พนักงานใหม่
พนักงานใหม่
“ โอ้ย.. แค่นี้ก็น่าจะคิดได้แล้วมั้ยล่ะ หัวหน้าแผนกของเราคิดจะไต่เต้าขึ้นไปเป็นหัวหน้าฝ่ายแทนไง คนเขาพูดกันว่า คำแนะนำของผู้ดำรงตำแหน่งคนเก่า มีผลต่อการแต่งตั้งคนใหม่ขึ้นมาแทนที่.. ระบบเส้นสายมันมีอยู่จริงๆนะไทม์! นี่แหละที่เขาเรียกว่าอุปถัมภ์! ”
“ ผมว่าถ้าเอาเวลาประชุมไปขึ้นเงินเดือนให้พนักงานสักห้าเปอร์เซ็นต์ ทุกคนคงรักบริษัทมากกว่านี้นะ ” ไทม์ได้แต่ส่ายหน้าพร้อมหัวเราะ เขาเข้าใจว่าทุกคนก็อยากเจริญก้าวหน้า ปัญหาคืองานนี้มันเพื่อความเจริญของหัวหน้าแผนกคนเดียวไม่ใช่เหรอ พวกเขาทุกคนถึงกับต้องสละเวลาไปประชุม แทนที่จะได้ทำงานตามหน้าที่รับผิดชอบของตัวเอง..
“ ฝันไปเถอะ ขึ้นปีละหนึ่งเปอร์เซ็นต์ยังยาก ” เมย์ตอบกลับทันควัน
“ อันนี้เห็นด้วย ฮ่าๆๆ ” ทั้งสองคุยกันได้ไม่กี่ประโยค เสียงประกาศจากลำโพงภายในแผนกก็ดังขึ้น
“ ขอเชิญพนักงานทุกคน เข้าห้องประชุมใหญ่ภายในห้านาทีครับ ”
“ เห็นไหมล่ะ ฉันบอกแล้วว่ามีประชุมแน่ ” เมย์ลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างไม่เต็มใจนัก ส่วนไทม์ก็หยิบสมุดโน้ตติดตัว ก่อนเดินตามเพื่อนร่วมงานคนอื่นเข้าไปในห้องประชุม
ห้องประชุมขนาดใหญ่รองรับพนักงานได้กว่าห้าสิบคน เมื่อทุกคนนั่งประจำที่เรียบร้อย หัวหน้าแผนกอย่างคุณชาญชัยก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่ดูตื่นเต้นผิดปกติ
ปกติชายวัยสี่สิบปลายๆคนนี้มักจะวางตัวเคร่งขรึม แต่วันนี้กลับยิ้มกว้างจนแทบเห็นฟันทุกซี่!
“ เอาล่ะทุกคน ผมจะไม่เสียเวลาอ้อมค้อม ” หัวหน้าแผนกกวาดสายตามองลูกน้องทั้งหมด
“ วันนี้มีเรื่องสำคัญที่ต้องแจ้งให้ทุกคนทราบ ” บรรยากาศในห้องเงียบลงทันที แม้แต่เมย์ที่ชอบแอบเล่นโทรศัพท์ระหว่างประชุมก็ยังเงยหน้าขึ้นมามอง
“ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จะมีพนักงานใหม่เข้ามาร่วมงานกับแผนกของเรา ” เสียงซุบซิบดังขึ้นเล็กน้อย พนักงานใหม่ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ท่าทางของหัวหน้าแผนกต่างหากที่แปลก แค่พนักงานใหม่ จะจริงจังอะไรขนาดนั้น..
“ และพนักงานใหม่คนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา.. ” ทุกคนเริ่มมองหน้ากัน
“ เธอคือคุณลินิน บุตรสาวเพียงคนเดียวของท่านประธานบริษัท! ”
พรึ่บ! ห้องประชุมที่เงียบอยู่แล้วเงียบลงไปอีก บางคนถึงกับเบิกตากว้าง ส่วนเมย์หันมามองไทม์ทันที!
