คุณคิดจะแกล้งฉัน
คุณคิดจะแกล้งฉัน
“ คุณลินินครับ กะเพราหมูกรอบแบบผมพอจะทานได้มั้ย? ” ชายหนุ่มถามอย่างจนปัญญา ก่อนจะเป็นอีกฝ่ายที่พยักหน้าให้แบบไม่ใส่ใจนัก
“ ก็เอาแบบนั้นแหละค่ะ ” ลินินพยักหน้าให้แบบไม่ใส่ใจนัก
“ ได้เลยจ้ะ ” ป้าเจ้าของร้านจดรายการลงสมุด ก่อนเดินกลับไปที่หน้าเตา
ไม่นานกลิ่นหอมของกะเพราหมูกรอบก็ลอยมาแตะจมูก เสียงผัดกระทะดังฉ่าๆพร้อมเปลวไฟที่ลุกขึ้นเป็นระยะ สำหรับไทม์และเมย์ นี่คือกลิ่นแห่งความสุขในช่วงพักเที่ยง
แตกต่างจากลินินที่มันไม่ใช่เลย.. เธอกำลังนั่งมองรอบร้านด้วยสีหน้าเหมือนหลุดเข้ามาในโลกอีกใบ
“ ที่นี่ไม่มีเครื่องปรับอากาศจริงๆด้วย.. ”
“ ตามราคาครับคุณลินิน.. ”
“ แล้วคนพวกนี้ทนกันได้ยังไงคะ”
“ ก็แค่ต้องอดทนครับ อยู่ไปเดี๋ยวก็ชิน ตรงนั้นมีพัดลมด้วยนะ ” ไทม์ตอบไปแบบนั้นแม้ในใจจะคิดไปไกลแล้ว คนปกติเขาก็ไม่ได้อยู่ในห้องแอร์ตลอดเวลาหรอกนะ..
“ เฮ้อ! ” คำตอบของไทม์ทำเอาลินินถอนหายใจ เธอเริ่มรู้สึกว่าชายคนนี้กวนประสาทตัวเองมากขึ้นทุกที
ไม่นานอาหารก็ถูกยกมาเสิร์ฟ จานกะเพราหมูกรอบร้อนๆพร้อมไข่ดาวสีเหลืองทองถูกวางลงตรงหน้า
“ เชิญจ้ะ ” ป้าเจ้าของร้านยิ้มให้
ลินินมองอาหารตรงหน้าอย่างพิจารณา หน้าตามันไม่ได้แย่ ตรงกันข้าม.. มันกลับดูน่ากินกว่าที่เธอคิดเอาไว้เสียอีก
หญิงสาวทดลองตักข้าวหนึ่งคำ หมูกรอบและใบกะเพราถูกนำเข้าปากเป็นครั้งแรก..
วินาทีนั้น.. เธอรู้สึกถึงความหอม!
วินาทีที่สอง.. เธอรู้สึกถึงรสชาติ!
วินาทีที่สาม.. ดวงตาของเธอเบิกกว้างทันที!!
“ อื้อ! ” ลินินรีบวางช้อนลง ปากเล็กๆอ้าค้าง ใบหน้าเริ่มแดงขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ เป็นอะไรครับ? ” ไทม์ถามอย่างเริ่มสังเกตเห็น
“ เผ็ด! ”
“ ครับ? ” เขาลืมคิดเรื่องนี้ไปเลย ชายหนุ่มไม่ได้ถามว่าเธอทานเผ็ดได้มั้ย อาจเพราะตามปกติแล้ว เมนูแบบนี้ทุกคนจะรู้ตัวว่าต้องสั่งเผ็ดมากเผ็ดน้อยด้วยตัวเอง!
“ เผ็ดมาก! ทำไมมันเผ็ดขนาดนี้! ” หญิงสาวรีบคว้าน้ำขึ้นมาดื่มอย่างทนไม่ไหว
อึก! อึก! อึก! แต่ยิ่งดื่มก็ยิ่งรู้สึกแสบร้อน น้ำตาเริ่มคลอเบ้า ปลายจมูกกับปากแดงขึ้นจนน่าเป็นห่วง!
“ ป้า! ขอเป๊ปซี่ครับ! ” ไทม์รีบเรียกในสิ่งที่พอจะช่วยได้
“ ได้จ้ะ! ” ไม่นานน้ำอัดลมเย็นๆก็ถูกยกมาเสิร์ฟ ลินินรีบยกขึ้นดื่มแทบจะทันที ผ่านไปหลายนาที อาการแสบร้อนจึงเริ่มลดลง
แต่แทนที่เธอจะโทษตัวเอง.. สายตาคู่นั้นกลับหันมาจ้องไทม์ทันที
“ คุณตั้งใจใช่ไหม? ” เธอถามอย่างใส่อารมณ์เต็มที
“ ครับ? ”
“ คุณตั้งใจแกล้งฉัน!! ”
“ เดี๋ยวก่อนนะครับ ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย ”
“ คุณรู้อยู่แล้วว่ามันเผ็ด! ”
“ ก็.. กะเพรามันก็ต้องเผ็ดเป็นเรื่องปกติ.. ”
“ แต่คุณไม่บอกฉัน! ”
“ ผมถามแล้วว่าคุณทานได้ไหม.. ”
“ คุณก็ควรจะเตือนฉันสิ! ” เธอคำรามใส่อย่างเอาเรื่องแล้วจริงๆ ซึ่งนั่นก็ทำให้ไทม์ต้องหุบปาก ไม่อย่างนั้นตัวเขาได้ตกงานในตอนนี้!
