สงครามบ้านคนรวย
สงครามบ้านคนรวย
“ ครับคุณหนู เช้านี้บ้านฝั่งตรงข้ามก็น่าจะทำอาหารเช้าทานกัน.. ” พ่อบ้านรายงานตามสิ่งที่เห็น แม้ในใจลึกๆจะแอบคิดว่า พวกเขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิดไม่ใช่เหรอ การทำอาหารเช้ามันคือเรื่องปกติของทุกบ้าน..
ลินินค่อยๆยกมุมปากขึ้น รอยยิ้มนั้นไม่ได้ดูสวยงามเหมือนรูปร่างหน้าตาของเธอ กลับกันมันยังดูน่ารังเกียจแบบตัวร้าย!
ทุกคนในบ้านต่างรู้ดี.. เมื่อคุณหนูยิ้มแบบนี้แปลว่าจะมีใครสักคนต้องซวยแล้ว!
“ ดี! ในเมื่อพวกมันไม่คิดจะรักษามารยาท เช่นนั้นฉันเองก็ไม่คิดจะให้พวกมันได้อยู่แบบสงบ!! ” เธอวางแก้วกาแฟลงเสียงดัง ก่อนหันไปมองเลขาส่วนตัวที่ยืนอยู่ไม่ไกล
“ โทรหานิติบุคคลของหมู่บ้าน แจ้งไปว่าบ้านหลังนั้นส่งกลิ่นรบกวนเพื่อนบ้าน ทำเสียงดัง และอาจละเมิดข้อบังคับของโครงการ ให้เขาเข้าไปตรวจสอบเดี๋ยวนี้! ” เลขาของท่านประธานถึงกับชะงัก ด้วยรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เรื่องจริง..
“ เอ่อ.. คุณหนูครับ ผมเกรงว่าทางนิติบุคคลคงยังดำเนินการอะไรไม่ได้ เพราะเมื่อคืนทางนั้นก็เพียงประกอบอาหารภายในบ้าน ซึ่งไม่ได้ผิดกฎของโครงการเลย.. ”
“ งั้นก็หาเรื่องอื่น! ใช้สมองหน่อยสิ คิดทำอะไรก็ได้! ” สีหน้าของลินินเย็นลงทันที ก่อนจะหันไปมองหน้าพ่อให้ช่วยจัดการ
“ จัดการให้ลูกสาวฉันเถอะ วันนี้ฉันไม่อยากจะปวดหัวตั้งแต่เช้า เดี๋ยวต้องเตรียมตัวเข้าบริษัทด้วย.. ” ท่านประธานบอกปัดอย่างรำคาญใจ ก่อนจะหันมองหน้าลูกสาวอย่างคิดอะไรขึ้นมาได้
“ ลินิน ลูกเองก็กลับไปทำงานได้แล้วนะ ถ้าพ่อจัดการเรื่องนี้ให้ ลูกต้องกลับไปฝึกงาน เข้าใจใช่มั้ย? ” เขายกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นข้อต่อรอง ไม่อย่างนั้นลูกสาวก็คงขี้เกียจไปวันๆ
“ แต่พ่อคะ.. หนูยังปวดท้องอยู่เลย.. ”
“ นี่มันก็หลายวันแล้ว ไอ้พนักงานคนนั้นก็ถูกสั่งพักงานไปแล้วด้วย มันไม่โผล่หน้ามากวนใจลูกแล้วล่ะ ”
“ จริงๆเรียกมันกลับมาก็ดีนะ หนูจะได้มีคนคอยรับใช้.. ” เธอบ่นเบาๆก่อนหันไปมองหน้าเลขาอีกครั้ง ยังไงซะเรื่องของเพื่อนบ้านก็ใหญ่กว่า
“ ไม่ว่าใครถ้าคิดจะอยู่ในหมู่บ้านเดียวกับฉันมันก็ต้องรู้จักที่ต่ำที่สูง ถ้าไม่รู้หรือคิดไม่ได้! เช่นนั้นก็สอนให้มันรู้ซะ! ” คำพูดของเธอทำให้ทั้งห้องอาหารตกอยู่ในความเงียบ
. . .
สำนักงานของบริษัทนิติบุคคลประจำหมู่บ้าน หญิงวัยสามสิบปลายๆผู้จัดการโครงการกำลังตรวจสอบเอกสารอยู่ในห้องทำงานของเธอ..
“ ผู้จัดการคะ บ้านเลขที่ S-01 ติดต่อเข้ามาค่ะ ” พนักงานคนสนิทเร่งเอาโทรศัพท์มาให้
“ S-01 อย่างนั้นเหรอ.. ” เธอเลิกคิ้วนิดๆด้วยรู้ว่าคนที่ซื้อบ้านหลังนั้นเป็นใคร ในหมู่บ้านนี้ทุกคนก็ต่างเป็นเศรษฐีกันทั้งนั้น เพียงแต่คนที่มีมูลค่าทรัพย์สินเกินหมื่นล้าน ระดับมหาเศรษฐีเกรงว่าจะมีเพียงหนึ่งเดียว..
