เพื่อนเก่าของพ่อไทม์
เพื่อนเก่าของพ่อไทม์
“ โต๊ะของผมจัดเต็มทุกเมนูขึ้นชื่อได้เลย ส่วนค่าอาหารทั้งหมดของทุกคนในร้านนี้ ผมจ่ายให้เองครับ! ” ชายหนุ่มพูดจบก็ส่งบัตรเครดิตไปให้ เขาไม่ใช่คนที่ชอบพูดอะไรลอยๆอยู่แล้ว การบอกว่าจะจ่ายให้ ก็ย่อมแปลว่ารูดเงินไปก่อนได้เลย! ขาดเหลือยังไงก็ค่อยมาว่ากัน!
บรรยากาศทั้งร้านเงียบลงไปชั่วขณะ ผู้จัดการรับบัตรเครดิตมาด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย
“ คะ.. คุณลูกค้าหมายถึง.. ทุกโต๊ะเลยเหรอครับ ” ความแตกตื่นเกิดขึ้นชัดเจน ลูกค้ากลุ่มนี้ดูไม่ใช่คนรวย แถมรถที่ขับมาก็ยังไม่ใช่รถหรูอีก..
“ ครับ ทุกโต๊ะเลย ” ไทม์พยักหน้าเบาๆ
“ วันนี้ถือเป็นวันดีของครอบครัวผม ผมอยากแบ่งความสุขให้คนอื่นด้วย ” คำตอบนั้นทำเอาผู้จัดการและเถ้าแก่ต้องหันมอง นี่พวกเขาเกือบจะมีเรื่องกับคนระดับนี้ไปแล้วเหรอ..
ขนาดเจ้าของร้านยังมีรถเก่าคันแรกที่เก็บไว้ แล้วคนอื่นล่ะ ทำไมจะทำแบบนั้นบ้างไม่ได้ รถที่พวกเขาขับมาก็อาจจะเป็นของแบบเดียวกัน! เศรษฐีที่ไม่ได้โอ้อวด!
“ ทุกโต๊ะเลยเหรอครับ.. มื้อเที่ยงในวันอาทิตย์แบบนี้ มูลค่าที่ต้องจ่ายมันคือเงินหลักหลายแสน.. ” เถ้าแก่เองก็ตกใจไม่แพ้กัน
“ ไม่เป็นไรครับ รูดไปก่อนซักห้าแสนก็ได้ ” ไทม์หัวเราะเบาๆ
“ เสียเงินให้ร้านนี้ผมยินดี เพราะถือว่าคู่ควรกับการอุดหนุน ”
“ เช่นนั้น.. ทางเราจะทำตามที่คุณลูกค้าต้องการครับ ” เถ้าแก่สบตาชายหนุ่มอยู่พักหนึ่งก่อนยกมือไหว้ ชายหนุ่มที่เห็นแบบนั้นก็ต้องรีบรับไหว้ผู้ใหญ่อย่างตกใจตาม
หลังจากนั้นไม่นาน อาหารจานแล้วจานเล่าก็ทยอยถูกยกขึ้นโต๊ะ กุ้งแม่น้ำเผาตัวโต ปลากะพงนึ่งมะนาว แกงส้มชะอมกุ้ง ปูผัดผงกะหรี่ เนื้อย่างเกรดพรีเมียม ต้มยำทะเลหม้อไฟ และของหวานอีกนับไม่ถ้วน
“ โอ้โห! พ่อเกิดมาห้าสิบกว่าปี เพิ่งเคยเห็นอาหารเต็มโต๊ะแบบนี้เป็นครั้งแรก! ฮ่าๆๆ ” ผู้เป็นพ่อหัวเราะไม่หยุด
“ อย่าสั่งเยอะนัก เดี๋ยวกินไม่หมด ” ผู้เป็นแม่เองก็ยิ้มจนแก้มปริ วันนี้เธอไม่คิดห้าม เพราะถือว่าเป็นงานฉลองปลดหนี้ที่ไม่ได้เกินตัว ลูกชายคนเก่งหาเงินได้มากแล้ว!
