เมืองชายแดนที่แสนอดอยาก
เมืองชายแดนที่แสนอดอยาก
ตรงเคาน์เตอร์ด้านหน้า.. เจ้าของโรงเตี๊ยมแซ่หลิวกำลังนั่งเหม่อลอยอยู่คนเดียว ใบหน้าซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด เคราที่เคยตัดแต่งอย่างดีเริ่มยาวรุงรัง ทุกอย่างมันเหมือนผ่านไปหลายวัน ทั้งๆที่ความจริงก็แค่หนึ่งคืน!
“ เถ้าแก่หลิว? ” ไทม์เอ่ยเรียกเสียงเบา ชายวัยกลางคนสะดุ้งเล็กน้อยก่อนเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยเป็นประกายเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า
“ คุณชาย.. ท่านกลับมาแล้วหรือ.. ” น้ำเสียงของเขาแหบแห้งอย่างเห็นได้ชัด
“ เกิดอะไรขึ้น? โรงเตี๊ยมปิดทำการงั้นเหรอ? ” เถ้าแก่หลิวหัวเราะออกมาเบาๆ แต่เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูสิ้นหวังมากกว่าอารมณ์ขัน
“ เปิดแล้วจะขายอะไรเล่าคุณชาย ตอนนี้แม้แต่ข้าวซักเม็ดก็ยังไม่มีเหลือ.. ”
“ ไม่มีเหลือเลย? ” ไทม์นิ่งไปด้วยไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
“ ไม่มีเหลือแม้แต่เมล็ดเดียว.. ” เถ้าแก่หลิวพยักหน้า จากนั้นก็หยิบจอกสุราที่ว่างเปล่าขึ้นมาหมุนเล่น
“ เมื่อวันก่อนหลังท่านจากไปได้ไม่นาน ทางการส่งคำสั่งด่วนจากชายแดนเข้ามา.. ”
“ กองทัพแนวหน้ากำลังขาดแคลนเสบียงอย่างหนัก.. จึงมีคำสั่งให้รวบรวมอาหารทั้งหมดในเมืองชายแดนแห่งนี้ส่งไปสนับสนุนกองทัพโดยด่วน ”
“ ทั้งหมด? แล้วประชาชนจะกินอะไร.. ” สีหน้าของไทม์เปลี่ยนไปทันที
“ ก็ไม่มีกินแล้วยังไงล่ะคุณชาย ไม่ว่าจะรวยจนก็ล้วนอดอยากไปพร้อมกัน ” เถ้าแก่หลิวตอบด้วยรอยยิ้มขมขื่น
“ คลังเสบียงหลวงโดนกวาดไปก่อน.. จากนั้นก็มาที่พ่อค้าแบบพวกเรา ”
“ ร้านข้าว ร้านเนื้อ โรงเตี๊ยม คลังสินค้า ไม่มีใครรอด.. ทหารเข้ามาขนไปจนเกลี้ยงไม่มีเหลือ ”
“ พวกเขาไม่สนใจเลยว่าชาวเมืองจะกินอะไร.. ” ชายวัยกลางคนกำหมัดแน่น
“ สำหรับพวกขุนนางที่ออกคำสั่ง ทหารและชายแดนย่อมสำคัญกว่าพวกเรา ” อีกฝ่ายพูดระบายออกมาไม่หยุด
“ ขอแค่แนวหน้าไม่แตก ต่อให้ชาวบ้านตายสักครึ่งเมืองก็คงไม่เป็นไร.. นี่แหละความคิดของขุนนางที่อยู่ในเมืองหลวง! ”
ภายในโรงเตี๊ยมเงียบลง ไทม์มองไปรอบๆ ตอนนี้เขาเพิ่งสังเกตเห็นชั้นเก็บสุราโล่งว่าง ห้องครัวด้านหลังเปิดประตูค้างอยู่ ไม่มีข้าว ไม่มีผัก ไม่มีแม้แต่ฟืน ทุกอย่างถูกนำไปหมดจริงๆ!
“ แล้วพวกชาวบ้านข้างนอกล่ะ? ”
“ ฮ่าๆๆ พวกเขาทำได้แค่รอความตาย.. ” เถ้าแก่หลิวหัวเราะอย่างขมขื่นอีกครั้ง
“ คนที่พอมีเงินก็เริ่มอพยพออกจากเมือง ข้าเองก็คงต้องหาทางไปต่อเช่นกัน จะติดก็แค่ไม่อยากละทิ้งโรงเตี๊ยมแห่งนี้ที่สร้างมาด้วยสองมือ.. ”
คำพูดนั้นทำให้ไทม์รู้สึกหนาววาบ คนรวยยังยากที่จะไปต่อ แล้วเหล่าคนจนที่เป็นชาวบ้านล่ะ เรื่องนี้แทบไม่ต้องพูดถึง..