“ ค่ะคุณเลขา.. ดิฉันจะตรวจสอบให้ค่ะ ” หลังจากรับสายได้ไม่ถึงสามนาที ผู้จัดการก็ถอนหายใจเบาๆ
“ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันอีก.. ” เธอถึงกับปวดหัวหลังวางสาย..
“ มีอะไรหรือเปล่าคะพี่ ” พนักงานสาวพูดถาม
“ บ้าน S-01 แจ้งร้องเรียนบ้านหลังใหม่ คู่กรณีคือ S-02 ”
“ ปัญหาคืออะไรคะ.. ” พนักงานคนสนิทถึงกับนิ่งเงียบไปด้วยเลย กับปัญหานี้ที่เกิดขึ้นระหว่างบ้านสองหลัง ซึ่งจัดได้ว่าเป็นบ้านระดับสูงสุดของโครงการกันทั้งคู่!
“ เรื่องกลิ่นอาหาร.. ” ผู้จัดการถึงกับส่ายหน้า..
“ แต่กฎของโครงการระบุไว้ชัดเจน การประกอบอาหารภายในบ้านพักถือเป็นสิทธิ์ของเจ้าของบ้าน ตราบใดที่ไม่ได้ดัดแปลงเป็นร้านอาหารหรือสร้างมลภาวะเกินสมควร.. ”
“ ถ้าเราไปห้ามเขา นั่นต่างหากที่จะผิด.. ”
“ ยังไงเราก็ต้องไป คนแจ้งคือท่านประธานของบริษัทใหญ่.. ถ้าไม่ไปเราสองคนต้องตกงานแน่ เขาคนนี้สนิทสนมกันดีกับท่านประธานของบริษัทเรา! ” ผู้จัดการถอนหายใจ
รถกอล์ฟของนิติบุคคลค่อยๆแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน S-02 ผู้จัดการโครงการกับพนักงานสาวลงจากรถทันที ทั้งคู่สูดหายใจลึกอย่างพร้อมเผชิญหน้า กับปัญหาที่รู้ทั้งรู้ว่าไม่มีเหตุผล..
ในเวลาเดียวกัน ไทม์กำลังช่วยแม่เก็บจานอยู่ ส่วนเมย์เองก็กำลังล้างจานอย่างตั้งใจ
กริ๊งงง.. เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นอีกครั้ง ไทม์หันไปมองก่อนจะส่ายหน้าอย่างคิดได้ คนแบบยัยคุณหนูอะไรนั่น มีเหรอจะไม่เจ้าคิดเจ้าแค้น! นี่คือสิ่งที่เขาพบเจอมาแล้วกับตัว!
“ สงสัยจะไม่ยอมจบ ”
“ เดี๋ยวแม่ไปเปิดเองดีมั้ยลูก.. ” แม่ของไทม์เอ่ยขึ้นอย่างไม่คิดจะอยากให้มีปัญหา
“ ไม่เป็นไรครับ คนเราเมื่อให้เกียรติกันแล้วหนึ่งครั้งแต่ยังไม่ยอมหยุด เช่นนั้นก็คงต้องเล่นด้วยกันซะหน่อย ” ไทม์เดินออกไปเปิดประตูรั้วเหมือนเมื่อวาน
เมื่อประตูแง้มออก เขาก็พบหญิงวัยประมาณสามสิบปลายๆในชุดยูนิฟอร์มของนิติบุคคล ด้านข้างยังมีพนักงานสาวที่ยืนหน้านิ่ง ขณะจ้องมองใบหน้าหล่อๆของเขาไม่วางตา
“ สวัสดีค่ะ ดิฉันเป็นผู้จัดการนิติบุคคลของหมู่บ้านนี้ ” เธอรีบทัก
“ ต้องขออภัยที่มารบกวนตั้งแต่เช้า ”
“ ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่มีอะไรเหรอ? ”
“ คือ.. ทางเราได้รับเรื่องร้องเรียนจากลูกบ้าน จึงจำเป็นต้องเข้ามาตรวจสอบตามขั้นตอนค่ะ ” ผู้จัดการยิ้มอย่างเกรงใจ
“ แม้เบื้องต้นดิฉันจะตรวจสอบข้อบังคับแล้ว และยังไม่พบว่ามีการกระทำใดผิดกฎของโครงการก็ตาม.. ”
“ ถ้าไม่มีแล้วจะมาทำไมครับ? ” ไทม์ถามกลับอย่างแปลกใจ คำถามนั้นทำเอาเจ้าหน้าที่ต้องชะงักไปเลย..
“ เอ่อ.. คือว่า.. ” ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูด เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากอีกฝั่งของถนน!
ชายในชุดสูทสีดำเดินตรงเข้ามาพร้อมลูกน้อง เขาคนนี้คือเลขาของท่านประธาน! นอกจากจะมีความรู้ความสามารถในการช่วยงานแล้ว ความรู้ทางด้านกฎหมายก็เป็นสิ่งที่เขาถนัด!!
