LNCrawler

พวกคุณก็แค่โง่

ข้ามมิติสู่ยุคอดีต ขนสมบัติไปมาเพื่อเป็นมหาเศรษฐี — novel.dek d.com · All chapters

พวกคุณก็แค่โง่

“ สำหรับผู้ที่ต้องการรักษาเงินต้น หรือผู้สูงอายุที่เพิ่งปลดหนี้และจำเป็นต้องใช้เงินก้อนในอนาคต กองทุนลักษณะนี้อาจไม่เหมาะสม ควรศึกษาหนังสือชี้ชวนและระดับความเสี่ยงให้ละเอียดก่อนตัดสินใจ ” ทั้งโต๊ะเงียบลงทันที ผู้เป็นแม่เริ่มหันมองพนักงาน!

ผู้เป็นแม่กำโบรชัวร์ในมือแน่นจนกระดาษยับ เธอค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองพนักงานสาว ดวงตาที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยรอยยิ้ม บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความผิดหวังและโกรธจัด

“ เมื่อกี้หนูบอกว่าไม่มีความเสี่ยงเลยไม่ใช่เหรอ! ” เสียงของเธอดังขึ้นจนลูกค้าหลายคนเริ่มหันมามอง

“ เอ่อ.. คือดิฉันหมายถึง.. ” พนักงานสาวฝืนยิ้ม

“ หมายถึงอะไร! ” แม่ของไทม์สวนกลับทันที

“ AI มันบอกว่าความเสี่ยงสูงมาก! แต่หนูบอกป้าตั้งหลายรอบว่าไม่มีความเสี่ยงเลย! ตกลงใครกันแน่ที่โกหก! ”

“ คือ.. ” หญิงสาวหน้าเริ่มซีด

“ มันขึ้นอยู่กับมุมมองการลงทุนค่ะ.. ”

“ มุมมองอะไร! ” แม่ของไทม์ตบโต๊ะเบาๆด้วยความโมโห

“ ถ้าลูกชายฉันไม่ถาม วันนี้ผัวฉันก็คงเซ็นไปแล้ว! ”

“ พวกเราทำงานหาเงินแทบเป็นแทบตาย! แต่หนูจะให้เอาเงินทั้งชีวิตไปเสี่ยงแบบนี้เนี่ยนะ! นี่มันใช้ได้ที่ไหน แนะนำลูกค้าให้หมดตัว! ถามจริงๆเถอะ หนูเป็นพนักงานธนาคาร หรือว่าเป็นมิจฉาชีพกันแน่! ” เสียงของเธอดังลั่นทั่วโถงธนาคาร ลูกค้าที่กำลังนั่งรอคิวหลายคนเริ่มหันมามองด้วยความสนใจ บางคนถึงกับลุกขึ้นยืนดู!

ผู้เป็นพ่อเองก็เริ่มเข้าใจทุกอย่าง เขาค่อยๆวางปากกาลงบนโต๊ะ ก่อนหันไปมองพนักงานด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

“ หนู.. ” น้ำเสียงของชายวัยกลางคนไม่ได้ดังมาก แต่กลับหนักแน่นจนคนฟังรู้สึกได้

“ ลุงเรียนหนังสือไม่สูงก็จริง แต่ลุงไม่ได้โง่! ” 

“ เมื่อกี้หนูบอกลุงว่าไม่มีความเสี่ยง แล้วทำไมพอลูกชายลุงเปิดดูข้อมูล เขากลับบอกว่าความเสี่ยงสูงมากได้! ” เขาชี้ไปที่เอกสาร

“ ทำไมไม่อธิบายตั้งแต่แรก ทำไมให้ลุงเซ็นก่อน ทำไมไม่บอกว่ามันอาจขาดทุนได้เกินครึ่ง! ” คำถามทั้งสามข้อทำให้หญิงสาวพูดไม่ออก

“ ดิฉันกำลังจะอธิบายค่ะ.. ”

“ จะอธิบายตอนไหน! หลังจากลุงเซ็นแล้วเหรอ! หรือหลังจากเงินถูกโอนไปหมดแล้ว! ” ผู้เป็นพ่อขึ้นเสียงเป็นครั้งแรก ทั้งธนาคารเงียบกริบ ไม่มีใครคิดว่าชายชาวนาจะพูดออกมาได้หนักแน่นขนาดนี้

“ คนเคยเป็นหนี้ จะรู้ดีที่สุดว่าเงินมันหายากแค่ไหน ” ผู้เป็นพ่อกำมือแน่น

“ ทุกบาททุกสตางค์กว่าจะหาได้ ต้องตากแดด ตากฝน แบกปุ๋ย ดำนา เก็บข้าว มือคู่นี้แตกจนเลือดไหลออกมากี่ครั้งแล้วก็ไม่รู้ ” เขายกมือที่เต็มไปด้วยรอยด้านขึ้นให้ดู

“ แล้ววันนี้.. พนักงานธนาคารแท้ๆกลับจะให้ลุงเอาเงินทั้งชีวิตไปเสี่ยง โดยบอกว่าไม่มีความเสี่ยงใดๆเลย! ” น้ำเสียงของเขาเริ่มสั่นด้วยความโกรธ

“ ถ้าลูกชายลุงไม่เรียนหนังสือ.. ถ้าไม่มีคนช่วยอ่าน.. วันนี้ลุงคงโดนหลอกไปแล้วใช่ไหม! ”

“ ไม่.. ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ ดิฉันไม่ได้ตั้งใจ.. ” หญิงสาวหน้าซีดเผือด

“ ไม่ได้ตั้งใจอะไร! ” แม่ของไทม์สวนทันที ก่อนจะมีหลายเสียงจากลูกค้าในธนาคาร ซึ่งก็เป็นครอบครัวชาวสวนชาวนาช่วยเอ่ยเสริม

“ เออจริง! นี่คิดจะหลอกคนแก่เลยเหรอ! จิตใจทำด้วยอะไรวะ พ่อผมก็ชาวนา เคยโดนแบบนี้มาแล้วเหมือนกัน! ” เพราะทุกคนไม่ใช่คนโง่ เรื่องแบบนี้แค่มองแว้บเดียวก็คิดได้แล้ว!

“ เมื่อกี้ยังเร่งให้เซ็นอยู่เลย! แล้วยังบอกอีกว่าไม่ต้องอ่านเอกสาร! ยังบอกว่าเชื่อเจ้าหน้าที่ได้! แบบนี้ไม่เรียกว่าหลอก แล้วจะเรียกว่าอะไร! ” แม่ของไทม์พูดต่อ เสียงโต้เถียงดังไปทั่วโถง ลูกค้าหลายคนเริ่มซุบซิบกัน!

“ เกิดอะไรขึ้นเหรอ.. ” คนที่ไม่รู้เริ่มถาม

“ เหมือนพนักงานจะหลอกให้ลงทุนแล้วลูกชายของลุงเขาจับได้ ”

“ ถ้าจริงก็แย่นะ.. แล้วแบบนี้เราจะเชื่อถือธนาคารได้ยังไง.. ” เสียงวิพากษ์วิจารณ์เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ พนักงานที่อยู่เคาน์เตอร์ข้างๆรีบหันมามองด้วยความตกใจ

“ คุณอย่าพูดไปเรื่อยนะ! การกล่าวหาว่าฉันเป็นมิจฉาชีพ นั่นถือเป็นการหมิ่นประมาท! ฉันแจ้งความได้นะคะ! ” พนักงานสาวเริ่มปกป้องตัวเอง เธอไม่คิดจะให้คนแก่พวกนี้ตะโกนเสียงดังอีกต่อไป

จนในที่สุด.. ชายวัยประมาณห้าสิบปีในชุดสูทสีกรมก็รีบเดินออกมาจากห้องด้านใน ป้ายชื่อบนหน้าอกเขาเขียนไว้ชัดเจนว่าเป็นผู้จัดการสาขา

“ เกิดอะไรขึ้นครับ ” เขามองบรรยากาศตรงหน้าอย่างเคร่งเครียด สายตากวาดไปที่พนักงานสาวซึ่งยืนเชิดหน้าอยู่อย่างไม่สำนึกผิด! ก่อนหันมองไปยังครอบครัวของไทม์ที่ดูจะธรรมดา

ผู้จัดการสูดหายใจเข้าลึก ก่อนหันไปถามพนักงานของตนเองเป็นคนแรก

“ อธิบายมา ” หญิงสาวรีบพูดทันที ราวกับเตรียมคำตอบเอาไว้แล้ว

“ ลูกค้าท่านนี้เข้าใจผิดค่ะ ดิฉันเพียงแนะนำผลิตภัณฑ์การลงทุนตามปกติ แต่คุณลุงกับครอบครัวกล่าวหาว่าดิฉันหลอกลวง ทั้งยังพูดเสียงดังจนรบกวนลูกค้าท่านอื่นด้วย.. ” เธอจงใจพูดให้ตัวเองเป็นฝ่ายเสียหาย ก่อนบอกว่าคำกล่าวหานั้นรุนแรงเกินจริง!

ผู้จัดการพยักหน้าช้าๆ ก่อนหันมามองครอบครัวของไทม์ตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อผ้าธรรมดา รองเท้าเก่าๆ ชัดเจนเลยว่ามาจากต่างอำเภอ เขารีบสรุปทุกอย่างด้วยประสบการณ์หลายสิบปีของตนเอง..

“ คงเป็นชาวบ้านที่ไม่เข้าใจเรื่องการลงทุน.. ” ชายวัยห้าสิบถอนหายใจเบา ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่พยายามดูสุภาพ ทว่ากลับแฝงไปด้วยความดูแคลนอย่างชัดเจน

“ คุณลุงครับ.. ผลิตภัณฑ์การเงินบางอย่างอาจเข้าใจยากสำหรับคนทั่วไป ”

“ ถ้าไม่เข้าใจก็สามารถสอบถามได้ ไม่จำเป็นต้องกล่าวหาพนักงานของธนาคารว่าเป็นมิจฉาชีพแบบนี้ ” คำพูดนั้นทำให้ไทม์ขมวดคิ้ว แต่ผู้เป็นแม่กลับเดือดก่อน

“ หมายความว่ายังไง! จะบอกว่าพวกเราโง่เหรอ! ”

“ ผมไม่ได้พูดแบบนั้นครับ ” ผู้จัดการยิ้มบาง

“ แต่การลงทุนเป็นเรื่องของคนที่ศึกษาข้อมูล บางครั้ง.. คนที่ไม่คุ้นเคยกับเรื่องพวกนี้ก็อาจเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ ” ประโยคนั้นแม้จะฟังดูนุ่มนวล แต่กลับเหมือนตบหน้าพ่อแม่ของไทม์ต่อหน้าผู้คน

“ คุณหมายความว่า.. พวกเราที่ถูกอีกฝ่ายหลอกให้ลงทุน กลับกลายเป็นคนผิดเพราะไม่รู้ความเอง? ” ผู้เป็นพ่อกำหมัดแน่น

“ ผมไม่ได้บอกว่าผิดครับ ” ผู้จัดการยักไหล่

“ แต่การที่พนักงานเสนอผลิตภัณฑ์ ไม่ได้แปลว่าเขาหลอกลวง สุดท้ายแล้วคนตัดสินใจก็คือลูกค้า ถ้าคุณไม่เซ็น มันก็ไม่มีใครไปบังคับได้! ” ช่างเป็นคำพูดที่ถูกต้องไปซะทุกคำ ถูกต้องแบบน่าเจ็บใจ ถูกต้องจนคนทั่วไปอาจคิดยอมแพ้ แล้วเก็บเอาความแค้นนี้กลับบ้าน!

“ อีกอย่าง.. ” ผู้จัดการยังพูดต่อ

“ เงินลงทุนเล็กน้อยแบบนี้ ลูกค้าของเราก็มีเยอะนะครับ ไม่จำเป็นที่พนักงานจะต้องมาโกงลูกค้าเพื่อเงินแค่นี้หรอก ”

คำพูดทั้งหมดนั้นทำให้แม่ของไทม์แทบระเบิด เพียงแต่ด้วยคำพูดของอีกฝ่ายแล้ว มันก็ทำให้เธอเถียงไม่ออกเช่นกัน!

“ เงินแค่นี้เหรอ! พูดออกมาได้ยังไง! ” เธอกัดฟันก่อนจะถูกสามีจับมือไว้แน่น

“ ผมเข้าใจครับ แต่ผมก็ต้องปกป้องพนักงานของผมเช่นกัน อย่าใช้อารมณ์มากกว่าข้อเท็จจริงเลย! ” ผู้จัดการกลับตอบอย่างเฉยชา วินาทีนี้ตัวเขาชนะแล้ว! ระดับผู้จัดการธนาคารจะมาแพ้ชาวนาแก่ๆสองคนได้ยังไง!

“ โอ้! คุณผู้จัดการช่างพูดจาได้ฉะฉาน สมกับเป็นคนระดับหัวหน้าจริงๆ ฮ่าๆๆ ” ไทม์ที่เงียบมาตลอดหัวเราะขึ้นเสียงดัง ลูกน้องกล้าทำชั่วก็เพราะมีหัวหน้าเลว คำพูดนี้เขาเพิ่งได้เห็นกับตา!!