ป้าสอนให้เอง
ป้าสอนให้เอง
“ วันนี้ลุงรีบมาก ยังไงก็ขอกลับบ้านก่อนนะ ไว้เจอกันวันหลังแล้วค่อยพูดคุยกันใหม่ ฮ่าๆๆ ” เขาหัวเราะกลบเกลื่อนแล้ววิ่งขึ้นรถไปในทันที เช่นเดียวกับป้าทั้งสองที่ตามหลังไปติดๆ อาจเพราะกลัวว่าถ้าอยู่ต่อจะถูกยืมเงินเช่นกัน!
คืนนั้นทั้งครอบครัวรีบจัดกระเป๋า เสื้อผ้าชุดใหม่ เอกสารต่างๆ รวมถึงของใช้จำเป็นสำหรับการเดินทาง เป้าหมายต่อไปคือกรุงเทพมหานครและพัทยา! งานเลี้ยงรุ่นของพ่อกำลังรออยู่!
เช้าวันใหม่มาถึงอย่างแสนสงบ ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดีนัก บ้านทั้งหลังก็ถูกปิดเรียบร้อยแล้ว หน้าต่างถูกล็อก ประตูถูกปิดเป็นอย่างดี ไฟทุกดวงดับหมด พ่อแม่ของไทม์เดินตรวจเช็คทุกอย่างอยู่หลายรอบ..
“ ไปกันเถอะครับ ” ไทม์ยกกระเป๋าใบสุดท้ายขึ้นรถ
“ พ่อยังไม่อยากเชื่อเลยนะ ว่าชาตินี้จะได้นั่งเครื่องบิน ” ผู้เป็นพ่อหัวเราะ
“ ฉันก็เหมือนกัน ” ผู้เป็นแม่ยิ้มไม่หุบ ทั้งชีวิตของพวกเขาเดินทางด้วยรถทัวร์ รถสองแถว และรถกระบะมาตลอด เครื่องบินถือเป็นสิ่งที่เคยเห็นแต่ในโทรทัศน์เท่านั้น
“ เดี๋ยวก็ชินครับ ” ไทม์หัวเราะเบาๆ เขาเองก็ไม่ได้นั่งบ่อย
รถกระบะคันเก่าค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้าน ระหว่างทางมีชาวบ้านหลายคนโบกมือให้พร้อมสอบถามว่าจะไปไหนกัน ซึ่งพ่อของไทม์ก็ตอบกลับอย่างยินดี
“ ไม่อยู่บ้านซักสองสามวันนะ ลูกชายเขาชวนไปเที่ยวทะเลน่ะ นี่ก็จะไปพัทยากันซักครั้งในชีวิต ฮ่าๆๆ ”
ดูเหมือนการไปเที่ยวยกบ้านในครั้งนี้ คงกลายเป็นข่าวลือว่าบ้านของประสิทธิ์มีเงินอีกครั้ง..
สองชั่วโมงต่อมา.. สนามบินนานาชาติขอนแก่นก็ปรากฏอยู่ไม่ไกล ผู้เป็นพ่อมองอาคารผู้โดยสารขนาดใหญ่ด้วยแววตาตื่นเต้น
“ นี่สินะ.. เคยแต่มาส่งลูก ไม่เคยเข้ามาด้วยตัวเองเลย ” เขาพูดขณะหันมองไปมา
“ จากวันนี้ไป ชีวิตบ้านเราไม่เหมือนเดิมแล้วนะครับ ผมจะขยันทำงานเพื่อให้พ่อแม่ได้สุขสบาย เงินสิบล้านร้อยล้านจะเป็นสิ่งที่ผมมอบให้ได้ในทุกเดือน! ” คำพูดนั้นจากลูกชายไม่ต่างจากคำมั่นสัญญา ผู้เป็นพ่อเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนมองภรรยาแล้วพยักหน้าเบาๆ
“ พ่อเชื่อมั่นในตัวลูกชายเสมอ และพ่อก็ขอไว้ก่อนแค่อย่างเดียว.. ”
“ ไม่ว่าบ้านเราจะมีเงินมากแค่ไหน ก็อย่าดูถูกคนอื่นเหมือนไอ้วิน ”
“ ฮ่าๆๆ แน่นอนครับพ่อ ” ไทม์หัวเราะออกมา คนที่เคยลำบากมาก่อนย่อมรู้ดีที่สุด ว่าการโดนดูถูกมันรู้สึกยังไง
ทั้งสามคนมองหน้ากันก่อนจะลากกระเป๋าเดินเข้าสู่สนามบิน วันนี้ไทม์จองที่นั่งที่ดีที่สุดเอาไว้ให้ แม้มันจะไม่ได้มีเฟิร์สคลาส แต่ที่นั่งแถวหน้าสุดก็เป็นของพวกเขาแล้ว..
เครื่องบินทะยานขึ้นเหนือผืนดินอีสานอย่างนุ่มนวล ผู้เป็นแม่มองออกไปนอกหน้าต่างอย่างตื่นตา
“ เมฆมันอยู่ใกล้แค่นี้เองเหรอ.. ”
“ พ่อดูสิ เหมือนสำลีเลย ” ผู้เป็นพ่อเองก็ไม่ต่างกัน เขานั่งตัวตรงแทบตลอดเที่ยวบิน เพราะกลัวเผลอไปกดปุ่มอะไรผิดจนไทม์ต้องแอบยิ้มตาม
“ พ่อครับ สบายๆก็ได้ ไม่มีใครว่า ”
“ ก็พ่อไม่เคยนั่งนี่หว่า ”
“ ฮ่าๆๆ ”
เกือบหนึ่งชั่วโมงต่อมา เครื่องบินค่อยๆแตะรันเวย์ของสนามบินปลายทางอย่างนุ่มนวล
“ ถึงแล้วครับ ” ไทม์ลุกขึ้นหยิบกระเป๋าให้พ่อกับแม่ ก่อนพาทั้งสองเดินออกมาตามทางของผู้โดยสาร เมื่อประตูอาคารผู้โดยสารเปิดออก.. หญิงสาวคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหน้าก็ยิ้มกว้างทันที
วันนี้เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงขายาวเรียบหรู แต่งหน้าบางๆ ดูสวยสะอาดตากว่าทุกครั้ง
“ ไอ้ไทม์! ” เมย์รีบโบกมือ ข้างตัวเธอคือรถยนต์สีดำเงางามคันใหม่เอี่ยม ตราดาวสามแฉกบนฝากระโปรงสะท้อนแสงแดดยามสายอย่างโดดเด่น
“ ใครน่ะลูก ขับเบนซ์มาเชียว ป้ายแดงซะด้วย.. ” ผู้เป็นพ่อถึงกับชะงัก
“ นั่นหนูเมย์ไม่ใช่เหรอ ขับรถของใครมานะ ” ผู้เป็นแม่ก็มองตามไม่วางตา กับตัวตนของเมย์ที่รู้จักอยู่แล้วตามคำบอกเล่าที่ลูกชายคอยพูดให้ฟัง
“ สวัสดีค่ะคุณลุงคุณป้า ” เมย์เดินเข้ามายกมือไหว้ทั้งสองอย่างนอบน้อม
“ หนูชื่อเมย์นะคะ เราเคยเห็นหน้ากันผ่านวิดิโอคอลของไทม์อยู่บ่อยๆ บ้านหนูเองก็อยู่ขอนแก่น แต่อยู่ในตัวเมืองมากกว่า ” คำพูดแนะนำนั้นทำเอาผู้เป็นพ่อถึงกับรู้สึกสบายใจ ที่แท้ก็คนบ้านเดียวกัน เห็นแบบนี้ค่อยรู้สึกว่าคุยกันง่ายหน่อย
“ โอ้ยๆ ไม่ต้องไหว้ลุงขนาดนั้นก็ได้ลูก ” เขารับไหว้อย่างใจดี
“ ไทม์เป็นเพื่อนคนเดียวของหนูที่กรุงเทพค่ะ เรามีกันอยู่แค่นี้ เพราะงั้นคุณลุงกับคุณป้ามาทั้งที ยังไงหนูก็ต้องมาช่วยต้อนรับ! ” เธอที่ลางานครึ่งวันมาพูดบอก ก่อนเปิดประตูรถให้ทั้งสองคนได้ขึ้นไป
“ ขอบคุณนะเมย์ที่อุตส่าห์ลางานมา ” ไทม์ที่ขึ้นนั่งข้างคนขับพูดเสียงเบา
“ มึงทั้งซื้อบ้านซื่อรถให้กู ถ้ากูไม่ทำก็คนชั่วแล้ว ที่สำคัญในอนาคตกูก็ต้องทำงานในบริษัทมึง ตอนนี้ก็เหมือนเริ่มงานไปแล้วแหละ ฮ่าๆๆ ” เมย์ตอบอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะค่อยๆขับรถออกไป
รถเบนซ์คันใหม่แล่นออกจากสนามบินอย่างช้าๆ ผู้เป็นพ่อมองภายในรถไปทั่วอย่างคนไม่เคยนั่ง
“ นั่งสบายกว่ารถทัวร์อีก.. ”
“ โธ่พ่อครับ รถระดับนี้มันหลายล้านนะ ” ไทม์หัวเราะขณะพูดแซว
“ รู้แล้วๆ งั้นพ่อนั่งดีๆก็แล้วกัน เดี๋ยวทำเบาะยุบหรือเป็นรอยเอาได้.. ”
“ ฮ่าๆๆๆ! ” ทั้งรถหัวเราะพร้อมกัน เมย์แอบยิ้มขณะขับรถ บรรยากาศอบอุ่นกว่าที่เธอคิดไว้เสียอีก นี่มันช่างแตกต่างจากบ้านเธอเป็นคนละโลกเลย!
“ ว่าแต่หนูเมย์เอารถนี่มาจากไหนเหรอ.. ” แม่ของไทม์เริ่มถาม ด้วยก็รู้ดีว่าฐานะของทั้งคู่แทบไม่ต่างกัน
“ ตอนนี้หนูเพิ่งได้งานใหม่ค่ะ เป็นงานระดับผู้บริหาร ท่านประธานคือเพื่อนของหนูเอง.. ” เธอเล่าออกไปตามที่ตกลงกับไทม์เอาไว้แล้ว แน่นอนว่ามันคือความจริงเพียงครึ่ง.. เธอเป็นรองประธานบริษัทจริง แต่แค่ไม่ได้บอกว่าประธานก็คือไทม์..
“ ถึงขั้นเป็นรองประธาน! นี่มันใหญ่โตมากเลยนะลูก! ” แม่ของไทม์ดูจะยินดีด้วยจริงๆ เด็กสาวอายุแค่นี้แต่กลับมีรถหรูขับ ความสำเร็จนี้พ่อแม่ของเธอคงภูมิใจ!
“ หนูไม่กล้าบอกแม่หรอกค่ะ ไม่อย่างนั้นรับรองได้เลยว่าหมดตัวในพริบตา.. ” เธอกล่าวเสียงเศร้า และนั่นก็ทำให้แม่ของไทม์ไม่คิดจะพูดเรื่องครอบครัวของเมย์อีก พ่อแม่ที่มองลูกเป็นตู้เอทีเอ็ม แม้แต่ในหมู่บ้านของเธอเองก็มีให้เห็นอยู่หลายคน!
“ คิดถึงอาหารที่บ้านมั้ย เดี๋ยววันนี้ป้าทำให้กินเองลูก ฝีมือทำอาหารอีสานของป้าไม่แพ้ใครเลยนะ ” เธอเปลี่ยนเรื่องชวนคุย ก่อนรถหรูจะเลี้ยวเข้าสู่หมู่บ้านราคาแพงแห่งหนึ่ง..
สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ สนามหญ้าที่ตัดแต่งอย่างสวยงาม และบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่เรียงรายตลอดถนน ทั้งสองคนที่มองดูตัวเมืองมาตลอดทางเริ่มหันซ้ายมองขวา ที่นี่มันยิ่งกว่าตัวเมืองซึ่งรถขับผ่านมาซะอีก!
“ บ้านแถวนี้สวยดีจริงๆ ” ผู้เป็นพ่อพูดชมขึ้นมา
“ คนอยู่คงรวยกันทุกหลัง แต่ล่ะหลังอย่างกับวังแหนะ.. ”
“ ใกล้ถึงแล้วค่ะ ” เมย์ยิ้มเล็กๆ กับคำพูดนั้นที่ทำให้พ่อแม่ของไทม์ต้องแปลกใจ
ไม่นานนัก.. รถคันสวยก็หยุดอยู่หน้าบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ที่คล้ายคฤหาสน์ขนาดย่อมๆ ประตูรั้วไฟฟ้าค่อยๆเลื่อนเปิดออกโดยอัตโนมัติ สวนด้านหน้าถูกจัดแต่งไว้อย่างสวยงาม ตัวบ้านสีขาวตัดกับกระจกบานใหญ่ ทุกอย่างดูหรูหราไม่ต่างจากรีสอร์ตระดับห้าดาว!
“ นี่.. นี่บ้านใครเหรอ.. ” ผู้เป็นพ่ออ้าปากค้าง
“ ถึงแล้วค่ะ ที่นี่บ้านหนูเอง ” เมย์ดับเครื่องยนต์ก่อนหันมายิ้ม
“ คืนนี้ไทม์ให้คุณลุงคุณป้าพักที่นี่นะคะ คอนโดของเขาห้องเล็ก อาจไม่เหมาะกับการพักของทั้งสองคน ”
“ นี่บ้านหนูเหรอเมย์! ระดับรองประธานบริษัทมันต้องแบบนี้เลยสินะ สุดยอดจริงๆ!! ” พ่อของไทม์ยกนิ้วให้เลย นี่สินะที่เขาพูดกันว่า พอเป็นเรื่องของคนอื่น คนเรามักจะคิดน้อยลงอย่างไม่ติดใจสงสัย คิดตามว่าลองให้บ้านหลังนี้เป็นของไทม์ดูสิ พ่อแม่เขาคงถามแล้วถามอีกอย่างไม่คิดเชื่อ!
“ ไม่ได้หรอกลูก จะให้มานอนบ้านหนูได้ยังไง.. ไทม์.. พ่อแม่นอนในห้องเช่าของลูกได้นะ ต่อให้แคบแต่ก็สบายมาก ” ผู้เป็นแม่รีบส่ายหน้า เธอเองก็รู้สึกเกรงใจอีกฝ่าย
“ นอนที่นี่แหละครับแม่ ผมเองก็ช่วยเหลือยัยเมย์เอาไว้หลายอย่าง เราสองคนสนิทกันแบบเพื่อนซี้ เมย์เองก็อยากกินอาหารอีสานฝีมือแม่มากด้วย เพราะงั้นไม่ต้องเกรงใจหรอกนะ ” ชายหนุ่มพยายามโน้มน้าว กับบ้านหลังนี้ที่แท้จริงแล้วเขาคือคนซื้อ
“ จริงค่ะคุณป้า หนูอยากกินแบบสามมื้อต่อวันเลยด้วยซ้ำ บ้านใหญ่แบบนี้หนูอยู่คนเดียวก็รู้สึกเหงาๆ มีลุงกับป้ามาอยู่ด้วยต้องดีมากแน่ ” เมย์สนับสนุนก่อนช่วยยกกระเป๋าเข้าบ้าน
ผู้เป็นแม่หันมองบ้านหลังใหญ่ ก่อนหันไปมองรอยยิ้มจริงใจของเมย์ สุดท้ายก็ถอนหายใจเบาๆออกมา
“ ถ้าหนูพูดขนาดนี้แล้ว.. ป้าก็คงปฏิเสธไม่ได้ ”
“ งั้นคืนนี้ป้าจะทำอาหารให้กินเอง รับรองว่ากินแล้วจะติดใจแน่นอน ”
“ เย้! ” เมย์ยกมือขึ้นอย่างดีใจเหมือนเด็กๆ
“ หนูอยากกินทุกอย่างเลยค่ะ ทั้งต้มแซ่บ ลาบ น้ำตก ส้มตำ ไก่ย่าง แล้วก็แจ่วบองด้วย! ”
“ ฮ่าๆๆ เอาเยอะขนาดนั้นเลยเหรอลูก ”
“ ใช่ค่ะ! ป้าจัดเต็มได้เลย! ”
“ เห็นมั้ยแม่ ยังไม่ทันเข้าบ้านก็มีคนสั่งเมนูแล้ว ” ผู้เป็นพ่อหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
“ ก็เด็กมันอยากกินนี่นา ”
เมย์ยิ้มกว้าง สำหรับเรื่องนี้เธอไม่ได้พูดเล่นเลย ตั้งแต่เข้ามาทำงานในกรุงเทพ ชีวิตของเธอแทบจะวนเวียนอยู่กับอาหารเดลิเวอรี่ อาหารตามสั่ง ไม่ก็อาหารแช่แข็งในไมโครเวฟ คำว่ากับข้าวฝีมือแม่มันกลายเป็นสิ่งที่ห่างหายไปนานแล้ว นานจนจำไม่ได้ว่าตอนเด็กๆเคยได้ทานเหมือนคนอื่นๆหรือเปล่า..
ทั้งสี่คนเดินเข้าไปภายในตัวบ้าน ผู้เป็นพ่อกับผู้เป็นแม่ถึงกับมองซ้ายมองขวาไม่หยุด
“ โอ้โห.. บ้านนี่มันใหญ่กว่าศาลาประชาคมหมู่บ้านเราอีกมั้ง ”
“ พ่อ! เว่อร์ไปครับ ฮ่าๆๆ ”
“ ก็มันจริงนี่หว่า! ”
เมย์หัวเราะก่อนพาทั้งคู่เดินชมบ้านทีละส่วน ห้องรับแขกขนาดใหญ่.. ห้องครัวสไตล์ยุโรป.. ห้องดูหนัง.. ห้องฟิตเนส.. สวนด้านหลัง.. สระว่ายน้ำ.. ทุกอย่างทำให้สองสามีภรรยาตื่นตาตื่นใจไม่หยุด
“ หนูอยู่คนเดียวจริงๆเหรอ ” ผู้เป็นแม่ถามอย่างอดสงสารไม่ได้ บ้านใหญ่ขนาดนี้แต่กลับมีเพียงหญิงสาวอายุยี่สิบห้าปีอาศัยอยู่เพียงลำพัง
“ ค่ะ.. ” เมย์ยิ้มบางๆ
“ อยู่ไปซักพักมันก็ชิน แต่อีกไม่นานก็คงต้องหาแม่บ้านมาช่วยแล้ว ดูแลบ้านคนเดียวไม่ไหวค่ะ ”
“ รับไอ้ไทม์ของพ่อไว้อยู่ด้วยซักคนสิ ฮ่าๆๆ ” พ่อของไทม์พูดแซวจนโดนภรรยาตีแขนเข้าให้ เขาสองคนเป็นเพื่อนกัน ใครมันจะคิดอะไรแบบนั้นกับเพื่อนของตัวเอง..
หลังจากเลือกห้องพักให้ทั้งสองคนเรียบร้อยแล้ว ผู้เป็นแม่ก็เดินตรงเข้าห้องครัวทันที เพียงเปิดตู้เย็น หญิงวัยกลางคนก็ต้องส่ายหน้า
“ เมย์.. ”
“ คะคุณป้า? ”
“ ของสดแทบไม่มีเลยลูก ”
“ หนูทำอาหารไม่ค่อยเป็นค่ะ ส่วนใหญ่ก็สั่งกินเอา ” เมย์หัวเราะแห้งๆ วิชาพวกนี้แม่เธอไม่เคยสอนซักครั้ง ไม่สิ.. เธอไม่เคยคิดทำอาหารให้ลูกทานเลย
“ อย่างนี้ไม่ได้แล้ว ” ผู้เป็นแม่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ คนเราจะกินแต่อาหารนอกบ้านไม่ได้ เดี๋ยวป้าจะไปซื้อของเอง วันนี้ป้าจะทำกับข้าวให้กินหลายอย่าง ”
“ แล้วจากนี้ถ้ามีเวลาว่าง ป้าจะสอนหนูทำอาหารด้วย ” ดวงตาของเมย์เป็นประกายทันที นี่คือสิ่งที่แม่ของเธอไม่เคยคิดทำ!
“ จริงเหรอคะ! ”
“ จริงสิลูก ผู้หญิงเราทำอาหารเป็นไม่ใช่เพื่อเอาใจใคร แต่มันเพื่อดูแลตัวเอง แล้ววันหนึ่ง ก็เอาไว้ดูแลคนที่เรารักได้ด้วย.. ” เธอพูดอย่างเอ็นดูแบบคนไม่มีลูกสาว
“ หนูจะเรียนค่ะ ป้าสอนหนูทุกอย่างเลยนะ ” เมย์พยักหน้ารับอย่างตั้งใจ
“ ป้าสอนหนูทุกอย่างเลยนะ ”
“ ได้เลย ” ผู้เป็นแม่ยิ้มอย่างเอ็นดู เธอรู้สึกถูกชะตากับเด็กคนนี้มาก ทั้งขยัน พูดจาสุภาพ กตัญญู และที่สำคัญ เมย์ไม่เคยทำตัวถือตนแม้แต่นิดเดียว