แม่ทัพหนุ่ม
แม่ทัพหนุ่ม
“ ได้เลย ” ผู้เป็นแม่ยิ้มอย่างเอ็นดู เธอรู้สึกถูกชะตากับเด็กคนนี้มาก ทั้งขยัน พูดจาสุภาพ กตัญญู และที่สำคัญ เมย์ไม่เคยทำตัวถือตนแม้แต่นิดเดียว
หลังจากทั้งสองคนออกไปตลาด ภายในบ้านก็เหลือเพียงไทม์กับผู้เป็นพ่อ ชายวัยห้าสิบกว่าปีนั่งจิบชาอยู่ที่ระเบียง ขณะมองสวนสวยตรงหน้าอย่างเงียบๆ
“ ไทม์.. พ่อรู้สึกเหมือนกำลังฝันเลย.. เมื่อวานยังอยู่บ้านหลังเก่า วันนี้กลับมานั่งอยู่ในบ้านแบบนี้ได้ ฮ่าๆๆ ”
“ นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นครับ ชีวิตของบ้านเราเพิ่งเริ่มดีขึ้นเท่านั้นเอง ” ไทม์นั่งลงข้างๆก่อนยิ้มบางให้
“ พ่อเชื่อ ” ผู้เป็นพ่อพยักหน้า ก่อนตบบ่าลูกชายเบาๆ
“ แล้วพรุ่งนี้.. พ่อก็จะลองเปลี่ยนตัวเองดูบ้าง ไปซื้อรถใหม่ ซื้อเสื้อผ้าใหม่ แล้วไปเจอเพื่อนเก่าอย่างคนที่ไม่ต้องก้มหน้าหลบใครอีก ”
“ ใช่ครับพ่อ พรุ่งนี้เราจะเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิตกัน ” ไทม์ยิ้มกว้าง
“ รถคันใหม่ เสื้อผ้าชุดใหม่ แล้ววันถัดไปก็ออกเดินทางไปพัทยาด้วยกันทั้งครอบครัว เที่ยวทะเลครั้งแรกของบ้านเรา! ”
“ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมอาจจะต้องแวะเข้าไปในที่ทำงานซักหน่อย พ่อกับแม่อยากลองไปดูด้วยตามั้ยครับ ว่าผมหาเงินได้ง่ายขนาดไหน? ” ไทม์ถามขึ้นกับสิ่งที่อยากแสดง ในความคิดเขา ช่วงบ่ายนี้ชายหนุ่มอยากจะเดินทางไปยุคอดีต แล้วหาของดีแบบทั่วไปติดมือมาซักเล็กน้อย เมื่อนำไปขายต่อหน้าพ่อแม่ แหล่งที่มาของรายได้เขาก็จะชัดเจน! พวกท่านจะได้เชื่อว่าไทม์ทำเงินได้จริง!
“ เอาสิ ก่อนไปซื้อรถกับเสื้อผ้าก็ได้นะลูก ” เขาที่สงสัยอยู่แล้ว มีหรือจะปฏิเสธกับความบริสุทธิ์ใจที่ลูกชายต้องการแสดงให้เห็น
“ งั้นเดี๋ยววันนี้ผมขอตัวไปเดินเล่นที่ตลาดค้าของเก่าก่อนนะ ไม่แน่ว่าอาจมีของดีไปทำราคาได้ ” ไทม์ขอตัวกับเรื่องนี้ที่พ่อเองก็เข้าใจ โชคดีที่เคยดูละครจีนแนวตั้งมาบ้าง
“ เอาให้ได้เหมือนพระเอกในละครเลยนะลูก ที่เดินตลาดค้าขายเก่าแล้วเจอของดีมูลค่าพันล้าน! ฮ่าๆๆ ” ผู้เป็นพ่ออวยพรให้ โดยมีตัวไทม์ที่บอกว่าจะรีบกลับให้ทันอาหารเย็น
. . .
