ฮ่องเต้เองก็ทรงชะงักก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ
“ เรารู้อยู่แล้วว่าท่านต้องถามเช่นนี้ เพียงแต่ก็ไม่อาจตัดสินใจได้เช่นกัน ว่าควรมอบสิ่งใดให้เทพเซียน.. ”
“ เรื่องนี้ท่านเจ้าเมืองพอจะอธิบายได้.. ” ไทม์หันไปหาเฉินกั๋วกง
“ ท่านเซียนน้อยเดินทางบนโลกมนุษย์ก็เพื่อละตนเองจากกิเลส และกิเลสก็คือสิ่งที่บุรุษเช่นเราๆล้วนเข้าใจ แก้วแหวนเงินทอง สตรีงดงาม.. ท่านเซียนน้อยได้รับคำสั่งจากท่านอาจารย์ให้ลงมาสัมผัสกับสิ่งเหล่านั้น.. บททดสอบที่ต้องผ่านไปด้วยตนเอง.. ” เขาพยายามอธิบายในสิ่งที่ไทม์เคยบอก ซึ่งมันก็มีเหตุผลตามเดิม หาของล้ำค่ามาให้เขา ต้องเป็นสิ่งของเท่านั้นเพราะท่านเซียนไม่สนใจตำลึงเงินตำลึงทอง!
“ เป็นไปตามนั้น ของล้ำค่าที่ข้าต้องการคือพวกงานศิลปะ ไม่ใช่แค่ก้อนทองอย่างตำลึงทอง.. ” ไทม์พูดเสริมอย่างดูสูงส่ง เขาคือเซียนที่ไม่สนใจเงินทอง แต่เลือกสนใจงานศิลปะและอัญมณี.. ชายหนุ่มกำลังจะอธิบายต่อ แต่เสียงหนึ่งกลับดังขึ้นเสียก่อน..
“ หากท่านเซียนน้อยต้องการ ข้าพร้อมเสนอตัว.. ”
“ .. ” ทั้งตำหนักเงียบกริบ ไทม์หันขวับไปมององค์หญิงมู่หรง
“ เอ่อ.. ข้า.. ข้าหมายถึง หากท่านต้องการให้ข้าเป็นผู้นำทางไปยังชายแดนเหนือ.. ” เธอรีบอธิบายอย่างเกือบจะทำให้ทุกคนเข้าใจผิดไปเสียแล้ว
“ อ้อ.. ” ไทม์ลากเสียงยาวเช่นเดียวกับทุกคนที่ดูโล่งใจ
“ ข้าก็คิดว่าองค์หญิงหมายถึงอย่างอื่น ” เขาแซวเบาๆอย่างต้องยอมรับเลยว่า องค์หญิงคนนี้งดงามหาใครเปรียบ.. เธองามซะยิ่งกว่าหลิวซินเยว่แห่งหอประมูล ดูส่งส่งกว่าคุณหนูลินินไปหลายระดับ แถมยังดูเก่งกว่าเกินกว่ายัยเมย์ไปเสียอีก..
“ ท่านอย่าพูดเล่นสิ! ” องค์หญิงมู่หรงหันหน้าหนี.. ส่วนเฉินกั๋วกงแทบอยากเอาหัวโขกโต๊ะ ท่านเซียนน้อย! ท่านกำลังหยอกล้อองค์หญิงต่อหน้าฮ่องเต้เลยนะ! ไม่ใช่ว่าเธอคือลูกสาวที่พระองค์ห่วงแหนที่สุดหรอกเหรอ!
“ ฮ่าๆๆ! ” แต่ฮ่องเต้กลับทรงหัวเราะออกมา
“ หากเป็นเรื่องนั้น.. เราเองก็ไม่ขัดข้อง ” เขาพูดอย่างแอบคิดไปแล้ว ว่าถ้าได้เซียนน้อยมาเป็นราชบุตรเขยจริงๆ ดินแดนของเขาคงยิ่งใหญ่ในอนาคต!
