เริ่มต้นที่ตัวเองสิ
เริ่มต้นที่ตัวเองสิ
“ ข้าวสารพวกนี้ก็ปลูกบนแผ่นดินของฮ่องเต้ ชีวิตของเขาก็อยู่ใต้พระบรมโพธิสมภาร ยามบ้านเมืองมีศึก ก็ต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดินสิ! ” หลายคนในห้องเริ่มขมวดคิ้ว ฟังเผินๆเหมือนมีเหตุผล แต่กลับมีบางอย่างผิดแปลกอย่างบอกไม่ถูก..
ไทม์ยังคงยืนสงบนิ่ง สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย เขาเพียงมองแม่ทัพหนุ่มอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ เช่นนั้น.. ข้าขอถามท่านแม่ทัพสักข้อได้หรือไม่ ”
“ ถามมา ” อีกฝ่ายตอบแบบไม่คิดจะมองหน้าเสียด้วยซ้ำ
“ ทหารของท่านได้รับเงินเดือนหรือไม่? ” คำถามแรกทำให้แม่ทัพชะงักเล็กน้อย
“ แน่นอนว่าต้องได้รับเบี้ยหวัดตามที่ราชสำนักกำหนด ”
“ เช่นนั้น.. ” ไทม์พยักหน้า
“ ในเมื่อบ้านเมืองกำลังทำศึก เหตุใดทหารของท่านจึงไม่ไปออกรบฟรีๆเสียเล่า ” ทั้งห้องเงียบกริบ แม่ทัพหนุ่มสีหน้าตึงขึ้นทันที
“ เจ้าหมายความว่าอย่างไร! ”
“ ท่านกล่าวว่าทุกคนควรเสียสละเพื่อแผ่นดิน ” ไทม์พูดต่ออย่างใจเย็น
“ เช่นนั้นเบี้ยหวัด เงินเดือน เสบียงอาวุธ ม้า ชุดเกราะ เหตุใดราชสำนักจึงยังต้องจัดหาให้? ให้ทหารเสียสละจัดหากันเองทั้งหมดมิใช่จะดีกว่าเหรอ? ”
“ ไม่ต้องกินเงินหลวง ไม่ต้องใช้เสบียง ไม่ต้องใช้ม้า ถือไม้ไผ่ออกไปรบเพื่อแผ่นดินก็น่าจะเพียงพอ ”
“ เจ้า..! ” แม่ทัพหนุ่มหน้าแดงจัด แต่ไทม์ยังพูดต่ออย่างไม่รีบร้อน
“ ข้าขายสินค้า ราชสำนักจ่ายสมบัติ ทุกฝ่ายต่างได้ประโยชน์ ”
“ แต่หากท่านต้องการของฟรี.. ” เขาหันมองโต๊ะชาตรงมุมห้อง
“ เช่นนั้นชาเลิศรส ขนมราคาแพง รวมถึงเกราะดาบและม้าศึกของท่าน.. ก็จงบริจาคมันกลับคืนให้คลังหลวงทั้งหมดก่อนดีหรือไม่? ”
“ เพราะอย่างไรเสีย ท่านเองก็กล่าวว่าทุกคนควรเสียสละเพื่อแผ่นดินมิใช่หรือ ” ไทม์ยิ้มบาง นี่คือการตอกกลับอีกฝ่ายแบบบัณฑิตที่มีการศึกษา โชคดีจริงๆที่เขาดูหนังจีนมาไม่น้อย!
ปังง! แม่ทัพหนุ่มฟาดโต๊ะเสียงดังลั่น! ถ้วยชาสั่นจนชาหกกระเซ็นไปหมด สีหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธ แต่กลับหาเหตุผลมาโต้แย้งไม่ได้แม้แต่คำเดียว!
ขณะที่นายอำเภอและเถ้าแก่หลิวต่างก้มหน้าลง ทุกคนพยายามกลั้นเสียงหัวเราะจนไหล่สั่นไปหมด ต้องไม่ลืมว่ากองทัพเองก็เคยใช้แนวคิดนี้ จนทำให้ประชาชนทั้งเมืองต้องเกือบอดตาย!!
