สุขสบายไปด้วยกัน
สุขสบายไปด้วยกัน
บ้านแต่ละหลังไม่ได้หรูหรา บางหลังเป็นบ้านไม้ใต้ถุนสูง บางหลังเป็นบ้านปูนชั้นเดียว หน้าบ้านแทบทุกหลังมีเล้าไก่ มีต้นมะม่วง ต้นมะพร้าว หรือไม่ก็แปลงผักเล็กๆไว้กินเองเป็นปกติ..
ชาวบ้านหลายคนกำลังนั่งล้อมวงดื่มกาแฟอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เมื่อเห็นรถกระบะของพ่อไทม์แล่นเข้ามา ทุกคนก็หันมามองทันที
“ อ้าว! ไอ้ไทม์กลับมาแล้วบ้อ! ”
“ กลับมาแล้วครับลุง! ” เขาพูดทักอย่างเตรียมตัวมาแล้ว เพราะการกลับบ้านเกือบทุกครั้งย่อมเป็นพ่อของเขาที่ต้องพูดกับชาวบ้านเอาไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นทุกคนจะนินทาเอาได้.. ไอ้ไทม์อยู่ดีๆก็กลับบ้านมา สงสัยจะตกงานแล้วแน่ๆ! พูดไปก็เหมือนละคร แต่สมัยที่เขาเรียนมหาลัยอยู่ก็เคยเจอมาแล้ว.. ตอนนั้นที่เขากลับบ้านมาเซอร์ไพรส์พ่อแม่ ชาวบ้านดันลือกันไปทั่วว่าไทม์ถูกไล่ออกจากมหาลัย สุดท้ายก็เลยต้องแบกหน้ากลับมา! นี่แหละสังคมบ้านนอกโดยแท้จริง! โชคดีหน่อยที่ตอนนี้มันดีขึ้นมากแล้ว
“ หล่อขึ้นหลายเด้อ! ”
“ ทำงานกรุงเทพเป็นจั่งได๋ เงินดีเลยใช่มั้ยล่ะ! ” เสียงทักทายดังขึ้นตลอดทาง พ่อเพียงยกมือโบกตอบอย่างอารมณ์ดี
“ คนบ้านนอกก็แบบนี้แหละ มีใครเข้าออกหมู่บ้านบ้าง ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็รู้กันทั่วแล้ว ” พ่อหัวเราะ
“ ถ้าลูกกลับวันนี้.. เย็นนี้คงรู้ทั้งตำบล ” แม่พูดแซวอย่างไม่ชอบอะไรแบบนี้เลย เธอไม่ใช่คนที่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน
“ มันก็น่ารักดีนะครับ อย่างน้อยๆพวกโจรก็ไม่กล้าทำอะไร ฮ่าๆๆ ” ไทม์หัวเราะกับเรื่องนี้ ซึ่งมันก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า นี่แหละคือเสน่ห์ของบ้านเกิด ไม่มีใครเป็นคนแปลกหน้า ทุกคนรู้จักกันแทบทั้งหมด
รถกระบะเลี้ยวออกจากถนนเส้นหลัก ก่อนเข้าสู่ทางเล็กๆที่ล้อมรอบด้วยทุ่งนา ลมเย็นพัดเอากลิ่นดินและกลิ่นต้นข้าวเข้ามาในรถ
ที่สุดปลายทางนั้น บ้านชั้นเดียวหลังเล็กที่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้น รั้วไม้เก่าๆ ต้นมะม่วงต้นเดิม เล้าไก่ที่พ่อสร้างเอง และยุ้งข้าวไม้หลังเล็กที่ตั้งอยู่ข้างบ้าน ทุกอย่างยังเหมือนเมื่อหลายปีก่อนแทบไม่เปลี่ยน
ไทม์มองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มบางๆ ก่อนจะพึมพำกับตัวเองเบาๆ
“ ถึงบ้านแล้วสินะ.. ” คำๆนี้สำหรับหลายคนอาจเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับคนที่ต้องจากบ้านไปไกลเพื่อทำงานหาเงิน.. คำง่ายๆอาจเป็นคำเดียวที่ต้องรอคอยตลอดทั้งปี เพื่อให้ตนเองได้พูดซักครั้ง..
