ไทม์
ไทม์
ตอนที่ 1
สถานีต่อไป อโศก.. เสียงประกาศอัตโนมัติดังขึ้นภายในขบวนรถไฟฟ้าที่อัดแน่นไปด้วยผู้คนในช่วงเช้า
เช่นเดียวกับทุกคน ไทม์ ชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าปีในชุดเชิ้ตสีขาวสะอาดและกางเกงสแลคสีดำ แม้ว่านี่จะเป็นชุดที่แสนธรรมดา ทว่าตัวเขากลับดูโดดเด่นกว่าพนักงานออฟฟิศทั่วไปอยู่ไม่น้อย ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ผิวขาวสะอาดแบบลูกคนมีเงิน และบุคลิกที่ดูสุขุมอย่างผู้ดี ด้วยภาพลักษณ์แบบนี้จึงมักทำให้เขาถูกเข้าใจผิดอยู่บ่อยๆ ว่าเป็นพนักงานระดับผู้บริหารมากกว่าพนักงานทั่วไปตัวเล็กๆคนหนึ่ง..
มีหลายครั้งที่บางคนแอบคิดไปไกลจนเอาไปพูดกันว่า เขาคือลูกชายของท่านประธานที่ปลอมตัวมาเหมือนในหนังในละคร..
ไทม์ยืนเกาะราวสเตนเลสเหนือศีรษะด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ขณะที่ร่างของเขาถูกเบียดจากทุกทิศทางจนแทบไม่มีพื้นที่ให้ขยับตัว
“ ลูกชายของท่านประธานอะไรกันล่ะ.. สภาพแบบนี้แค่หายใจให้สะดวกยังยากเลย ” เขาบ่นเบาๆกับตัวเองในสิ่งที่เพื่อนร่วมงานเคยพูดให้ฟัง นี่ถ้าเขาเป็นลูกคนรวยแบบนั้นจริงๆ เงินในบัญชีตอนนี้คงไม่เหลืออยู่แค่สามพันกว่าบาทก่อนถึงสิ้นเดือนหรอก..
“ เฮ้อ.. ช่วยงานศพคุณปู่ไปตั้งสามหมื่น หมดตัวเลยเรา ” ไทม์ถอนหายใจเบากับเรื่องของทางบ้านที่เพิ่งผ่านพ้นไป เพื่อนคนอื่นในอายุยี่สิบห้าปี หลายคนเริ่มซื้อบ้าน หลายคนมีรถขับแล้ว ไม่เหมือนตัวเขาที่ยังแทบจะไม่มีอะไรเลย..
ยอดเงินคงเหลือ 3,482.17 บาท ตัวเลขที่ทำให้เขาหัวเราะในลำคออย่างสมเพชตัวเอง นี่คือชีวิตของพนักงานเงินเดือนธรรมดาในกรุงเทพที่เขาเคยใฝ่ฝัน.. ตื่นหกโมงเช้า ฝ่าการจราจร เบียดเสียดขึ้นรถไฟฟ้า ทำงานแปดถึงสิบชั่วโมงต่อวัน หลังจากนั้นก็สู้ชีวิตเดินทางกลับด้วยสภาพเดิม กว่าจะถึงห้องก็ค่ำมืดหมดแรงไปแล้ว..
แน่นอนว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุด ก็คือทุกคนต้องทำสิ่งนี้ซ้ำๆ เพียงเพื่อรอวันหยุดประจำสัปดาห์ของตัวเอง ใครโชคดีหน่อยก็ได้หยุดเสาร์อาทิตย์ ใครโชคร้ายหน่อยก็ได้หยุดแค่วันเดียว.. เวิร์คไลฟ์บาลานซ์พังพินาศ ชีวิตเหมือนเป็นแค่ฟันเฟืองตัวเล็กๆในเครื่องจักรขนาดยักษ์ เครื่องจักรที่ชื่อว่าบริษัท สถานที่ทำงานซึ่งให้เงินเดือนมาหมุนเวียนชีวิตแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ..
