ความจริงอันดำมืด
ความจริงอันดำมืด
“ เออดิ! ให้กูเป็นหมาดำยังจะดีกว่า พูดอยู่ได้ว่าอยากให้กูเป็นเมียฝรั่งแก่รุ่นพ่อ! ” เธอแทบจะร้องไห้อยู่แล้วกับครอบครัวแบบนี้ ก่อนเบียร์แก้วสามจะถูกยกตามไปโดยไม่คิดหยุดพัก!
“ ชน! ” เมย์ยกแก้วเบียร์ขึ้นมาชนกับไทม์อย่างแรงกว่าปกติ
“ ชนอะไรอีก มึงกำลังจะเมาแล้วเนี่ย ” เขาพูดเตือนกับเพื่อนสาวที่ดูจะดื่มเพื่อย้อมใจ
“ เมาก็ดี! อย่างน้อยก็ไม่ต้องคิดเรื่องที่บ้าน! ” เธอกระดกเบียร์ลงคออีกครั้งจนหมดแก้ว ไทม์มองภาพนั้นแล้วส่ายหน้า ตลอดสามปีที่ผ่านมาเมย์เป็นคนประเภทที่ยอมทุกอย่างเพื่อครอบครัว ตัวเขาที่เข้าทำงานวันเดียวกับเธอย่อมเห็นภาพนี้มาโดยตลอด..
ส่งเงินกลับบ้าน อดออม ไม่ซื้อของแพง ไม่เที่ยว ไม่ใช้ชีวิต แต่สุดท้ายก็ยังถูกมองว่าเห็นแก่ตัวอยู่ดี!
“ มึงเคยคิดจะหยุดส่งเงินบ้างมั้ยวะ? มึงเองก็รู้ไม่ใช่เหรอ ว่าต่อให้ส่งไปเท่าไร หนี้สินของที่บ้านมันก็ไม่ลดลง แม่มึงพอได้เงินก็ไปสร้างหนี้เพิ่มอยู่ตลอด.. ” เขาพูดอย่างเริ่มจะมีอารมณ์เช่นกัน บ้านเขาว่าแย่แล้วที่มีญาติๆเห็นแก่ตัว แต่บ้านยัยเมย์นี่ยิ่งแย่กว่า เพราะแม่คนเดียวมองลูกเป็นแค่ตู้เอทีเอ็ม!
“ เคยสิวะ! ”
“ แล้ว? ”
“ กูรู้สึกผิด แม่กูบอกจะฆ่าตัวตาย ”
“ .. ”
“ กูแม่งโง่เนอะ
“ เออมึงโง่ เก่งแม่งทุกอย่าง แต่เสือกโง่เรื่องครอบครัว.. ” เขาส่ายหน้าเบาๆอย่างก็แอบเข้าใจ ครอบครัวสายเลือดเดียวกัน ใจเด็ดยังไงมันก็ตัดขาดได้ยาก..
“ โคตรโง่เลย.. เอาจริงๆกูเองก็อยากจะใช้ชีวิต แค่ร้านแบบนี้.. ลำพังเงินเดือนของพวกเรามันมานั่งกินได้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอวะ! ” เมย์หัวเราะกับความจริงที่เธอไม่เห็นจะต้องประหยัดเลย ทำงานเองก็ควรจะได้ใช้เงินเองสิ..
“ รู้ทั้งรู้ว่าถูกเอาเปรียบแต่ก็ยังทำ พี่น้องคนอื่นๆไม่เห็นมันจะทำอะไร! ”
ไทม์ไม่ได้ตอบอะไร เขารู้ดีว่าบางเรื่องคนอื่นพูดง่าย แต่คนที่อยู่ในสถานการณ์จริงกลับทำอะไรไม่ได้เลย
ทั้งสองนั่งระบายกันต่ออีกพักใหญ่ เรื่องงาน เรื่องชีวิต เรื่องเงิน เรื่องครอบครัว เบียร์หลายแก้วถูกยกขึ้นชนกันเรื่อยๆจนกระทั่ง..
“ ฮ่าๆๆๆๆ! โชคดีฉิบหายเลยนะเว้ย! ” เสียงหัวเราะคุ้นหูดังมาจากโต๊ะด้านหลัง ไทม์ชะงักกับเสียงนี้.. เมย์เองก็หยุดพูดพร้อมตั้งสติเช่นกัน
ทั้งสองหันมองไปตามเสียงแล้วก็พบกลุ่มคนคุ้นหน้า เบียร์หลายเหยือก กับแกล้มเต็มโต๊ะ..
