หรือที่จริงทางนี้จะดีกว่าค้าขาย
หรือที่จริงทางนี้จะดีกว่าค้าขาย
“ หมดแล้ว.. ” แต่ยังไม่ทันจะถอนหายใจ.. ฟิ้ว! เสียงแหวกอากาศดังมาจากด้านหลัง!!
“ แย่แล้ว! ” เขาเพิ่งนึกขึ้นได้ พลธนูสี่คนด้านหลังยังอยู่!
ฉึก! แรงกระแทกมหาศาลพุ่งเข้ากลางอก!
“ อึก! ” ร่างของไทม์ถอยหลังไปหลายก้าว ลมหายใจแทบหลุดออกจากปอด ลูกธนูปักคาอยู่ตรงหน้าอกพอดี
“ ฮ่าๆๆ! ” เสียงหัวเราะดังมาจากต้นไม้ด้านหลัง
“ ยิงโดนแล้ว! เซียนบ้าบออะไรกัน! สุดท้ายก็ตายได้เหมือนคนธรรมดา! ” พลธนูทั้งสี่ที่ซ่อนตัวอยู่ต่างรีบง้างคันธนูดอกที่สอง สีหน้าซึ่งเต็มไปด้วยความหวาดกลัวเมื่อครู่ บัดนี้กลับมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง
ไทม์ก้มมองหน้าอกตัวเอง ลูกธนูปักอยู่ตรงกลางอย่างแม่นยำ หากเป็นคนทั่วไปคงทะลุหัวใจไปแล้ว แต่เขากลับยกมือขึ้นจับก้านลูกธนู ก่อนดึงมันออกมาอย่างช้าๆ!
ครืด.. ปลายลูกศรที่ควรทะลุร่างกลับหักงอเล็กน้อย ใต้เสื้อคลุมด้านนอก ปรากฏรอยบุ๋มบนแผ่นเกราะสีดำที่แนบอยู่กับลำตัว
ไทม์ยกมือคลำหน้าอกพลางถอนหายใจยาว..
“ เจ็บชะมัด.. ” แรงกระแทกทำให้หน้าอกปวดร้าวจนแทบหายใจไม่ออก แต่เลือดกลับไม่ไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว
“ โชคดีจริงๆที่เราเตรียมตัวมาดี เงินที่จ่ายไปคุ้มค่าแล้ว ” เขาพูดกับเสื้อเกราะที่ซื้อมาพร้อมปืน ของดีระดับสูงที่แม้จะแพงหน่อยแต่ก็ได้ผลชะงัด!
“ มะ.. ไม่ตาย? ” พลธนูทั้งสี่เบิกตากว้าง
“ ลูกธนูยิงไม่เข้า! ”
“ เป็นไปไม่ได้! ลูกธนูนั่นยิงทะลุเกราะเหล็กได้เลยนะ! ”
ไทม์เงยหน้าขึ้นช้าๆ มุมปากค่อยๆยกเป็นรอยยิ้มบาง
“ ทีแรก.. ข้าก็นึกว่าเหลือแต่ศพแล้ว ” เขาค่อยๆยกปืนในมือขึ้นอีกครั้ง สายตาจับจ้องไปยังเงาร่างทั้งสี่ที่กำลังแตกตื่น
“ แต่ดูเหมือนจะยังเหลือมดปลวกอยู่ด้านหลัง! ” พริบตานั้นกระสุนสังหารก็เริ่มทำงาน แม้ระยะจะไกลขึ้น แต่การได้ทดลองยิงมาแล้วหลายสิบนัด ก็ช่วยให้เขาแม่นยำขึ้นได้!
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! สี่นัดสี่ศพ ร่างพลธนูล้มตายไปตามกัน!!
“ เฮ้อ.. ” ไทม์ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง เพื่อปล่อยให้หัวใจที่เต้นแรงค่อยๆสงบลงอย่างช้าๆ..
ชายหนุ่มมองไปรอบด้านอีกครั้งอย่างระมัดระวังตัว ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณ..
