อันไหนคือมิตรภาพ
อันไหนคือมิตรภาพ
[ แน่นอน! โอนเงินก่อนทุกกรณี พวกเราจะไม่ถามชื่อผู้ว่าจ้าง ไม่ถามว่าคนจ้างเป็นใคร เราสนแค่เป้าหมายคือใครก็เท่านั้น ถ้ามันอยู่ในกรุงเทพ สิบห้าถึงสามสิบนาทีก็พร้อมเริ่มงาน! ] รอยยิ้มของไทม์ปรากฎขึ้นบ้างแล้ว!
“ ติ๊ง ” เงินจำนวนหนึ่งแสนบาทถูกโอนไปยังบัญชีที่กลุ่มมาเฟียส่งมา ชัดเจนว่าไทม์ไม่คิดจะตรวจสอบ เพราะสำหรับเขาแล้ว เงินแสนก็ไม่ต่างจากเงินบาทในตอนนี้ ถ้าพวกมันทำงานได้จริงก็ดีไป แต่ถ้าไม่.. ตัวเขาก็ถือว่าได้ฝึกความอดทน
“ ค่าจ้างกระทืบคนคิดหนึ่งแสน ตั้งราคากันอย่างกับมือปืนในสมัยก่อน ” ชายหนุ่มส่ายหน้าเบาๆก่อนหันไปจิบเบียร์ต่อ โดยมีเมย์ที่คล้ายจะเมาหนักมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว ภาระจากทางบ้าน ความโกรธในคืนนี้.. ทั้งสองอย่างทำให้เธอดื่มแบบลืมตัวไปเลย
หญิงสาวเริ่มหน้าแดงเพราะฤทธิ์เบียร์ ขณะที่ไทม์ยังคงนั่งจิบช้าๆราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ มึงพิมพ์อะไรไปวะเมื่อกี้? ” เธอหรี่ตามอง
“ ความยุติธรรมรูปแบบใหม่ ”
“ ฟังดูไม่น่าไว้ใจเลย.. ”
ไทม์เพียงยิ้มแต่ก็ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม ผ่านไปประมาณยี่สิบนาที กลุ่มของชาญชัยก็ยังคงนั่งหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน เสียงชนแก้วดังเป็นระยะ ราวกับคืนนี้เป็นช่วงเวลาแห่งชัยชนะของพวกเขา
จนกระทั่ง.. ครืดดด!! ประตูร้านถูกเลื่อนเปิดออก ชายร่างใหญ่สิบคนเดินตามกันเข้ามา ทุกคนสวมสูทสีดำเหมือนบอดี้การ์ดในหนังมาเฟีย เสื้อเชิ้ตด้านในกับลายสักเต็มตัวช่วยส่งเสริมให้มองออกว่าไม่ธรรมดา..
บรรยากาศในร้านเงียบลงเล็กน้อย ทุกสายตาหันมองอย่างแปลกใจ..
“ ใครวะนั่น.. ” ลูกค้าหลายโต๊ะเริ่มพูด แม้แต่ชาญชัยเองก็ยังหยุดคุยไปชั่วขณะ
ชายชุดดำคนหนึ่งก้มมองโทรศัพท์ ก่อนเงยหน้าขึ้นสำรวจทั่วร้าน จากนั้นก็เดินตรงไปยังโต๊ะของชาญชัยทันที!
“ พี่ชาญ.. ” ลูกน้องคนหนึ่งเริ่มหน้าซีด
“ พี่ไปมีเรื่องกับใครไว้หรือเปล่า? ”
“ ไม่มีโว้ย! คนระดับหัวหน้าแผนกแบบพี่ จะไปมีเรื่องมีราวกับพวกนักเลงให้เสียชื่อทำไม ” ชาญชัยตอบเสียงแข็ง แต่แก้วเบียร์ในมือกลับเริ่มสั่นนิดๆแล้ว
ชายชุดดำเดินมาหยุดหน้าโต๊ะ ทุกคนกลั้นหายใจ ขณะที่อีกฝ่ายได้หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา
“ คุณชาญชัยใช่ไหมครับ? ”
“ ช..ใช่ ”
“ มีผู้ไม่ประสงค์ออกนามส่งของขวัญมาให้ครับ ”
“ ของขวัญ? ” ทั้งโต๊ะมองหน้ากันงงๆ ก่อนที่ชายชุดดำจะฉีกยิ้ม
เปรี้ยงง! หมัดหนักถูกปล่อยใส่ใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างเต็มแรง จนร่างนั้นที่นั่งอยู่กระเด็นล้มลงไป!
