พนักงานตัวร้าย
พนักงานตัวร้าย
“ อยู่กันมาตั้งหลายปี.. วันนี้คงถึงเวลาจากลากันได้แล้ว ” เขาพูดกับแฟ้มเอกสาร ราวกับมันคือภาระที่ต้องแบกไว้เกือบทั้งชีวิต..
“ จากนี้ไปพ่อไม่ต้องถือมันอีกแล้วครับ ” ไทม์ที่เดินตามเข้ามารับแฟ้มนั้นไว้ ชายวัยกลางคนพยักหน้าช้าๆ ก่อนทั้งสามคนจะเดินออกจากบ้าน
หน้าบ้าน.. รถกระบะโตโยต้าคันเก่ายังคงจอดอยู่ที่เดิม สีบรอนซ์เริ่มซีดตามอายุการใช้งาน ทว่าวันนี้มันกลับดูสง่างามเป็นพิเศษ เพราะมันกำลังจะพาครอบครัวนี้ไปยังจุดหมายที่เฝ้ารอมานานในที่สุด!
ผู้เป็นแม่ล็อกประตูบ้าน ก่อนหันกลับมามองอีกครั้ง
“ กลับมาคราวนี้.. บ้านเราจะไม่มีหนี้แล้ว ” เธอยิ้มขณะที่ผู้เป็นสามีสตาร์ตรถ เสียงเครื่องยนต์ดังครางเหมือนทุกครั้ง
“ แม่ว่าจะซ่อมห้องครัวก่อน ” ทุกคนต่างพูดคุยถึงสิ่งที่จะทำหลังปลดหนี้ได้
“ พ่อว่าจะเปลี่ยนหลังคา แล้วก็ทำรั้วใหม่.. ”
“ แล้วถ้ามีเงินเหลือ.. เอ่อ.. พวกเราค่อยไปเที่ยวทะเลกันซักครั้งดีมั้ยนะ.. ” เขากล่าวอย่างดูเขินอายเล็กน้อย..
“ แต่งงานกันมาเกือบสามสิบปี แต่ยังไม่เคยพาเมียไปดูทะเลเลย.. ”
ไทม์นั่งฟังบทสนทนาของทั้งสองคนเงียบๆ หัวใจของเขาอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก คนสองคนที่เคยใช้ชีวิตเพื่อหาเงินจ่ายหนี้ไปวันๆ ถึงวันนี้กลับกำลังนั่งวางแผนว่าจะไปท่องเที่ยวกันแล้ว!
รถกระบะค่อยๆแล่นออกจากหมู่บ้าน มุ่งหน้าสู่ตัวเมืองที่มีธนาคารสาขาหลักตั้งอยู่..
ใช้เวลาเกือบชั่วโมง.. รถกระบะคันเก่าก็ค่อยๆแล่นเข้าสู่ตัวเมืองขอนแก่น อาคารพาณิชย์เรียงรายสองข้างทาง ร้านกาแฟ ร้านสะดวกซื้อ และห้างสรรพสินค้าค่อยๆเพิ่มจำนวนขึ้น บรรยากาศนี้ช่างแตกต่างจากหมู่บ้านของไทม์จริงๆ
“ เข้าเมืองทีไรก็รถเยอะทุกที.. ” พ่อบ่นพลางค่อยๆประคองพวงมาลัย
“ ใจเย็นครับพ่อ วันนี้เราไม่ได้รีบ ” ไทม์ที่เรียนอยู่ในตัวเมืองตั้งแต่เด็กจนจบมหาลัย จึงคล้ายว่าจะคุ้นชินกับถนนและตัวเมืองเป็นอย่างดี
“ รีบสิ! ” ผู้เป็นพ่อตอบกลับทันควัน
“ พ่ออยากปิดหนี้ให้มันเร็วที่สุด ฮ่าๆๆ ” คำตอบนั้นทำเอาไทม์กับแม่ต้องอมยิ้ม ตอนแรกยังบอกว่าจะไม่เอาอยู่เลย..