ทันใดนั้นเอง.. เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นจากด้านหน้า!
ปัง! ปัง! ปัง!
“ เถ้าแก่หลิว! ”
“ ขอร้องล่ะ! มีข้าวเหลือสักกำมือหรือไม่!? ” เสียงหญิงชราดังมาจากด้านนอก
“ หลานข้าไม่ได้กินอะไรมาแล้วสามวัน! ขอเพียงเศษอาหารก็ยังดี! ”
“ ข้าไม่มีจริงๆ.. ” เถ้าแก่หลิวหลับตาลงช้าๆ สีหน้าเขาปวดร้าวอย่างเห็นได้ชัด
“ ถ้ามี ข้าคงให้ไปแล้ว.. ” ด้านนอกเงียบไปก่อนจะมีเสียงร้องไห้เบาๆดังขึ้น เสียงนั้นค่อยๆห่างออกไปตามถนน
ไทม์ยืนนิ่งไปเลยกับสภาพของผู้คนที่นี่ ลึกๆก็เริ่มคิดแล้วว่าขนาดเมืองจีนยังเป็นเช่นนี้ แล้วประเทศไทย.. ประเทศไทยของเขาในยุคนี้ล่ะ? สงครามที่กรุงศรีอยุธยาโดนปิดล้อม ช่วงนั้นคนไทยเองก็ลำบากเรื่องอาหารเช่นกัน!
ยิ่งคิดก็ยิ่งยาก ภายในมิติเก็บของของเขามีข้าวสารหลายร้อยกิโลกรัม มีเนื้อสัตว์ มีเกลือ มีอาหารมากพอจะช่วยคนจำนวนมากได้ จะติดก็แค่ทุกอย่างเป็นสินค้า.. เขาอยากช่วย แต่ตัวเองก็ต้องหาเงินกลับไปเช่นกัน!
[ ตรวจพบวิกฤตขาดแคลนอาหารระดับเมือง ]
[ มูลค่าของข้าวสารเพิ่มขึ้น 470% ]
[ มูลค่าของเกลือเพิ่มขึ้น 320% ]
[ นี่คือโอกาสทางการค้าระดับสูง ]
แจ้งเตือนนี้กลับไม่ได้ทำให้ไทม์ดีใจ ดวงตาของเขามองออกไปยังถนนด้านนอก ผู้คนกำลังอดอยาก เด็กกำลังจะตาย ตัวเขาจะหากินจากความตายของผู้คนได้เหรอ..
“ ... ” ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนหันกลับมามองเถ้าแก่หลิว
“ ถ้าสมมุติว่า.. ผมมีข้าวจำนวนมากล่ะ? ” เถ้าแก่หลิวที่กำลังนั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่ถึงกับเงยหน้าพรวดขึ้นมาในทันที!
“ ท่านว่าอะไรนะ!? ” ชายวัยกลางคนลุกจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว จนจอกสุราว่างเปล่าหล่นกระแทกโต๊ะดังปึก!
“ คุณชาย.. ท่านมีข้าวจริงหรือ!? ” ดวงตาที่เคยไร้ประกายกลับสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง ราวกับคนที่กำลังจมน้ำได้เห็นเชือกช่วยชีวิต
“ มีอยู่พอสมควร ” ไทม์พยักหน้าเบาๆ
“ เท่าไร!? หนึ่งกระสอบ? สองกระสอบ? ” เถ้าแก่หลิวถามแทบจะทันที
“ มากกว่านั้น ”
“ .. ” อีกฝ่ายนิ่งค้างไป
“ สิบกระสอบอย่างนั้นเหรอ? ” จำนวนนั้นมากมายจริงๆในยุคนี้
ไทม์ไม่ได้ตอบตรงๆ แต่รอยยิ้มบางๆบนใบหน้ากลับทำให้เถ้าแก่หลิวสูดลมหายใจเฮือกใหญ่!!
