มื้อเที่ยงที่อึดอัดใจ
มื้อเที่ยงที่อึดอัดใจ
หลังจากนั้นไม่นาน หัวหน้าแผนกก็ส่งงานเบื้องต้นให้ลินินทดลองทำ เป็นรายงานวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าอย่างง่าย
“ คุณช่วยทำให้หน่อยสิคะ ” เธอพูดกับไทม์ในทันทีที่หัวหน้าแผนกเดินจากไป..
“ ครับ? ”
“ ฉันยังไม่เข้าใจเท่าไร คุณเป็นรุ่นพี่ก็ต้องช่วยสอนสิ ”
“ แต่คุณยังไม่ได้อ่านเอกสารเลยนะ.. ”
“ ฉันอ่านเร็วค่ะ ก็เลยรู้ว่าไม่เข้าใจเรื่องนี้ ”
“ .. ”
“ รับไปสิคะ ก่อนฉันจะอยากดื่มกาแฟขึ้นมา! ”
ทั้งแผนกเงียบลงอีกครั้ง พนักงานหลายคนเริ่มส่งสายตาสงสารมายังไทม์ เห็นได้ชัดว่าคุณหนูเลือกเหยื่อประจำตัวเรียบร้อยแล้ว..
ช่วงสายทั้งช่วง ไทม์แทบไม่ได้ทำงานของตัวเองเลย เพราะทุกๆสิบนาทีจะมีเสียงดังขึ้นจากโต๊ะฝั่งตรงข้าม
“ คุณไทม์คะ ”
“ คุณไทม์คะ ”
“ คุณไทม์คะ ”
บางครั้งก็ถามเรื่องงาน บางครั้งก็ไม่เกี่ยวกับงานแม้แต่นิดเดียว
“ ห้องน้ำอยู่ไหนคะ ”
“ ร้านกาแฟในตึกนี้ร้านไหนอร่อยที่สุด ”
“ พนักงานบริษัทได้เงินโบนัสกี่เดือนคะ ”
“ ทำไมเก้าอี้ตัวนี้นั่งไม่สบายเลย ”
“ บริษัทเราไม่มีคนคอยชงกาแฟเหรอคะ ”
“ .. ” เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ไทม์เริ่มจะเข้าใจแล้ว ถึงสาเหตุที่คนบางคนต้องแอบไปสูบบุหรี่ตอนทำงาน..
จนกระทั่งเวลาใกล้เที่ยง ความอดทนของพนักงานทั้งแผนกก็เริ่มลดลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะตอนที่ลินินเรียกพนักงานธุรการคนหนึ่งเข้ามา
“ คุณคะ ”
“ คะ..? ”
“ เครื่องปรับอากาศตรงนี้เย็นไปค่ะ ”
“ ค่ะคุณลินิน เดี๋ยวฉันปรับให้นะคะ ”
“ ขอบคุณค่ะ ” ผ่านไปไม่ถึงห้านาที
“ คุณคะ ตอนนี้ร้อนเกินไปแล้วค่ะ ”
“ .. ”
“ ปรับกลับเหมือนเดิมได้ไหมคะ จริงๆที่นี่ควรจะมีระบบปรับอากาศที่ดีกว่านี้นะ ไม่สนใจผู้ใช้งานเลย ” พนักงานหญิงยืนค้างอยู่ตรงนั้นหลายวินาที ก่อนทำได้เพียงพยักหน้าช้าๆ..
“ ฉันจะพยายามควบคุมให้ดีค่ะ.. ” ทันทีที่เธอเดินจากไป เมย์ก็โน้มตัวมากระซิบอย่างอดใจไม่ไหวแล้วจริงๆ..