ไม่นานรถกระบะก็เลี้ยวเข้าสู่ลานจอดรถของธนาคารแห่งหนึ่ง พ่อดับเครื่องยนต์ก่อนยังนั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัย มือทั้งสองข้างกำแน่นเพื่อตั้งสติ
“ พ่อ.. ” ไทม์เรียกเบาๆ
“ พ่อไม่คิดเลย.. ” ชายวัยกลางคนหันมายิ้ม เขาไม่ได้เครียด เพียงแต่กำลังตื่นเต้นจนเกินไปก็เท่านั้น
“ ว่าชีวิตนี้จะได้เดินเข้าธนาคารด้วยความรู้สึกแบบนี้ เมื่อก่อนเข้ามาทีไร ก็มีแต่เรื่องกู้เงิน.. ขอเลื่อนหนี้.. ขอพักดอก.. ”
“ แต่วันนี้.. ” เขาสูดลมหายใจเข้าลึก
“ วันนี้พ่อจะเดินเข้าไปใช้หนี้ทั้งหมด! ”
“ ไปกันครับ ” ไทม์เอื้อมมือไปแตะไหล่พ่อเบาๆ ทั้งสามคนเปิดประตูรถลงมาพร้อมกัน แม่กอดแฟ้มเอกสารไว้แน่นราวกับกลัวมันจะหาย พ่อจัดเสื้อเชิ้ตให้เรียบร้อยอีกครั้ง ส่วนไทม์เดินตามอยู่ด้านหลังพร้อมรอยยิ้มบาง
ทันทีที่ก้าวเข้าไปภายในธนาคาร.. เครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำก็พัดปะทะใบหน้า พนักงานหลายคนกำลังให้บริการลูกค้าอยู่ตามปกติ
“ สวัสดีค่ะ ติดต่อเรื่องอะไรคะ ” พนักงานสาวกล่าวต้อนรับด้วยรอยยิ้ม ผู้เป็นพ่อดูเกร็งเล็กน้อย ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“ คือ.. ลุงจะมาปิดหนี้ครับ ”
“ ทั้งหมดเลย! ”
หญิงสาวพยักหน้าตามปกติ เพราะคิดว่าเป็นการปิดบัญชีเงินกู้เพียงรายการเดียว
“ ได้ค่ะ รบกวนขอเลขบัตรประชาชนด้วยนะคะ ”
ผู้เป็นพ่อส่งบัตรให้ พนักงานเริ่มตรวจสอบข้อมูลในระบบ ไม่กี่วินาทีต่อมา.. สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป
“ คุณลุงมีสินเชื่ออยู่หลายรายการเลยนะคะ ”
“ ครับ ปิดทั้งหมดครับ ” คำตอบเดิมดังขึ้นอีกครั้ง
“ ทั้ง.. ทั้งหมดเลยเหรอคะ ” พนักงานเงยหน้ามองอย่างไม่แน่ใจ
“ ใช่ครับ ทั้งบ้าน ทั้งที่นา แล้วก็เงินกู้ทุกบัญชี ”
หญิงสาวกะพริบตาถี่ๆก่อนรีบพิมพ์ข้อมูลต่อ ผ่านไปครู่ใหญ่.. ยอดหนี้ทั้งหมดก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
“ หากปิดทั้งหมดในวันนี้ รวมเงินต้น ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมต่างๆ จะเป็นเงินทั้งหมด.. ” เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนหันจอไปให้ดู
“ สามล้านแปดแสนสี่หมื่นหกพันสองร้อยสิบห้าบาทค่ะ ”
ผู้เป็นแม่แอบกลืนน้ำลาย แม้จะรู้ว่าไทม์มีเงิน แต่พอได้ยินยอดหนี้ที่แบกมาทั้งชีวิต ก็ยังแอบรู้สึกใจหายอยู่ไม่น้อย..
“ ได้ครับ ลุงรบกวนปิดทั้งหมดเลย ” น้ำเสียงเรียบง่ายนั้นกลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“ เอ่อ.. ” พนักงานชะงักบ้าง
“ จะชำระผ่านบัญชีใช่ไหมคะ ”
“ ครับ ” ผู้เป็นพ่อหยิบสมุดบัญชีเล่มเก่าที่ใช้มานานหลายสิบปีออกมา ก่อนยื่นส่งให้พนักงานเพื่ออัปเดตยอดเงินใหม่
“ ซักครู่นะคะ ” หญิงสาวรับสมุดบัญชีไป ก่อนเสียบเข้ากับเครื่องอัปเดตรายการ
ครืด.. เสียงเครื่องพิมพ์ดังขึ้นไม่นาน ก่อนรายการล่าสุดจะถูกพิมพ์ลงบนหน้าสมุด เธอหยิบสมุดขึ้นมาเปิดดูตามขั้นตอน แต่เพียงวินาทีแรกที่สายตาเห็นตัวเลข มือของหญิงสาวก็หยุดค้าง..