แม่ทัพหนุ่มกำหมัดแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาจ้องไทม์ราวกับอยากใช้สายตาฆ่าอีกฝ่ายให้ตายตรงนั้น!
แต่จะให้เถียงอย่างไร? คำพูดเมื่อครู่เป็นสิ่งที่เขาพูดออกมาเองทั้งหมด! หากยังยืนยันว่าราษฎรต้องมอบทุกอย่างให้ฟรีๆ เช่นนั้นตัวเขาเองก็ควรเป็นคนแรกที่ต้องเสียสละ!
บรรยากาศในห้องเงียบสนิท.. แม้แต่สาวใช้ที่ยืนรินชาก็ยังต้องก้มหน้ากลั้นยิ้ม
แม่ทัพหนุ่มหันมองคนรอบตัว ก่อนจะพบว่าสายตาของทุกคนเต็มไปด้วยความแปลกใจ บางคนถึงกับแอบหลบสายตาเพราะกลัวหัวเราะออกมาเสียงดัง
“ .. ” เขารู้ตัวทันทีว่าหากยังยืนอยู่ตรงนี้ต่อ ก็มีแต่จะเสียหน้าเพิ่มขึ้น
“ หึ! ” แม่ทัพหนุ่มสะบัดแขนเสื้ออย่างแรง
“ ข้าไม่มีเวลามาเถียงกับพ่อค้า! ” พูดจบก็หมุนตัวเดินออกจากห้องทันที
“ กลับ! ” เหล่าองครักษ์รีบวิ่งตามนายของตนออกไปอย่างรวดเร็ว
ตึง! ตึง! ตึง! เสียงฝีเท้าค่อยๆห่างออกไป จนสุดท้ายทั้งจวนก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง
. . .
. .
“ ฮ่าๆๆๆ! ” นายอำเภอเป็นคนแรกที่หัวเราะออกมา
“ สะใจ! สะใจยิ่งนัก! ” เขารีบยกมือป้องปากเมื่อรู้ตัวว่าหลุดอาการมากเกินไป
“ เอ่อ.. ขออภัยท่านเซียนน้อย แต่หลายปีมานี้ ข้าไม่เคยเห็นผู้ใดทำให้คุณชายตระกูลใหญ่พูดไม่ออกเช่นนี้มาก่อนเลย ”
“ สมควรแล้ว! ปัญญาของคุณชายสมกับเป็นเซียน! ” เถ้าแก่หลิวเองก็หัวเราะจนน้ำตาไหล
“ คนเช่นนี้วันๆเอาแต่ใช้อำนาจข่มเหงผู้อื่น พอเจอเหตุผลเข้าจริงๆก็กลับตอบไม่ได้แม้แต่คำเดียว ฮ่าๆๆ ”
“ โชคดีจริงๆที่เขาเลือกเดินหนี ” คนสนิทนายอำเภอรีบปิดประตูห้อง ก่อนถอนหายใจโล่งอก
“ หากยังอยู่ต่อ.. เกรงว่าจะเสียหน้าหนักกว่านี้ ฮ่าๆๆ ” นายอำเภอหัวเราะต่อก่อนพยายามควบคุมตนเอง
ไทม์เพียงยิ้มบาง เขาไม่ได้อยากหาเรื่องกับใคร แต่ก็ไม่คิดยอมให้ใครมาปล้นของของเขาด้วยคำพูดสวยหรู แน่นอนว่าหากอีกฝ่ายต้องการปะทะ กระสุนปืนในคลังระบบก็พร้อมจะลั่นไกสังหาร! ฆ่าคนในยุคนี้ สืบกันให้ตายก็หาไม่เจอว่าใครทำ!!
“ เข้าเรื่องกันเถอะ ” นายอำเภอสูดหายใจลึก ก่อนสีหน้าจะกลับมาจริงจัง
“ เสบียงของท่าน ข้ายังคงรับซื้อทั้งหมดตามเดิม ” เขาหันไปพยักหน้าให้คนสนิท
“ นำของออกมา ”
“ ขอรับ! ” ไม่นานชายฉกรรจ์สี่คนก็ช่วยกันยกหีบไม้จันทน์ขนาดใหญ่เข้ามาวางกลางห้อง
ตึง! เสียงหีบหนักกระแทกพื้นดังขึ้น ดูเหมือนครั้งนี้จะมีเพียงหีบเดียว ท่ามกลางสถานการณ์แบบนี้ ได้หีบเดียวก็เก่งแล้วล่ะนะ..