“ นั่นมัน.. ” เมย์ตั้งสติได้ในทันที เพราะทุกคนในโต๊ะนั้นคือเพื่อนร่วมงานของพวกเธอ คนระดับหัวหน้าทีม ซึ่งนั่งเอาใจหัวหน้าแผนกชาญชัยกันอยู่!!
“ ไอ้ไทม์นี่แม่งรับเคราะห์แทนทุกคนเลยนะ! ฮ่าๆๆ ” ชายคนหนึ่งหัวเราะชอบใจ
“ จริงพี่! ถ้ามันไม่โดนเล่นงาน วันนั้นคงมีคนซวยกันอีกหลายคน! คุณหนูบ้านั่นเอาแต่ใจเกินไป พ่อมันปล่อยหลุดมาได้ยังไงก็ไม่รู้ ฮ่าๆๆ! ”
“ ฮ่าๆๆๆ! ” เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมกันทั้งโต๊ะ คนพวกนี้ดูท่าจะรู้ข่าวอยู่แล้ว ถึงนิสัยของคุณหนูลินินที่รับมือได้ยาก ไม่แปลกเลยที่คนเอาหน้าแบบหัวหน้าแผนกชาญชัย จะไม่คิดสอนงานเธอด้วยตัวเอง กลับกันเขาเลือกโยนภาระนั้นมาให้ไทม์!!
เมย์ค่อยๆกำมือแน่น ส่วนไทม์ยังคงนั่งนิ่งอยู่..
“ ผมยังงงอยู่เลยพี่ชาญ ” หัวหน้าทีมคนหนึ่งพูดขึ้น
“ คุณหนูลินินเล่นแรงขนาดนั้น ทำไมท่านประธานไม่ไล่มันออกไปนะ ”
“ ท่านประธานยังพอมีความเป็นผู้ใหญ่อยู่บ้าง ฮ่าๆๆ ”
“ ว่าแต่.. ทำไมต้องเป็นไอ้ไทม์เหรอครับพี่ ตัวมันเองก็ทำงานดี แถมยังไม่เคยมีปัญหากับพวกเรา.. ” ลูกน้องอีกคนหันมาถาม กับชาญชัยที่เป็นคนจัดตำแหน่งโต๊ะของคุณหนูให้ ซึ่งนั่นก็ไม่ต่างจากการเลือกแล้วว่าจะโยนภาระนี้ให้ใครดูแล..
“ คุณหนูลินินได้ชื่อว่าเอาแต่ใจตัวเองเป็นอันดับต้นๆของวงการไฮโซ พวกมึงคิดว่าคนแบบนี้จะอยากคุยกับคนหน้าตาแบบพวกเรา หรือว่าจะเข้าหาไอ้เทพบุตรแบบไทม์กันล่ะ? ไอ้เด็กนั่นมันก็แค่ซวยที่หน้าตาดี ส่วนฉันเองก็ต้องใช้มันไม่อย่างนั้นคุณหนูคงโวยวายตั้งแต่แรกแล้ว.. ” ชาญชัยกระดกเบียร์เข้าปากก่อนเล่าออกมา
“ โวยวายเหรอครับพี่ชาญชัย? ”
“ ใช่! เพราะหน้าตาดีๆของมันเลยทำให้คุณหนูยอมอยู่ทำงานจนครบวันได้ ไม่อย่างนั้นรับรองได้เลยว่าแค่ครึ่งวันเธอก็ไปแล้ว พอเธอไป.. คนซวยก็ต้องเป็นพวกเราทั้งแผนก! โทษฐานที่ไร้ความสามารถ สอนงานคุณหนูให้ครบวันก็ไม่ได้! ” ความลับดำมืดของหัวหน้าแผนกถูกเอ่ยออกมา เขาคนนี้รู้ทุกอย่างอยู่แล้ว จึงได้วางแผนโยนขี้ก้อนใหญ่ไปให้ไทม์แต่เพียงผู้เดียว! โทสะของท่านประธานจะได้ไม่มาลงที่เขา!
“ ฮ่าๆๆๆ! พี่ชาญชัยโคตรฉลาดเลย! ถ้าแผนกเรารั้งตัวคุณหนูไว้ได้ไม่ถึงวัน แถมยังไม่มีเหตุผลให้เธอจากไปแต่โดยดี สุดท้ายแล้วคนระดับหัวหน้าแบบพวกเราก็ต้องรับผิด! ” ทุกคนเห็นตรงกันไปหมด ว่าการโยนความผิดให้พนักงานทั่วไปคนเดียวนั้นถูกต้องแล้ว..