“ ฉันเริ่มเข้าใจแล้วว่า ทำไมท่านประธานถึงส่งเธอมาที่นี่ ”
“ ทำไม? ”
“ เพราะถ้าอยู่ที่บ้านต่อ คนรับใช้คงลาออกกันหมด ” ไทม์เกือบสำลักน้ำ และดูเหมือนจะไม่ใช่แค่เขาคนเดียว เพราะพนักงานรอบๆหลายคนเองก็เริ่มมีสีหน้าเห็นด้วยอย่างเงียบๆ
ในที่สุด.. เวลาพักเที่ยงก็มาถึงจนได้ ช่วงเวลานี้ราวกับสวรรค์ในทุกๆวันสำหรับพนักงานเงินเดือน คนทั้งแผนกแทบจะลุกจากเก้าอี้พร้อมกัน
“ ไปกินข้าวกัน! ”
“ รีบเลย! ”
“ วันนี้รู้สึกหิวเป็นพิเศษเลยโว้ย! ฮ่าๆๆ ”
“ กินถูกๆหน่อยๆนะ เย็นนี้อย่าลืมว่าต้องจ่ายแพง! ”
ไทม์เองก็รีบลุกขึ้นทันที เขาต้องการพักสมองจากคุณหนูคนนี้อย่างน้อยสักหนึ่งชั่วโมง แต่ยังไม่ทันได้ลุกเต็มตัว เสียงคุ้นเคยก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“ คุณไทม์คะ ” ชายหนุ่มหลับตาลงช้าๆ ก่อนหันกลับไปมองลินินที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้
“ ครับ? ”
“ ฉันไม่รู้จักร้านอาหารแถวนี้ค่ะ ”
“ .. ”
“ คุณพาฉันไปทานข้าวหน่อยได้ไหมคะ ” ทั้งแผนกเงียบกริบ ก่อนทุกคนจะค่อยๆหันมามองไทม์พร้อมกัน สายตาเหล่านั้นเต็มไปด้วยความเห็นใจ คนที่อยู่ใกล้ๆไม่คิดจะอิจฉาไทม์อีกแล้ว
“ สู้ๆนะเพื่อน ” หลายคนยกนิ้วให้ก่อนรีบวิ่งหนีจากไปในทันที..
ไทม์หัวเราะอย่างหมดแรง เขาหันกลับมามองต้นเหตุของปัญหาทั้งหมด ลินินยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่เหมือนเดิม ราวกับไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังสร้างความลำบากให้คนอื่นแค่ไหน
“ คุณอยากกินอะไรครับ? ”
“ อะไรก็ได้ค่ะ ”
“ งั้นไปกันครับ ” คำพูดนั้นทำเอาเมย์ต้องหันมองเขา เพราะการไปทานข้าวเที่ยงมันหมายถึงตัวเธอก็ต้องไปด้วย..
“ แต่ขอเป็นร้านดีๆนะคะ ”
“ .. ”
“ ฉันไม่ค่อยชอบร้านที่คนเยอะ หรือเสียงดังเกินไป ”
“ ครับ.. ” ไทม์พยักหน้าแต่ในใจคิดอีกแบบ ดีๆของเธอกับดีๆของเขามันน่าจะคนละความหมายกัน..
ไม่กี่นาทีต่อมา ทั้งสามคนก็เดินออกจากอาคารสำนักงานใหญ่พร้อมกัน พนักงานจำนวนไม่น้อยแอบมองตาม ภาพชายหนุ่มหน้าตาดีเดินคู่กับลูกสาวเจ้าของบริษัทนั้นสะดุดตาไม่น้อย โชคยังดีที่มีเมย์ตามติดไปอีกคน ไม่อย่างนั้นคงได้เกิดข่าวลือครั้งใหญ่..
“ ร้านอยู่ไกลไหมคะ ทำไมเราไม่ทานในตึกล่ะ ข้างนอกมันร้อน.. ”
“ ไม่ไกลครับ ทานในตึกมันแพง หลายคนเลยเลือกออกไปทานด้านนอก ” ไทม์ตอบเท่าที่จำเป็น
“ มีห้อง VIP ไหมคะ ”
“ ไม่มีครับ ”
“ มีพนักงานเสิร์ฟประจำโต๊ะไหมคะ ”
“ ไม่มีครับ ”
“ แล้ว.. ”
“ ไม่มีครับ ”
“ ฉันยังไม่ได้ถามเลยนะ นี่คุณจะกวนประสาทฉันหรือยังไง! ” เธอบ่นอย่างเริ่มจะรำคาญใจอีกครั้ง ทั้งๆที่นั่นสมควรจะเป็นไทม์มากกว่า
“ ผมแค่พอจะเดาได้ครับ ”
ลินินหันมามองเขาก่อนจะหรี่ตาลงเล็กน้อยอย่างเริ่มไม่พอใจ ทุกอย่างเป็นไปตามความต้องการของชายหนุ่ม เขาคิดจะทำให้เธอไม่อยากไปกับเขาแล้ว วันถัดๆไปให้เธอไปกับคนอื่นน่าจะดีกว่า!
เงินในบัญชีเขาเหลือสามพันกว่าบาท แค่ค่าน้ำที่ซื้อให้เมื่อเช้าก็หายไปหลายร้อยแล้ว! ต่อให้ต้องเสี่ยงโดนเกลียด เขาก็ไม่คิดจะพาอีกฝ่ายไปกินอาหารมื้อนึงหลักพันอีกแน่นอน!