“ .. ”
“ คุณลินินครับ ผมขอโทษที่มันเป็นแบบนี้ แต่ผมไม่รู้จริงๆว่าคุณทานเผ็ดไม่ได้เลย.. ”
“ บอกแล้วไงว่าไม่รู้ก็แค่ถาม! นี่ไม่คิดจะถามซะด้วยซ้ำ อยากโดนไล่ออกหรือยังไง! ถ้าฉันเอาเรื่องนี้ไปฟ้องคุณพ่อ บอกว่าพนักงานในบริษัทคิดจะฆ่าฉันให้ตายเพราะความเผ็ด! ตอนนี้ท้องฉันมันแสบไปหมดแล้วนะรู้มั้ย!! ” เธอข่มขู่จนไทม์หน้าเสีย..
เมย์รีบก้มหน้าทันที ใจเธอก็อยากเถียงสู้ให้ แต่ถ้าเธอทำแบบนั้น คนที่ยิ่งซวยขึ้นก็คือไทม์ เขาอาจต้องรับผลกรรมทั้งหมด..
“ เป็นความผิดของผมเองครับคุณหนู.. ผมขอโทษด้วยจริงๆครับ ” นี่แหละชีวิตลูกจ้าง ทำดีก็แค่เสมอตัว ทำชั่วก็โดนด่าโดนว่า ขัดใจเจ้านายก็เท่ากับเตรียมตัวหางานใหม่!
“ ตอนนี้ฉันอารมณ์เสียมาก! ”
“ มากที่สุด! มากจนอยากเห็นคนรับผิดชอบ! ”
“ คุณหนูครับ.. เย็นนี้จะมีงานเลี้ยงต้อนรับคุณหนู ถึงตอนนั้นผมมั่นใจว่าคุณหนูจะต้องพอใจ.. ” เขาใช้ความฉลาดเบี่ยงเบนความสนใจของอีกฝ่ายแทน
“ ถ้ามีอะไรแบบนี้อีก รับรองได้เลยว่าฉันจะทำให้คนตกงานเกินสิบคน! ” พูดจบเธอก็ลุกขึ้นแล้วเดินกลับทันที โดยไม่คิดสนใจเลยว่าไทม์กับเมย์นั้นยังไม่ได้ทานข้าว.. ไม่ได้ทานเลยแม้แต่คำเดียว!
“ ป้าคะ นี่ค่าอาหาร พวกหนูคงอยู่ทานกันไม่ได้แล้ว เจ้านายไม่พอใจค่ะ.. ” เมย์รีบไปจ่ายเงิน ก่อนป้าเจ้าของร้านจะบอกว่าไม่เอา อาหารยังไม่ทันจะได้เสิร์ฟเลย แกเองก็เห็นใจที่พนักงานแบบเราทั้งสองจะต้องมารองรับอารมณ์ให้คนแบบนี้ หัวอกคนทำงานเหมือนกันมันเข้าใจ!
“ ไว้ผมมาใหม่นะครับป้า ตอนนี้ขอตามเธอไปก่อน ไม่งั้นผมโดนไล่ออกแน่ๆ ” ไทม์ยกมือไหว้ก่อนรีบวิ่งตามลินินไป..
“ ช้าจังเลยนะ คิดจะให้ฉันเดินกลับคนเดียวอย่างนั้นเหรอ! ” เธอบ่นใส่ก่อนมุ่งหน้ากลับเข้าตึก
ไทม์กับเมย์ได้แต่มองหน้ากันอย่างเหนื่อยใจ แต่ก็ไม่กล้าทิ้งระยะห่างจากอีกฝ่ายแล้ว
ช่วงบ่ายสำหรับพนักงานส่วนใหญ่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่สำหรับไทม์.. มันยาวนานราวกับสามวันรวมกัน!
ทันทีที่กลับถึงแผนก ลินินก็เริ่มเข้าสู่โหมดอารมณ์เสียเต็มรูปแบบ
“ คุณไทม์คะ ฉันอยากได้เครื่องดื่มเย็นๆ! ”
“ ได้ครับ”
“ ไม่เอาหวาน แต่ต้องอร่อยนะคะ! ”
สิบนาทีต่อมา..
“ คุณไทม์คะ อันนี้หวานไปค่ะ ”
“ .. ”
“ ไปเปลี่ยนให้หน่อย ”
เมย์ที่นั่งข้างๆเริ่มมองเพื่อนร่วมงานด้วยสายตาเวทนา
“ นายยังมีชีวิตอยู่ไหม ” เธอถามกับสภาพของไทม์ที่ไม่เคยเหนื่อยขนาดนี้
“ ไม่แน่ใจแล้วเหมือนกัน ”
“ ถ้าตายอย่าลืมฝากรหัสคอมไว้ด้วย ” เพื่อนสาวตบบ่าก่อนบอกว่าวันนี้งานไทม์แทบไม่เดินเลย และนั่นอาจเป็นปัญหาในอนาคต เพราะทุกงานเองก็มีกำหนดเวลาส่ง..