สิ่งแรกที่ทำทันทีหลังจากถึงบ้าน ก็คือการที่ทั้งสามคนนั่งล้อมวงอยู่บนเสื่อผืนเก่าใต้ถุนบ้าน ไม่มีโต๊ะหรู ไม่มีเก้าอี้ราคาแพง มีเพียงกระติ๊บข้าวเหนียว หม้อแกง และกับข้าวหลายอย่างวางเรียงกันอยู่กลางวง
ลมพัดเอื่อยๆลอดผ่านใต้ถุน เสียงไก่ขันดังมาเป็นระยะ ขณะที่อีกฝั่งหนึ่งของทุ่งนา เสียงเครื่องสูบน้ำก็คอยทำงานอย่างสม่ำเสมอ
“ กินเยอะๆนะลูก ” แม่รีบตักกับข้าวใส่จานให้แทบทุกอย่าง
“ เอาไก่เพิ่มไหม ”
“ ปลานี่ก็กินเยอะๆ ”
“ ลาบเป็ดนี่แม่ทำเองเลยนะ ”
“ พอแล้วแม่.. เดี๋ยวจานแตกซะก่อน ฮ่าๆๆ ” ไทม์หัวเราะเบาๆ พ่อเองก็หัวเราะตามไปด้วย
“ แม่แกเป็นแบบนี้ทุกครั้งแหละ ลูกกลับบ้านทีไร เหมือนจะเลี้ยงคนทั้งหมู่บ้านได้เลย ”
บรรยากาศเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ทุกคนกินข้าวกันอยู่พักใหญ่ จนไทม์เห็นว่าถึงเวลาแล้ว ชายหนุ่มค่อยๆวางช้อนลง..
“ พ่อ.. แม่.. ” น้ำเสียงของเขาจริงจังขึ้นเล็กน้อย
“ เรื่องที่ผมโทรบอกเมื่อวาน.. วันนี้ผมอยากอธิบายทั้งหมด ” ทั้งสองคนเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน
“ งานใหม่ของลูกใช่มั้ย.. ”
“ ใช่ครับ ” ไทม์พยักหน้า เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาวางไว้กลางวง
“ ผมไม่ได้ลาออกเพราะใจร้อน แล้วก็ไม่ได้ไปทำงานผิดกฎหมาย ”
“ งานที่ผมทำ เป็นงานตรวจสอบและประเมินของโบราณให้บริษัทต่างชาติครับ ” พ่อกับแม่มองหน้ากัน
“ ของเก่า.. ”
“ ครับ ”
“ ใช้วิชาที่ปู่เคยสอนไว้ตอนเด็ก ตอนแรกผมก็ไม่คิดว่าจะได้ใช้ แต่พอลองดูจริงๆ บริษัทกลับให้ค่าตอบแทนสูงมาก ทุกอย่างเริ่มต้นจากสร้อยเส้นนั้นของปู่ ผมอยากรู้ว่ามันคืออะไรก็เลยนำไปประเมินดู ทำไปทำมาผมก็ได้แสดงฝีมือจนเป็นที่ยอมรับ.. ”
“ แล้ว.. มันถูกกฎหมายแน่นะลูก ” แม่ยังมีสีหน้ากังวล
ไทม์ยิ้ม เขารู้อยู่แล้วว่าพ่อแม่ต้องถามคำถามนี้
“ ผมเตรียมไว้แล้วครับ ” ชายหนุ่มเปิดเอกสารหลายฉบับให้เห็น ทั้งสัญญาซื้อขาย หลักฐานการรับเงิน หนังสือรับรองของล้ำค่า รวมถึงเอกสารการโอนค่าตอบแทนต่างๆ ทุกอย่างเป็นเอกสารบริษัทอย่างเป็นทางการ! มีตราประทับ มีลายเซ็น มีข้อมูลครบถ้วน
“ บริษัทจ่ายภาษีถูกต้องตามกฎหมาย ”
“ เงินทุกบาทเข้าบัญชีธนาคาร ตรวจสอบย้อนหลังได้ทั้งหมด ” เขาเตรียมตัวมาดีจริงๆ
พ่อรับเอกสารไปดูทีละหน้า แม้จะอ่านแล้วเข้าใจได้ไม่มาก แต่ก็พอมองออกว่านี่ไม่ใช่เอกสารทั่วไป
“ ดูเป็นบริษัทจริงๆ.. ”
“ ครับ ” ไทม์พยักหน้าก่อนเปิดแอปธนาคาร
“ แล้วนี่.. ” หน้าจอบัญชีธนาคารปรากฏขึ้น ยอดเงินคงเหลือ 10,000,000 บาท!!