เพียงเปิดฝาออก สิ่งที่อยู่ด้านในก็คือภาพวาดโบราณ ม้วนคัมภีร์ และเครื่องเขียนของบัณฑิตชั้นสูง!
ชัดเจนว่าต่อให้เป็นในยุคนี้ ของพวดนี้ก็ถือว่ามีราคา! ไม่ต้องพูดเลยว่าในอนาคตมันจะมีมูลค่าขนาดไหน!
“ นี่คือสมบัติที่ทางการพอจะหาให้ได้ ตามที่คุณชายเคยพูด ของเก่า งานศิลปะ หรือพวกคัมภีร์ ทั้งหมดนี้พอจะแลกข้าวได้ซักกระสอบหรือไม่.. ” นายอำเภอถามอย่างคิดว่าของพวกนี้ไม่ได้มีค่าขนาดนั้น ถ้าเทียบกับตำลึงทองแล้ว แค่หนึ่งตำลึงทองก็อาจจะมีค่ามากกว่า..
ไทม์เดินเข้าไปหยุดหน้าหีบ สายตาของเขากวาดมองอย่างช้าๆ ก่อนหยิบภาพวาดม้วนแรกขึ้นมาอย่างระมัดระวัง
เนื้อกระดาษเก่าแต่ยังคงสภาพสมบูรณ์ หมึกสีดำชัดเจนไม่ซีดจางเหมือนของในอนาคตที่ต้องผ่านกาลเวลา ลายเส้นทั้งหมดดูมั่นคงและเต็มไปด้วยชีวิต!
ติ๊ง! เสียงของระบบดังขึ้นในหัว
[ ตรวจพบวัตถุโบราณ ]
[ ภาพวาดภูเขาและสายน้ำ ]
[ อายุโดยประมาณ : 520 ปี ]
[ มูลค่าในโลกปัจจุบัน : ระดับกลาง ]
“ .. ” ไทม์เกือบหลุดดีใจ เจ้านี่แม้จะเป็นของระดับกลาง แต่ด้วยอายุของมันที่พอๆกับดาบรอบก่อนแล้ว ราคาขายคงไม่ธรรมดาเลย!
เขารีบเก็บอาการก่อนหยิบม้วนถัดไปขึ้นมา คลี่ออกเพียงเล็กน้อย.. มันเป็นอักษรพู่กันจีนหลายร้อยตัว
ติ๊ง!
[ ตรวจพบวัตถุโบราณ ]
[ คัมภีร์ลายมือของบัณฑิตเอก ]
[ อายุโดยประมาณ : 450 ปี ]
[ มูลค่าในโลกปัจจุบัน : ระดับกลาง ]
เขารีบวางลงอย่างระมัดระวัง สำหรับโลกนี้แล้ว คัมภีร์นี้ถือเป็นของใหม่ที่เพิ่งเขียนได้แค่สิบปีเท่านั้น แตกต่างจากอนาคตที่อายุของมันล่วงเลยไปนับหลายร้อยปี!
“ ใจเย็นก่อน เดี๋ยวทำขาดขึ้นมาจะซวยเอา ”
จากนั้นเขาจึงหยิบพู่กันด้ามหนึ่งขึ้นมา ด้ามทำจากไม้ดำ ปลายประดับหยกขาว ทั้งด้ามแทบไม่มีรอยใช้งานหรือเสียหาย!
ติ๊ง!
[ ตรวจพบวัตถุโบราณ ]
[ พู่กันหยกขาวสำหรับถวายฎีกา ]
[ อายุโดยประมาณ : 440 ปี ]
[ มูลค่าในโลกปัจจุบัน : ระดับสูง ]
“ ระดับสูง.. ไม่แน่ว่าเจ้านี่อาจมีราคาในหลักพันล้านอีกก็ได้! ” เขาอมยิ้ม แค่สามสิ่งนี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับการขาย!