“ นี่มันเกินไปแล้วนะ ถ้าคุณหนูคนนี้ยังอยู่ ถึงผมไม่โดนไล่ออกก็คงเป็นบ้า.. ” แม้จะพูดเล่นกัน แต่สีหน้าของไทม์กลับเริ่มซีดลงจริงๆ
งานของตัวเองกองเป็นภูเขา งานของลินินอีกครึ่งหนึ่งก็ถูกโยนมาให้ ไม่พอยังต้องเป็นคนซื้อเครื่องดื่ม เป็นคนตอบคำถาม เป็นคนรับอารมณ์ เป็นคนแก้ปัญหา..
และเหมือนโชคชะตาจะยังไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆ เวลาประมาณบ่ายสามโมง หัวหน้าแผนกเดินออกจากห้องผู้บริหารด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“ ทุกคนครับ! ” เสียงดังลั่นแผนก
“ เย็นนี้ท่านประธานอาจจะแวะมาที่งานเลี้ยงด้วย! ”
พรึ่บ! ทั้งแผนกเงยหน้าพร้อมกัน
“ จริงเหรอครับหัวหน้า? ”
“ จริงสิ! ”
“ งานนี้สำคัญมาก! ” ทุกคนดูจะตื่นเต้นกับงานนี้แบบสุดๆ ยกเว้นเพียงหนึ่งคนที่ขอตัวไปห้องน้ำแล้ว..
“ อ๊ากกกก!!! จะบ้าแล้วโว้ย ฆ่ากันเลยเถอะ!! ” ไทม์เอาเสื้อสูทมาอุดปากก่อนกรีดร้องออกมาสุดเสียง นี่เป็นวิธีระบายอารมณ์อย่างเดียวที่พอจะทำได้ ตอนเที่ยงคุณหนูลินินเพิ่งขู่จะฟ้องพ่อไล่เขาออก มาตอนค่ำดันได้เจอหน้ากับประธานบริษัทจริงๆ แล้วแบบนี้ชีวิตน้อยๆของเขาจะรอดพ้นไปได้เหรอ นี่มันเพิ่งวันแรกที่เธอมาทำงานเองนะ!!
“ ไหวมั้ยไทม์.. นายดูเหมือนคนกำลังจะถูกส่งไปรบเลยนะ ” เมย์กระซิบหลังเห็นเขาเดินกลับมาจากห้องน้ำ..
“ ไปรบอาจง่ายกว่า.. ”
เวลาค่อยๆผ่านไป สี่โมง.. ห้าโมง.. จนในที่สุดเวลาเลิกงานก็มาถึง พนักงานหลายคนถึงกับถอนหายใจโล่งอก วันที่ยากลำบากผ่านไปอีกหนึ่งวันแล้ว..
“ รอดแล้วโว้ย! ”
“ ในที่สุดก็ได้กลับบ้าน! ”
“ กลับอะไรล่ะ คืนนี้เรามีงานเลี้ยง! ” ทุกคนชะงักทันที ใช่สิ.. ยังมีงานเลี้ยงนรกอีกหนึ่งด่านรออยู่ งานหรูหราที่พนักงานต้องรวมเงินกันเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย..
“ ทุกคนลงไปรวมตัวที่ล็อบบี้นะครับ! ” หัวหน้าแผนกประกาศ
“ สำหรับคนที่ไม่มีรถส่วนตัว รถตู้ของบริษัทจอดรออยู่แล้ว! ”
เสียงบ่นดังขึ้นทั่วแผนก แต่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธกับงานนี้ที่มีท่านประธานไปด้วย!
ไทม์เก็บเอกสารลงกระเป๋าอย่างหมดแรง ทว่าขณะที่กำลังจะลุก.. เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“ คุณไทม์คะ ” ลินินจ้องหน้าเขาอย่างเต็มไปด้วยอารมณ์โกรธที่ยังค้างคาใจ
“ หวังว่าคืนนี้คุณพ่อฉันคงไม่โกรธคุณมากนะ ที่หลอกพาฉันไปทานอะไรแบบนั้นจนแสบท้อง! ” พูดจบเธอก็ลุกออกไปในทันที โดยไม่สนใจเลยว่าทุกคนในแผนกแห่งนี้กำลังเตรียมตัวไปงานของเธอ
“ คุณหนูลินินครับ.. เกิดอะไรขึ้น จะไปไหนเหรอครับ.. ” หัวหน้าแผนกเร่งเข้ามาสอบถามพร้อมเดินตามเธอไปติดๆ..
“ ฉันจะไปโรงพยาบาลค่ะ เดี๋ยวเสร็จธุระแล้วจะตามไปเอง! ” เธอตอบเพียงเท่านี้ก่อนจะกดลิฟต์แล้วลงไป แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าลงไปด้วย!