กลับมาหาเงิน
กลับมาหาเงิน
“ วันนี้ฉันจะยอมเสียเงินซักครั้ง! ไปร้านอิซากายะที่เราเคยมองกันอยู่บ่อยๆดีมั้ย! ร้านที่เบียร์ถูกกว่าที่อื่น! ซดเบียร์ให้หายเครียดกันไปเลย! ” เธอเสนอกับร้านธรรมดาๆที่จัดเป็นร้านหรูของทั้งสองคน
“ ร้านนั้นเนี่ยนะ? ” ไทม์หลุดหัวเราะออกมา กับร้านใกล้ที่ทำงานซึ่งทั้งสองคนมองดูมันอยู่บ่อยครั้ง ทว่าก็ไม่เคยคิดกล้าจะเดินเข้าไปใช้เงินเลย
“ ได้สิ วันนี้ผมเลี้ยงเอง! ” ชายหนุ่มออกตัวก่อนพร้อมเหตุผลง่ายๆ.. ที่ผ่านมาเป็นเขาเองที่คิดมากเรื่องเงินมาโดยตลอด และนั่นก็ทำเมย์ที่อยากนั่งร้านนี้มานานแล้ว ต้องพลาดโอกาสที่จะเข้าไปนั่งดื่มด้วย เธอเองก็มีเขาเป็นเพื่อนแค่คนเดียว เมื่อไทม์ไม่ไป เมย์ก็ไม่อยากจะนั่งคนเดียวเหมือนกัน..
“ โอ้โห! คนกำลังตกงานพูดเหมือนเพิ่งถูกหวยรางวัลที่หนึ่งมาเลยนะ ” เมย์แซวกลับทันที
“ ฮ่าๆๆ แค่พักงานโว้ย! ” เขาโวยวายกลับอย่างติดตลกกันสองคนเป็นธรรมดา
“ ฟังแล้วน่าห่วงกว่าเดิมอีก! นี่ไม่ได้นอนร้องไห้ตลอดวันเลยใช่มั้ย.. ”
ทั้งสองคุยกันอีกเล็กน้อยก่อนวางสาย หน้าจอโทรศัพท์ดับลง ภายในห้องคอนโดหรูเงียบสงบจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศเบาๆ
ไทม์เหลือบมองนาฬิกาอีกครั้ง 14:21 น..
“ งั้นวันนี้ก็คงต้องรีบทำรอบซะหน่อย ขายของแลกตำลึงทองหรือสิ่งมีค่า หลังจากนั้นก็รีบกลับมาแล้วไปซดเบียร์! ” แววตาของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นตั้งใจ
“ วันนี้วันศุกร์สินะ ไม่แปลกที่ยัยเมย์จะชวนดื่ม ” เขาพูดก่อนหัวใจจะเริ่มเต้นแรงขึ้นทีละน้อย นี่คือการเดินทางครั้งที่สองของเขา..
การเดินทางครั้งแรกเต็มไปด้วยความสับสน ความหวาดกลัว และความไม่รู้ในสถานการณ์ แตกต่างจากครั้งนี้ที่เขาเตรียมตัวมาแล้ว!
ไทม์เดินไปยืนหน้ากระจกบานใหญ่ ชุดจีนสีดำตัดขาวลายเมฆหมอกถูกนำมาสวมใส่อีกครั้ง บัดนี้เขากลับมาเป็นคุณชายลึกลับตามเดิม พร้อมๆกับที่คลังเก็บของในระบบ จะมีสิ่งล้ำค่าเก็บอยู่อย่างมากมาย!
“ พร้อมแล้ว.. ” เขาพูดอย่างมั่นใจ
[ ตรวจสอบสัมภาระเสร็จสิ้น ]
[ ช่องเก็บของมิติ : พร้อมใช้งาน ]
[ พิกัดเป้าหมาย : ประเทศจีนราชวงศ์หมิง ]
[ สถานที่ล่าสุด : ตรอกการค้า เมืองชายแดน ] ระบบเองก็ช่วยเขาตรวจสอบด้วย
ไทม์สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนเอ่ยคำพูดที่จะเปิดใช้งานพลังของตนออกมา!
