ไม่เหมาะสม
ไม่เหมาะสม
ชายสูงวัยถอนหายใจเบาๆ ร้านแห่งนี้เปิดมานานกว่ายี่สิบปี ซึ่งสิ่งที่เขาเกลียดที่สุดก็คือการให้ลูกค้าต้องมายืนเถียงกันหน้าร้าน โดยเฉพาะกับพนักงานของทางร้านเอง!
“ เอ่อ.. คนที่มีเรื่องคือวินครับ เจ้านี่ก่อเรื่องกับลูกค้าอีกแล้ว.. ” ผู้จัดการบอกด้วยน้ำเสียงเอือมระอา กับพนักงานคนนี้ที่สร้างแต่ปัญหามาหลายครั้ง หากไม่ใช่ว่าเขาพูดภาษาอังกฤษได้ดี ทางร้านก็คงไล่ออกไปนานแล้ว..
“ วินอีกแล้วเหรอ.. ” เพียงได้ยินชื่อนั้นสีหน้าของชายสูงวัยก็เปลี่ยนไป นี่ไม่ใช่ครั้งแรก.. เพราะตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เขาเริ่มได้ยินพนักงานหลายคนบ่นว่า วินมักเลือกปฏิบัติกับลูกค้า ชอบตัดสินคนจากภายนอก และบางครั้งยังพูดจาไม่เหมาะสมอีก
ทว่าทุกครั้งเมื่อเรียกมาสอบถาม วินก็มักอ้างว่าเป็นการรักษาภาพลักษณ์ของร้าน ตัวเถ้าแก่จึงทำได้แค่ตักเตือน เขาไม่คิดเลยว่าวันนี้จะเกิดเรื่องต่อหน้าลูกค้าอีกครั้ง..
“ ไปดูกันเถอะ ” ชายสูงวัยค่อยๆลุกจากเก้าอี้ เขาติดกระดุมสูทให้เรียบร้อย ก่อนเดินออกจากห้องทำงานด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ทุกย่างก้าวของเขาทำให้พนักงานที่เดินสวนต่างรีบหลบ ไม่นานเจ้าของร้านก็มาถึงตรงโถงทางเข้า เขามองภาพตรงหน้าช้าๆ สายตากวาดผ่านวิน ผ่านครอบครัวของไทม์ ผ่านลูกค้าหลายสิบคนที่กำลังยืนมุงดู ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุขุมแต่ทรงอำนาจ
“ เกิดอะไรขึ้น! ” เสียงของเถ้าแก่ดังเพียงประโยคเดียว แต่กลับทำให้พนักงานทั้งร้านยืนตัวตรงโดยไม่รู้ตัว
วินที่เมื่อครู่ยังทำท่าทางก้าวร้าว รีบหันกลับไปพร้อมสีหน้าแตกตื่น
“ เถ้าแก่ครับ! ” เขารีบพูดก่อนใครเพื่อน
“ ลูกค้ากลุ่มนี้ก่อความวุ่นวายครับ! ผมแค่ทำตามหน้าที่เพราะไม่อยากให้ร้านเสียหาย เลยจะขอให้พวกเขาออกไป แต่ลูกค้ากลับคิดฝืนเข้ามาเอง! ”
ไทม์ยืนฟังเงียบๆโดยไม่คิดแทรก เขารู้ดีว่าคนโกหกมักรีบพูดก่อนเสมอ และชายหนุ่มก็มั่นใจว่าเถ้าแก่ร้านระดับนี้ก็ย่อมมองออก
“ อืม.. ” เถ้าแก่พยักหน้าเพียงครั้งเดียว จากนั้นจึงหันไปมองไทม์
“ ต้องขออภัยคุณลูกค้าด้วยจริงๆครับ ไม่ควรเลยที่พวกท่านจะต้องพบเจอกับเรื่องแบบนี้ ” ทุกอย่างไม่ถูกต้องอย่างแน่นอน เพราะเถ้าแก่กลับหันไปยกมือไหว้ครอบครัวของไทม์ก่อนเสียอย่างนั้น นี่สิถึงจะเป็นคนทำร้านอาหาร ถ้าเขาไม่ได้มีนิสัยแบบนี้ มีหรือที่ร้านของเขาจะประสบความสำเร็จ!