“ พวกมึงอย่าเสือก! ” ชายในชุดสูทที่คล้ายจะเป็นหัวหน้าขู่ใส่ ก่อนตัวเขาจะบอกให้ลูกน้องลากชาญชัยออกไปข้างนอกเพียงคนเดียว คนอื่นที่ไม่อยู่ในใบสั่ง ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาด้วย!
“ พี่ชาญ.. เอ่อ.. จะให้พวกผมช่วยไหมครับ? ” คำพูดฟังดูดี แต่ไม่มีใครลุกจากเก้าอี้แม้แต่คนเดียว ที่สำคัญคำพูดนั้นยังเป็นตอนที่ชาญชัยถูกลากออกไปแล้วด้วย..
หัวหน้าแผนกพยายามหันมองคนรอบตัวอย่างไม่อยากเชื่อ เมื่อครู่นี้ยังชนแก้ว ยังเรียกพี่ชาญอย่างนั้น พี่ชาญอย่างนี้ แต่พอเกิดเรื่องขึ้นจริง กลับไม่มีใครกล้าออกหน้าช่วยเขาแม้แต่คนเดียว!
ทั้งร้านเงียบกริบ ทันทีที่ประตูปิดลง โต๊ะของชาญชัยก็เริ่มแตกเป็นเสี่ยงๆ..
“ ผมว่าเรารีบกลับดีกว่า.. ”
“ เออๆ ผมก็คิดงั้น ”
“ พรุ่งนี้ค่อยคุยกันในไลน์นะ ”
“ ถ้ามีใครถาม ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น! ” ไม่ถึงสองนาที ลูกน้องที่เคยนั่งล้อมเต็มโต๊ะก็ทยอยหายไปทีละคน ไม่มีใครคิดตามออกไปดู ไม่มีใครคิดโทรหา ไม่มีใครคิดช่วย ทุกคนต่างเลือกปกป้องตัวเองก่อน
เมย์มองภาพนั้นแล้วหัวเราะออกมาอย่างสมน้ำหน้า!
“ เห็นไหมล่ะ มิตรภาพในบริษัทมันช่างสุดยอดจริงๆ ฮ่าๆๆ ” เธอยกแก้วขึ้นจิบอย่างพอใจ
“ ตอนมีผลประโยชน์ก็เรียกพี่เรียกน้อง แต่ตอนมีปัญหาจริงๆกลับวิ่งหนีกันหมด ”
ไทม์มองโต๊ะที่ว่างเปล่า เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ แต่ตอนนี้เหลือเพียงแก้วเบียร์ที่ยังไม่ได้เก็บ
“ คนพวกนั้นไม่ได้เป็นเพื่อนกันหรอก ” เขาพูดเรียบๆ
“ แค่เป็นพันธมิตรชั่วคราวเพื่อหน้าที่การงาน ”
“ โคตรจริง! ” เมย์พยักหน้าเห็นด้วย จากนั้นเธอก็หันมามองไทม์
“ ว่าแต่.. มึงเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยใช่มั้ย!? ”
“ เรื่องอะไร? ” ไทม์ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ขึ้นมา
“ เรื่องที่คนพวกนั้นเข้ามา.. ”
“ ก็ไม่รู้สิ.. ฮ่าๆๆ ” เขาพูดเพียงเท่านี้ก่อนจะเริ่มดื่มต่อแบบไม่สนใจสิ่งใด วันดีๆแบบนี้ยังไงมันก็ต้องฉลอง!
