เพื่อนบ้านเจ้าปัญหา
เพื่อนบ้านเจ้าปัญหา
“ ไว้ถึงตอนนั้นก็คงต้องไปขอโทษเขาซะหน่อย แต่ก็นะ.. ที่นี่มันบ้านเดี่ยวหลังโต ทำส้มตำกินเองซักครกมันจะเป็นอะไรไป ไม่ได้เปิดร้านส้มตำซะหน่อย.. ” ไทม์กล่าวอย่างรู้มารยาท แต่การทำส้มตำกินในบ้านที่มีบริเวณกว้างขวางขนาดนี้ มันก็ถือเป็นสิทธิ์ของเขาเหมือนกัน
“ คิดมากน่าไทม์ บ้านตรงข้ามอยู่ตั้งไกลกันขนาดนั้น ถนนของหมู่บ้านเองก็กว้างเอาเรื่อง อีกอย่างเราไม่ได้ทำกินทุกวันซะหน่อย นี่คือการทำอาหารครั้งแรกในบ้านหลังนี้เลยนะ ” เมย์หัวเราะเบาๆพลางหยิบจานกับช้อนมาวางเพิ่ม
“ ก็จริง.. ใครมันจะบ้าหาเรื่องเพื่อนบ้าน เพียงเพราะเขาแค่ทำกับข้าวในบ้านของตัวเอง ” ไทม์พยักหน้าอย่างคิดว่าครอบครัวของท่านประธานคงไม่ประสาทกลับขนาดนั้น ไม่นานทั้งสี่คนก็ล้อมวงนั่งรอบโต๊ะอาหาร แม่ของเมย์ตักต้มแซ่บใส่ถ้วยให้ไทม์เป็นคนแรก เช่นเดียวกับพ่อของเขาที่ก็ดูจะมีความสุข
“ ลองชิมดูก่อนลูก แม่เคี่ยวตั้งแต่บ่ายเลย ”
“ ขอบคุณครับคุณแม่ ” ไทม์ยกถ้วยขึ้นซดเพียงคำเดียว นี่แหละรสชาติที่เขาคุ้นเคย!
“ โอ้โห! รีบลองเลยยัยเมย์ ฮ่าๆๆ ”
“ อร่อยจริงๆด้วย! สุดยอดไปเลยค่ะคุณป้า! ” เมย์ยิ้มกว้างก่อนตักทานอีกหลายคำ
“ งั้นก็กินเยอะๆนะลูก ” บรรยากาศบนโต๊ะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ อาหารทุกอย่างล้วนถูกปากทุกคน
“ ไม่ได้กินอาหารอีสานแบบนี้มาเป็นปีเลย ส้มตำฝีมือคุณป้าคือที่สุด! เหมือนได้กลับไปกินถึงขอนแก่นเลย! ”
“ ปากหวานนะเรา ”
“ พูดจริงๆนะคะ ” เมย์ยกนิ้วให้อย่างคิดว่าซวยแล้ว ถ้าแม่ของไทม์กลับบ้านเมื่อไร เธอคงลงแดงเพราะอยากกินอีกเป็นแน่
เวลาผ่านไปเกือบสิบนาที โต๊ะอาหารเริ่มพร่องลงไปมากตามความอร่อยที่ทุกคนล้วนตั้งหน้าตั้งตาทานกัน..
กริ๊งงง.. เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น
หนึ่งครั้ง.. ไม่มีใครสนใจ
สองครั้ง.. ไทม์เริ่มหันมอง
สามครั้ง.. เหมือนคนกดจะไม่หยุดจนกว่าจะมีใครออกมา..
“ ใครนะ.. ” เมย์วางช้อนลงอย่างแปลกใจ เธอเองก็ไม่มีญาติที่ไหนในเมืองหลวง แถมเพื่อนหรือคนรู้จักก็ยังไม่รู้ข่าวว่าเธออยู่ที่นี่..
“ เดี๋ยวผมไปดูเองครับ ” ไทม์ลุกขึ้นช้าๆ เขาเดินออกไปหน้าบ้านก่อนเปิดประตูรั้วเพียงเล็กน้อย..
เบื้องหน้าคือชายวัยประมาณสี่สิบปี แต่งกายด้วยชุดสูทสีดำเรียบร้อย ผมหวีเรียบ รองเท้าหนังขัดเงาจนสะท้อนแสง
ท่าทางอีกฝ่ายยืนตรง มือทั้งสองประสานไว้ด้านหน้า เพียงมองแวบแรกก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คนส่งของ แต่เป็นคนรับใช้หรือพ่อบ้านของครอบครัวที่มีฐานะ..
“ ขออภัยที่รบกวนครับ ” ชายคนนั้นโค้งศีรษะเล็กน้อยอย่างสุภาพ
“ ไม่ทราบว่าที่นี่กำลังประกอบอาหารอยู่ใช่มั้ย? ”
“ ใช่ครับ มีอะไรหรือเปล่า ” ไทม์พยักหน้า
ชายคนนั้นสูดลมหายใจเบาๆ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสุภาพแต่แฝงความลำบากใจเอาไว้ชัดเจน..