“ ครอบครัวผมตั้งใจจะมารับประทานอาหารที่ร้านแห่งนี้ครับ แต่พนักงานคนนี้กลับไม่ยอมให้พวกเราเข้าร้าน ตั้งแต่ลานจอดรถจนถึงหน้าประตู ” ไทม์ยกมือไหว้คืนก่อนเริ่มอธิบาย
“ เขาบอกว่าพวกเราไม่เหมาะจะเป็นลูกค้า เพราะขับรถกระบะเก่าและแต่งตัวเหมือนชาวนา ”
“ รถกระบะเก่า? เหมือนชาวนา? แล้วชาวนามันผิดตรงไหนครับ ผมเองก็ลูกชาวนา พ่อแม่ผมก็ทำงานหนักเพื่อสนับสนุนให้ผมเปิดร้านแห่งนี้ได้! ” คำตอบนั้นของเถ้าแก่ทำเอาตัววินถึงกับหน้าซีด
“ มันโกหกครับเถ้าแก่! ผมแค่รักษามาตรฐานของร้าน! คนแบบนี้จะมากินร้านเราได้ยังไง! ” กลับเป็นวินที่รีบชี้หน้าไทม์ทันที ถ้าเขาไม่พูดตอนนี้ เกรงว่าเถ้าแก่จะฟังความจากอีกฝ่ายจนหมด
“ คนแบบนี้? นั่นหมายความว่ายังไง? ” ประโยคสุดท้ายทำให้เถ้าแก่ขมวดคิ้ว วินเหมือนจะไม่รู้ตัวว่าพูดเกินไปแล้ว เขาหันไปชี้ที่รถกระบะด้านนอก
“ ดูสิครับ! รถจะพังอยู่แล้ว! แต่งตัวก็เหมือนเพิ่งมาจากคอกนา! คนพวกนี้ยากจนยังไงทำไมผมจะไม่รู้!! ร้านเราขายอาหารราคาเป็นพันเป็นหมื่นต่อโต๊ะนะครับ! ลูกค้าส่วนใหญ่ขับเบนซ์ขับบีเอ็มกันทั้งนั้น คนแบบนี้เข้ามามันเสียภาพลักษณ์ร้านหมด! ”
“ ร้านเราไปมีภาพลักษณ์แบบนั้นตั้งแต่เมื่อไร!! แล้วนี่รู้อะไรมั้ย! รถรุ่นนั้นที่บ้านของฉันก็มีเหมือนกัน! มันเป็นรถยนต์คันแรกที่ฉันเคยซื้อ เพื่อจะได้ขนของมาเปิดร้านจนร่ำรวยแบบวันนี้! แกดูถูกลูกค้า ก็ไม่ต่างจากดูถูกฉันหรอกนะ! ” คำพูดนั้นทำเอาบรรยากาศทั้งร้านเงียบกริบ พนักงานหลายคนถึงกับเบิกตากว้าง บางคนรีบก้มหน้า เพราะไม่มีใครคิดว่าเถ้าแก่จะพูดเรื่องนี้
“ อันนี้ผมช่วยยืนยันได้ ตัวผมที่ทำร้านนี้กับเถ้าแก่มานาน ยังเคยขับรถกระบะคันนั้นเพื่อขนส่งเนื้อเข้าร้านอยู่เลย! ” ผู้จัดการเสริมอย่างคนที่อยู่มานาน เพราะเคยจนมาก่อน ตัวเขากับเถ้าแก่จึงคิดจะต้อนรับลูกค้าทุกประเภท ความหรูหราที่คนพูดกันมันก็แค่ค่านิยมในกลุ่มลูกค้า ราคาอาหารจริงๆไม่ได้แพงมาก สิ่งที่แพงคือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ซึ่งคนรวยชอบสั่งกัน! พอบิลออกมาก็เลยเหมือนร้านนี้เป็นร้านแพงประจำจังหวัดไป..
“ ฉันคิดว่าคุณไม่เหมาะสมกับการทำงานที่นี่แล้วนะ คุณวิน วันนี้คุณรับเงินค่าจ้างแล้วออกไปซะเถอะ ” เถ้าแก่ตัดสินใจในที่สุด หลายครั้งที่ผ่านมายังพอจะปล่อยผ่านได้ แต่มาครั้งนี้การดูถูกของเขามันแทบไม่ต่างจากการดูถูกเถ้าแก่เองเลย ความคิดแบบนั้นมันขัดแย้งกับทางร้านจนเกินไป หากยังมีคนแบบนี้อยู่ วันนึงฐานลูกค้าของร้านก็คงเปลี่ยนไปจนหมด!