“ เสด็จพ่อ! แค่นำทาง นำทางไปแนวหน้า.. ” องค์หญิงมู่หรงถึงกับหน้าแดงกว่าเดิม เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วทั้งตำหนัก แม้แต่ไทม์ยังอดยิ้มไม่ได้
“ เช่นนั้นข้าจะช่วย เพียงแต่ก็ไม่ได้มีเวลามากนัก.. ” ไทม์รับปาก ทว่าก็ยังมีข้อแม้เล็กน้อย ด้วยพรุ่งนี้ตัวเขาต้องเดินทางไปจีน..
ไม่สิ.. นั่งเครื่องบินหากจองตั๋วแบบเฟิร์สคลาส ก็สมควรจะได้ห้องพักส่วนตัวไม่ใช่เหรอ.. ถ้าเขาขึ้นนั่งแล้วย้อนเวลากลับมาลุยงานเรื่องนี้ต่อ ไม่แน่ว่าทุกอย่างอาจเสร็จสิ้นในเวลาไม่นาน ปืนกลกับ RPG ที่เขามีอยู่ก็พอจะช่วยได้อยู่แล้ว..
“ ในวันพรุ่งนี้ข้าต้องกลับแดนเซียนก่อนซักระยะ คิดว่าไม่กี่ชั่วยามก็น่าจะกลับมาที่นี่ได้อีกครั้ง ถึงตอนนั้นเราค่อยออกเดินทางไปแดนเหนือในทันที.. ” ไทม์ให้คำตอบที่เป็นข้อสรุป
งานเลี้ยงจบลงด้วยบรรยากาศที่ดีกว่าที่ทุกคนคาดคิด ฮ่องเต้ทรงพอพระทัยอย่างยิ่งที่ไทม์รับปากว่าจะช่วยเหลือสงครามทางเหนือ ส่วนเหล่าราชวงศ์เองก็ยิ่งมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาเปลี่ยนไป
จากเดิมที่มองเขาเป็นเพียงเซียนน้อยผู้ลึกลับ มาตอนนี้กลับกลายเป็นความหวังของทั้งดินแดน!
เมื่อผู้คนทยอยออกจากตำหนักจนหมด เหลือเพียงไทม์และองค์หญิงมู่หรงที่ยังคงเดินอยู่บนระเบียงด้านนอก
แสงจันทร์ส่องลงบนสระน้ำจนเกิดเป็นประกายระยิบระยับ ลมกลางคืนพัดเอากลิ่นดอกไม้จากสวนหลวงลอยผ่านไปอย่างแผ่วเบา
“ ท่านเซียนน้อย ” องค์หญิงมู่หรงเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาก่อน หลังเป็นทั้งคู่ที่นัดกันว่ามีเรื่องส่วนตัวต้องพูดคุย..
“ เล่ามาเถอะองค์หญิง ข้าเองก็ติดใจสงสัยมานานแล้ว.. ”
“ เรื่องที่ท่านถามข้าก่อนหน้านี้.. เหตุใดข้าถึงต้องไปเป็นแม่ทัพ ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเบาขณะหันมองซ้ายขวา
“ ความจริงแล้ว ข้าไม่ได้ต้องการเป็นแม่ทัพตั้งแต่แรก ” ทั้งสองเดินต่อไปช้าๆตามทางเดิน..
“ แต่เมื่อหลายปีก่อน ข้าเริ่มฝึกวิชาปราณอย่างจริงจัง และก็เป็นข้าที่มีพรสวรรค์ค่อนข้างดี ”
“ ค่อนข้างดี? ” ไทม์เลิกคิ้ว
“ ใช่ ” องค์หญิงตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
“ ตอนนี้ข้าอยู่ขั้นที่หกระดับแปด.. ”
“ !! ” ไทม์หยุดเดินทันที
“ ขั้นหก? ” จากเจ็ดขั้นเธอดันอยู่ถึงขั้นหก! แถมยังเป็นระดับแปดจากสิบระดับ! นี่ไม่ใช่ว่าองค์หญิงของยอดยุทธ์แห่งแผ่นดินไปแล้วเหรอ!!