“ โอ้โห.. อย่างกับในละคร นี่สรุปแล้วไทม์ไม่ใช่ลูกชายเจ้าของบริษัทจริงๆสินะ ฮ่าๆๆ ” เธอหยอกล้อกันเบาๆกับเรื่องนี้ที่ใหญ่จริงๆ
“ ภาวนาให้คุณหนูคนนี้นิสัยดีกันเถอะ.. ” ไทม์พูดต่อกับสิ่งที่เมย์เองก็เห็นด้วย ลูกสาวเจ้าของบริษัทที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท คนระดับนี้จะทำงานร่วมกันกับพวกเธอได้มั้ยนะ.. ขืนทำอะไรขัดใจอีกฝ่ายขึ้นมา ไม่ใช่ว่าคนในแผนกจะมีสิทธิ์โดนไล่ออกได้เลยเหรอ แค่คำพูดเดียวของเธอก็ทำคนตกงานได้แล้ว!!
หัวหน้าแผนกยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้ทุกคนเงียบ
“ ผมขอเน้นย้ำเรื่องหนึ่ง ”
“ คุณลินินไม่ได้เข้ามาเพื่อฝึกงาน และไม่ได้เข้ามาเยี่ยมชมบริษัท ”
“ เธอจะเข้ามาทำงานจริง ในตำแหน่งเดียวกับพวกคุณหลายคน ” เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที
“ แล้วเธอจะปิดบังตัวตนไหมครับ? ” พนักงานคนหนึ่งยกมือถาม
“ ไม่ครับ ” หัวหน้าแผนกส่ายหน้า
“ ท่านประธานแจ้งมาโดยตรงว่าไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไรทั้งนั้น ทุกคนทราบได้เลยว่าเธอเป็นลูกสาวของท่านประธาน ”
“ เพราะฉะนั้น ผมหวังว่าทุกคนจะให้ความร่วมมือ และช่วยกันดูแลเธอให้ดีที่สุด! ”
“ แปลเป็นภาษาคนก็คือ ห้ามมีใครทำให้คุณหนูไม่พอใจเด็ดขาด เพราะเธอคนนี้เปิดหน้ามาตั้งแต่ต้นว่าเป็นใคร.. ” เมย์โน้มตัวมากระซิบข้างหูไทม์
“ นี่สินะ ความแตกต่างระหว่างพวกเรากับลูกคนรวย ” ไทม์พยักหน้าอย่างเข้าใจ ความต่างนี้มันชัดเจนจริงๆ คนธรรมดาแบบพวกเขากว่าจะเข้าทำงานได้มันยากมาก ไม่เหมือนลูกเศรษฐีที่มีพร้อมไปทุกอย่างตั้งแต่เกิด..
“ อีกเรื่องหนึ่ง.. ” หัวหน้าแผนกยังคงพูดต่อ
“ เย็นนี้ผมจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับอย่างเป็นทางการที่ร้านอาหารริเวอร์ไซด์ ”
“ พนักงานทุกคนในแผนกเราต้องเข้าร่วมด้วย! ”
ทันทีที่ได้ยินคำว่างานเลี้ยง หลายคนก็เริ่มมีสีหน้าดีขึ้นทันที อย่างน้อยก็ได้กินอาหารฟรี..
“ แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายทุกคนต้องช่วยกัน.. ” หัวหน้าแผนกพูดดักทางจนทุกคนต้องส่ายหน้า.. หัวหน้าคนนี้ไม่คิดจะเสียเปรียบเลยจริงๆ!
“ อะไรกันครับหัวหน้า! นี่ต้องช่วยออกเงินด้วยเหรอ! ” เสียงบ่นอุบอิบดังขึ้นจากหลายมุม
“ ต้อนรับลูกสาวประธาน แต่พนักงานต้องจ่ายเงินเอง.. สุดยอดจริงๆ นี่พวกเราเงินเดือนเท่าไรกันนะ สองแสนเหรอ? ”
“ หัวหน้าสายประหยัดแห่งปี ”
แม้แต่ไทม์ยังอดส่ายหน้าไม่ได้ บริษัทมูลค่าหลายหมื่นล้าน แต่จัดงานเลี้ยงทีหนึ่งกลับให้ลูกน้องช่วยกันหารค่าอาหาร นี่มันอะไรกัน.. เงินเขาเหลือแค่สามพันแล้วนะ!
ทว่าก่อนที่ใครจะได้บ่นต่อ ประตูห้องประชุมก็ถูกเปิดออกจากด้านนอก
แกร๊ก.. ทุกสายตาหันไปมองพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย หญิงสาวคนหนึ่งก้าวเดินเข้ามาภายในห้อง เพียงแค่เธอปรากฏตัว บรรยากาศทั้งหมดก็เปลี่ยนไปทันที!