ทั้งโต๊ะหัวเราะครืนราวกับกำลังพูดถึงเรื่องตลกทั่วไป.. เรื่องตลกที่ทำลายชีวิตของคนๆนึง!
“ เพราะแบบนี้เช้านั้นไอ้หัวหน้าแผนกมันถึงเรียกหาไทม์! ” เมย์ถึงกับหน้าแดงด้วยความโกรธ
“ ไอ้พวกเหี้ย.. ” เธอกัดฟันแน่น เป็นถึงหัวหน้าแท้ๆแทนที่จะปกป้องลูกน้อง คนพวกนี้มันกลับขายลูกน้องได้เลยเพื่อตัวเอง!
เธอแทบจะลุกขึ้นไปด่า แต่ไทม์กลับยื่นมือมาห้ามไว้!
“ ช่างมัน ” เขาพูดเสียงเรียบ หากเป็นปกติเขาคงโมโหจัดไปแล้ว แตกต่างจากตอนนี้ที่การทำงานประจำไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป
“ ช่างได้ไงวะ! นี่มันชีวิตมึงเลยนะโว้ย! บ้านมึงเองก็ลำบาก ทุกวันนี้มึงก็ส่งเงินช่วยเหลือพ่อแม่ใช้หนี้เหมือนกันไม่ใช่เหรอ ไม่กลัวที่นาถูกยึดแล้วเหรอวะไทม์! ” เพื่อนสาวที่เข้าใจหัวอกของไทม์ดี โวยวายแทนเขาอย่างไม่คิดจะยอมรับได้
“ ใจเย็นก่อนโว้ย! ถ้ามึงโวยวายตอนนี้ คนที่จะมีปัญหาก็คือมึง! ไม่ทำแล้วเหรอวะงาน! เศรษฐกิจแบบนี้ตกงานไปหาใหม่ไม่ได้แล้วนะ! ” เขาพยายามพูดเตือนอย่างจริงใจ แน่นอนว่าถ้าเมย์ตกงานจริงๆ ตัวเขาก็พร้อมที่จะช่วยเหลือ!
“ ที่มึงพูดมันก็ถูก.. ” เมย์กัดฟันก่อนนั่งลงอย่างไม่เต็มใจนัก ดวงตายังคงจ้องมองไปทางโต๊ะของชาญชัย ราวกับอยากเอาแก้วเบียร์ไปปาใส่หน้า!
ส่วนไทม์นั้นเขาหยิบแก้วขึ้นมาจิบช้าๆ พลางมองกลุ่มหัวหน้าแผนกที่กำลังหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
เมื่อก่อนถ้าโดนแบบนี้ เขาคงได้แต่นั่งแค้นอยู่เงียบๆ ไม่เหมือนตอนนี้ที่ในบัญชีของเขามีเงินอยู่สองพันกว่าล้านบาท..
เงินจำนวนมากขนาดนั้นทำอะไรได้บ้าง? คำตอบคือทำได้เยอะกว่าที่คนทั่วไปคิด! โดยเฉพาะการแกล้งคนแบบไม่ต้องออกหน้าเอง!
“ มึงยิ้มอะไรของมึงวะ? ” เมย์ขมวดคิ้ว
“ เปล่า ”
“ หน้าแบบนี้คือกำลังคิดชั่วอะไรอยู่แน่ บอกกูมา ขอสนุกด้วยคน! ” เมย์ดูออกได้ทันที ว่าไทม์นั้นคงไม่คิดจะอยู่เฉย
“ ฮ่าๆๆ งั้นมึงรอดู ” ไทม์หัวเราะเบาๆก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
[ ผมเห็นพวกคุณโพสต์ในอินเทอร์เน็ต ที่บอกว่ารับจ้างกระทืบคนแบบถึงใจ อันนี้ทำจริงใช่มั้ยครับ? ] เขาส่งข้อความไปยังเพจหนึ่ง ที่ตั้งชื่อว่ามาเฟียสเปนรับกระทืบคนทั่วกรุงเทพ!
ติ๊ง! ข้อความตอบกลับรวดเร็วกว่าที่คิด
[ แน่นอน! โอนเงินก่อนทุกกรณี พวกเราจะไม่ถามชื่อผู้ว่าจ้าง ไม่ถามว่าคนจ้างเป็นใคร เราสนแค่เป้าหมายคือใครก็เท่านั้น ถ้ามันอยู่ในกรุงเทพ สิบห้าถึงสามสิบนาทีก็พร้อมเริ่มงาน! ] รอยยิ้มของไทม์ปรากฎขึ้นบ้างแล้ว!