“ สวรรค์.. ” เขาทรุดตัวลงนั่งอีกครั้งอย่างแรง มือทั้งสองสั่นเล็กน้อย
“ หากมีข้าวจำนวนมากจริง.. เมืองนี้อาจรอดแล้ว.. ”
“ ท่านต้องการให้ข้าขายข้าวทั้งหมดแก่ท่านหรือไม่? ” ไทม์ถามดูกับอีกฝ่ายที่จะได้กำไรครั้งใหญ่ ทว่าคำถามนี้กลับทำให้เถ้าแก่หลิวต้องส่ายหน้า
“ ไม่ได้! ”
“ หืม? ”
“ หากข้าซื้อไว้เอง การแจกจ่ายให้ทุกคนก็ไม่อาจกระทำ! แถมเงินทองที่มีก็ไม่ได้มากมายแล้ว.. ” สีหน้าของชายวัยกลางคนจริงจังขึ้น
“ ตอนนี้ทุกคนกำลังต้องการอาหาร.. ” เถ้าแก่หลิวสูดลมหายใจลึก ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ ไปหานายอำเภอ ”
“ นายอำเภอ? ” ไทม์พอจะจำได้ กับชายวัยกลางคนที่เคยแจกเมียในตอนนั้น ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกเขาจะจับสตรีนางนั้นกลับมาได้มั้ย..
“ ใช่! ” เถ้าแก่หลิวพยักหน้าแรง
“ ท่านอำเภอจางยังเป็นขุนนางน้ำดีคนหนึ่ง แม้จะไม่ได้ยิ่งใหญ่ แต่เขาเองก็พยายามช่วยเหลือชาวเมืองมาโดยตลอด ”
“ ตลอดวันที่ผ่านมา เขาเปิดคลังของตัวเองแจกอาหารจนแทบหมดแล้ว.. อาหารที่พวกทหารเหลือไว้ให้เขาโดยเฉพาะ.. ”
“ ตอนนี้เขากำลังวิ่งหาซื้อเสบียงทุกทาง แต่ไม่มีใครมีขายให้.. ไม่สิ ไม่มีใครเหลือพอจะขายได้แล้วต่างหาก! ”
ไทม์ฟังเงียบๆ ใครจะคิดว่าคนที่นำสตรีมาแจกจ่ายเป็นเมียคนนั้น กลับเป็นผู้นำที่ดีคนนึงสำหรับคนในยุคนี้..
“ ถ้าท่านนำข้าวไปขายให้ทางอำเภอ.. ทางการจะเป็นผู้รับซื้ออย่างเป็นทางการ ”
“ จากนั้นพวกเขาจะนำไปแจกจ่ายชาวบ้านทันที และท่านก็ยังได้เงินตอบแทนด้วย! ” ดวงตาของเถ้าแก่หลิวเป็นประกาย
“ นี่คือทางออกที่ดีที่สุดแล้ว! ”
“ ได้ช่วยคน.. แถมท่านยังได้กำไร ที่ว่าการอำเภอถือว่าร่ำรวยที่สุดในตัวเมืองแห่งนี้แล้ว! ”
ภายในโรงเตี๊ยมเงียบลงครู่หนึ่ง ไทม์ยืนครุ่นคิดกับผลกำไรขาดทุนและสิ่งที่จะตามมา การเข้าถึงตัวขุนนางนับเป็นเรื่องดี เพราะนั่นอาจทำให้เขาได้รับสมบัติที่มีมูลค่ามากกว่าตำลึงทองทั่วไป!!
“ คุณชาย.. ” เถ้าแก่หลิวมองสีหน้าของเขาอย่างลุ้นระทึก
“ ท่านจะไปหรือไม่? ”
“ พาไปสิ ” เขาตอบตกลงออกมาในที่สุด
“ !!! ” เถ้าแก่หลิวแทบจะกระโดดขึ้นมา
“ จริงหรือ!? ”
“ ข้าวพวกนั้นช่วยคนได้ก็ถือว่าไม่เลว ” ไทม์ยักไหล่อย่างคุณชายผู้มีเมตตา
“ ฮ่าๆๆๆ! ถูกต้อง! ถูกต้องแล้ว! คุณชายช่างมีเมตตาจริงๆ! ” เถ้าแก่หลิวหัวเราะเสียงดังเป็นครั้งแรกในรอบวัน
“ ไป! พวกเรารีบไปเดี๋ยวนี้เลย! หากท่านนายอำเภอรู้ว่ามีคนนำเสบียงเข้ามาขายให้ ข้ารับรองว่าท่านจะต้อนรับคุณชาย ดุจแขกผู้มีเกียรติสูงสุดอย่างแน่นอน! ” เถ้าแก่หลิวคว้าเสื้อคลุมขึ้นมาสวมอย่างรีบร้อน ก่อนเร่งเดินนำหน้าไป!