“ ไม่หมดก็ห่อกลับบ้านครับแม่ ”
“ ฮ่าๆๆ! ” ทั้งสามคนนั่งทานไปหัวเราะไป บรรยากาศที่ตึงเครียดเมื่อครู่ราวกับไม่เคยเกิดขึ้นเลย
ระหว่างนั้นเอง ชายวัยประมาณห้าสิบปลายๆซึ่งนั่งอยู่โต๊ะใกล้ๆก็ลุกขึ้น เขาสวมเสื้อเชิ้ตเรียบง่าย ในข้อมือมีนาฬิกาหรูสีทองสวมใส่เอาไว้ ส่วนในมือเองก็ถือกุญแจรถที่มีตราสัญลักษณ์ของปอร์เช่ที่จอดอยู่หน้าร้าน..
ชายคนนั้นเดินมาหยุดข้างโต๊ะของไทม์ สายตาเขาจ้องมองไปยังผู้เป็นพ่อแบบไม่วางตา..
“ ขออนุญาตนะครับ.. คุณใช่.. ประสิทธิ์หรือเปล่า ”
“ ครับ? ” ผู้เป็นพ่อเงยหน้าขึ้นอย่างงุนงง เขาเพ่งมองชายตรงหน้าอยู่พักใหญ่ ก่อนดวงตาจะค่อยๆเบิกกว้าง
“ เดี๋ยวนะ.. ไอ้.. ไอ้บุญส่ง!? ”
“ ฮ่าๆๆ! จำถูกคนจริงๆด้วย! ” ชายวัยกลางคนหัวเราะลั่น ผู้เป็นพ่อลุกขึ้นทันที
“ โอ้ย! ไอ้บุญส่งจริงๆ! ไม่เจอกันกี่ปีแล้ววะ ” ทั้งสองคนรีบเดินเข้ามาจับมือแน่น แน่นอนว่าคนที่ดีใจกว่าย่อมเป็นพ่อไทม์ไม่ใช่อีกฝ่าย..
“ จะสี่สิบปีได้แล้วมั้ง! ตั้งแต่เรียนจบ ม.ศ.3 ก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย ”
“ เออสิ! ” ทั้งสองหัวเราะเสียงดังเหมือนย้อนกลับไปเป็นวัยรุ่น
“ ตอนแรกฉันเห็นแกไกลๆที่หน้าร้าน ก็คิดอยู่ว่ารู้สึกคุ้นๆ แต่พอได้เห็นใกล้ๆเท่านั้นแหละ! ฮ่าๆๆ ”
“ ไอ้บุญส่ง นี่มึงไปทำอะไรมาวะเพื่อน ดูรวยขึ้นจนแทบจำไม่ได้เลย ” พ่อของไทม์เอ่ยชมกับเพื่อนเก่าคนนี้ ที่เมื่อก่อนยังเลี้ยงควายอยู่ด้วยกัน
“ คนเรามันก็ต้องพัฒนากันบ้าง ว่าแต่เอ็งเถอะ หลายปีมานี้หายหัวไปไหน กลุ่มเพื่อนเขามีไลน์รุ่นกันหมดแล้ว ขาดก็แค่เอ็งที่ไม่มีใครติดต่อได้เลยมาเป็นสิบๆปี! ”
“ กูก็ทำไร่ทำนาเหมือนเดิม ไม่ค่อยมีเวลาเล่นไลน์อะไรนั่นหรอก.. ”
“ นี่มึงยังทำนาอยู่อีกเหรอวะ เพื่อนรุ่นเราเขาเป็นระดับผู้จัดการ ไม่ก็เจ้าของธุรกิจกันหมดแล้วนะ ” อีกฝ่ายเริ่มแสดงสายตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ในตอนแรกคงคิดว่าเพื่อนเก่าคนนี้มีฐานะใช้ได้ ถึงกล้ามานั่งอยู่ในร้านหรูราคาแพงแบบนี้..
ผู้เป็นพ่อหัวเราะแห้งๆ ก่อนยกแก้วน้ำขึ้นจิบ
“ ก็นั่นแหละว่ะ.. ข้ามันไม่เก่งเหมือนเอ็งนี่นา ทั้งชีวิตก็ได้แต่จับจอบจับเสียม ลูกก็เพิ่งเรียนจบได้ไม่นาน ”
บุญส่งพยักหน้าช้าๆ รอยยิ้มเมื่อครู่ยังคงอยู่ แต่ในแววตากลับมีความรู้สึกบางอย่างเพิ่มเข้ามา ความรู้สึกที่คล้ายกับการดูถูกปนผิดหวัง..