สุดท้ายทั้งคู่ก็เดินมาหยุดอยู่หน้าร้านอาหารตามสั่งเล็กๆใต้ตึกแถว ร้านเก่าแก่ที่พนักงานออฟฟิศในละแวกนี้รู้จักกันดี มีโต๊ะพลาสติก พัดลมติดผนัง น้ำแข็งฟรี และอาหารเริ่มต้นจานละห้าสิบบาท!
“ .. ” ลินินหยุดเดินทันที
“ ถึงแล้วครับ ”
“ คุณกำลังล้อฉันเล่นอยู่หรือยังไง! นี่มันไม่ใช่ร้านแล้ว นี่มัน.. ” เธอถึงกับพูดไม่ออก
“ เปล่านะครับ ที่นี่เป็นร้านประจำของผมกับเมย์เลย พวกเรามาทานที่นี่แทบจะทุกวัน ” ไทม์พูดไปตามความจริง ก่อนส่งยิ้มทักทายให้ป้าแม่ครัวอย่างรู้จักกัน
“ ร้านนี้เนี่ยนะ? ”
“ อ้าวไทม์! วันนี้มีเพื่อนมาด้วยอีกคนเหรอ ปกติเห็นมากับหนูเมย์แค่สองคน ” ป้าแม่ครัวที่เป็นเจ้าของร้านด้วยเอ่ยทัก
“ ใช่ครับ วันนี้มีเพื่อนใหม่มาด้วยหนึ่งคน ” เขาตอบไปตามปกติ ก่อนหันไปถามป้าว่าวันนี้มีอะไรน่ากินบ้าง
ชายหนุ่มละความสนใจจากหญิงสาว ขณะที่ลินินกำลังมองป้ายร้านสลับกับมองหน้าเขาไปมา เหมือนกำลังพยายามทำความเข้าใจบางอย่าง
“ คนในบริษัทกินร้านแบบนี้จริงๆเหรอ.. เงินเดือนก็ไม่ใช่น้อยๆ ทำไมไม่กินดีๆกันนะ.. ” เธอบ่นก่อนเดินตามเมย์ไปนั่งอย่างจำใจ ด้านในร้านพนักงานออฟฟิศจำนวนมากนั่งกันจนเต็มไปหมด และเกินครึ่งก็คือคนจากบริษัทของเธอเอง..
“ งั้นก็ได้ค่ะ ” ลินินพูดขึ้นในที่สุด
“ วันนี้ฉันจะลองดูก็แล้วกัน ” เมย์ถึงกับแปลกใจ เธอนึกว่าอีกฝ่ายจะหันหลังกลับพร้อมคำบ่นเสียอีก
ทั้งสามเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะว่างมุมหนึ่งของร้าน ป้าคนขายรีบเดินเข้ามาพร้อมสมุดจด
“ รับอะไรดีจ๊ะ ”
“ กะเพราหมูกรอบไข่ดาวครับ ” ไทม์สั่งทันทีกับเมนูประจำ จากนั้นจึงหันไปมองลินิน
“ คุณหนู.. ” หญิงสาวก้มมองเมนูพลาสติกเก่าๆตรงหน้า ก่อนขมวดคิ้วอย่างไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรบ้าง
“ ไม่มีภาษาอังกฤษเหรอคะ ฉันอ่านภาษาไทยได้ แต่แค่เมนูไทยบางอย่างฉันไม่รู้จัก.. ”
“ .. ” ไทม์อยากจะส่ายหน้าใส่เธอเลยจริงๆ
“ ไม่มีรูปด้วย แล้วฉันจะรู้ได้ยังไงว่ามันอร่อยหรือไม่อร่อย ”
ไทม์เริ่มรู้สึกปวดหัวอีกครั้ง แต่สิ่งที่ทำให้เขาเกือบตกเก้าอี้จริงๆคือประโยคถัดมา..
“ เอาแบบเดิมค่ะ ”
“ แบบเดิม? ” ป้าเจ้าของร้านถึงกับถามย้ำ ใช่สิ.. ก็เธอคนนี้เพิ่งมาครั้งแรก เธอไม่ใช่ไทม์หรือเมย์ที่มาเป็นลูกค้าประจำ
“ ก็เห็นคนเขาชอบสั่งกัน แบบเดิมนั่นแหละค่ะ เอามาให้ฉันที่นึง ” พูดแค่นั้นแล้วตัวเธอก็หันไปสนใจขวดน้ำของตนเองแทน
“ น้องไทม์.. เอายังไงดี.. ” ป้าถามอย่างพูดไม่ออกไปด้วย
“ คุณลินินครับ กะเพราหมูกรอบแบบผมพอจะทานได้มั้ย? ” ชายหนุ่มถามอย่างจนปัญญา ก่อนจะเป็นอีกฝ่ายที่พยักหน้าให้แบบไม่ใส่ใจนัก