“ ขอทางหน่อยค่ะ ” เสียงหญิงสาวดังขึ้นด้านหลัง ฝูงชนเริ่มขยับตัวเมื่อรถไฟฟ้าชะลอความเร็วเข้าสู่สถานีอโศก ผู้คนจำนวนมากเตรียมตัวลงจากขบวน ขณะที่อีกหลายร้อยชีวิตกำลังรอเบียดขึ้นมาแทนที่
ไทม์มองภาพนั้นด้วยสายตาเหม่อลอย เช้าๆแบบนี้เขาเองก็อยากจะนอนต่ออีกซักหน่อย ไม่รู้ว่าการได้ตื่นมาท่ามกลางบรรยากาศดีๆแบบวิวเขาหรือชายทะเลนั้นเป็นยังไง เพราะคนแบบเขาที่ฐานะครอบครัวไม่ได้ร่ำรวย เวลาทั้งหมดจึงมุ่งมั่นไปกับการทำงานหาเงิน ไม่เคยว่างจะได้เที่ยวเล่นเหมือนใครเขา..
ติ๊ง.. ประตูรถไฟฟ้าเปิดออก กระแสผู้คนไหลทะลักเข้าและออกจากขบวนราวกับสายน้ำ ไทม์เก็บโทรศัพท์ที่หยิบขึ้นมาดูลงกระเป๋า ก่อนก้าวเดินออกไปพร้อมกับฝูงชนอีกหลายร้อยชีวิต..
“ รู้สึกว่ามรดกของคุณปู่ที่เสียไป จะมีของที่คุณปู่มอบให้เราโดยตรงด้วยแฮะ ” ชายหนุ่มพูดต่อกับแชทในไลน์กลุ่มครอบครัว ซึ่งตัวเขาได้เปิดอ่านก่อนหน้านี้
“ แต่ก็นะ ปู่เราเขาชอบสะสมของเก่าเป็นนิสัย ของที่มีราคาญาติๆคนอื่นก็คงเอาไปหมดแล้ว สิ่งที่เหลือมาให้เราก็คงเป็นพวกอะไรแปลกๆที่ดูไม่มีมูลค่าอะไร ” ไทม์ไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องนั้นมากนัก เพราะต่อให้คุณปู่จะทิ้งมรดกอะไรเอาไว้ให้ ของสิ่งนั้นก็คงไม่อาจจะมีมูลค่าได้เลย ญาติๆใกล้ตัวคุณปู่ในต่างจังหวัด ทุกคนต่างพร้อมที่จะหยิบฉวยของดีไปอยู่เสมอ..
ครอบครัวฝ่ายญาติๆของตนเองเป็นยังไงเขารู้ดี และนี่จึงเป็นเหตุผลที่ตัวไทม์พยายามดั้นด้นมาหางานทำอยู่ในกรุงเทพ แทนที่จะทำงานในจังหวัดบ้านเกิด.. ญาติๆเหล่านั้นมักจะขอเงินทุกครั้งที่เจอหน้า!
สมบัติจากกองมรดก.. ฝันหวานได้เลยถ้ามันจะมีเงินซักหนึ่งล้านมาให้เขา เรื่องนี้แค่คิดก็หัวเราะได้แล้ว..
ใช้เวลาเดินออกจากจากสถานีเพียงไม่นาน อาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัทก็อยู่ตรงหน้า ตึกกระจกสูงเกือบห้าสิบชั้นตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ ผู้คนในชุดสูทและชุดพนักงานจำนวนมาก ต่างกำลังรีบเดินเข้าออกผ่านประตูอัตโนมัติอย่างเร่งรีบ
ไทม์เองก็เป็นเพียงหนึ่งในนั้น ฟันเฟืองตัวเล็กๆที่ช่วยขับเคลื่อนเครื่องจักรขนาดใหญ่..
“ เช้านี้เกือบสายแล้วนะไทม์ รีบวิ่งเลยน้อง ” พนักงานรักษาความปลอดภัยประจำล็อบบี้ยิ้มทัก ชายหนุ่มหน้าตาดีคนนี้เป็นที่สะดุดตาอยู่เสมอ ไม่ใช่เพราะเขาหล่อ แต่เป็นเพราะเขาไม่ได้ถือตัวกับพี่ยามหรือป้าแม่บ้านเลย ต่างจากพนักงานหลายคนที่มองว่าตัวเองคือคนอีกระดับ เงินเดือนมากกว่า ชุดที่ใส่แพงกว่า ก็เลยไม่จำเป็นต้องลดตัวลงมาคุยกับคนระดับนี้..