“ อืม ” เธอหันกลับมามองเขา
คราวนี้ไทม์ถึงกับนิ่งไป เขาเองก็ศึกษาเรื่องนี้มาแล้ว แต่การเร่งเวลาหลายเดือนก็ช่วยให้เขาเข้าสู่ขั้นแรกได้เพียงเท่านั้น..
ใครจะคิดว่าองค์หญิงตรงหน้าจะเก่งกาจถึงเพียงนี้ ไม่แปลกเลยที่คนเจ็บหนักแถมยังเกือบอดตาย จะสามารถสังหารทหารของนายอำเภอได้เป็นกองร้อย..
“ ถ้าเช่นนั้น.. ”
“ ในแผ่นดินนี้ ผู้ที่อยู่ขั้นหกมีไม่ถึงสิบคน ” องค์หญิงกล่าวต่อ
“ ส่วนผู้ที่อยู่ขั้นเจ็ด.. มีเพียงตำนาน และตำนานนั้นดันอยู่ในฝ่ายของศัตรู แม่ทัพใหญ่แห่งดินแดนเหนือ! ” เธอพูดถึงสาเหตุที่ทำให้กองทัพของดินแดนเราพ่ายแพ้..
“ และจึงไม่ผิดไป หากจะพูดว่าข้าเป็นหนึ่งในยอดยุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดของแผ่นดิน ” หญิงสาวไม่ได้พูดด้วยความโอ้อวด แต่กลับพูดราวกับกำลังเล่าเรื่องธรรมดา
“ เมื่อสงครามทางเหนือเริ่มรุนแรงขึ้น ข้าจึงไม่มีเหตุผลที่จะนั่งอยู่ในวัง ”
“ หากข้าสามารถฆ่าแม่ทัพศัตรูได้หนึ่งคน นั่นหมายถึงทหารของเราจะเสียชีวิตน้อยลงนับพัน ”
“ หากข้าสามารถทำลายค่ายศัตรูได้หนึ่งแห่ง ก็ช่วยชีวิตประชาชนได้อีกมากมาย ” ไทม์เงียบฟัง ตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว องค์หญิงไม่ได้ไปสนามรบเพราะต้องการชื่อเสียง แต่ไปเพราะเธอมีพลังมากพอที่จะเปลี่ยนผลของสงครามได้!
“ แล้วเหตุการณ์ที่เมืองหน้าด่าน.. ท่านถูกจับในฐานะเฉลยศึกได้ยังไง? ” ไทม์ถาม
“ ถูกใครโจมตีมาอย่างนั้นเหรอ? ”
องค์หญิงมู่หรงเงียบลง ดวงตาของเธอมีความระมัดระวังเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
“ ข้าเองก็ยังไม่รู้ทั้งหมด แต่ข้าคิดว่ามีคนในราชสำนักทรยศ ”
“ คนในราชสำนัก? ”
“ ใช่ ” เธอพยักหน้า
“ การเดินทางของข้าในวันนั้นเป็นความลับ มีเพียงคนจำนวนไม่มากที่รู้ว่าข้าจะออกจากค่ายทหาร ”
“ แต่ศัตรูกลับรู้ตำแหน่งของข้าอย่างแม่นยำ ”
“ เจ้าสงสัยใคร? ” ไทม์เริ่มขมวดคิ้ว
องค์หญิงมู่หรงมองไปรอบๆ ก่อนลดเสียงลงเหมือนกลัวว่าจะมีคนได้ยิน..
“ เสนาบดีหลี่จงหยวน ” ชื่อหนึ่งถูกเอ่ยออกมา
“ หลี่จงหยวน? ” ชื่อนี้ดูจะคุ้นหูไทม์ยิ่งนัก! ลูกชายเขาไม่ใช่ว่าคือคนที่ไทม์สังหาร?