“ ระบบ.. อิสระเหนือกาลเวลา ”
“ เริ่มการเดินทางได้เลย!! ”
[ รับทราบ ประตูมิติแห่งกาลเวลาถูกเปิดออกแล้ว!! ]
วิ้งงงงง! แสงสีทองปรากฏขึ้นรอบตัว พื้นที่ภายในห้องเริ่มบิดเบี้ยว กำแพงคอนโดหรูค่อยๆเลือนหาย พื้นห้องแตกออกเป็นเส้นแสงนับไม่ถ้วน ราวกับโลกทั้งใบกำลังถูกฉีกออกจากกัน
เพียงแต่ครั้งนี้ไทม์ไม่ตกใจแล้ว เพราะเขารู้ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น!
[ กำลังเคลื่อนย้าย... ]
[ 3.. ]
[ 2.. ]
[ 1.. ]
ฟุบ!!
แสงสว่างจ้าหายไปในพริบตาเดียว! ทุกอย่างกลับมาเงียบสนิท กลิ่นอับชื้นลอยเข้าจมูก เช่นเดียวกับเสียงผู้คนตะโกนขายของซึ่งดังอยู่ไม่ไกล..
เสียงเกวียนล้อไม้ครูดกับพื้นหินดังเอี๊ยดอ๊าด ขณะที่ไทม์ลืมตาขึ้นช้าๆ กำแพงอิฐเก่า ตรอกแคบ ผ้าสีซีดที่แขวนอยู่เหนือศีรษะ รวมถึงบ้านไม้เก่าๆ..
“ กลับมาแล้วจริงๆ ” ชายหนุ่มมองไปรอบๆ นี่คือตรอกเดิม ตรอกเดียวกับที่เขาเคยใช้พลังย้อนกลับไปยังอนาคต
“ รอบนี้เริ่มต้นยังไงดี มุ่งหน้าไปขายของก่อนเลยดีมั้ย.. ” เขาคิดกับเรื่องเงินที่ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด ถ้าครั้งนี้เขาได้ของดีติดมือกลับมา เงินทองที่ได้ย่อมถูกเปลี่ยนเป็นเสื้อเกราะกันกระสุน รวมถึงปืนพกซักกระบอกสำหรับป้องกันตัว!
ไทม์ยืนอยู่กลางตรอกแคบพลางครุ่นคิด ลมเย็นพัดผ่านชายเสื้อคลุมสีดำเบาๆ เสียงผู้คนในเมืองชายแดนยังคงคึกคักไม่ต่างจากครั้งก่อน
“ ขายของก่อนละกัน ” เขาสรุปก่อนมุ่งหน้าไปยังโรงเตี๊ยมสกุลหลิว
“ เราค้าขายกับสกุลหลิวทั้งสองโลกเลยนี่หว่า ในอนาคตก็หลิวซินเยว่.. มาอดีตก็โรงเตี๊ยมสกุลหลิว ไม่ใช่ว่าเขาคนนี้คือบรรพบุรุษของเธอหรอกนะ ฮ่าๆๆ ” ไทม์คิดแบบติดตลก แซ่หลิวมีคนใช้เป็นพันล้านคนตลอดสี่ร้อยปี การจะเชื่อมโยงทั้งสองเข้าด้วยกันย่อมเป็นไปไม่ได้
ชายหนุ่มเดินไปตามถนนหินเก่าอย่างไม่รีบร้อน แต่ยิ่งเดินสีหน้าของเขาก็ค่อยๆเปลี่ยนไปทีละน้อย
ครั้งก่อนเขามัวแต่ตื่นเต้นกับการข้ามเวลา สนใจแต่ร้านค้าและผู้คนรอบตัว จึงไม่ได้สังเกตอะไรมากนัก แตกต่างจากการมาครั้งนี้ เพราะเขามีเวลามองเห็นเมืองแห่งนี้อย่างแท้จริง..
ริมถนนด้านซ้าย ชายชราคนหนึ่งนอนพิงกำแพงอย่างอ่อนแรง แก้มตอบจนเห็นกระดูก ริมฝีปากแห้งแตก ดวงตาปิดสนิทเหมือนหมดสติไปแล้ว
ถัดไปไม่กี่เมตร เด็กอายุไม่ถึงสิบขวบกำลังนั่งกอดเข่าข้างแม่ของตัวเอง เสื้อผ้าขาดวิ่น ท้องป่องจากภาวะขาดสารอาหาร สายตาที่มองผู้คนเดินผ่านไปมาว่างเปล่าจนน่าใจหาย..