หนึ่งชั่วโมงต่อมา รถเข็นคันใหญ่ถูกเติมเต็มไปด้วยข้าวสารถุงห้ากิโลเรียงกัน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหลายลัง ปลากระป๋อง เนื้อตากแห้ง น้ำดื่มหลายแพ็ก และเกลือ! เขาซื้อราวกับกำลังเตรียมเสบียงรับสงคราม พนักงานหลายคนเริ่มมองตามกับลูกค้าสุดหล่อคนนี้
“ ลูกค้าจะเปิดร้านโชห่วยเหรอคะ ” เธอยิ้มให้ขณะคิดเงิน
“ เอ่อ.. เปล่าครับ ”
“ อ๋อ.. งั้นคงทำโรงทานสินะคะ ทั้งหล่อทั้งใจดีเลย ”
“ ประมาณนั้นครับ ” ไทม์เพียงยิ้ม ไม่นานชำระเงินเสร็จแล้วขนทุกอย่างขึ้นรถกลับคอนโดไป
“ รอบนี้ไม่ได้ต้องการจะหาอะไรมาก แค่ของซักชิ้นที่ขายได้เงินซักร้อยล้านก็พอแล้ว เอาไปขายให้พ่อแม่เห็น พวกท่านจะได้สบายใจและกล้าใช้เงิน ” เขาคิดกับตัวเองขณะเปลี่ยนชุดอยู่ในห้อง ชุดจีนตัวเดิมถูกนำมาสวมใส่ไว้ น้ำหอมที่ฉีดเพิ่มเข้าไปช่วยทำให้เขายิ่งเหมือนเทพเซียนตัวจริง..
“ น้ำหอม.. ของแบบนี้ถ้าเอาไปขายให้พวกในวังได้ รับรองได้เลยว่าต้องรวยเละ! ” ไทม์คิดก่อนจะเปิดใช้งานระบบ
“ อิสระเหนือกาลเวลา! ”
วูบบบ! แสงสีขาวทองแผ่กระจายออกมา ก่อนจะโอบล้อมร่างของไทม์เอาไว้ทั้งหมด
กลิ่นหอมอ่อนๆของไม้จันทน์ลอยผ่านปลายจมูก เสียงรถยนต์ที่ดังอยู่ด้านนอกค่อยๆจางหาย
เพียงชั่วพริบตาเดียว ทุกสิ่งรอบตัวก็เปลี่ยนไป!
ก๊อก ก๊อก ก๊อก..
“ ท่านเซียนน้อย.. คุณชาย ท่านตื่นแล้วเหรอ ” เสียงเคาะประตูไม้ดังขึ้นเบาๆ เป็นเถ้าแก่หลิวที่เข้ามาตรวจสอบอย่างห่วงใย
ไทม์ลืมตาขึ้น แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านหน้าต่างกระดาษเข้ามาในห้อง พื้นไม้.. โต๊ะเก่า.. เตียงนอนไม้แกะสลัก.. ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน
“ ข้าเอง ตอนนี้การปิดด่านฝึกตนเสร็จสิ้นแล้ว ” เขาตะโกนบอกก่อนเปิดประตูไปพบอีกฝ่าย
“ ขอแสดงความยินดีด้วย คุณชายต้องบรรลุหลายสิ่งเป็นแน่ ” ชายแก่รีบพูดออกมาพร้อมก้มหัว แม้จะไม่เข้าใจพลังของเทพเซียน แต่การปิดด่านฝึกตนก็ต้องได้รับผลเช่นนี้
“ ขอบคุณเถ้าแก่มาก ว่าแต่ตอนนี้เมืองหน้าด่านเป็นยังไงบ้าง พวกทหารเข้ามาเก็บกวาดเสบียงอีกหรือไม่? ”
“ สงครามชายแดนกำลังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆแล้ว ตอนนี้ไม่น่าจะมีทหารที่ว่างพอสำหรับภารกิจยึดเสบียง.. พวกเรารอดพ้นจากการอดตายมาได้ แต่ก็อาจจะไม่รอดเพราะภัยสงครามอยู่ดี.. ” เขาพูดเสียงสั่นอย่างเลี่ยงไม่ได้ หากทหารที่ด่านชายแดนแตกพ่าย เมืองหน้าด่านแห่งนี้ก็จะกลายเป็นนรก!
“ ข้ากำลังคิดจะเดินทางต่อไปยังเมืองที่อยู่ถัดไป หัวเมืองใหญ่ประจำชายแดนที่พวกท่านแนะนำ ” ไทม์พูดอย่างไม่คิดจะยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ปัญหาของสงครามไม่ใช่สิ่งที่เขาควรเข้าไปวุ่นวายด้วย
“ มีชาวบ้านหลายคนกำลังเดินทางไปที่นั่น หากคุณชายออกเดินทางตอนนี้ ก็คงมีเพื่อนร่วมทางอยู่ไม่น้อย ”
“ แล้วท่านล่ะเถ้าแก่ ไม่คิดจะไปด้วยกันเหรอ? ” เขาถามอย่างแปลกใจ พ่อค้าที่ร่ำรวยแบบนี้สมควรจะไปคนแรกเลยไม่ใช่เหรอ
“ ข้ากับท่านนายอำเภอตกลงกันไว้แล้วว่าจะอยู่ที่นี่ต่อ.. พวกเราจะพยายามหาเสบียงเพิ่ม แล้วจึงนำของที่หาได้เข้าไปส่งให้แก่ทหาร ด่านชายแดนจะแตกพ่ายไม่ได้ หากพวกเขาแพ้.. ชาวบ้านมากมายก็ต้องสังเวยชีวิต! ” คำพูดของเถ้าแก่ช่างสมกับที่เป็นคนในยุคนี้ บ้านเมืองมาก่อนชีวิตของตนเอง!
“ เช่นนั้นข้าอาจจะช่วยได้ ข้ามีข้าวสารและอาหารแห้งอีกจำนวนมาก หากท่านายอำเภอหรือกองทัพคิดซื้อ ตัวข้าก็จะขายให้ทั้งหมดก่อนออกเดินทาง ” ไทม์เสนอกับการค้าครั้งสุดท้ายของเขาในเมืองเล็กๆแห่งนี้
“ จริงหรือขอรับ! เช่นนั้นพวกเราก็รีบไปหาท่านนายอำเภอกันเถอะ ไม่แน่ว่าวันนี้อาจมีแม่ทัพซักคนมาพูดคุยด้วย! ” เถ้าแก่หลิวดูจะตื่นเต้นอย่างชัดเจน
“ แม่ทัพ? ” ไทม์กลับติดใจที่คำนี้
“ ขอรับ แม่ทัพหลายคนที่เพิ่งเดินทางมาถึง ก็มักจะเลือกพักผ่อนกันก่อนที่ในตัวเมืองแห่งนี้ หลายคนเป็นลูกหลานขุนนาง.. แม้จะมีตำแหน่งแม่ทัพ แต่ก็ไม่ได้เป็นยอดฝีมืออะไร เรียกว่ากลัวตายจนไม่กล้าเข้าสู่แนวหน้าก็ไม่ผิด.. ” อีกฝ่ายกระซิบบอกด้วยน้ำเสียงเบา ก่อนจะเร่งเดินนำทางไปยังที่ว่าการเดิม
การมาครั้งนี้กลับดูแตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะหน้าประตูดันมีทหารในชุดแปลกตายืนเฝ้าอยู่หลายสิบคน ชัดเจนว่าไม่ใช่คนของที่ว่าการอำเภอ..
หอกยาวและดาบคมข้างตัวของอีกฝ่ายแวววับสะท้อนแสงแดด บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดจนสัมผัสได้..
“ หยุด! ” ทหารสองนายยกหอกขวางทางทันที
“ ไม่ได้รับอนุญาตห้ามเข้า! ”
ยังไม่ทันที่เถ้าแก่หลิวจะได้อธิบาย.. ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งก็รีบวิ่งออกมาจากด้านใน เขาคนนี้หากจำไม่ผิดก็คงเป็นคนสนิทของนายอำเภอ!
“ หยุดก่อนท่านทหาร! ท่านเซียนน้อยผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดา!! ” เขากล่าวท่ามกลางสายตาที่ไม่คิดเชื่อ ทหารพวกทำเพียงส่ายหัวไปมา
“ พวกบ้านนอก เซียนน้อยอะไรกัน! ”
“ เอ่อ.. ทั้งสองเป็นผู้จัดหาเสบียงอาหาร ทั้งสองทำงานให้กับที่ว่าการอำเภอ โปรดเปิดทางด้วยเถอะ! ” คนสนิทเร่งแก้ต่าง กับเรื่องนี้ที่หากจะให้มาพิสูจน์กันคงไม่ได้ เดี๋ยวจะทำให้ท่านเซียนน้อยพิโรธเอาซะเปล่าๆ
“ หากท่านพูดแบบนี้ก็เข้าไปได้ แต่อย่ารบกวนท่านแม่ทัพล่ะ! ” นายทหารยอมเปิดทางให้ในที่สุด
“ คนพวกนี้เป็นใครกัน? ” ไทม์ถามทันทีที่เข้ามาได้
“ ทหารองครักษ์ของท่านแม่ทัพที่เพิ่งมาถึง.. บิดาของท่านแม่ทัพเป็นเสนาบดี อำนาจที่มีจึงพอตัว.. ” เขาเล่าให้ฟังอย่างก็แอบไม่ค่อยชอบใจ
“ เช่นนั้นแม่ทัพกับทหารฝีมือดีทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ แนวหน้ากำลังสู้รบอย่างหนักไม่ใช่เหรอ.. ” ไทม์ถามต่อกับสิ่งที่อีกฝ่ายไม่กล้าตอบ
“ คุณชาย.. วันนี้ท่านมาด้วยเรื่องใดกัน.. ” เขาพยายามเปลี่ยนเรื่องคุยไป
“ ข้ากำลังจะออกเดินทางไปเมืองที่ใหญ่กว่า มาวันนี้ก็เพื่อคิดจะขายเสบียงให้นายอำเภอเป็นครั้งสุดท้าย ”
“ โอ้! หากเป็นเช่นนั้นจริงก็ถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดี ตอนนี้กองทัพแนวหน้ากำลังต้องการเสบียงเป็นอย่างมาก! ” คนสนิทของนายอำเภอยิ้มกว้าง นี่ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องรายงาน จะปล่อยให้คุณชายเซียนน้อยรอคอยไม่ได้!
เขารีบเดินนำทั้งสองเข้าไปยังโถงรับรองของจวน ภายในห้องกว้างที่ไทม์เคยเข้ามา วันนี้กลับแตกต่างเพราะบนโต๊ะดันเต็มไปด้วยผลไม้แห้ง ขนมหวาน และชาคุณภาพสูง..
นายอำเภอลุกขึ้นยืนทันทีเมื่อเห็นไทม์เดินเข้ามา
“ ท่านเซียนน้อย! ในที่สุดท่านก็มา! ” เขารีบเดินลงจากที่นั่งเพื่อคำนับด้วยตัวเอง สีหน้าเต็มไปด้วยความยินดี
“ ข้ากำลังคิดจะส่งคนไปเชิญท่านอยู่พอดี! ”
“ นายอำเภอไม่ต้องมากพิธี ” ไทม์พยักหน้าเล็กน้อย
“ ข้าเพียงแวะมาบอกลา ก่อนเดินทางต่อไปยังเมืองถัดไป ”
“ โอ้! ท่านจะไปแล้วสินะ ช่างน่าเสียดายจริงๆ ” อีกฝ่ายพูดเสียงเศร้า
“ แต่ก่อนจากกัน ข้ายังมีเสบียงอีกจำนวนหนึ่ง หากทางการต้องการ ข้ายินดีขายให้ทั้งหมด ”
“ จริงหรือ! ” ดวงตาของนายอำเภอสว่างวาบ ตอนนี้เขากำลังต้องการเสบียงเพื่อแนวหน้าอยู่เลย
“ ดีเหลือเกิน! ดีเหลือเกิน! เสบียงที่ท่านขายให้ครั้งก่อน ช่วยชีวิตชาวเมืองเอาไว้ได้ไม่ต่ำกว่าหมื่นคน! ”
“ ตอนนี้ทางการเองก็เตรียมสมบัติมาแลกเปลี่ยนไว้เรียบร้อยแล้ว ขอเพียงท่านขาย ข้าย่อมมีจ่ายในทันที! ”
ระหว่างที่การซื้อขายกำลังจะสำเร็จ ชายหนุ่มวัยประมาณยี่สิบห้าปีซึ่งนั่งเอนกายอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลัก ก็ค่อยๆวางถ้วยชาราคาแพงลงเสียงดัง!
ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาเพียงนั่งมองเหตุการณ์เงียบๆ บนตัวสวมเกราะสีเงินประดับลวดลาย เอวคาดดาบยาวด้ามหยก รองเท้าหนังอย่างดีไม่เปื้อนฝุ่นแม้แต่น้อย!
ข้างโต๊ะยังมีสาวใช้ยืนคอยรินชาและป้อนผลไม้อยู่ไม่ห่าง ภาพตรงหน้าทำให้ไทม์รู้สึกแปลกจริงๆ นี่คือแม่ทัพหรือคุณชายที่ออกมาเที่ยวเล่นกันแน่?
“ เจ้านี่หรือ.. เซียนน้อยที่คนของทางการพูดถึงกันนักหนา ” ชายหนุ่มปรายตามองไทม์ขึ้นลงก่อนยิ้มมุมปาก น้ำเสียงเขาเต็มไปด้วยความดูแคลนอย่างชัดเจน
“ ท่านแม่ทัพ เสบียงของท่านเซียนน้อยมีคุณภาพสูงยิ่งกว่าของที่พวกเราหาได้ หากได้เพิ่มอีกครั้ง กองทัพแนวหน้าจะต้อง.. ” นายอำเภอรีบหันไปกล่าว
“ พอ ” แม่ทัพหนุ่มยกมือห้ามทันที
“ เสบียงของประชาชน.. ยังต้องซื้อขายกันอีกหรือ? ” คำนั้นทำให้ทุกคนในห้องต้องชะงัก แม่ทัพหนุ่มลุกขึ้นช้าๆ ก่อนเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าไทม์
“ บ้านเมืองกำลังทำศึก ทหารกำลังเอาชีวิตเข้าแลก ประชาชนควรเสียสละเพื่อแผ่นดิน! ”
“ เจ้ามีเสบียงมากมาย เช่นนั้นก็มอบให้กองทัพฟรีๆเสียก็สิ้นเรื่อง! ” เขาพูดราวกับเป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้ว
“ จะมาเรียกร้องสมบัติแลกเปลี่ยนทำไม หรือว่า.. ” แม่ทัพหนุ่มยิ้มเยาะ
“ เจ้าหวังกอบโกยกำไรในยามสงคราม? ” คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศทั้งห้องเย็นเฉียบ
คนสนิทนายอำเภอหน้าซีดทันที แม้แต่เถ้าแก่หลิวก็ยังกำหมัดแน่น ส่วนตัวนายอำเภอก็รีบเอ่ยแทรกขึ้นเพื่อแก้ต่าง
“ ท่านแม่ทัพ เรื่องนี้ไม่เหมาะ.. เสบียงทั้งหมดเป็นของท่านเซียนน้อยโดยชอบธรรม ทางการจึงเตรียมสมบัติไว้แลกเปลี่ยน.. ”
“ แลกเปลี่ยน? ” แม่ทัพหนุ่มหัวเราะเบาๆ
“ คนเป็นราษฎรมีโอกาสจะได้ช่วยเหลือราชสำนัก แล้วยังต้องคิดเงินอีกหรือ? ”
“ ข้าวสารพวกนี้ก็ปลูกบนแผ่นดินของฮ่องเต้ ชีวิตของเขาก็อยู่ใต้พระบรมโพธิสมภาร ยามบ้านเมืองมีศึก ก็ต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดินสิ! ” หลายคนในห้องเริ่มขมวดคิ้ว ฟังเผินๆเหมือนมีเหตุผล แต่กลับมีบางอย่างผิดแปลกอย่างบอกไม่ถูก..