สวย.. สวยมาก.. สวยระดับที่เป็นดาราได้เลย! แม้แต่ไทม์ที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องหน้าตาของผู้หญิง ก็ยังต้องยอมรับในใจว่าคนตรงหน้าสวยเกินมาตรฐานไปมาก
เส้นผมสีดำเงางามถูกปล่อยยาวสลวยลงมาถึงกลางหลัง ใบหน้าเรียวเล็กสมบูรณ์แบบราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น ดวงตาคมสวย จมูกโด่งรับกับริมฝีปากสีชมพูอ่อนอย่างลงตัว ผิวขาวละเอียดราวกับไม่เคยโดนแสงแดดแม้แต่น้อย
ชุดสูทผู้หญิงสีครีมเรียบหรูที่สวมอยู่ไม่ได้มีโลโก้หรือเครื่องหมายอะไรโดดเด่น แต่ทุกคนดูออกว่ามันคงมีราคามากกว่าเงินเดือนของพวกเขาหลายปีรวมกัน..
คำว่าลูกคนรวยแทบจะถูกเขียนเอาไว้บนตัวเธอ ชัดเจนโดยไม่ต้องบอกว่าเธอคนนี้คือใคร!
“ โอ้โห.. ” เมย์พึมพำออกมาเบาๆ
“ ฉันเริ่มเข้าใจแล้วว่าพระเจ้าไม่ยุติธรรมมันเป็นยังไง.. ”
ไทม์พยักหน้าเห็นด้วยอย่างเงียบๆ บางคนเกิดมาก็มีพร้อมทุกอย่างจริงๆ ทั้งหน้าตา ฐานะ การศึกษา และอนาคต..
หญิงสาวเดินตรงเข้ามาด้านหน้าห้องประชุม ก่อนหยุดยืนข้างหัวหน้าแผนก คุณชาญชัยถึงกับยิ้มกว้างกว่าเดิมอีกหลายเท่า!
“ ทุกคนครับ นี่คือคุณลินิน ”
“ ลูกสาวของท่านประธานบริษัท และสมาชิกใหม่ของแผนกเรา! ”
ลินินกวาดสายตามองทุกคนภายในห้องอย่างช้าๆ สายตาของเธอไม่ได้ดูเป็นมิตรนัก แต่ก็ไม่ได้แสดงความดูถูกออกมาตรงๆ มันเป็นความรู้สึกแบบคนที่อยู่สูงกว่ามาตลอดชีวิต จนไม่จำเป็นต้องพยายามเข้าหาใครเลยซักครั้ง..
“ สวัสดีค่ะ ” เสียงหวานใสดังขึ้น
“ ฉันลินิน ฝากตัวด้วยนะคะ ” คำพูดสุภาพ แต่โทนเสียงกลับเรียบเฉย เหมือนคนที่พูดตามมารยาทมากกว่าจะพูดจากใจจริง
หลังจากนั้นเธอก็โค้งศีรษะเล็กน้อย เพียงเท่านั้น ไม่มีการแนะนำตัวเพิ่มเติม ไม่มีการเล่าว่าจบจากมหาวิทยาลัยไหน ไม่มีการพยายามละลายพฤติกรรม ไม่มีแม้แต่รอยยิ้ม จนบรรยากาศในห้องเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนที่หัวหน้าแผนกจะรีบปรบมือขึ้นมา
แปะ! แปะ! แปะ!
“ เอาล่ะครับ! ขอเสียงต้อนรับคุณลินินด้วยครับทุกคน! ” เสียงปรบมือดังขึ้นตามมาทั้งห้อง แม้หลายคนจะยังงงๆอยู่บ้างเล็กน้อย
ลินินเพียงพยักหน้ารับ ก่อนจะหันมองโต๊ะทำงานที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ล่วงหน้า ซึ่งมันก็ช่างบังเอิญเหลือเกิน.. โต๊ะตัวนั้นอยู่ตรงข้ามกับโต๊ะของไทม์พอดี.. เหตุผลที่หัวหน้าหาตัวเขาตั้งแต่เช้า อาจเพราะต้องการบอกเรื่องนี้ก็เป็นได้!
“ ซวยแล้ว.. ” ทั้งเมย์และไทม์ต่างคิดขึ้นมาดังๆในใจ แม้ว่าใบหน้าจะฉีกยิ้มพร้อมปรบมือต้อนรับอีกฝ่ายอยู่..