“ ผมมาจากบ้านฝั่งตรงข้ามครับ ”
“ คุณท่านของผมมีความประสงค์ให้ผมมาแจ้งว่า กลิ่นอาหารที่ลอยมาตามลมค่อนข้างแรง ”
“ โดยเฉพาะ.. กลิ่นแปลกๆที่ผมเดาว่าเป็นปลาร้า ” เขารีบก้มศีรษะอีกครั้ง ดูเหมือนแม้แต่คนรับใช้เองก็ยังเกรงใจ เพราะเข้าใจดีว่านี่คือสิทธิ์ของเจ้าบ้าน พวกเขาเพียงปรุงเสร็จแล้วก็นำมาทาน กลิ่นนี้มันไม่ได้ลอยอยู่ในอากาศเป็นวันๆเสียหน่อย..
“ ต้องขออภัยจริงๆครับ ผมได้รับคำสั่งโดยตรงให้มาขอความร่วมมือจากทางนี้ ”
“ หากเป็นไปได้ รบกวนช่วยลดกลิ่นลงสักเล็กน้อย เพราะคุณหนูของบ้าน.. ค่อนข้างไวต่อกลิ่นครับ ” พูดจบเขาก็ยืนสงบนิ่ง ไม่ได้มีท่าทีหาเรื่องหรือใช้อำนาจใดๆ เห็นได้ชัดว่าเพียงทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น
เมย์กับพ่อแม่ของไทม์เดินตามออกมาพอดี เมื่อได้ยินคำพูดทั้งหมด สีหน้าของทั้งคู่ก็เจือความเกรงใจ..
“ ต้องขอโทษจริงๆนะคะ ” แม่ของไทม์รีบพูดขึ้น ด้วยมองว่าที่นี่คือบ้านของเมย์ และการทำอาหารของเธออาจทำให้หญิงสาวต้องเดือดร้อน
“ ไม่คิดเลยว่ากลิ่นจะลอยไปไกลขนาดนั้น.. ”
“ มันก็ไม่ได้ขนาดนั้นหรอกครับแม่ ผมว่าเรื่องนี้ คุณพ่อบ้านเองก็น่าจะรู้.. ” ไทม์กลับพูดแทรกขึ้นมา คำพูดนั้นทำเอาพ่อบ้านเองก็แอบพยักหน้าให้ เอาจริงๆกลิ่นมันไม่ได้แรงเลย ก็แค่คุณหนูของบ้านเขามันเยอะไปหมด ขนาดน้ำหอมปรับอากาศที่ใกล้หมด ตัวเธอคนนี้ก็ยังโวยวายได้ว่ากลิ่นมันเพี้ยน!
“ ไม่เป็นไรครับ ” ชายในชุดสูทรีบโค้งตัวตอบ
“ ผมเองก็เข้าใจดีว่าเป็นการทำอาหารภายในบ้าน เพียงแต่เจ้านายของผมกำชับมาให้เรียนแจ้งด้วยความสุภาพ มิได้มีเจตนาจะตำหนิหรือรบกวนแต่อย่างใด ” ไทม์มองชายตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง จากน้ำเสียงและท่าที เขาสัมผัสได้ว่าคนผู้นี้พยายามเลือกคำพูดอย่างระมัดระวังที่สุด ซึ่งนั่นก็คงไม่ใช่คำพูดของเจ้านายเขา..
“ พวกเราจะระวังให้มากขึ้นครับ มื้อถัดไปจะทำของที่เบาลงแล้ว ” ไทม์บอกปัดอย่างคิดเห็นใจพ่อบ้าน คนเป็นลูกน้องย่อมไม่อาจขัดคำสั่งเจ้านาย แม้ว่าบางเรื่องมันจะงี่เง่าจนไร้สาระ!
“ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ! ” เขาเดินกลับบ้านไป
“ พรุ่งนี้เช้าผมจะพาพ่อแม่ไปซื้อของ แต่ก่อนหน้านั้นผมจะพาแวะไปที่ทำงาน วันนี้ที่หายไปโชคดีได้ของติดมือกลับมานิดหน่อย.. ” ไทม์กล่าวหลังทั้งบ้านได้กลับมานั่งพักผ่อน
“ ได้เลยลูก พรุ่งนี้เช้าเราก็ทำอะไรง่ายๆทานกันเถอะนะ อย่าไปทะเลาะกับบ้านตรงข้ามเขาเลย เดี๋ยวหนูเมย์ที่อยู่คนเดียวจะลำบากเอา ” พ่อของไทม์กล่าวอย่างไม่คิดจะสร้างปัญหา
“ นี่คือหนึ่งในเรื่องที่ทำให้บ้านนอกของเราดีกว่าเมืองหลวงสินะ อย่างน้อยๆการทำอาหารก็ไม่ใช่ปัญหารบกวนใคร ” แม่ของไทม์หัวเราะเบาๆ ก่อนไม่นานทุกคนก็จะแยกย้ายกันไปพักผ่อน
. . .