“ ค่อยยังชั่ว.. ” เขาถอนหายใจก่อนเก็บปืนเข้าคลังระบบ แม้จะเป็นการป้องกันตัว แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ระดับนี้
ทว่าเมื่อทุกอย่างจบลงแล้ว ก็ย่อมไม่มีเหตุผลอื่นที่จะปล่อยให้สมบัติล้ำค่า ถูกทิ้งไว้กลางป่าอย่างไร้ความหมาย!
“ ของพวกนี้.. ถ้าทิ้งไว้ก็มีแต่จะรอโจรมาเก็บ ”
“ สู้เราเก็บกลับไปด้วย ในโลกอนาคตทุกอย่างก็ถือเป็นโบราณวัตถุทั้งนั้น ” มุมปากของไทม์ยกขึ้นเล็กน้อย นี่มันได้เวลาของการเก็บเกี่ยว!
“ ถือว่าเป็นการรีไซเคิลก็แล้วกันนะ ฮ่าๆๆ ” เขาเดินไปยังร่างของหลี่เทียนหลงเป็นคนแรก
ชุดเกราะเงินทั้งชุดแม้จะมีร่องรอยจากการต่อสู้ แต่ฝีมือการตีเหล็กล้วนประณีตจนแทบไร้ที่ติ ลวดลายงดงามถูกสลักไว้อย่างวิจิตร หัวเข็มขัดทำจากทองสัมฤทธิ์ประดับหยกสีเขียวเข้ม
ติ๊ง!
[ ตรวจพบวัตถุโบราณ ]
[ เกราะแม่ทัพตระกูลหลี่ ]
[ อายุในโลกปัจจุบัน : 520 ปี ]
[ มูลค่าโดยประมาณ : ระดับสูง ]
“ ระดับสูงอีกแล้ว.. ” ไทม์ไม่รอช้า เพียงแตะเบาๆ เกราะทั้งชุดก็หายวับเข้าไปในคลังของระบบทันที เหลือทิ้งไว้เพียงร่างที่เปลือยเปล่าของอีกฝ่าย
จากนั้นจึงหยิบดาบประจำกายของอีกฝ่ายขึ้นมา คมดาบยังสว่างวาบแม้เพิ่งผ่านการใช้งาน ด้ามดาบพันด้วยหนังปลากระเบน ปลอกทำจากไม้หอมฝังเงิน!
ติ๊ง!
[ ตรวจพบวัตถุโบราณ ]
[ ดาบพิธีการแม่ทัพรักษาการ ]
[ มูลค่าในโลกปัจจุบัน : ระดับสูง ]
“ เอาอีกแล้ว.. ” เขารีบเก็บทันที
ต่อมาคือแหวนหยกที่นิ้วมือ ป้ายหยกประจำตระกูล ตราประจำตำแหน่ง ถุงเงินไหมปักลายทองที่มีตำลึงเงินอยู่ภายใน แม้กระทั่งรองเท้าหนังสำหรับขุนนางชั้นสูง ระบบก็ประเมินให้แทบทั้งหมด!
ติ๊ง!
[ แหวนหยกขาว.. ระดับสูง ]
ติ๊ง!
[ ป้ายหยกประจำตระกูลหลี่.. ระดับสูง ]
ติ๊ง!
[ ตราประจำตำแหน่งราชการ.. ระดับสูง ]
ติ๊ง!
[ ถุงเงินไหมปักทอง.. ระดับกลาง ]
เสียงแจ้งเตือนดังแทบไม่หยุด จนตัวไทม์ที่ใจเสียเพราะการฆ่าคนอยู่เมื่อครู่ ถึงกับหัวเราะออกมาเสียงดัง!
“ แค่คนเดียวของก็เต็มกระเป๋าแล้ว หรือจริงๆการค้าขายอาจเป็นเรื่องตลก เราทำตัวเป็นโจรปล้นฆ่าแทนดีมั้ยนะ ” เขาเริ่มคิดหลังเห็นความแตกต่างระหว่างคนธรรมดากับลูกหลานขุนนาง แค่ของติดตัวเขาเพียงอย่างเดียว มูลค่าของมันก็อาจมากกว่าทั้งที่ว่าการอำเภอแล้ว!