ยอดเงินคงเหลือ.. 10,007,785 บาท
แม้จะเพิ่งหักเงินไปใช้หนี้เกือบสี่ล้านบาทแล้ว แต่เงินที่เหลืออยู่ก็ยังมากกว่าหกล้านบาท!
“ มีเงินสิบล้านในบัญชี.. ” เธอกลืนน้ำลายเบาๆ สายตาเหลือบมองชายชราตรงหน้าอีกครั้ง เสื้อเชิ้ตสีขาวเก่าที่รีดจนเรียบ กางเกงผ้าธรรมดา รองเท้าแตะคู่ละไม่กี่ร้อยบาท ทุกอย่างบ่งบอกว่าเป็นเพียงชาวนาจากต่างอำเภอ
“ เงินขนาดนี้.. คนแบบนี้จะดูแลมันเป็นได้ยังไง ” ความคิดหนึ่งค่อยๆผุดขึ้นมาในหัว ตอนแรกเป็นเพียงประกายเล็กๆ แต่ไม่นานมันก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
หญิงสาวพยายามเก็บสีหน้า ก่อนยิ้มอย่างเป็นมิตรเหมือนเดิม
“ เรียบร้อยแล้วนะคะคุณลุง ตอนนี้สินเชื่อทุกบัญชีปิดหมดแล้วค่ะ ” คำว่าปิดหมดแล้วทำให้ผู้เป็นพ่อถึงกับนั่งนิ่ง
“ หมดแล้ว.. จริงๆเหรอครับ ”
“ จริงค่ะ ตั้งแต่วินาทีนี้ คุณลุงไม่มีภาระหนี้สินกับธนาคารอีกแล้ว ยินดีด้วยนะคะ ” เพียงประโยคนั้น ผู้เป็นพ่อก็ยกมือขึ้นปิดหน้า ดวงตาแดงก่ำจนควบคุมน้ำตาแทบไม่อยู่ ผู้เป็นแม่เองก็ร้องไห้ออกมาเงียบๆ
“ หมดแล้ว.. ในที่สุดก็หมดแล้ว! ”
ไทม์มองภาพนั้นจากด้านหลังด้วยหัวใจที่อบอุ่น สิ่งที่เขารอคอยมานานเกิดขึ้นจริงเสียที
แต่ในขณะที่ครอบครัวกำลังมีความสุข.. อีกมุมหนึ่งของเคาน์เตอร์ สายตาของพนักงานสาวกลับจ้องมองไปยังยอดเงินในบัญชีไม่วางตา
“ เงินเหลือตั้งหกล้านกว่า.. ”
“ คนบ้านนอกแบบนี้ ไม่มีทางรู้เรื่องการเงินหรอก.. ” เธอคิดเพราะเคยเจอลูกค้าสูงอายุมาไม่น้อย หลายคนอ่านเอกสารแทบไม่ออก บางคนเซ็นชื่อโดยไม่อ่านเลยด้วยซ้ำ ความคิดชั่วร้ายเริ่มก่อตัวขึ้นทีละนิด..
“ ถ้าหลอกให้ซื้อผลิตภัณฑ์การเงินที่มีค่าธรรมเนียมสูง หรือให้เซ็นเอกสารบางอย่าง บางทีอาจได้ค่าคอมมิชชันก้อนโต.. ” เธอรีบปัดความคิดนั้นออกจากหัว แต่เพียงไม่กี่วินาทีมันก็ย้อนกลับมาอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ชัดเจนกว่าเดิม!
หญิงสาวเงยหน้ามองคุณลุงตรงหน้า พร้อมส่งรอยยิ้มหวานที่สุดตั้งแต่เริ่มให้บริการ..
“ คุณลุงคะ.. พอดีว่าตอนนี้บัญชีของคุณลุงมีเงินคงเหลือค่อนข้างมาก ธนาคารของเรามีโครงการพิเศษสำหรับลูกค้าคนสำคัญอยู่พอดี ”
“ ถ้าคุณลุงสนใจ ดิฉันสามารถแนะนำให้ได้ค่ะ ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนจนฟังดูน่าเชื่อถือ แต่ภายใต้รอยยิ้มนั้น มันกลับซ่อนความโลภเอาไว้จนปิดไม่มิด!!