เวลาผ่านไปอีกสองชั่วโมงจนใกล้เที่ยงคืนเข้าไปแล้ว อาหารบนโต๊ะถูกกวาดเกลี้ยงจนแทบไม่เหลือ เบียร์หลายแก้วถูกเปลี่ยนเป็นหลายเหยือก ส่วนเมย์นั้นก็เรียบร้อยไปตามระเบียบ.. เรียบร้อยในความหมายที่ว่าเมาหนักจนแทบจะกลายเป็นคนละคน
“ กูไม่ได้เมา.. ” หญิงสาวพูดพร้อมใช้ตะเกียบชี้หน้าไทม์ ทั้งที่ตาตัวเองแทบจะลืมไม่ขึ้น
“ เออๆ มึงไม่เมา ”
“ จริงๆนะเว้ย! ”
“ จ้า ”
“ มึงประชดกู! ”
“ เปล่าเลย กูจะประชดมึงทำไม! ”
ปึ้ก! หัวของเมย์ฟุบลงบนโต๊ะทันที ส่วนไทม์เองก็ทำได้เพียงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“ นี่แหละไม่เมา.. ภาระกูอีกแล้วสินะ ”
“ ไทม์.. ” อีกฝ่ายที่นอนฟุบลงโต๊ะ อยู่ดีๆก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเบา
“ ว่าไง ”
“ กูเหนื่อยว่ะ.. ” น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไปจริงๆ ไม่มีความกวน ไม่มีความโวยวาย ไม่หลงเหลือความเก่ง จะมีก็เพียงความเหนื่อยล้าจากหัวใจ
“ ทำไมชีวิตกูต้องเป็นแบบนี้ด้วยวะ.. ”
“ กูเองก็ไม่รู้ แต่เดี๋ยวมันก็ดีขึ้น เชื่อกูสิ.. ” ไทม์นิ่งไปเล็กน้อยก่อนตอบกลับเบาๆ ความรวยที่เขามีย่อมคิดจะแบ่งปันให้เพื่อนสาว อย่างน้อยๆตัวเธอก็ต้องหลุดพ้นจากนรกตรงหน้า
“ มึงพูดเหมือนคนรวยเลย.. ”
“ ฮ่าๆๆ ก็กูรวยจริงๆ ”
“ นี่ถ้ากูรวยนะ.. กูจะซื้อบ้านให้ตัวเองก่อนเลย.. เอาบ้านเดี่ยวหลังละสามสิบล้าน! รถหรูอีกหนึ่งคัน! ”
“ อืม ฟังดูน่าสนใจ ”
“ แล้วก็จะนอนแม่งทั้งวัน.. ซื้อของแบรนด์เนมมาให้เต็มบ้าน! ” เธอพูดเหมือนคนระบายซะมากกว่า
“ ความฝันยิ่งใหญ่จริงๆ ”
“ ใช่.. นั่นแหละฝันของกู ฝันของมนุษย์เงินเดือนที่อยากจะได้หยุดพักบ้าง.. ” พูดจบเธอก็หลับไปดื้อๆ ไทม์มองภาพนั้นแล้วได้แต่ส่ายหน้า จากเดิมที่ตั้งใจจะนั่งกินต่ออีกหน่อย สุดท้ายก็คงต้องพอแค่นี้
เขาเรียกพนักงานมาเช็กบิล ยอดรวมหลายพันบาทถูกจ่ายออกไปแบบไม่สะทกสะท้าน ก่อนจะค่อยๆพยุงร่างของเมย์ให้ลุกขึ้นยืน
“ กลับบ้านกัน ”
“ อื้อ.. ”
“ เดินไหวไหม ”
“ ไหวดิ! ”
“ ไหวก็เชี้ยแล้ว! ” เขาทำได้เพียงลากสังขารของอีกฝ่ายไปเรื่อยๆ
“ โอ๊ยๆๆ ทำไมพื้นมันเอียงได้วะ! ” เมย์บ่นอย่างคิดโทษพื้นถนนแทน
“ มึงนี่มันบ้าจริงๆ ฮ่าๆๆ ” ไทม์หัวเราะออกมา ลมกลางคืนพัดผ่านเบาๆ ผู้คนเดินกันขวักไขว่ตามถนน เมย์ที่กอดแขนเขาไว้แน่นกำลังพึมพำอะไรไม่รู้อยู่คนเดียว จนกระทั่งทั้งคู่เดินมาถึงลานจอดรถ..
“ .. ” เมย์หยุดนิ่งอย่างคิดว่ามาผิดที่หรือเปล่า ตามปกติแล้วพวกเราต้องไปโบกรถแท็กซี่กันสิถึงจะถูก
“ ไทม์.. ”
“ หือ? ”
“ เรามาผิดที่มั้ยนะ.. ”
“ ไม่ผิด ”
“ ผิดดิ มึงมีรถซะที่ไหน.. ”
ไทม์มองไปด้านหน้า รถยุโรปคันหรูสีดำใหม่เอี่ยมจอดอยู่ใต้แสงไฟ ตัวรถสะท้อนเงาจนแทบมองเห็นใบหน้าตัวเอง
“ มีดิ ก็นี่รถกูไง ”
“ ฮ่าๆๆๆ ” เมย์หัวเราะ
“ มุกไม่ตลก! กูอยากนอนแล้ว รีบไปเรียกแท็กซี่ซักที! ”
“ ก็กูพูดจริง! ”
“ กูเมา! แต่กูไม่ได้โง่นะ! ”
ไทม์ไม่ตอบ เขาเพียงหยิบกุญแจออกมากด
ติ๊ด! ไฟหน้ารถกระพริบขึ้นในจังหวะนั้น..