“ เออ.. เมื่อก่อนมึงเรียนเก่งกว่ากูอีก ถ้ามึงได้เรียนต่อ ป่านนี้คงไปไกลกว่ากูแล้ว ” เขาพูดพร้อมตบบ่า
“ ชีวิตคนเราเลือกทุกอย่างไม่ได้หรอก บ้านกูยากจนกว่าพวกมึงเยอะ ไม่มีปัญญาจะได้ไปต่อมหาลัย ” ผู้เป็นพ่อเพียงยิ้ม
“ ตอนนั้นพ่อกูป่วย แม่ก็อยู่คนเดียว กูเลยต้องหยุดเรียนกลับมาทำนา ” คำตอบเรียบง่ายนั้นทำให้บุญส่งนิ่งไปพักใหญ่ เขายังจำได้.. สมัยเรียน ม.ศ.3 ประสิทธิ์คือคนที่ครูทั้งโรงเรียนคาดหวังมากที่สุด เรียนดี ขยัน ซื่อสัตย์ แต่สุดท้ายกลับไม่ได้เรียนต่อ
แตกต่างจากตัวเขาที่พ่อแม่ทำงานในเมือง แม้การเรียนจะสู้ไม่ได้ แต่เมื่อบ้านมีฐานะมากกว่า จึงมีโอกาสเรียนต่อและสร้างธุรกิจของตัวเองแบบวันนี้
“ เออ! จริงสิ! อีกสามวันจะมีงานเลี้ยงรุ่น ม.ศ.3 ครบรอบสี่สิบปีพอดีเลย พวกเพื่อนๆมากันเกือบหมด มีทั้งหมอ ผู้พิพากษา เจ้าของโรงงาน นักธุรกิจ ข้าราชการใหญ่ ทุกคนถามถึงเอ็งกันตลอดเลยนะ! ” ผู้เป็นพ่อชะงักไปเล็กน้อย
“ กู. กูไม่รู้จะไปทำไมว่ะ ” เขาตอบอย่างรู้ตัวดี เพื่อนเหล่านั้นคงไม่เหมือนเดิมแล้ว หัวโขนและฐานะที่สวมใส่ ย่อมไม่อาจมองเขาแบบเท่าเทียมกันได้อีก
“ เพื่อนเขาไปไกลกันหมดแล้ว ส่วนกูยังเป็นชาวนาอยู่เลย ”
“ เฮ้ย! อย่าพูดแบบนั้น ” บุญส่งรีบส่ายหน้า
“ เขาไม่ได้นัดกันมาอวดตำแหน่ง เขานัดกันมาเพราะคิดถึงเพื่อน ผ่านไปสี่สิบปีแล้วนะประสิทธิ์ จะให้เหลือกี่ครั้งที่เพื่อนทั้งห้องจะได้มานั่งหัวเราะด้วยกันเหมือนวันวาน ” คำพูดนั้นทำให้ผู้เป็นพ่อนิ่งเงียบ
ไทม์เองก็หันมองพ่อ เขาเห็นแววตาที่ไม่เคยเห็นมาก่อน มันคือความลังเลของคนที่รู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่าเพื่อนๆทุกคน ทั้งที่ความจริงแล้ว คนตรงหน้าคือพ่อที่เขาภูมิใจที่สุด
“ ไปเถอะครับพ่อ ครั้งนี้ไม่ใช่พ่อที่ต้องอายใคร ” ไทม์จึงเอื้อมมือไปแตะไหล่พ่อเบาๆ
“ คนที่ยอมเสียอนาคตของตัวเองเพื่อให้ลูกมีอนาคต สำหรับผม.. คนแบบนี้น่าอวดที่สุดแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดว่าความเสียสละของพ่อได้เกิดผล ความสำเร็จของผมคือผลตอบแทนในการลงทุนของพ่อทั้งหมด! ” ผู้เป็นแม่ถึงกับเม้มริมฝีปากแน่น ลูกชายของเธอพูดถูกแล้ว สามีของเธอแม้ไม่ร่ำรวยแต่ก็ยอมทำทุกอย่างเพื่อครอบครัวจริงๆ
“ ไม่ต้องคิดมากไปเพื่อน งานนี้พาครอบครัวไปด้วยได้นะ ทุกคนเขาก็พาครอบครัวมาร่วมงานกัน นี่ถือเป็นงานใหญ่ที่รุ่นลูกจะได้ทำความรู้จัก เส้นสายคอนเนคชั่นของรุ่นเรา มันก็ต้องส่งต่อให้รุ่นลูกสิวะ ฮ่าๆๆ ” บุญส่งหัวเราะชอบใจ
“ ดีเลยนะ ว่าแต่จัดงานกันที่ไหน.. ” พ่อของไทม์เริ่มจะสนใจแล้ว
“ พัทยา คนรุ่นเราส่วนใหญ่ก็อยู่กรุงเทพกัน จัดงานทั้งทีเลยเลือกไปริมทะเล ” คำตอบนั้นยิ่งทำให้ครอบครัวไทม์สนใจ เพราะพวกเขาเองก็มีแผนจะไปทะเลกันอยู่แล้ว..
ผู้เป็นพ่อเงียบไปพักใหญ่ เขาหมุนแก้วน้ำในมือเบาๆ ราวกับกำลังชั่งใจเรื่องสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งในชีวิต
“ พัทยาเหรอ.. ทะเลสินะ ” เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนหน้านี้ก็เพิ่งวางแผนจะไปกัน เพราะงั้นการไปที่นั่นก็ถือว่าไม่เสียเที่ยว..
“ คือ.. ” เขาก้มลงมองเสื้อเชิ้ตเก่าที่ผ่านการซักมานับไม่ถ้วน ก่อนเหลือบมองรถกระบะสีบรอนซ์คันเก่า รถที่เพิ่งถูกคนดูถูกมาก่อนหน้านี้
“ กูว่ากูไม่ไปดีกว่า.. ”
“ ทำไมล่ะ? ” รอยยิ้มบนใบหน้าบุญส่งค่อยๆจางลง
ผู้เป็นพ่อหัวเราะเบาๆ แต่เสียงหัวเราะนั้นกลับฟังดูเศร้ากว่าที่เคย
“ เพื่อนเขาเป็นหมอ เป็นผู้พิพากษา เป็นเจ้าของธุรกิจ ไม่ก็ข้าราชการใหญ่ ”
“ ถ้ากูไป ลูกเมียกูก็ต้องถูกคนมองเหมือนวันนี้อีก ไอ้ตัวกูน่ะไม่เป็นไรหรอก แต่กูไม่อยากให้เมียกับลูกต้องเสียหน้า.. ” คำพูดนั้นทำให้ผู้เป็นแม่ถึงกับนิ่งไป สามีของเธอไม่เคยคิดถึงหน้าตาตัวเองเลย ทั้งชีวิตคิดแต่เรื่องคนอื่น แม้กระทั่งวันนี้ก็ยังห่วงว่าลูกกับเมียจะอับอายเพราะตัวเขา..
“ พ่อผมจะไปแน่นอนครับคุณลุง ผมรับประกันว่าเราจะไปกันทั้งบ้าน ” ไทม์ช่วยรับปากแทน เขาเองก็ไม่คิดจะให้พ่อต้องทนอยู่กับความรู้สึกนี้ อย่างน้อยๆวันนี้เขาก็มีดีจะสนับสนุน!
“ ฮ่าๆๆ มันต้องได้แบบนี้สิหลานชาย แล้วเจอกันในอีกสามวันนะ ” อีกฝ่ายกล่าวก่อนเดินจากไป
“ โชคดีจริงๆที่วันนี้ได้กินฟรี ไม่รู้เสี่ยใจป๋าคนไหนเขาเลี้ยงทั้งร้าน ฮ่าๆๆ ” บุญส่งหัวเราะโดยไม่คิดเลยว่าคนจ่ายเงินจะเป็นครอบครัวนี้
“ พ่อครับ..” เมื่อเหลือแค่พวกเขา ตัวไทม์ก็เลยพูดขึ้นกับสิ่งที่อยู่ในใจ
“ พ่อจำที่เคยพูดได้มั้ย รถมันก็เหมือนคน ถ้ายังทำงานไหวก็อย่าเพิ่งทิ้งมัน ” ผู้เป็นพ่อชะงัก
“ ตอนนี้ผมเองก็อยากให้พ่อคิดครับ คนเรามันก็เหมือนรถนี่แหละ คุณค่าไม่ได้อยู่ที่ใหม่หรือเก่า แต่อยู่ที่ชีวิตนี้จะพาตนเองไปได้จนถึงจุดไหน วันนี้บ้านเราได้ก้าวข้ามไปถึงอีกจุดนึงแล้ว และเราก็สามารถเปิดรับฐานะใหม่ได้ ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับสิ่งเก่าๆ เพื่อนพ่อที่เคยเลี้ยงวัวเลี้ยงควายมาด้วยกัน มาตอนนี้ยังกล้าขับรถคันละเป็นสิบล้านได้เลย ” ไทม์ยิ้มกับคำพูดที่ช่วยให้พ่อของตนมีความมั่นใจ
“ ไปซื้อรถใหม่ เสื้อผ้าใหม่ แล้วก็เตรียมตัวสำหรับการท่องเที่ยวของบ้านเรากันเถอะครับ! ”
“ แม่เอาด้วย! ซื้อของใหม่กันบ้างเถอะพ่อ ฐานะของบ้านเราก็เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ! ” ผู้เป็นแม่สนับสนุนอย่างมองออก ลูกชายต้องการจะให้พ่อของเขาพบเจอหน้าเพื่อนได้อย่างมั่นใจ!
“ .. ”
“ เอาก็เอา! เตรียมตัวไปเที่ยวทะเลกัน พ่อเองก็อยากขับรถใหม่! ” เขาที่นิ่งเงียบอยู่นานยอมรับในที่สุด
“ งั้นก็ยอดเยี่ยมไปเลยครับ เอาแบบนี้ดีกว่า พรุ่งนี้พ่อกับแม่ก็บินไปกรุงเทพกับผม หลังจากนั้นเราค่อยไปซื้อรถซักคันแล้วขับไปพัทยาตามนัด! ” ไทม์เสนอโดยมีทั้งสองที่พยักหน้า
“ ฮ่าๆๆ! ชีวิตนี้พ่อยังไม่เคยนั่งเครื่องบินเลยนะเว้ย! ”
“ งั้นก็ถือว่าเปิดประสบการณ์พร้อมกันทีเดียวเลยครับ ทั้งขึ้นเครื่อง ทั้งซื้อรถใหม่ ทั้งไปทะเล ” เสียงหัวเราะของทั้งครอบครัวดังขึ้นอีกครั้ง
. . .
ช่วงเย็นวันนั้น รถกระบะคันเก่าค่อยๆแล่นกลับเข้าสู่หมู่บ้านเล็กๆในต่างอำเภอ แสงอาทิตย์ยามเย็นทอดยาวเหนือทุ่งนา กลิ่นดินหลังฝนตกยังคงลอยอวลเหมือนทุกวัน แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมก็คือสายตาของผู้คนทั้งหมู่บ้าน
ตั้งแต่รถยังไม่ทันเลี้ยวเข้าซอย เด็กๆหลายคนก็วิ่งตามหลังรถพร้อมส่งเสียง..
“ มาแล้ว! บ้านลุงประสิทธิ์กลับมาแล้ว! ”
“ รีบไปบอกแม่เร็ว! ”
“ เขาว่าบ้านนี้รวยแล้ว! ” ภายในเวลาไม่ถึงห้านาที หน้าบ้านของไทม์ก็เต็มไปด้วยชาวบ้านเกือบยี่สิบคน!
“ โอ๊ย.. อะไรกันเนี่ย ” ผู้เป็นพ่อถึงกับงง ไทม์เองก็ขมวดคิ้ว
“ เกิดอะไรขึ้น.. ”
ยังไม่ทันได้ลงจากรถ หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามา
“ ประสิทธิ์! จริงหรือเปล่า! ได้เงินมาสี่ล้านจริงเหรอ! ”
“ ได้ข่าวว่าเอาเงินไปใช้หนี้ธนาคารทีเดียวหมดเลย! ”
“ เขาว่าลูกชายเอาเงินสดไปจ่ายให้ใช่ไหม! ”
“ ทำงานอะไรถึงได้เงินเยอะขนาดนี้! พาลูกชายป้าไปทำงานด้วยสิ! ” เสียงถามดังระงมไปหมด ดูเหมือนข่าวที่บ้านของไทม์มีเงินจะดังไปทั่วหมู่บ้านแล้ว!!