“ สวัสดีครับ ” ตัวเลขาเอ่ยทักผู้จัดการก่อนหันไปมองหน้าไทม์ที่ยืนอยู่ ชัดเจนว่าเขาจำชายหนุ่มไม่ได้ และนั่นมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก พนักงานระดับทั่วไปแบบเขา แถมยังเคยเจอหน้ากันแค่ครั้งเดียวในคืนงานเลี้ยงต้อนรับคุณหนู คุณค่าที่ต้องจดจำมันแทบไม่มี ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าคนระดับนั้นมันมาอยู่ที่นี่ไม่ได้!
“ ผมได้รับมอบหมายจากท่านประธานให้มาเป็นผู้แทนของบ้าน S-01 เพื่อชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อร้องเรียนครับ ”
“ เชิญครับ ” ไทม์ตอบสั้นๆอย่างคิดว่าสนุกแล้ว บ้านฝั่งตรงข้ามช่างมั่นใจซะจริงๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่กล้าเปิดตัวขนาดนี้!
เลขาสูดลมหายใจ ก่อนเริ่มอ่านรายละเอียดราวกับกำลังรายงานในที่ประชุม
“ ข้อที่หนึ่ง.. บ้าน S-02 ทำการประกอบอาหารที่มีกลิ่นรุนแรงเป็นประจำ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของลูกบ้านข้างเคียง ” เพียงคำแรกก็ทำเอาพ่อแม่ของไทม์เริ่มคิ้วกระตุกแล้ว นี่มันใส่ร้ายกันชัดๆ!!
“ เป็นประจำ? ” ไทม์ยิ้มถามอย่างไม่ได้เกรงกลัว
“ ใช่ครับ ” อีกฝ่ายเองก็ตีหน้าตายเช่นกัน
“ หลักฐานล่ะ? ”
“ .. ” เลขาชะงักเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่คิดจะยอมแพ้
“ เฮ้อ! ไม่ต้องเงียบแล้วก็ไม่ต้องคิดจะพูดอะไรต่อ พวกคุณนี่มันโคตรจะไร้สาระเลย! ” ไทม์เปิดฉากบ่นใส่กลับไปบ้าง!
“ บ้านหลังนี้เพิ่งซื้อได้แค่ไม่ถึงสามวัน แถมเมื่อวานก็เป็นวันแรกที่มีการทำอาหาร คำว่าเป็นประจำของคุณมันหมายถึงกี่ครั้งเหรอครับ? ”
“ .. ” ผู้จัดการนิติบุคคลรีบก้มลงดูข้อมูลในทันที บ้านหลังนี้เพิ่งขายได้จริงๆ!!
“ ข้อที่สอง.. ” เลขารีบพลิกหน้ากระดาษ
“ บ้านหลังนี้ส่งเสียงดังจากการประกอบอาหาร สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อยู่อาศัย.. ”
“ เสียงอะไรครับ ”
“ เสียง.. ทอดอาหารครับ! ”
“ หมายถึงเสียงน้ำมันเดือด? ” ไทม์เกือบจะหลุดขำออกมาเลย นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!
“ คุณกำลังมาเล่นตลกให้พวกเราดูอยู่เหรอ.. ” เขาถามพร้อมมองหน้าอีกฝ่ายตรงๆจนเริ่มอับอาย เรื่องแบบนี้แค่เป็นผู้ใหญ่ซักนิดมันก็ต้องมียางอายกันบ้าง!
เลขาสูดหายใจลึก เดิมทีเขาคิดว่าจะใช้เหตุผลกดดันอีกฝ่าย แต่เมื่อข้อกล่าวหาถูกโต้กลับเพราะไร้หลักฐาน เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องพูดต่อ
ปึก! แฟ้มเอกสารถูกปิดลงช้าๆ
“ ถ้าอย่างนั้นเราคงไม่จำเป็นต้องคุยเรื่องข้อร้องเรียนแล้ว ” บรรยากาศรอบด้านเงียบลงทันที ผู้จัดการนิติบุคคลเริ่มรู้สึกไม่ดี อาจเพราะน้ำเสียงของเลขาได้เปลี่ยนไป..
“ ผมคิดว่าพวกคุณคงยังไม่ทราบ ว่าเจ้าของบ้านฝั่งตรงข้ามเป็นใคร! เขาคือผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร ของกลุ่มบริษัทอิมพีเรียมโลจิสติกส์กรุ๊ป! ”
“ กลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์และการค้าขนาดใหญ่ ผู้ซึ่งมีมูลค่าทรัพย์สินรวมกว่าหลายหมื่นล้านบาท! ” ทันทีที่ชื่อบริษัทถูกเอ่ยออกมา ผู้จัดการนิติบุคคลกับลูกน้องก็หน้าซีดลงเล็กน้อย อีกฝ่ายไม่คิดจะใช้เหตุผล แต่เลือกใช้อำนาจเข้าสู้แทนแล้ว!