“ ใช่! เขาเป็นหนึ่งในเสนาบดีที่มีอำนาจ แม้จะยังไม่ได้ขึ้นเป็นมหาเสนาบดี แต่ก็คงอีกไม่นานแล้วเพราะเส้นสายของเขา ”
“ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เขาคัดค้านการทำสงครามกับฝ่ายเหนือมาโดยตลอด แต่การคัดค้านนั้นไม่ใช่เรื่องถูกต้อง.. ”
“ ทุกครั้งที่กองทัพของเรากำลังจะได้เปรียบ ข่าวบางอย่างกลับรั่วไหลออกไป ทุกครั้งที่ฝ่ายเรากำลังจะมีชัย เขากลับเสนอให้ถอนกำลังเหมือนกลัวว่าจะได้รับชัยชนะ.. ”
“ ศัตรูสามารถเตรียมตัวรับมือได้ล่วงหน้าแทบทุกครั้ง มันเหมือนกับว่าตัวเขาจะมีใจให้ฝ่ายศัตรู! ”
ไทม์เริ่มคิดตาม ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ศัตรูที่แข็งแกร่งอาจไม่ใช่ปัญหาใหญ่สุด! คนทรยศที่อยู่ภายในต่างหากตัวปัญหา!
“ ฝ่าบาทรู้เรื่องนี้หรือไม่? ”
“ รู้เพียงว่าข้าสงสัยแต่ยังไม่มีหลักฐาน ” องค์หญิงถอนหายใจ
“ เสด็จพ่อทรงระวังหลี่จงหยวนอยู่แล้ว แต่ตระกูลเขาเป็นขุนนางเก่าแก่ มีอำนาจและพรรคพวกจำนวนมาก หากจับผิดพลาดขึ้นมา ราชสำนักอาจแตกออกเป็นสองฝ่าย ”
“ เข้าใจแล้ว ” ไทม์พยักหน้า เขามองไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืน ดูเหมือนการเดินทางไปแดนเหนือครั้งนี้จะไม่ได้มีแค่เรื่องสงครามเสียแล้ว
“ ว่าแต่องค์หญิง.. ท่านพอจะรู้จักดินแดนหนึ่งที่ชื่อว่ากรุงศรีอยุธยาบ้างมั้ย? ” ไทม์ถามต่อในเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับตัวเขา ประเทศไทยในยุคเดียวกัน จุดหมายปลายทางที่เขาสมควรจะไปถึงมาตั้งนานแล้ว หากไม่ติดว่าระบบอิสระเหนือกาลเวลาของเขา มันดันพามาที่ประเทศจีนก่อนเป็นที่แรก..
“ กรุงศรีอยุธยา? ” องค์หญิงมู่หรงชะงักฝีเท้าทันที เธอทวนชื่ออย่างแปลกใจ..
“ ท่านเซียนน้อย เหตุใดจู่ๆจึงถามถึงดินแดนนั้น? ”
“ ข้าเพียงอยากรู้ เพราะหลังจากเสร็จทุกอย่างจากที่นี่ กรุงศรีอยุธยาก็คือดินแดนถัดไป.. ” ไทม์ตอบอย่างพยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติ
คำตอบนั้นดูสมเหตุสมผล อย่างน้อยก็สำหรับคนที่คิดว่าเขาเป็นเซียนจากดินแดนอื่น..
“ ข้ารู้จัก ” องค์หญิงตอบในที่สุด
“ จริงหรือ? ” คราวนี้กลับเป็นไทม์ที่แสดงสีหน้าประหลาดใจ เขาไม่คิดเลยว่าแค่ถามออกไปจะได้คำตอบเร็วถึงเพียงนี้!
“ แน่นอน ” องค์หญิงมู่หรงพยักหน้า
“ กรุงศรีอยุธยาเป็นดินแดนที่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเรา แม้จะอยู่ไกลออกไปมาก แต่ก็มีความสัมพันธ์อันดีกับราชสำนัก ”
“ ความสัมพันธ์อันดี? ”
“ ใช่ ”
“ ดินแดนนั้นนำเครื่องราชบรรณาการมาถวายเสด็จพ่ออยู่หลายครั้ง ทั้งผ้าแพร เครื่องเทศ ของหายาก รวมถึงสิ่งของจากดินแดนอื่น.. เอาจริงๆก็มาบ่อยจนเกินไปเสียด้วยซ้ำ มาบ่อยจนท่านพ่อต้องบอกว่าให้เว้นระยะบ้าง เพราะมันมากจนเกินไป.. ”