“ ของแม่ทัพยังขนาดนี้.. ลูกน้องก็คงมีของดีไม่น้อย ” คิดได้ก็หันมองไปยังศพที่เหลือ แม้ทหารผู้ติดตามจะมีของดีไม่มากเท่า แต่ชุดเกราะกับดาบพวกนั้นก็ถือเป็นของโบราณล้ำค่า ในกลุ่มนักสะสมยังไงก็ต้องมีมูลค่าอยู่ไม่น้อย
ดาบ หอก ธนู มีดสั้น หมวกเหล็ก เข็มขัด เหรียญทองแดง ชุดเกราะ และแม้แต่ลูกธนูเหล็ก ทุกอย่างล้วนถูกไทม์เก็บกวาดในพริบตา!
ถนนทั้งสายเหลือเพียงศพเปลือยกาย นี่มันไม่ต่างจากภาพของการถูกโจรป่าปล้นชิง! ปล้นชิงแล้วยังขืนใจอีกด้วย!
“ ว่าแต่ม้าพวกนี้.. ” ไทม์ลูบคางครุ่นคิด
“ ระบบเก็บได้หรือเปล่านะ? ” เขาคิดอย่างติดตลกก่อนต้องส่ายหน้า สิ่งมีชีวิตจะเก็บเข้าไปด้วยได้ยังไงกัน ต่อให้พวกมันจะเป็นม้าชั้นดีที่น่าจะมีมูลค่าก็เถอะ..
ชายหนุ่มตั้งสติก่อนทอดสายตามองถนนรอบด้านอีกครั้ง ศพยังคงนอนกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ เลือดสีแดงค่อยๆซึมลงผืนดิน กลิ่นคาวเริ่มลอยคลุ้งไปตามสายลม หากปล่อยไว้อีกไม่นาน สัตว์ป่าคงตามกลิ่นมารวมตัวกัน
“ อยู่ตรงนี้นานไม่ดี.. ” เขาพึมพำกับตัวเองพลางก้าวออกจากถนนหลวง ได้เวลากลับบ้านก่อนแล้ว เพราะหากมีกองคาราวานผ่านมาเห็นภาพนี้เข้า ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าต้องเกิดเรื่องใหญ่!
เดินลึกเข้าไปในป่าราวสองร้อยเมตร.. ต้นไม้ใหญ่สูงเสียดฟ้าขึ้นเรียงรายกันอยู่เต็มไปหมด ความหนาทึบนี้ไม่ต่างจากม่านที่ช่วยบังตาผู้คนให้เลย
“ ตรงนี้ล่ะ ถ้าใครเดินผ่านถนนมาก็คงไม่มีทางเห็นเรา ” คิดได้แบบนั้นเขาก็เปิดใช้งานระบบเพื่อกลับบ้านในทันที!
“ อิสระเหนือกาลเวลา! ”
วูมมม!! ภาพทั้งหมดเปลี่ยนไปอีกครั้ง ก่อนตัวไทม์จะมาปรากฏร่างอยู่ในห้องคอนโดห้องเดิม!
“ กลับมาแล้ว ” เขาฉีกยิ้มก่อนรีบถอดเสื้อดูรอยช้ำจากลูกธนูบนร่างกาย..