“ ไม่ได้นะครับเถ้าแก่ ไม่ได้นะ! คนระดับผมยังไงก็ต้องทำงานในร้านหรูแบบนี้! ไม่ได้นะครับ! ” วินแทบจะเสียขวัญไปเลย ทุกวันนี้ที่เขายังโอ้อวดอยู่ได้ ก็เพราะเป็นพนักงานของร้านอาหารชื่อดัง ร้านที่เขาพูดเสมอว่าคนทั่วไปไม่อาจเข้ามาทานได้ มันต้องเป็นระดับเศรษฐีของจังหวัดเท่านั้น!
“ เชิญออกไปได้แล้วครับ ” ผู้จัดการสั่งลูกน้องที่เหลือให้ลากตัวเขาออกไป ส่วนเถ้าแก่เองก็ผายมือเชิญครอบครัวไทม์อย่างสุภาพ
“ ต้องขออภัยอีกครั้งสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นครับ ” เถ้าแก่ยิ้มอย่างจริงใจ
“ วันนี้ทั้งสามท่านถือเป็นแขกของร้าน เชิญที่ห้องรับรองพิเศษได้เลย ส่วนค่าอาหาร ทางร้านจะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด.. ” เขาเสนอกับสิ่งนี้ จนผู้เป็นพ่อต้องรีบโบกมือห้าม
“ โอ๊ย! ไม่ได้ดอกครับเถ้าแก่ พวกผมมากินข้าว ของซื้อของขายยังไงก็ต้องจ่ายเงิน ”
“ ใช่ค่ะ เรื่องเมื่อกี้ก็เป็นเรื่องของพนักงานคนเดียว จะให้ร้านรับผิดชอบทั้งหมดก็คงไม่ได้ พวกเราเข้าใจดี ” ผู้เป็นแม่รีบเสริม
เถ้าแก่ได้ฟังก็ยิ่งยิ้มกว้างกว่าเดิม คนที่ยอมปฏิเสธของฟรี ทุกวันนี้ช่างหาได้ยากเหลือเกิน
“ เถ้าแก่ครับ ผมขอรับน้ำใจของเถ้าแก่ไว้ก็พอ ส่วนค่าอาหาร ครอบครัวผมจ่ายได้สบายมาก ” ไทม์เองก็สุภาพด้วยขณะเดินตามอีกฝ่ายไป
“ แต่.. ”
“ ร้านอาหารที่ดี ไม่ใช่ร้านที่มีโต๊ะหรูหรือรถแพงเต็มลานจอด แต่มันคือร้านที่เจ้าของให้เกียรติลูกค้าทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน วันนี้ผมเห็นแล้วว่าร้านนี้เป็นแบบนั้นจริงๆ คงได้มาเป็นลูกค้าประจำแล้วครับ ” เขาพูดต่ออย่างชื่นชม
เถ้าแก่ได้แต่ยิ้ม คำชมแบบนี้มันมีค่าซะยิ่งกว่าทอง!
“ พ่อครับ แม่ครับ ” ไทม์หันไปมองพ่อกับแม่
“ ไหนๆวันนี้ก็ตั้งใจมาฉลองกันแล้ว งั้นเราฉลองให้เต็มที่เลยดีไหม ”
“ เอ็งจะสั่งอะไรก็สั่งเลยลูก! วันนี้พ่อไม่ห้าม! ” ผู้เป็นพ่อหัวเราะ
“ ฮ่าๆๆ! พ่อพูดแล้วนะครับ ” ไทม์อมยิ้มก่อนหันไปบอกเจ้าของร้านโดยตรง
“ โต๊ะของผมจัดเต็มทุกเมนูขึ้นชื่อได้เลย ส่วนค่าอาหารทั้งหมดของทุกคนในร้านนี้ ผมจ่ายให้เองครับ! ” ชายหนุ่มพูดจบก็ส่งบัตรเครดิตไปให้ เขาไม่ใช่คนที่ชอบพูดอะไรลอยๆอยู่แล้ว การบอกว่าจะจ่ายให้ ก็ย่อมแปลว่ารูดเงินไปก่อนได้เลย! ขาดเหลือยังไงก็ค่อยมาว่ากัน!
หลังจากตอนนี้จะปรับให้แต่ละตอนยาวขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับติดเหรียญแบบอ่านล่วงหน้านะครับ เปิดอ่านฟรีวันละตอนเหมือนเดิม
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับ