LNCrawler

ลือไกลไปทั้งหมู่บ้าน

ข้ามมิติสู่ยุคอดีต ขนสมบัติไปมาเพื่อเป็นมหาเศรษฐี — novel.dek d.com · All chapters

ลือไกลไปทั้งหมู่บ้าน

“ ทำงานอะไรถึงได้เงินเยอะขนาดนี้! พาลูกชายป้าไปทำงานด้วยสิ! ” เสียงถามดังระงมไปหมด ดูเหมือนข่าวที่บ้านของไทม์มีเงินจะดังไปทั่วหมู่บ้านแล้ว!!

“ เอ็งถูกหวยหรือเปล่า! ได้เลขมาจากไหนวะ ” ผู้เป็นพ่อยังไม่ทันได้ตอบ ชายแก่คนหนึ่งก็รีบแทรกขึ้น

“ หรือขายที่ดิน! หรือไปขุดสมบัติได้! ” 

ไทม์ได้แต่ถอนหายใจ ข่าวพวกนี้เดินเร็วเสียยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง ไม่นานก็คงลือกันไปทั้งอำเภอ.. จากใช้หนี้เป็นถูกหวย จากถูกหวยเป็นรางวัลที่หนึ่ง จากรางวัลที่หนึ่งเป็นขุดพบเจอสมบัติในที่นา!

“ ใครเป็นคนพูดเรื่องนี้ ” พ่อของไทม์พูดถามอย่างแปลกใจ นี่พวกเขาเพิ่งกลับมาจากตัวเมืองแท้ๆ แต่ข่าวทั้งหมดดันมาถึงหมู่บ้านได้เร็วกว่า

“ ก็ไอ้วินน่ะสิ! มันกลับมาจากตัวจังหวัดตั้งแต่บ่าย! แถมเดินเล่าไปทั่วทั้งหมู่บ้าน! ” เสียงของชายอีกคนก็ดังขึ้นจากท้ายกลุ่ม

“ มันบอกว่าพวกเอ็งเอาเงินสี่ล้านไปใช้หนี้ในครั้งเดียว! แถมยังไปกินข้าวเที่ยงในร้านหรูที่มันทำงานอยู่ ราคาต่อมื้อก็หลายพัน! ตอนนี้คนทั้งหมู่บ้านรู้กันหมดแล้ว! ”

“ โอ๊ย.. ปากคนนี่มันจริงๆ ” ผู้เป็นแม่ถึงกับกุมขมับ

“ ก็สมกับเป็นมันล่ะนะครับ ” ไทม์หัวเราะเบาๆ ดูเหมือนการถูกไล่ออกจากงานจะสร้างความคับแค้น ตัวมันก็เลยไม่วายจะมาสร้างปัญหาให้คนอื่นต่อ!

แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้น เพราะขณะที่ชาวบ้านกำลังรุมถามไม่หยุด รถกระบะกับรถเก๋งอีกสามคันก็เลี้ยวเข้ามาจอดหน้าบ้าน

เอี๊ยดดด! ประตูรถเปิดออกแทบจะพร้อมกัน ผู้เป็นพ่อถึงกับสีหน้าเปลี่ยนทันที

“ เวรแล้ว.. ”

“ ใครครับพ่อ ” ไทม์หันไปมอง

“ พี่น้องพ่อ.. ลุงๆป้าๆของลูกไง! ” ผู้เป็นพ่อถอนหายใจยาว

“ ตัวปัญหาทั้งนั้น ดูพวกมันสิ ขับรถป้ายแดงกันมาเชียว แต่ละคนเพิ่งใช้เงินมรดกไปจนหมด! ” แม่ของไทม์พูดเสริม กับลูกบ้านนี้ที่งานศพพ่อไม่คิดจะสนใจ ขอเพียงได้เงินก็พร้อมจะหายตัวทันที รถใหม่พวกนั้นก็เอาเงินที่ได้ไปดาวน์มา!

“ โอ้โห! ประสิทธิ์! รวยแล้วไม่คิดจะบอกพี่ชายคนนี้เลยเหรอ! ” ชายอ้วนวัยหกสิบกว่าคนแรกพูดขึ้น เขาเดินลงมาจากรถกระบะพร้อมพุงที่ยื่นนำหน้า ลุงใหญ่.. พี่ชายคนโตของพ่อ คนที่เวลามีเรื่องเงินเมื่อไร ก็มักจะโผล่หน้ามาเป็นคนแรกอยู่เสมอ!

อีกฝ่ายเขาเดินเข้ามากอดคอน้องชายทันที ท่าทางราวกับสนิทกันมาตลอดชีวิต ทั้งที่ในความเป็นจริง ตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา เขาแทบไม่เคยแวะมาหาเลยสักครั้ง! 

พี่น้องเยอะขนาดนี้ แต่พ่อของไทม์กลับต้องหยุดเรียนเพียงคนเดียว เพื่อจะได้มาดูแลพ่อแม่ พี่น้องที่เหลือต่างหายหัวกันไปหมดตั้งแต่วัยรุ่น!

ยังไม่ทันได้พูดอะไร หญิงวัยหกสิบอีกคนก็รีบลงจากรถมา

“ น้องประสิทธิ์! พี่รองเองนะ! ” เธอรีบคว้ามือผู้เป็นน้องสะใภ้

“ ดีใจด้วยจริงๆ บ้านเรามีเศรษฐีแล้ว! ” ก่อนที่ผู้เป็นแม่จะทันตอบ หญิงอีกคนก็เดินลงมาจากรถอีกคัน!

“ โอ๊ย! หลานไทม์! จำป้าสามได้ไหมลูก! ” ป้าคนที่สาม คนที่เมื่อก่อนเวลาเจอกันมักพูดเสมอว่า ลูกชาวนาอย่างเอ็งจะเรียนไปทำไม แต่มาวันนี้.. รอยยิ้มของเธอกลับกว้างเสียจนแทบฉีกถึงใบหู

ไทม์เพียงมองภาพตรงหน้าเงียบๆ ผู้เป็นพ่อเองก็เริ่มทำหน้าไม่ถูก เขารู้จักพี่น้องของตัวเองดีที่สุด คนพวกนี้ไม่มีทางมาหาด้วยความคิดถึง และก็คงเป็นจริงอย่างที่คิดไว้..

“ คือ.. พี่มีเรื่องจะคุยด้วยนิดหน่อย ” ลุงใหญ่กระแอมเบาๆ ก่อนหันไปแหกปากตะโกนไล่ชาวบ้านโดยรอบ

“ พวกมึงมามุงดูอะไรกันวะ น้องชายกูรวยแล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกมึง! ไสหัวไปให้หมด บ้านนี้เขามีพี่น้องนะโว้ย! น้องชายกูกูดูแลเองได้! ไป!! ออกไปให้หมด!! ” เขาแหกปากจนชาวบ้านต้องถอยหนี

“ น้องสิทธิ์.. ช่วงนี้ลูกชายพี่กำลังจะเปิดอู่ซ่อมรถ ขาดทุนอีกแค่ล้านเดียวเอง ถ้าน้องประสิทธิ์ช่วย.. ” ยังไม่ทันพูดจบ พี่สาวคนรองก็รีบแทรกทันที

“ โอ๊ย! เรื่องนั้นไว้ก่อน! ของพี่หนักกว่า! ”

“ หลานคนเล็กของแกจะเข้ามหาลัย ต้องใช้เงินหลายแสน! คนหาเช้ากินค่ำแบบฉันจะหาเงินจากที่ไหน! ประสิทธิ์ ลูกฉันก็เหมือนลูกแก ช่วยเหลือกันหน่อยเถอะ! ”

“ หลายแสนบ้าบออะไร ให้ลูกเรียนมอรัฐซะสิ จะส่งไปเอกชนเพื่อถ้าไม่มีเงิน! ” ไทม์บ่นเบาๆอย่างรู้ดี ค่าเทอมขนาดนั้น เรียนนานาชาติเหรอ!

“ ของฉันก็เดือดร้อนนะ! ” ป้าคนที่สามก็ไม่ยอมแพ้

“ บ้านฉันในตัวเมืองกำลังจะถูกยึด! ไทม์ที่เป็นหลานแท้ๆจะไม่ช่วยป้าหน่อยเหรอ! หาเงินให้พ่อแม่ได้ตั้งเยอะ เงินเดือนคงสูงมากเลยใช่มั้ย! ” ต่างคนต่างพูดแบบไม่มีใครยอมใคร ราวกับกำลังแย่งกันเบิกเงินจากธนาคาร!

ผู้เป็นพ่อยืนนิ่ง ผู้เป็นแม่สีหน้าเริ่มไม่พอใจ..

“ นั่นสิๆ ว่าแต่น้องประสิทธิ์ นี่เอ็งไปเอาเงินมาจากไหนตั้งเยอะแยะ เงินเดือนของไอ้ไทม์เหรอ หรือว่าถูกหวย? ไม่ใช่ว่าขุดเจอสมบัติในที่นาหรอกนะ เพราะถ้าเป็นแบบนั้น พวกพี่ที่เป็นพี่น้องก็ต้องมีสิทธิ์ได้รับด้วย! ” ลุงใหญ่ของเขาพูดออกมาได้แบบไม่อายฟ้าดิน ที่นาตรงนั้นผู้เป็นพ่อยกให้ลูกชายคนเล็กตั้งสิบกว่าปีมาแล้ว แถมทุกคนก็ต่างได้ที่นาเป็นของตัวเอง จะมาบอกว่ามีสิทธิ์เท่ากันได้ยังไง!

“ ไม่ใช่ถูกหวย แล้วก็ไม่ใช่เพราะเจอสมบัติอะไรทั้งนั้นแหละ มันก็แค่ลูกชายฉันหาเงินมาได้! ” เขาตอบอย่างไม่คิดจะพูดด้วยนาน คนพวกนี้ยิ่งคุยนานก็ยิ่งเสียเวลา

“ ไทม์มันหาเงินได้! สี่ล้านเงินสดเนี่ยนะ! มันไปค้ายามาเหรอ! ” ป้ารองพูดเสียงเบาในประโยคหลัง ใครจะไปเชื่อได้กันล่ะ ว่าเด็กหนุ่มอายุเท่าไทม์จะมีเงินมากมายขนาดนี้..

“ พอดีผมเพิ่งย้ายงานไปทำกับบริษัทต่างชาติน่ะครับ รายได้ก็เลยมากขึ้น เงินที่ได้มาก็คือสวัสดิการของทางบริษัท ที่พนักงานประจำแบบผมจะสามารถกู้เงินได้แบบไร้ดอกเบี้ย พอได้เงินมาก็เลยคิดจะปิดหนี้ให้พ่อแม่ก่อน หลังจากนั้นก็ค่อยทำงานจ่ายคืนให้กับบริษัท.. ” ไทม์พูดมั่วออกมาเลย เขาต้องพยายามทำยังไงก็ได้ให้ตนเองเป็นหนี้ ไม่อย่างนั้นคนพวกนี้คงคิดจะยืมเงินเขา!

ทั้งลานหน้าบ้านเงียบลงไปครู่หนึ่ง ทุกสายตาหันมองไทม์แทบจะพร้อมกัน

“ กู้จากบริษัท? ”

“ ไร้ดอกเบี้ย? ”

“ มีแบบนั้นด้วยเหรอ? ” สามพี่น้องหันมองหน้ากันไปมา แม้จะไม่ค่อยเชื่อ แต่ก็ไม่มีใครรู้เรื่องบริษัทต่างชาติอยู่แล้ว

“ ใช่ครับ แต่บริษัทเขามีกฎชัดเจน เงินก้อนนี้ถือเป็นหนี้ของผม ถ้าลาออกก่อนก็ต้องใช้คืนทั้งหมดในทันที แถมยังต้องเสียดอกเบี้ยมหาศาล ” ไทม์พยักหน้าต่ออย่างใจเย็น

“ ตอนนี้ผมเป็นหนี้บริษัทอยู่สี่ล้านบาทเต็มๆครับ ”

ผู้เป็นแม่เกือบหลุดหัวเราะจนต้องรีบเม้มปากแน่นอย่างรู้งาน ลูกชายของเธอพูดได้หน้าตายเสียจนทั้งบ้านเกือบเชื่อไปด้วย โชคดีที่รู้ความจริงมาก่อน..

“ อ้าว.. ” ลุงใหญ่ชะงัก เมื่อครู่ที่คิดว่าจะมายืมเงิน จู่ๆกลับกลายเป็นว่าเจ้าของเงินดันเป็นหนี้เสียเอง..

แต่คนหน้าด้านก็คือคนหน้าด้าน เพียงอึดใจเดียวลุงใหญ่ก็ยิ้มกว้างขึ้นมาอีกครั้ง

“ เป็นหนี้ก็ไม่เป็นไรนี่! ยังไงเงินก็อยู่กับเอ็งใช่ไหมล่ะ! งั้นแบ่งมาให้ลุงยืมก่อนซักหน่อย เดี๋ยวพออู่รถเปิดแล้ว ลุงจะค่อยๆคืนให้! ” คำพูดนั้นไม่มีวันเป็นจริง คืนเงินงั้นเหรอ.. ชาติหน้าตอนบ่ายๆอาจจะได้ซักสิบบาท!

ไทม์ถึงกับนิ่งไปสองวินาที คนแบบนี้ก็มีด้วย?

“ ใช่ๆ! ของป้าก็เอาแค่สามแสนพอ! ” ยังไม่ทันได้ตอบ ป้ารองก็รีบแทรกขึ้นบ้าง

“ ยังไงบริษัทเขาก็ไม่คิดดอกเบี้ยอยู่แล้ว เอ็งจะให้พวกป้ายืมต่อก็ไม่ได้เสียหายอะไร! ไปกู้เพิ่มอีกซักล้านสิ! ” 

“ พวกเราเป็นญาติกัน เพราะงั้นไว้ใจได้อยู่แล้ว ฮ่าๆๆ! ”

“ หลานช่วยป้าก่อน เดี๋ยวป้าคืนแน่นอน ” ป้าสามเอาด้วยกับเรื่องนี้

“ ป้าสาบาน! ได้คืนแน่นอน! ” ไทม์มองทั้งสามคนสลับกันไปมา สาบานให้ตายฟรีน่ะสิ!

วินาทีนั้นเขาเพิ่งเข้าใจประโยคนึงอย่างชัดเจน.. ความเกรงใจเป็นสิ่งที่บางคนไม่มีติดตัวมาตั้งแต่เกิด..

“ ลุงครับ ” ไทม์ยิ้มสุภาพ

“ ถ้าลุงไปกู้ธนาคาร แล้วเพื่อนลุงมาขอยืมเงินที่เพิ่งกู้มา ลุงจะให้ไหมครับ ”
 
“ มันจะเหมือนกันได้ยังไง! นั่นมันเงินกู้! ” ลุงใหญ่ตอบทันที

“ ใช่ครับ ”  ไทม์พยักหน้า

“ ของผมก็เงินกู้เหมือนกัน ”

“ .. ”

“ ถ้าผมเอาเงินกู้ไปให้คนอื่นยืม แล้ววันนึงเกิดเขาไม่คืนขึ้นมา คนที่ต้องรับผิดชอบก็คือผม ”

“ บริษัทไม่ได้มาทวงกับลุงหรือป้า แต่เขาจะมาทวงกับผมคนเดียว ” ทั้งสามคนเริ่มนิ่งแต่ก็ยังไม่ยอมแพ้

“ งั้นเอาแบบนี้! พวกลุงไม่ยืมหรอก! ”  ลุงใหญ่ทำหน้าเหมือนคิดอะไรได้

“ เอ็งให้ฟรีเลยก็แล้วกัน! ฮ่าๆๆ ”

“ ยังไงเอ็งก็เงินเดือนเยอะอยู่แล้ว! ช่วยพี่ช่วยน้องคนละนิดหน่อย จะได้ไม่มีใครยากจนอีก! ลืมตาอ้าปากกันได้แบบยกตระกูล! ”

“ คนละนิดของพี่คือเงินเป็นล้านเนี่ยนะ! ตอนบ้านฉันเป็นหนี้สี่ล้าน ไม่เห็นมีใครมาช่วยกันคนละนิดเลย! ” ในที่สุดผู้เป็นแม่ที่อดทนมานานก็ทนไม่ไหว เสียงของเธอดังขึ้นจนทั้งสามตกใจ

“ ตอนเจ้าหนี้มายืนด่าหน้าบ้าน พวกพี่อยู่ไหนกันหมด! ”

“ ตอนลูกชายฉันต้องทำงานแทบไม่ได้นอน พวกพี่อยู่ไหน! ”

“ ตอนบ้านฉันไม่มีเงินซื้อปุ๋ย พวกพี่เคยถามสักคำมั้ยว่ามีข้าวกินหรือเปล่า! ” คำถามสามข้อนี้กลับไม่มีใครตอบได้

“ ก็.. ตอนนั้นพี่ก็ลำบาก.. ” ลุงใหญ่กระแอมเบาๆ

“ ลำบาก? ” ผู้เป็นแม่หัวเราะ

“ ลำบากจนซื้อรถป้ายแดงได้เนี่ยนะ! ดูสภาพรถบ้านฉันสิ! คนขับรถป้ายแดงสามคนไม่อายเหรอ ที่จะมาเอาเงินจากพวกเรา! ” คำพูดนั้นทำให้สายตาของชาวบ้านที่ยืนมองอยู่ไกลๆ หันกลับไปยังรถคันใหม่เอี่ยมที่จอดอยู่

บรรยากาศเริ่มอึดอัดขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ทุกคนกำลังหาคำพูดแก้ตัว เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากท้ายกลุ่มชาวบ้าน

“ เออ.. ก็จริงนะ ” ชายชราคนหนึ่งพูดออกมา เขาเป็นผู้เฒ่าที่อยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้

“ ตอนประสิทธิ์ลำบากข้ายังจำได้ มันแบกข้าวสารขึ้นรถไปขายเอง เมียมันก็ไปรับจ้างถอนหญ้า ลูกชายมันก็เรียนไปทำงานไป พวกเอ็งสามคนไม่เคยโผล่หน้ามาสักครั้ง! ” ทั้งสามคนหน้าชาไปทันที

“ เวลาจนไม่มีใครนับญาติ แต่พอรวยขึ้นมา.. ญาติกลับเต็มบ้านจนแทบจำหน้าไม่ได้ ฮ่าๆๆ ” ผู้เฒ่าส่ายหน้า

“ ข้าเห็นมานาน มันก็เป็นแบบนี้ทุกยุคทุกสมัยจริงๆ.. ” คำพูดนั้นทำให้ชาวบ้านหลายคนพยักหน้าเห็นด้วย บางคนที่เมื่อครู่ยังคิดจะมายืมเงินก็เริ่มรู้สึกละอาย ส่วนลุงใหญ่ ป้ารอง และป้าสาม.. แม้จะถูกคนทั้งหมู่บ้านมองด้วยสายตาแปลกๆ แต่แววตาของทั้งสามกลับยังไม่ยอมเลิกรา

พวกเขาสบตากันเงียบๆ ราวกับกำลังคิดแผนใหม่อยู่ในใจ..

“ ไม่ต้องคิดยืมผมหรอกครับ เงินทั้งหมดใช้หนี้ให้ธนาคารไปแล้ว เงินที่เหลือก็แค่นิดหน่อย พอให้บ้านเราทำนาครั้งถัดไปได้ จะให้ดีผมว่าลุงๆป้าๆมาช่วยผมใช้หนี้ดีกว่า เงินตั้งสี่ล้าน ไม่รู้ว่าต้องทำงานอีกกี่ปีถึงจะใช้หนี้ได้หมด! ” ไทม์เก่งพอจะพลิกเกมกลับมาได้ ใครบอกกันล่ะว่ามีแค่อีกฝ่ายที่ยืมเงินเป็น ตัวเขาก็พูดยืมเงินได้ คนรุ่นหลานขอความช่วยเหลือ ดูยังไงมันก็น่าฟังกว่าคนหัวหงอกมายืมเงินเด็ก!!

คำพูดของไทม์ทำเอาทั้งสามคนชะงัก

“ ใช่ครับลุง ถ้าช่วยกันคนละล้าน สองล้าน ผมก็คงใช้หนี้หมดเร็วขึ้นเยอะเลย ”

“ ยังไงก็ญาติกันนี่ครับ ” ไทม์ยิ้มกว้าง สีหน้าของลุงใหญ่แข็งค้างทันที เมื่อครู่เขายังพูดเรื่องช่วยเหลือกันในหมู่พี่น้องอยู่เลย แต่พอถึงคราวต้องควักเงินของตัวเองออกมาบ้าง ทั้งสามคนกลับนิ่งเงียบเป็นเป่าสากไปซะได้!

“ เอ่อ.. ช่วงนี้ลุงก็ไม่ค่อยมีเงินเหมือนกันนะ ”

“ อ้าว แล้วเมื่อกี้ยังบอกว่าลูกชายลุงกำลังจะเปิดอู่ ขาดอีกแค่ล้านเดียวเองไม่ใช่เหรอครับ แปลว่าลุงต้องมีเงินเก็บเยอะอยู่แล้วสิ ” เขายิ้มให้ก่อนอีกฝ่ายจะขอตัวกลับ!

“ วันนี้ลุงรีบมาก ยังไงก็ขอกลับบ้านก่อนนะ ไว้เจอกันวันหลังแล้วค่อยพูดคุยกันใหม่ ฮ่าๆๆ ” เขาหัวเราะกลบเกลื่อนแล้ววิ่งขึ้นรถไปในทันที เช่นเดียวกับป้าทั้งสองที่ตามหลังไปติดๆ อาจเพราะกลัวว่าถ้าอยู่ต่อจะถูกยืมเงินเช่นกัน!