“ .. ” ไทม์ชะลอฝีเท้าลง ไม่ไกลนัก หญิงสาวคนหนึ่งกำลังคุกเข่าขอทานอยู่ข้างถนน เด็กเล็กในอ้อมแขนร้องไห้จนไม่มีเสียงเหลือแล้ว มีเพียงน้ำตาที่ไหลออกมาเท่านั้น
“ ข้าวสักคำ.. ขอแค่ข้าวสักคำเถอะเจ้าค่ะ.. ”
“ ใครจะให้ข้าวเจ้าได้! พวกเราเองก็ยังต้มผักป่ากินกันอยู่เลย! ” คนที่เดินผ่านพูดบ่นอย่างไม่รู้จะทำยังไงเช่นกัน สตรีที่สามีตายไปแล้วแบบนี้ ยากนักที่จะอยู่รอดได้!
หัวใจของไทม์กระตุกวูบ ในโลกของเขา.. คนจำนวนมากกินอาหารเหลือทิ้งทุกวัน บุฟเฟต์กินไม่หมด ร้านสะดวกซื้อทิ้งอาหารเป็นตันๆได้หน้าตาเฉย แต่ที่นี่.. ข้าวเพียงหนึ่งชามอาจหมายถึงชีวิตของคนทั้งครอบครัว!
ไทม์เงียบไปเลย ด้วยก็ไม่รู้จะช่วยเหลือทุกคนยังไง ของที่เขานำมามันมีแต่ข้าวสารที่เป็นอาหารแห้ง ไม่ใช่ของทานเล่นที่มอบให้ได้ในทันที..
“ แปลกแฮะ.. ก่อนหน้านี้เราคิดแต่เรื่องกำไรอย่างเดียวเลย.. ” ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ เขาไม่ได้เป็นคนดีระดับพระเอกผู้เสียสละ แต่ก็ไม่ใช่คนใจดำจนมองผ่านผู้คนที่กำลังจะอดตายได้
“ ถ้าขายข้าวให้โรงเตี๊ยมสำเร็จ.. พวกเขาเหล่านี้ก็คงไม่ได้ทานกัน.. ของซื้อของขาย มีหรือที่โรงเตี๊ยมจะนำออกมาแจกจ่ายให้ฟรีๆ ” นั่นคือความจริงของโลกใบนี้ ที่ทุกคนเองก็ต้องยอมรับ
ยิ่งเดินเข้าใกล้ย่านการค้าเท่าไร บรรยากาศก็ยิ่งแปลกมากขึ้นเท่านั้น.. ร้านค้าหลายแห่งปิดประตูไม้แน่นสนิท แผงขายอาหารที่เคยคึกคักกลับว่างเปล่า แม้แต่กลิ่นหอมของอาหารที่เคยลอยมาตามลมก็แทบไม่มีเหลือ
“ เกิดอะไรขึ้นกันแน่.. ” ไทม์ขมวดคิ้ว แม้ว่าจะเป็นช่วงอดอยาก แต่ก่อนหน้านี้ก็ยังมีอาหารหลงเหลืออยู่บ้างไม่ใช่เหรอ.. ทำไมมาครั้งนี้เมืองทั้งเมืองกลับดูเปลี่ยนไป..
จนกระทั่งเขามาถึงหน้าโรงเตี๊ยมสกุลหลิว และสิ่งที่เห็นก็ทำให้ต้องชะงักฝีเท้าทันที
“ หืม? ” ประตูโรงเตี๊ยมปิดอยู่ ไม่มีลูกค้า ไม่มีเสียงคนเข้าออก ไม่มีแม้แต่พนักงานต้อนรับ ป้ายไม้ขนาดใหญ่ถูกแขวนเอาไว้ด้านหน้า หยุดกิจการชั่วคราว..
“ อะไรเนี่ย.. ” ไทม์ผลักประตูเข้าไปเบาๆ
เอี๊ยด.. ภายในโรงเตี๊ยมมืดสลัว โต๊ะเก้าอี้ถูกวางเก็บเรียบร้อย ราวกับไม่มีความคิดจะเปิดกิจการอีกแล้ว
ตรงเคาน์เตอร์ด้านหน้า.. เจ้าของโรงเตี๊ยมแซ่หลิวกำลังนั่งเหม่อลอยอยู่คนเดียว ใบหน้าซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด เคราที่เคยตัดแต่งอย่างดีเริ่มยาวรุงรัง ทุกอย่างมันเหมือนผ่านไปหลายวัน ทั้งๆที่ความจริงก็แค่หนึ่งคืน!