“ โลกในยุคอดีตมันจะมีวิชายุทธอะไรบ้างมั้ยนะ โดนธนูยิงแบบนี้ต่อให้ไม่ตายแต่ก็ยังเจ็บ ถ้ามีเราอาจจะฝึกวิชาเพื่อมาเก่งกาจแบบยอดมนุษย์ในโลกฝั่งนี้ได้! ” เขาบ่นไปเรื่อยขณะค่อยๆทายา สายตามองดูนาฬิกาที่เป็นเวลาห้าโมงเย็นพอดี
“ คืนนี้เราเองก็จะไปนอนที่บ้านของเมย์ด้วย ตอนนี้แม่น่าจะเริ่มทำอาหารเย็นเอาไว้แล้ว ” คิดได้แบบนั้นก็เดินไปหยิบกุญแจรถที่วางอยู่ แม้ร่างกายจะยังระบมจากแรงกระแทกของลูกธนู แต่เมื่อได้กลับมายังโลกปัจจุบัน ความตึงเครียดทั้งหมดก็คล้ายจะถูกปลดออกไป
ไม่นานเสียงเครื่องยนต์ของเบนซ์คันหรูก็ดังขึ้นจากลานจอดรถของคอนโด ช่วงเย็นของกรุงเทพยังคงเต็มไปด้วยรถที่กำลังทยอยกลับบ้าน
แสงอาทิตย์สีส้มทอดผ่านตึกสูงทั้งสองฝั่งถนน ผู้คนต่างเร่งรีบกลับไปหาครอบครัวหลังเลิกงาน ไทม์ขับรถไปเรื่อยๆพลางเปิดเพลงเบาๆ เมื่อเทียบกับป่าลึกเมื่อครู่แล้ว โลกทั้งสองใบแตกต่างกันราวกับความฝัน
ชั่วโมงก่อนเขายังต้องใช้ปืนเอาชีวิตรอดจากกองทหารนับสิบ แต่ตอนนี้.. เขากลับกำลังติดไฟแดงอยู่กลางกรุงเทพ!
“ ชีวิตเรานี่มันแปลกจริงๆ.. ” ชายหนุ่มหัวเราะกับตัวเอง ไม่นานรถก็เลี้ยวเข้าสู่หมู่บ้านของเมย์ ยังไม่ทันได้จอด กลิ่นหอมของอาหารก็ลอยมาตามลมเสียแล้ว
“ หืม.. ” ไทม์สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด
“ กลิ่นส้มตำ.. แล้วนั่นคงเป็นไก่ย่าง.. ”
เสียงครกตำส้มตำดัง ตึก! ตัก! ตึก! ลอยออกมาจากหลังบ้านเป็นระยะ
“ สงสัยวันนี้จะจัดเต็ม ” เขายิ้มกว้างทันที
“ อ่าวไทม์! กำลังจะโทรตามอยู่เลย! ” เมย์ที่กำลังช่วยแม่ยกจานอาหารออกมาวางบนโต๊ะ หันมาเห็นไทม์ก็รีบโบกมือทันที
“ รถโคตรจะติดเลย ” ไทม์ยิ้มให้พร้อมยกถุงผลไม้ที่ซื้อมาระหว่างทางให้เห็น
“ ว่าแต่เมย์.. เราทำอาหารกันแบบนี้ แถมมันยังมีกลิ่นที่แรงเอาเรื่องเลยด้วย บ้านฝั่งตรงข้ามเขาจะไม่โวยวายเอาใช่มั้ยนะ ยิ่งมีแต่คนรวยแบบนี้.. ” เขากระซิบถามกับเมย์อย่างรู้กัน เพราะตอนทำอาหาร.. ต่อให้มันจะมีระบบช่วยดูดควันชั้นยอด แต่แม่ของเขาก็คงไม่ได้เปิดเครื่องเพื่อใช้งาน..
“ นั่นสิ.. บ้านตรงข้ามมีทั้งคุณหนูลินินแล้วก็ท่านประธานอยู่ กลิ่นตำปลาร้าแบบนี้อาจทำคนตายได้ ฮ่าๆๆ ” เมย์หัวเราะเบาๆกับเรื่องนี้ที่สำหรับเธอแล้วมันเป็นเรื่องเล็ก แต่นั่นก็อาจไม่เล็กเลยสำหรับคนที่ไม่ชอบ
“ ไว้ถึงตอนนั้นก็คงต้องไปขอโทษเขาซะหน่อย แต่ก็นะ.. ที่นี่มันบ้านเดี่ยวหลังโต ทำส้มตำกินเองซักครกมันจะเป็นอะไรไป ไม่ได้เปิดร้านส้มตำซะหน่อย.. ” ไทม์กล่าวอย่างรู้มารยาท แต่การทำส้มตำกินในบ้านที่มีบริเวณกว้างขวางขนาดนี้ มันก็ถือเป็นสิทธิ์ของเขาเหมือนกัน