“ ข้าพอใจกับสิ่งที่ท่านให้ และจะขอแลกมันกับข้าวหลายสิบกระสอบ! ” ไทม์หันไปกล่าวกับนายอำเภอ
“ จริงเหรอท่าน! แค่ของพวกนี้กลับแลกข้าวได้มากมาย! ” เขาแทบจะไม่อยากเชื่อเลย สิ่งที่อยู่ตรงหน้ามันก็แค่ของจากกลุ่มบัณฑิตทั่วไป แม้จะมีค่าสำหรับประชาชนและผู้มีการศึกษา แต่ก็ไม่ได้มีค่ามากมายอะไรเลยในสายตาขุนนาง!
“ จริงแท้แน่นอน! ” ไทม์รับปากก่อนบอกให้คนทุกถอยห่างออกไป วินาทีนั้นคลังของระบบก็ถูกเปิดออกมา ข้าวสารหลายสิบกระสอบถูกเทลงมาที่นี่อีกครั้ง!
“ ถอย! ทุกคนถอยออกไป! อย่าเกะกะท่านเซียนน้อย! ” นายอำเภอรีบโบกมือทันที เหล่าทหาร คนรับใช้ และเถ้าแก่หลิวต่างรีบถอยไปชิดผนังห้องด้วยความตื่นเต้น
ปึก! กระสอบข้าวสารใบแรกปรากฏขึ้นกลางห้อง ก่อนตามมาด้วยกระสอบที่สอง.. กระสอบที่สาม.. กระสอบที่สี่!
ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! เพียงไม่กี่อึดใจ กองข้าวสารก็สูงราวกับเนินเขาเล็กๆ จนพื้นที่ครึ่งหนึ่งของโถงรับรองแทบถูกยึดไป!
“ สวรรค์.. ” ใครบางคนอุทานเสียงสั่นแต่เรื่องยังไม่จบ ไทม์โบกมืออีกครั้ง ถุงใส่อาหารแห้งจำนวนมากก็ปรากฏขึ้นตาม!
“ นั่นคือ.. ”
“ อาหารแห้งขอรับ! นี่คือเนื้อตากแห้ง! ” คนสนิทมองออกในทันที
“ ยังมีปลาเค็มอีกด้วย! ”
จากนั้นกระสอบเกลือสีขาวอีกสิบกระสอบก็ปรากฏตามมา ทุกคนแทบหยุดหายใจ หากข้าวคือชีวิต เกลือก็คือสิ่งที่มีค่า ถนอมอาหาร.. รักษาแผล.. แลกเปลี่ยนแทนสินค้า.. ในบางพื้นที่มันมีค่าราวกับเงินตราเสียด้วยซ้ำ
“ ข้าวสารห้าสิบกระสอบ ” ไทม์มองกองเสบียงเบื้องหน้า ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงสงบ
“ อาหารแห้งทั้งหมดนี้ และเกลืออีกสิบกระสอบ ”
“ ข้ามอบให้ทางการทั้งหมด การซื้อขายของเราถือว่าสมบูรณ์! ” ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ นายอำเภอถึงกับเบิกตากว้าง
“ ทะ.. ท่านเซียนน้อย.. ”
“ นี่มันมากเกินไปแล้ว.. ” เขารีบส่ายหน้า
“ ของที่ข้านำมาแลกไม่อาจเทียบได้เลย! มันเพียงภาพวาดกับคัมภีร์หนึ่งม้วน จะมีค่าถึงเพียงนี้ได้อย่างไรกัน! ”
“ ข้าบอกแล้วว่าข้าพอใจ ” ไทม์เพียงยิ้ม
“ แต่.. ” นายอำเภอก้มมองหีบไม้จันทน์ จากนั้นก็หันไปมองภูเขาเสบียงตรงหน้า ความแตกต่างของมูลค่ามันชัดเจนจนไม่จำเป็นต้องคำนวณ
“ ข้าละอายใจเหลือเกิน.. ” เสียงของชายวัยกลางคนสั่นเครือ
“ ของที่ทางการเตรียมไว้.. น้อยเกินไปจริงๆ ”