“ สิบ.. สิบล้าน.. ” ผู้เป็นแม่ถึงกับยกมือปิดปาก ขนาดตอนกู้เงินธนาคารก็ยังไม่เคยเห็นยอดเงินมากมายขนาดนี้!
เธอแทบไม่กล้ากะพริบตา พ่อเองก็เงียบไปนาน นิ้วมือที่จับโทรศัพท์เริ่มสั่นเล็กน้อย
“ เงินจริงเหรอลูก.. ”
“ จริงครับ เป็นเงินก้อนแรกที่ผมได้รับจากการทำงานที่นี่ ”
“ แค่ก้อนแรก? ” พ่อเผลอหลุดปาก
“ ถ้าผลงานดีก็ยังมีงานแบบนี้ให้ทำอีกเรื่อยๆ อันนี้แค่ผลตอบแทนจากงานเดียวเท่านั้น.. ” ไทม์อธิบายก่อนกดโอนเงินทั้งสิบล้านนั้นไปยังบัญชีของพ่อที่ตนเองมีอยู่ โชคดีที่ธนาคารปลดล็อกจำนวนเงินสูงสุดให้เขาแล้ว ทุกๆวันจึงโอนได้เป็นจำนวนมาก..
การกระทำนั้นทำเอาผู้เป็นพ่อต้องตกใจ! เพราะอยู่ดีๆลูกชายก็โอนเงินสิบล้านมาให้แบบดื้อๆ!
“ ไทม์! นี่ลูกทำอะไร.. ” พ่อรีบร้องออกมาทันที มือไม้เริ่มลนลานจนเกือบทำโทรศัพท์ตก
ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์เครื่องเก่าของพ่อดังขึ้น ผู้เป็นพ่อรีบหยิบขึ้นมาดู ก่อนดวงตาจะเบิกกว้าง
ยอดเงินเข้า.. 10,000,000 บาท
“ เข้า.. เข้าแล้วจริงๆ ” น้ำเสียงของเขาสั่นเครือ
“ แม่.. เงินเข้าแล้ว ” แม่รีบคว้าโทรศัพท์ของพ่อมาดูด้วยตัวเอง ตัวเลขแปดหลักที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นในชีวิตนี้ ปรากฏอยู่บนหน้าจออย่างชัดเจน
“ สิบล้าน.. ” เธอพึมพำซ้ำๆ เหมือนสมองยังไม่ยอมเชื่อสิ่งที่เห็น
ผ่านไปเกือบนาที.. ทั้งสองคนยังนั่งนิ่งเหมือนเวลาหยุดเดิน
ไทม์เองก็ไม่ได้เร่งรีบอะไร เขารู้ดีว่าคนที่ใช้ชีวิตกับเงินหลักพันหลักหมื่นมาตลอด จะให้มายอมรับเงินสิบล้านภายในไม่กี่วินาทีนั่นมันย่อมเป็นไปไม่ได้
“ ลูก.. ” ผู้เป็นพ่อค่อยๆเงยหน้าขึ้น
“ เอาเงินกลับไปเถอะไทม์.. พ่อรับไม่ได้หรอก ”
“ พ่อ.. ”
“ เงินนี่ลูกหามาได้ เพราะงั้นก็เก็บไว้สร้างอนาคต ซื้อบ้าน ซื้อรถ แต่งเมีย มีลูก ทุกอย่างยังต้องใช้เงิน.. ”
“ พ่อกับแม่อยู่แบบนี้ได้ ”
“ อย่าคิดแบบนั้นเลยครับพ่อ ตอนนี้ผมมีแผนจะเข้าทำงานอีกรอบแล้ว ครั้งนี้อาจได้หลายสิบล้าน.. ถ้าพ่อแม่ไม่ช่วยผมใช้เงิน เช่นนั้นตัวผมก็ไม่รู้จะทำงานหาเงินไปทำไม ฮ่าๆๆ ” เขาพูดตอบในสิ่งที่ทำเอาพ่อแม่ต้องชะงัก นี่การหาเงินสิบล้านมันกลายเป็นเรื่องง่ายตั้งแต่เมื่อไรกัน!