เช้าวันใหม่มาถึงพร้อมกลิ่นข้าวสวยร้อนๆที่ลอยคลุ้งไปทั่วครัวตั้งแต่เช้า แม่ของไทม์ตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง เธอไม่ได้คิดจะทำอาหารหนักเหมือนเมื่อคืนเพราะเกรงใจเพื่อนบ้าน เช้านี้จึงเลือกทำเพียงไข่เจียวหมูทอด กระดูกหมูต้มจืด และน้ำพริกปลาทูพร้อมผักลวกเล็กน้อย..
เครื่องดูดควันเหนือเตาถูกเปิดทำงานทันที เสียงพัดลมดูดอากาศดังครางเบาๆตลอดเวลาที่ประกอบอาหาร
“ แบบนี้กลิ่นก็น่าจะออกไปน้อยมากแล้ว.. ” แม่ของไทม์พึมพำพลางค่อยๆกลับไข่เจียวในกระทะ
ในเวลาเดียวกันกับบ้านหรูฝั่งตรงข้าม.. ห้องรับประทานอาหารขนาดใหญ่ตกแต่งด้วยหินอ่อนสีขาว หญิงสาววัยยี่สิบต้นๆ กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้อย่างหงุดหงิด
เธอคือลินิน หญิงสาวผู้เป็นคุณหนูของบ้าน!
เมื่อคืนเธอแทบจะนอนไม่หลับ ไม่ใช่เพราะกลิ่นอาหาร แต่เป็นเพราะความรู้สึกหงุดหงิดในใจ! ตามปกติของแวดวงไฮโซแล้ว คนที่เพิ่งมาซื้อบ้านหลังนี้สมควรจะมาทักทายตัวเธอและผู้เป็นพ่อก่อนสิ! ไม่ใช่เข้าอยู่แล้วแต่ยังไม่คิดรู้มารยาท!
“ แบบนี้มันไม่ถูก! พวกมันสมควรจะมาทักทายพวกเราก่อนตั้งแต่คิดจะซื้อบ้านแล้ว คิดว่าการเป็นเพื่อนบ้านกับฉันมันง่ายมากนักเหรอ คนระดับฉันไม่ใช่ว่าใครก็เป็นเพื่อนบ้านได้! ” เธอบ่นอย่างหงุดหงิดใจเต็มที
“ คุณหนู รับประทานอาหารเช้าก่อนนะคะ ” แม่บ้านวางกาแฟลงตรงหน้า ทว่าลินินกลับไม่แม้แต่จะมอง
“ คนบ้านตรงข้ามมันมาขอโทษหรือยัง! ”
“ เอ่อ.. เมื่อวานหัวหน้าพ่อบ้านกลับมาแจ้งแล้วว่า ทางนั้นรับทราบแล้วค่ะ ” แม่บ้านชะงักไปเล็กน้อย ก่อนพยายามตอบออกมาอย่างใจเย็น
“ รับทราบ? ” ลินินหัวเราะเย็นๆใส่
“ แค่รับทราบ? ”
“ แล้วตัวเจ้าของบ้านล่ะ? ไม่คิดจะเดินมาขอโทษฉันด้วยตัวเองเลยเหรอ!? ” เธอวางแก้วกาแฟลงเสียงดัง ก่อนจะหันไปมองหน้าผู้เป็นพ่อ
“ แบบนี้มันไม่ให้เกียรติกันเลยนะคะคุณพ่อ ครอบครัวเราถือเป็นมหาเศรษฐีระดับหมื่นล้าน! คนมาใหม่ยังไงก็ต้องเข้ามาทักทายก่อนสิ หากพวกเราไม่ยินดี พวกมันก็ไม่มีสิทธิ์จะซื้อบ้านหลังนั้น! ” เธอโวยวายเสียงดังลั่น
“ ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้บ้านหลังใหม่ของเรากำลังสร้างอยู่ และนั่นก็ต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน พ่อเองก็คงไม่คิดจะมาอยู่ในหมู่บ้านแบบนี้หรอก.. ” ท่านประธานส่ายหน้าเบาๆ ตัวเขาเองก็ถือตนไม่แพ้ลูกสาวซักเท่าไร
แม่บ้านกับคนรับใช้ต่างก้มหน้า ทุกคนในบ้านล้วนรู้ดีว่าคุณหนูของพวกเขาเป็นคนเอาแต่ใจมาตั้งแต่เด็ก ถ้าเกิดเธอไม่พอใจเรื่องไหน ต่อให้เป็นเรื่องเล็กน้อยก็พร้อมจะทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ได้เสมอ
“ วันนี้พวกมันทำอาหารอีกมั้ย? ” เธอถามกับคนรับใช้ที่ได้รับคำสั่งให้เฝ้าดู
“ ครับคุณหนู เช้านี้บ้านฝั่งตรงข้ามก็น่าจะทำอาหารเช้าทานกัน.. ” พ่อบ้านรายงานตามสิ่งที่เห็น แม้ในใจลึกๆจะแอบคิดว่า พวกเขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิดไม่ใช่เหรอ การทำอาหารเช้ามันคือเรื่องปกติของทุกบ้าน..