“ นี่ก็รีบสุดชีวิตแล้วครับพี่ หอที่ผมอยู่มันไกลจริงๆ ฮ่าๆๆ ” ชายหนุ่มตอบกลับด้วยรอยยิ้ม ก่อนแตะบัตรพนักงานผ่านเครื่องสแกน
ติ๊ด ประตูกระจกเปิดออก ภายในอาคารเต็มไปด้วยความเป็นระเบียบและทันสมัย พื้นหินอ่อนสะท้อนแสงไฟระยิบระยับ จอ LED ขนาดใหญ่แสดงข้อมูลบริษัทอยู่ด้านหน้า
หลายครั้งที่ไทม์อดคิดไม่ได้ว่า บริษัทแห่งนี้ดูร่ำรวยกว่าตัวเขาเป็นล้านเท่า แต่ทำไมเงินเดือนถึงขึ้นปีละไม่กี่เปอร์เซ็นต์..
“ เฮ้อ.. ” ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆก่อนขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นยี่สิบแปด ซึ่งเป็นที่ตั้งของฝ่ายวิเคราะห์การตลาด
เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก บรรยากาศคุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
เสียงคีย์บอร์ด เสียงโทรศัพท์ เสียงการพูดคุยและเครื่องชงกาแฟ ทุกอย่างดำเนินไปตามเดิมเหมือนทุกๆวัน
“ มาแล้วเหรอไทม์ ” หญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่งหันมาทัก เธอชื่อเมย์ เพื่อนร่วมทีมที่นั่งโต๊ะติดกัน ทั้งสองอายุใกล้กัน แถมยังเป็นเด็กต่างจังหวัดด้วยกันทั้งคู่ ความสนิทสนมแบบเข้าใจหัวอกกันเลยมีมากกว่าคนอื่นๆ
“ เกือบสายแล้ววันนี้ รถไฟฟ้าแถวยาวมากจริงๆ ” เขาตอบก่อนวางกระเป๋าลงที่นั่ง
“ หัวหน้าตามหาอยู่ เช้านี้มีประชุมด่วน ” เพียงแค่มาถึง ความซวยแรกของเขาก็คล้ายจะปรากฏขึ้นมาแล้ว..
“ ประชุมอีกแล้ว..? ”
“ ใช่ ”
“ ประชุมเพื่อเตรียมประชุม หรือประชุมจริงๆ? ” เขาถามต่ออย่างเป็นที่รู้กัน หัวหน้าแผนกคนนี้มักจะทำให้ลูกน้องต้องเหนื่อยใจเกินความจำเป็นอยู่เสมอ
“ ฮ่าๆๆ เบาๆสิ เดี๋ยวหัวหน้าได้ยิน ” เมย์หลุดหัวเราะออกมา ขณะที่ไทม์ยักไหล่แล้วนั่งลงที่โต๊ะทำงานของเขา ชายหนุ่มเองก็อยากพักหายใจซักเล็กน้อย เพื่อจะได้ปั้นหน้ายิ้มๆเข้าไปด้านใน..
“ ถ้าฉันเดาไม่ผิดนะ ประชุมเช้านี้ไร้สาระแน่นอน หัวหน้าแผนกกำลังคิดจะเอาใจหัวหน้าฝ่ายคนนั้น พี่วิชัยที่กำลังจะเกษียณ.. ” เมย์นั่งลงข้างๆเพื่อเปิดฉากนินทาเจ้านายอย่างเป็นปกติ
“ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกเรานะ.. ”
“ โอ้ย.. แค่นี้ก็น่าจะคิดได้แล้วมั้ยล่ะ หัวหน้าแผนกของเราคิดจะไต่เต้าขึ้นไปเป็นหัวหน้าฝ่ายแทนไง คนเขาพูดกันว่า คำแนะนำของผู้ดำรงตำแหน่งคนเก่า มีผลต่อการแต่งตั้งคนใหม่ขึ้นมาแทนที่.. ระบบเส้นสายมันมีอยู่จริงๆนะไทม์! นี่แหละที่เขาเรียกว่าอุปถัมภ์! ” เมย์ดูจะจริงจังกับเรื่องนี้ ความสุขเล็กๆของพนักงานที่ได้นินทาเจ้านาย..