“ หากรู้ว่าท่านจะนำเสบียงมามากเพียงนี้ ข้าคงต้องขายทรัพย์สินทั้งหมดของจวนมาชดใช้.. ”
“ ไม่จำเป็น ” ไทม์ส่ายหน้าเบาๆ
“ ที่ข้าให้มากไม่ใช่เพราะของในหีบ ” เขาหันมองไปยังทิศเหนือ ทิศเดียวกับแนวชายแดนที่กำลังลุกเป็นไฟเพราะสงคราม
“ ข้าเพียงไม่อยากเห็นประชาชนต้องอดตาย และก็ไม่อยากเห็นทหารที่กำลังปกป้องบ้านเมือง ต้องล้มลงเพราะความหิว.. ”
“ ถือเสียว่านี่เป็นของขวัญก่อนที่ข้าจะจากเมืองนี้ไป ” คำพูดนั้นเรียบง่าย แต่กลับทำให้ทุกคนในห้องนิ่งงัน นายอำเภอค่อยๆกำหมัดแน่น ดวงตาแดงก่ำขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
“ ท่านเซียนน้อย.. ” ชายวัยกลางคนคุกเข่าลงกับพื้นทันที
พรึ่บ! เถ้าแก่หลิวรีบคุกเข่าตาม คนสนิท เสมียนในอำเภอ แม้แต่ทหารของที่ว่าการก็ทยอยคุกเข่าลงทีละคน
“ ขอบพระคุณท่าน! เมืองหน้าด่านแห่งนี้จะไม่มีวันลืมพระคุณ! ”
“ เสบียงเหล่านี้ช่วยชีวิตผู้คนได้อีกนับหมื่น! ต่อให้กล่าวคำขอบคุณทั้งชีวิตก็ยังไม่เพียงพอ! ”
“ ลุกขึ้นเถิด ” ไทม์รีบยกมือห้าม
“ ข้าเป็นเพียงพ่อค้าคนหนึ่งเท่านั้น พวกท่านจำเพียงแค่นั้นก็พอ ”
“ หากนั่นคือสิ่งที่ท่านต้องการ! ” ทั้งหมดรู้ความพอจะไม่ดื้อดึง
“ ถึงเวลาที่ข้าต้องออกเดินทางแล้ว ท่านนายอำเภอ โปรดแนะนำเส้นทางที่ดีที่สุดให้ด้วย ” ไทม์กล่าวกับเวลาที่ยังเหลืออยู่ ตัวเขาจึงคิดจะไปต่อยังเมืองถัดไป เมืองที่จะสามารถหาของดีได้มากกว่าด่านชายแดน!
นายอำเภอรีบลุกขึ้นยืน ก่อนเดินไปหยิบแผนที่ผืนหนึ่งซึ่งแขวนอยู่บนผนัง
“ หากท่านจะไปเมืองใหญ่ มีอยู่เพียงเส้นทางเดียวขอรับ ” เขาใช้นิ้วชี้ไปตามเส้นหมึกสีดำบนแผนที่
“ ออกจากประตูทิศใต้ เดินตามถนนหลวงไปประมาณสามวันก็จะถึงเมืองจิ้นอัน เมืองนั้นใหญ่กว่าที่นี่หลายสิบเท่า ถือเป็นหัวเมืองสำคัญในชายแดนภาคเหนือ! พ่อค้า ขุนนาง บัณฑิต และสำนักวิชาต่างๆ ล้วนไปรวมตัวกันอยู่ที่นั่น ”
“ แต่ระหว่างทาง.. ” สีหน้าของนายอำเภอเปลี่ยนเป็นจริงจัง
“ ระวังโจรภูเขาด้วย พวกมันอาศัยช่วงสงครามปล้นสะดมผู้คน โดยเฉพาะกองคาราวานที่เดินทางเพียงลำพัง ”
“ ข้าจะระวังตัว ” ไทม์พยักหน้ารับ
หนึ่งชั่วยามต่อมา หน้าประตูเมืองทิศใต้ก็ถูกเคลียร์ออกให้โล่ง ท่านนายอำเภอเป็นผู้มาส่งด้วยตนเอง
“ ขอบคุณทุกท่าน ขอให้เมืองนี้ผ่านสงครามไปได้ด้วยดี ” ไทม์กล่าวอำลาขณะมองหน้าทุกคน เถ้าแก่หลิวคล้ายว่าจะดูซึมไปเล็กน้อย อาจเพราะติดใจรสชาติอาหารของไทม์แล้วก็เป็นได้